ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 67 ถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิต

    ตอนที่67 ถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิต

     

    เมื่อได้ยินสิ่งที่ฟู่เยี่ยนพูดสีหน้าของจี้หงเซิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเรื่อทันที เขาไม่คิดเลยว่าจู่ ๆปัญหาในบ้านของเขาจะถูกเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้สังเกตเห็นมันได้อย่างทะลุปรุโปร่งแบบนี้

     

    “โอ้สาวน้อย มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันต้องขอโทษด้วยจริง ๆบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ค่อนข้างแปลก ฉันจะไม่ขายมันอีกแล้ว ต้องขอโทษด้วย ! ” จี้หงเซิงคิดว่าฟู่เยี่ยนไม่ต้องการที่จะซื้อมันจึงรีบขอโทษพวกเขาทันที

     

    “พี่จี้หลานสาวของผมพอรู้เรื่องอภิปรัชญาอยู่บ้าง หากพี่มีปัญหาอะไรพี่ลองบอกเธอได้เลยนะครับ บางทีเธออาจช่วยพี่ได้ส่วนเรื่องบ้านเราค่อยมาคุยกันทีหลังก็ได้”เมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนไปของจี้หงเซิง ฟูต้าอันจึงได้พูดแทรกขึ้นมาทันที

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นจี้หงเซิงจึงหันไปมองฟู่เยี่ยนด้วยความสงสัยซึ่งเขาเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆคนนี้จะเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ด้วยแต่เขาก็รู้ว่าโลกใบนี้มักจะมีเรื่องที่ทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจอยู่เสมอดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรเลย

     

    “อาจารย์ฟู่...อาจารย์ช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับบ้านของฉันได้ไหม ? ” จี้หงเซิงเป็นคนที่มีทัศนคติดีมากๆ เมื่อเทียบกับหลายคนที่รู้ว่าฟู่เยี่ยนเข้าใจในเรื่องของอภิปรัชญาแล้วเขาดูไม่ได้มีท่าทีต่อต้านใด ๆ เลย

     

    “ไม่มีปัญหาค่ะอันดับแรกลุงจี้ต้องบอกหนูก่อนว่าใครเป็นคนแนะนำให้ลุงแขวนกระจกปากั๊วเอาไว้ตรงนี้? ” ฟู่เยี่ยนรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับคน ๆ นั้นมาก

     

    “ฉันเองก็ไม่รู้จักเขาเหมือนกันก่อนหน้านี้ลูกพี่ลูกน้องของฉันเป็นคนแนะนำให้ฉันรู้จักกับเขา หากจำไม่ผิดล่ะก็อาจารย์ท่านนั้นน่าจะแซ่หม่า เขาเชี่ยวชาญในเรื่องการวางฮวงจุ้ยมากแต่หลังจากที่ฉันทำตามที่เขาแนะนำแล้ว กลับไม่มีอะไรดีขึ้นเลย ในทางกลับกัน ฉันมักจะรู้สึกว่าทุกอย่างมันยิ่งดูแย่ลงเสียด้วยซ้ำ! ” จี้หงเซิงพูดพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาเบา ๆซึ่งเขาเองก็ไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับอาจารย์ท่านนั้นมากเท่าไหร่นัก

     

    ฟู่เยี่ยนครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่ครู่หนึ่งทั้งที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้แต่ทำไมเขาถึงได้แก้ไขปัญหาด้วยวิธีแบบนี้กันล่ะ

     

    “กระจกปากั๊วและยันต์ที่อยู่ในห้องพวกนั้นหากรวมมันเข้าด้วยกันแล้วมันไม่ได้เสริมเรื่องโชคดีเลย ในทางกลับกันมันเป็นตัวการที่ดึงดูดความโชคร้ายเข้ามาเสียมากกว่าหนูเห็นว่าลุงจี้มีแสงสีทองแห่งศีลธรรมเปล่งอยู่รอบตัวนั่นแสดงว่าเป็นเพราะพ่อแม่ของลุงจี้เป็นคนที่มักจะทำความดีอยู่เสมอซึ่งมันได้สะสมและส่งต่อมาถึงลุงจี้ หากไม่เป็นแบบนั้น จากสิ่งที่ลุงจี้ได้เจอมาลุงจี้คงจะตายไปตั้งนานแล้วค่ะ ! ”

     

    เมื่อได้ยินสิ่งที่ฟู่เยี่ยนพูดออกมาจี้หงเซิงก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากของเขาไปหมด !

