บทที่ 14 ได้งานแล้ว
ฮั่วฟางฟางหยิบขนมในชามอย่างหยาบคาย ก่อนจะโยนตะเกียบแล้วเดินหนีไป
ดูเหมือนคนในครอบครัวจะชินกับนิสัยเอาแต่ใจของเธอแล้ว กินอิ่มแล้วจะไปไหนก็ปล่อยไปเถอะ
หลังจากกินข้าวและเก็บกวาดเสร็จ ฮั่วฉางชิงก็ปั่นจักรยานพาจางจิงจิงไปที่สถานีวิทยุ
จางจิงจิงไม่ได้คิดอะไรมาก นั่งกางขาคร่อมจักรยาน มือทั้งสองข้างจับเบาะแน่น
"ไปกันเถอะ"
ฮั่วฉางชิง "..."
เห็นฮั่วฉางชิงไม่ขยับ จางจิงจิงจึงเร่ง "ไปสิ"
ฮั่วฉางชิงเม้มริมฝีปาก "สหายจางจิงจิง ผมว่าคุณนั่งตะแคงจะดีกว่านะ"
จางจิงจิงหัวเราะแห้งๆ สองครั้ง พลางก้มลงมองก็เพิ่งรู้ตัวว่าท่านั่งของตัวเองดูไม่งามเท่าไหร่ จึงรีบขยับตัวลงแล้วนั่งตะแคงข้างแทน
แต่การทำแบบนั้นทำให้การจับเบาะรถไม่ค่อยถนัดเอาเสียเลย
เมื่อฮั่วฉางชิงปั่นจักรยานออกจากบ้านไป จางจิงจิงก็มองไปที่ใบหน้าของเพื่อนบ้านโดยรอบอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปจับเอวของชายหนุ่ม
เดิมทีคนในบ้านพักข้าราชการต่างก็คิดว่าพวกเขาทั้งสองคนไม่เหมาะสมกัน ต่างก็คอยดูเื่ตลก เธอจะยอมให้เป็อย่างที่พวกเขาคิดได้ยังไงล่ะ?
ในขณะที่มือของเธอแตะลงบนเอวของฮั่วฉางชิง จางจิงจิงรู้สึกได้เพียงแค่ร่างกายของเขาสั่นไหว จักรยานพุ่งออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงถีบของเขา เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงรูปร่างของเอวและแรงที่ส่งออกมา
ไม่รู้ทำไม ในหัวของเธอกลับแวบขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า ‘เอวเล็กแบบนี้ แต่แรงไม่เบาเลยนะ!’
หญิงสาวพลันรีบส่ายหัว ไล่ความคิดบัดสีออกไปจากหัวอย่างรวดเร็ว
หลังจากปั่นจักรยานมาประมาณยี่สิบนาที ฮั่วฉางชิงก็จอดจักรยานที่ใต้ตึกแห่งหนึ่ง
"ถึงแล้ว เข้าไปกันเถอะ"
จางจิงจิงพยักหน้า ะโลงจากจักรยานแล้วเดินตามฮั่วฉางชิงเข้าไปในสถานีวิทยุ สอบถามอยู่ครู่หนึ่งก็พบกับหัวหน้าเฉินที่พ่อของฮั่วฉางชิงบอกไว้
เมื่อหัวหน้าเฉินเห็นจางจิงจิง ดวงตาก็ฉายแววประหลาดใจออกมาเล็กน้อย ตอนที่พ่อของฮั่วฉางชิงมาบอกเื่นี้กับตน เขาบอกว่าเป็ภรรยาจากชนบทที่ลูกชายของเขาแต่งงานด้วย อยากจะมาลองดู ถ้าไม่ผ่านก็ไม่ต้องไว้หน้าเขา ไล่กลับไปได้เลย
เขาคิดว่าเธอเป็ผู้หญิงตัวใหญ่ล่ำสัน เชยๆ ไม่นึกเลยว่าหุ่นจะเพรียวบางขนาดนี้ แถมยังดูดีอีกต่างหาก
ไม่ต้องพูดถึงเื่ความสามารถ แค่รูปลักษณ์ภายนอกเธอก็สอบผ่านคุณสมบัติของผู้ประกาศแล้ว