     

    “อาจารย์ฟู่แล้วตอนนี้อาจารย์สามารถแก้ไขสิ่งนี้ได้หรือเปล่า ? ”

     

    “ด้วยพลังของแสงสีทองแห่งศีลธรรมบนร่างกายของลุงจี้หนูเชื่อว่าหนูสามารถช่วยชีวิตของลุงจี้ได้อย่างแน่นอนแต่มันต้องแลกมาด้วยอายุขัยของลุงจี้อย่างน้อย ๆ ประมาณ 10 ปี ! ”

     

    หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นจี้หงเซิงก็คุกเข่าลงไปกับพื้นในทันที ก่อนจะรีบขอร้องให้อาจารย์ฟู่ช่วยชีวิตเขา !

     

    “อย่ากังวลไปเลยค่ะตราบใดที่หนูสามารถทำลายค่ายกลนี้ลงไปได้ ลุงจี้ก็จะไม่เป็นอะไรแต่ลุงจี้ก็ควรที่จะใส่ใจกับสุขภาพของตัวเองด้วยนะคะส่วนนี่เป็นยันต์แห่งความสงบค่ะ ลุงจี้พกมันติดตัวเอาไว้นะคะลุงจี้พกมันติดตัวเอาไว้อย่าให้ห่าง เพราะมันจะช่วยทำให้สุขภาพของลุงจี้ดีขึ้นค่ะ”ฟู่เยี่ยนพูดพร้อมกับรีบประคองจี้หงเซิงให้ลุกขึ้นมา

     

    “ขอบคุณอาจารย์ฟู่มากๆ หากต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกฉันมาได้เลยนะ ! ตอนนี้ฉันไม่กล้าอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วล่ะฉันขอมอบมันให้กับอาจารย์ฟู่ฟรี ๆ เลยก็แล้วกัน ! ” จี้หงเซิงไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้อีกต่อไปแล้วเพรามันทำให้เขารู้สึกแย่มากจริง ๆ !

     

    “อย่าทำถึงขนาดนั้นเลยหากหนูจัดการเรื่องทั้งหมดเสร็จแล้ว ลุงจี้จ่ายเงินให้กับหนู 100 หยวนก็พอส่วนเรื่องซื้อขายบ้านหลังนี้ลุงจี้ก็ซื้อขายกับอาสามของหนูตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้เถอะค่ะ ! ” ฟู่เยี่ยนปฏิเสธข้อเสนอของจี้หงเซิงในทันที

     

    เมื่อได้ยินว่าต้องจ่ายเงินให้กับเธอ100 หยวน จี้หงเซิงไม่ได้รู้สึกเสียดายเงินก้อนนี้เลยแต่เขากลับรู้สึกขอบคุณฟู่เยี่ยนมาก ๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะท้ายที่สุดแล้วตอนนี้เขาก็ได้พูดสิ่งที่เขาต้องการจะพูดเกี่ยวกับบ้านหลังนี้แล้วจริง ๆ

     

    จากนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้รีบลงมือจัดการเรื่องนี้ทันที เธอดึงยันต์สายฟ้าออกมาก่อนจะแปะยันต์แผ่นนั้นเอาไว้บนผนัง วินาทีต่อมายันต์ที่ถูกแปะเอาไว้ในบ้านก่อนหน้านี้และกระจกปากั๊วที่ถูกแขวนเอาไว้ในห้องโถงก็ถูกทำลายลงไปทันที

     

    แม้ว่าเธอจะสามารถใช้วิธีที่อ่อนโยนกว่านี้ได้ก็ตามแต่ด้วยวิธีนี้ ยันต์สายฟ้าจะส่งผลต่อผู้ที่สร้างค่ายกลนี้โดยตรงอีกด้วยเพราะเขาจะถูกของตีกลับ ในอนาคตเขาอาจจะไม่กล้าทำแบบนี้อีกหรือไม่ก็อาจใช้ค่ายกลที่เป็นอันตรายแบบนี้น้อยลง ทว่าฟู่เยี่ยนไม่ได้คาดหวังว่าพลังของยันต์สายฟ้าจะได้ผลเกินกว่าที่เธอคาดเอาไว้

     

    “ลุงจี้ตอนนี้บ้านของลุงไม่มีอันตรายอะไรแล้วค่ะ ลุงจี้วางใจได้เลย” หลังจากที่พูดจบฟู่เยี่ยนก็ได้หันหลังกลับและกำลังจะเดินจากไป

     

    ด้วยความที่ว่าจี้หงเซิงนั้นเป็นคนมีหน้ามีตาในหมู่บ้านอยู่แล้วดังนั้นเขาจึงปล่อยฟู่เยี่ยนกลับไปแบบนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

     

    “อาจารย์ฟู่รอเดี๋ยวก่อน นี่คือค่าตอบแทนสำหรับอาจารย์ ! ” จี้หงเซิงมอบเงิน 100 หยวนให้กับฟู่เยี่ยน

     

    “น้องชายบ้านหลังนี้เป็นของนายแล้ว นายไม่จำเป็นต้องซื้อมันหรอกถึงยังไงฉันก็เป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานชุมชนอยู่แล้วเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับฉัน ส่วนเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ฉันจะรีบจัดการให้กับนายโดยเร็วที่สุด” จี้หงเซิงพูดออกไปตามตรง เขาได้ตัดสินใจแล้วว่าจะมอบบ้านหลังนี้ให้กับฟู่ต้าอันโดยไม่ขอรับเงินแม้แต่หยวนเดียวซึ่งหลังจากที่พูดจบ เขาก็ได้หันหลังเดินออกไปทันที

     

    ทันใดนั้นเองฟู่ต้าหย่งและฟู่ต้าอันก็ได้หันมามองหน้ากันแต่เมื่อฟู่ต้าอันได้สติกลับมาอีกครั้งเขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ทันทีว่าถึงอย่างไรบ้านหลังนี้ก็ยังคงเป็นของจี้หงเซิงซึ่งเขาไม่ควรได้รับมันมาฟรี ๆ แบบนี้

     

    เมื่อคิดได้เช่นนั้นฟู่ต้าอันจึงตั้งใจว่าจะเอาเงินไปให้จี้หงเซิงในวันพรุ่งนี้ก่อนที่เขาจะรีบไปยังลานบ้านเพื่อสำรวจสิ่งต่าง ๆ ต่อ

     

    ส่วนฟู่ต้าหย่งก็ได้พาฟู่เยี่ยนเดินสำรวจไปรอบๆ บ้านเช่นกัน ซึ่งบ้านหลังนี้มีทั้งหมด 5 ห้อง ทั้งยังมีห้องครัวที่ดีมาก ๆอีกด้วย แต่เพียงแค่ต้องจัดข้าวของให้เป็นระเบียบอีกหน่อยเท่านั้น

     

    ซึ่งโดยรวมแล้วบ้านหลังนี้ยังดูค่อนข้างใหม่มากแม้แต่ผนังก็ยังดูเหมือนว่าเพิ่งจะถูกทาสีไปไม่นาน ส่วนพื้นเป็นพื้นอิฐแม้ว่าจะไม่ได้ทำจากอิฐสีฟ้าเหมือนกับบ้านของพวกเขาก็ตามแต่ก็ยังคงเป็นงานที่ค่อนข้างดูดี

     

    ในส่วนของลานบ้านยังมีต้นพลับที่ดูแก่แล้วอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งตอนนี้มันก็ได้ออกผลแล้วคาดว่าหากเก็บมัน คงจะได้น้ำหนักเกือบ 50 กิโลกรัมเลยทีเดียว จากนั้นฟู่เยี่ยนก็ได้มองไปยังแสง ๆ หนึ่งที่เปล่งประกายออกมาจากใต้ต้นพลับต้นนั้นใช่แล้ว ที่นี่ยังมีสิ่งที่คาดไม่ถึงซ่อนอยู่อีกด้วย !