"คุณจาง งั้นผมพาคุณไปทดสอบเลยละกัน พอดีตอนนี้ที่สถานีเรากำลังเปิดรับสมัครอยู่ ถ้าคุณผ่านเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ก็สามารถเริ่มงานได้ทันที"
"ค่ะ รบกวนหัวหน้าเฉินด้วยนะคะ"
จางจิงจิงรีบพยักหน้าตอบรับ
หัวหน้าเฉินพาจางจิงจิงไปสัมภาษณ์ ส่วนฮั่วฉางชิงรออยู่ข้างนอก
ตำแหน่งที่จางจิงจิงสมัครคือผู้ประกาศ เธอจึงแค่ต้องอ่านต้นฉบับเท่านั้น ถ้าสมัครเป็บรรณาธิการ เธอต้องเขียนต้นฉบับด้วย เธอรู้สึกว่าตำแหน่งนี้ค่อนข้างสบายกว่า ถ้าในอนาคตหย่ากับฮั่วฉางชิง ตัวเองมีทั้งเงินและมีที่อยู่ ก็ไม่ต้องไปง้อขอใครแล้ว เธอจะได้ทุ่มเทให้กับงานได้อย่างเต็มที่
แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็แค่ความคิดชั่วคราว รอให้มีการปฏิรูปและเปิดประเทศ อนุญาตให้ทำธุรกิจส่วนตัวได้เมื่อไหร่ เธอจะออกมาทำธุรกิจหาเงินเอง ในยุคที่เต็มไปด้วยโอกาสแบบนี้ เธอต้องสร้างรากฐานความเป็อยู่ที่ดีให้กับตัวเองในอนาคต
หัวหน้าเฉินพาเธอเข้าไป เขานึกว่าจางจิงจิงจะต้องตื่นเต้นประหม่า แต่ไม่เลย เธอทำตัวสบายๆ หยิบต้นฉบับขึ้นมาดู แล้วก็อ่านออกเสียงอย่างชัดเจน
ปกติเธอเป็คนเสียงหวาน แต่เวลาอ่านต้นฉบับ เธอกลับปรับเป็น้ำเสียงแบบผู้ประกาศได้อย่างเป็ธรรมชาติ ต่างจากตอนพูดคุยทั่วๆ ไปโดยสิ้นเชิง
หัวหน้าเฉินคิดว่าจะออกไปข้างนอก ปล่อยให้คนอื่นเป็คนสัมภาษณ์ แต่พอได้ยินเสียงนี้เท่านั้นแหละ เขาก็หยุดเดินกะทันหัน อยากดูต่อจนห้ามใจไม่ได้ คนอื่น ๆ เองก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเช่นกัน
ส่วนฮั่วฉางชิงที่ยืนอยู่หน้าประตู ตอนนี้ใจเริ่มร้อนรุ่ม เลยตัดสินใจเดินลงไปสูบบุหรี่ที่ห้องน้ำชั้นล่าง
จางจิงจิงอ่านต้นฉบับจบก็หันไปมองหัวหน้าเฉินและคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ
"ขอถามหน่อยค่ะ แบบนี้ถือว่าฉันอ่านผ่านไหมคะ?"
หัวหน้าเฉินพยักหน้าหงึก ๆ เหมือนไก่จิกข้าว "ผ่านสิ ผ่านอยู่แล้ว ดีมาก สหายจาง เธอไม่ใช่คนบ้านนอกเหรอ? ทำไมพูดจีนกลางชัดขนาดนี้?"
เขาอดสงสัยไม่ได้ จึงถามออกไป
จางจิงจิงรีบโกหกไปว่า "พ่อแม่รักฉันมากน่ะค่ะ เลยซื้อวิทยุมาให้เครื่องหนึ่ง ฉันว่างๆ ก็เลยเปิดฟัง ฝึกไปฝึกมาเลยพูดได้เองค่ะ"
พอทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ไม่รู้สึกแปลกใจอีกต่อไป เพราะไม่ว่าจะวงการไหนก็ต้องมีคนที่เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ สำหรับจางจิงจิง นี่แหละที่เรียกว่าฟ้าลิขิตให้กินบุญเก่า
"ฉันคิดว่าความสามารถของสหายจางเหมาะสมกับตำแหน่งนี้นะ พวกคุณคิดว่าไง?"