     

    “อารองรีบปิดประตู ! แล้วเอาพลั่วมาเร็วเข้า” ฟู่เยี่ยนเองกระซิบที่ข้างหูของฟู่ต้าอันเบาๆ

     

    “มีอะไรอย่างนั้นเหรอ? ”

     

    “ดูนี่สิคะอิฐพวกนี้ดูบิดเบี้ยวแปลก ๆบางทีมันอาจมีบางอย่างถูกฝังเอาไว้ใต้ต้นพลับต้นนี้ก็ได้นะคะ เรามาขุดดูกันเถอะ”ฟู่เยี่ยนพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง

     

    เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าอันก็รู้สึกว่าเขานั้นโชคดีมากจริง ๆ ที่มีหลานสาวแบบฟู่เยี่ยนดังนั้นเขาจึงทำตามที่เธอบอกในทันที ส่วนฟู่ต้าหย่งเองก็เข้ามาช่วยขุดด้วยเช่นกันพวกเขาใช้เวลาไม่นานก็ได้ขุดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมาได้สำเร็จ

     

    “อาสามหยุดก่อนค่ะหนูเห็นสิ่งนั้นแล้ว” ฟู่เยี่ยนรีบหยุดอาสามของเธอก่อนจะรีบกระโดดลงไปในหลุมนั้นอย่างกระตือรือร้น แล้วใช้มือของเธอค่อย ๆขุดดินบริเวณนั้นออกเบา ๆ

     

    ซึ่งหากดูจากขนาดของสิ่งนั้นแล้วดูเหมือนว่ามันจะเป็นโถกระเบื้อง และเมื่อหยิบมันขึ้นมาเธอก็พบว่ามันค่อนข้างมีน้ำหนักพอสมควรเลยทีเดียว

     

    โถใบนั้นถูกห่อหุ้มไปด้วยโคลนฟู่ต้าอันที่เห็นเช่นนั้นจึงได้รีบไปตักน้ำมาหนึ่งถังทันที ส่วนฟู่เยี่ยนก็ได้ค่อยๆ ล้างโคลนพวกนั้นออกจนในที่สุดสิ่งที่ถูกโคลนพอกอยู่นั้นก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาสู่สายตาของทุกคนมันคือโถลายครามที่มีลวดลายสีน้ำเงินและสีขาว

     

    ฟู่เยี่ยนจึงรู้ได้ทันทีเลยว่าสิ่งนี้เป็นของโบราณมิเช่นนั้นมันคงจะไม่ถูกฝังเอาไว้ลึกถึงขนาดนี้ !

     

    เมื่อมองไปยังด้านใต้ของโถใบนั้นเธอก็พบว่ามีจารึกบางอย่างที่ถูกสลักเอาไว้อย่างลวก ๆ อยู่ฟู่เยี่ยนจึงได้พยายามสะกดมันอย่างระมัดระวัง ‘ผลิตปีเฉิงฮวา’

     

    “ผลิตปีเฉิงฮวา? มันคือไหนกัน ? ” หลังจากที่อ่านจบ ฟู่เยี่ยนก็ครุ่นคิดถึงสิ่งนี้อยู่นานก่อนที่เธอจะรู้ว่าสิ่งนี้เป็นของโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง

     

    ทันใดนั้นเองฟู่เยี่ยนก็ไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเธอไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องโบราณวัตถุเลยเธอจึงต้องล้มเลิกการพยายามที่จะระบุปีของโถใบนั้นไป

     

    “อาสามหนูคิดว่ามันต้องเป็นของโบราณอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นคงจะไม่ถูกฝังเอาไว้ลึกขนาดนี้ มันต้องเป็นของที่มีราคาแน่ ๆ ค่ะ”ฟู่เยี่ยนพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

     

    “ฉันไม่ต้องการสิ่งนี้หรอกเธอเก็บมันเอาไว้เถอะ” ฟู่ต้าอันไม่ได้เป็นคนที่ชอบสะสมของโบราณอยู่แล้ว

     

    “อาสามไม่อยากได้มันจริง ๆ เหรอคะ ? มันเป็นวัตถุโบราณที่มีมูลค่าสูงมากเลยนะคะ ! ” ฟู่เยี่ยนมองไปที่ฟู่ต้าอันด้วยความประหลาดใจ

     

    “ฉันไม่อยากได้มันจริงๆ อีกอย่างเธอก็เป็นคนที่หามันเจอ มันก็ควรจะเป็นของเธอสินอกจากนี้หากไม่ใช่เพราะเธอ วันนี้ฉันก็คงจะไม่ได้บ้านที่ปลอดภัยแบบนี้คิดเสียว่ามันคือของตอบแทนก็แล้วกัน ! ”

     

    “ก็ได้ค่ะถ้าอย่างนั้นหนูจะรับมันเอาไว้ก็ได้ แต่อาสามอย่างมาเสียใจทีหลังนะคะ ! ” ฟู่เยี่ยนพูดขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ฟู่ต้าอันหากอาสามรู้ว่าโถชิ้นนี้มีมูลค่าสูงกว่าทองคำแท่งของเขาแล้วนึกอยากจะได้มันคืนเมื่อถึงเวลานั้น เธอจะไม่คืนให้เขาอย่างเด็ดขาด

     

    หลังจากนั้นฟู่เยี่ยนจึงได้หยิบโถลายครามสีน้ำเงินขาวใบนั้นขึ้นมาก่อนจะกลับบ้านพร้อมกับฟู่ต้าหย่ง

     

    อีกด้านหนึ่งณ สนามหญ้าแห่งหนึ่งในหมู่บ้านที่อยู่ถัดออกไปหม่ากังที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ก็ได้ถูกสายฟ้าฟาดลงมาใส่ตัวเขาโดยตรง ! ซึ่งสายฟ้าได้ฝ่าลงมาในตอนกลางวันแสกๆ ทั้งที่ตอนนี้ท้องฟ้ายังคงสดใสเป็นปกติ ทำให้เขาตายคาที่ในตอนนั้นเลยทำเอาข่าวนี้โด่งดังไปทั่วทั้งเมือง !

     

    โดยผู้คนมักจะพูดอยู่เสมอว่าหากใครก็ตามที่ทำความชั่วคน ๆ นั้นจะถูกฟ้าผ่าจนถึงแก่ความตาย ซึ่งไม่คิดเลยว่าคำพูดนั้นจะเป็นความจริง !

     

    ในฐานะที่จี้หงเซิงเป็นถึงนักบัญชีของสำนักงานหมู่บ้านดังนั้นเขาจึงได้รู้ข่าวนี้ทันทีที่เขาไปทำงาน ซึ่งหลังจากที่ได้ยินเขาก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะสอบถามกับเพื่อนร่วมงานของเขาว่าชายคนนั้นเสียชีวิตตอนไหน เวลาเท่าไหร่และปรากฏว่ามันเป็นเวลาเดียวกันกับที่อาจารย์ฟู่ใช้ยันต์นั่นเอง !

     

    ทันใดนั้นเขาก็ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อย่างรอบคอบอีกครั้งหนึ่งเมื่อแน่ใจแล้วว่าตนไม่ได้ทำอะไรให้อาจารย์ฟู่ต้องขุ่นเคืองเขาจึงได้ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

     

    ส่วนในช่วงบ่ายของวันนั้นฟู่ต้าอันก็ได้นำเงินมาให้กับจี้หงเซิงโดยเขาได้ขอให้ใครบางคนโทรหาจี้หงเซิงเพื่อที่เขาจะได้จ่ายเงินค่าบ้านและกลับไปทำงานต่อ

     

    ทว่ากลับมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นทันใดนั้นเอง จี้หงเซิงก็ได้คว้าไปที่แขนของฟู่ต้าอันก่อนจะพูดออกไปอย่างลังเลว่าเมื่อวานนี้มีชายคนหนึ่งที่อยู่หมู่บ้านข้าง ๆได้เสียชีวิตลงเพราะถูกฟ้าผ่าตาย !