เดิมทีหัวหน้าเฉินเพียง้าดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้คนของฮั่วจงอี้กลับไปโดยเร็วที่สุดเท่านั้น แต่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับเื่น่ายินดีเช่นนี้ นอกจากจะไม่ทำให้ฮั่วจงอี้โกรธเคืองแล้ว ยังได้พนักงานดีๆ มาทำงานอีกด้วย
ในยุคที่โทรศัพท์มือถือยังเข้าไม่ถึง และโทรทัศน์ยังเป็ของหายาก สถานีวิทยุเป็หน่วยงานที่ได้รับความนิยม พวกเขา้าผู้ประกาศเกือบ 24 ชั่วโมง ดังนั้นจึง้าคนจำนวนมาก หากไม่ใช่เพราะตำแหน่งงานดีขนาดนี้ คงไม่ถึงตาเธอแน่ๆ
"พวกเราก็คิดว่าเธอสอบผ่านนะ"
หัวหน้าทั้งสามตกลงกันอย่างรวดเร็ว และให้จางจิงจิงเตรียมตัวเริ่มงานในสัปดาห์หน้า
จางจิงจิงดีใจมาก รีบโค้งคำนับขอบคุณ
ไม่นานหลังจากที่ฮั่วฉางชิงขึ้นไปชั้นบน เขาก็เห็นจางจิงจิงเดินออกมาจากห้องบันทึกเสียงพร้อมกับหัวหน้าเฉิน
เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งคู่ เขาอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้ว
"คุณฮั่ว ภรรยาของคุณเก่งมาก เธอพูดได้ดีกว่าผู้ประกาศรุ่นเก๋าของเราเสียอีก พวกเราตัดสินใจรับเธอเข้าทำงานแล้ว เธอจะเริ่มงานได้สัปดาห์หน้านะครับ"
สีหน้าของฮั่วฉางชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังพยักหน้าให้กับหัวหน้าเฉิน
"รบกวนคุณแล้ว หัวหน้าเฉิน"
จากนั้นจางจิงจิงก็เดินตามหัวหน้าเฉินไปกรอกข้อมูลบางอย่าง เสร็จแล้วก็ลงมาข้างล่างพร้อมกับฮั่วฉางชิงเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
ตอนที่กำลังลงบันไดอยู่นั้น พวกเขาก็บังเอิญเจอกับจางจือจือเข้า
จางจือจือเห็นพวกเขาทั้งสองอยู่ที่นี่ก็ดูจะประหลาดใจอยู่บ้าง แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ดีนัก แต่ในเมื่อเจอหน้ากันก็ยังคงต้องรักษามีท่าทีที่ดีต่อกัน
"พี่สาว มาทำอะไรที่สถานีวิทยุเหรอคะ?"
จางจิงจิงตอบอย่างอ้อมแอ้ม "มาทำธุระนิดหน่อยน่ะ"
จางจือจือคิดในใจ คนบ้านนอกอย่างหล่อนจะมาทำธุระอะไรได้ ที่แท้ก็แค่มาทำเป็คุยโวโอ้อวดเท่านั้นแหละ
"อ้อ ถ้าพี่ชอบสถานีวิทยุ ฉันพาเดินชมได้นะ ฉันทำงานอยู่ที่นี่ ค่อนข้างคุ้นเคยเชียวล่ะ"
"ไม่เป็ไรหรอก พวกเรามีธุระ ต้องไปแล้วน่ะ"
หลังจากที่จางจิงจิงพูดจบ เธอก็ลงไปข้างล่างพร้อมกับฮั่วฉางชิง
เพื่อนร่วมงานที่นั่งข้างๆ จางจือจือเห็นดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น "นี่พี่สาวต่างแม่ของเธอเหรอ?"
จางจือจือพยักหน้าอย่างดูแคลน
"อืม ใช่ เธอคงรู้ว่าฉันทำงานที่นี่ เลยอยากมาดูน่ะ"
แววตาของเธอฉายแววภูมิใจ ที่อายุยังน้อยก็สามารถใช้ความสามารถของตัวเองเข้ามาทำงานที่สถานีวิทยุได้ นับเป็เื่ที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะคิด
นี่เป็เื่ที่เธอภูมิใจมาโดยตลอด และตอนนี้เมื่อพูดถึงมันขึ้นมาก็ยังรู้สึกพอใจในใจ
"อืม คงงั้นมั้ง เห็นแล้วก็รู้ว่าหล่อนไม่เคยเห็นโลกกว้าง"
ทั้งสองคนพูดจาดูถูกจางจิงจิงไปพลาง เดินขึ้นไปชั้นบนพลาง
ขณะที่จางจือจือเข้าไปในสำนักงานก็ได้ยินคนพูดกันว่า ทางหน่วยงานมีผู้ประกาศคนใหม่ผ่านการสัมภาษณ์แล้ว ซึ่งจะเริ่มงานอาทิตย์หน้า
ในตอนนั้นจางจือจือไม่ได้คิดเลยว่าคนๆ นั้นจะเกี่ยวข้องอะไรกับจางจิงจิง