วิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า!

    บทที่ 24 ดันเจี้ยนเขาฟาร์มกันแบบนี้เหรอ?

            ฟังบทสรรเสริญของหวังเฉียง หลินหานก็ยืนมองอยู่เงียบ ๆ

     

            ตอนนี้การไม่เข้าไปแทรกแซงย่อมเป็นผลดีที่สุด เพราะหากระเบิดมหาเวทต้องห้ามขึ้นในสถานที่แห่งนี้ มีหวังได้นำพาความยุ่งยากใหญ่หลวงมาสู่ตัวแน่นอน

     

            การปิดบังไม่ให้หวังเฉียงรู้ว่าเขาสามารถใช้วิชามหาเวทต้องห้ามได้ ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

     

            มองดูหวังเฉียงร่ายเวทแล้ว หลินหานก็ต้องยอมรับว่าพรสวรรค์ของเพื่อนสนิทคนนี้ยอดเยี่ยมมาก แม้จะเพิ่งเรียนรู้จากหนังสือทักษะมาสด ๆ ร้อน ๆ แต่การควบคุมพลังกลับลื่นไหลไม่เหมือนมือใหม่เลยแม้แต่น้อย

     

            ทว่าข้อจำกัดของสกิลอัญเชิญสายฟ้าก็มีอยู่มาก!

     

            หากคิดจะกวาดล้างซอมบี้ทหารเป็นกลุ่มใหญ่ ย่อมไม่อาจทำได้ ประกอบกับเลเวลของหวังเฉียงยังคงอยู่ที่เลเวล 5 เท่านั้น!

     

            ด้วยสเตตัสระดับนี้ คงยืนระยะต้านทานได้ไม่นานนัก

     

            เป็นไปตามที่หลินหานคาดไว้!

     

            ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ร่างกายของหวังเฉียงก็เริ่มอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด

     

            “หลินหาน นายเป็นสายฮีลไม่ใช่เหรอ มีทักษะช่วยฟื้นฟูกำลังกายให้ฉันบ้างไหม ฉันจะยันไม่ไหวแล้ว” หวังเฉียงกัดฟันเค้นพลังสายฟ้าซัดใส่ซอมบี้ทหารตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด

     

            “ฉันช่วยนายเอง” สิ้นเสียง หลินหานก็มายืนอยู่เบื้องหน้าหวังเฉียงในพริบตา พร้อมซัดหมัดเป่าร่างซอมบี้ทหารลอยกระเด็นไปอีกตัว

     

            “เชี่ย! สายฮีลบ้านไหนเขามีพลังทำลายล้างโหดขนาดนี้วะ!” หวังเฉียงถึงกับทำตัวไม่ถูก

     

            เขารู้อยู่แล้วว่าสมรรถภาพร่างกายของหลินหานแข็งแกร่งมาก ถ้าหลินหานปลุกพลังได้อาชีพนักรบ ป่านนี้คงโดนสถาบันชื่อดังจองตัวไปแล้ว

     

            ขณะที่หวังเฉียงกำลังคิดเพลิน ๆ จู่ ๆ คอเสื้อของเขาก็โดนหลินหานคว้าหมับขึ้นมา!

     

            “นาย... นายจะทำอะไร!”

     

            การกระทำกะทันหันทำเอาหวังเฉียงลนลาน ทว่าหลินหานกลับใช้มือข้างหนึ่งซัดหมัดเก็บซอมบี้ทหารทีละตัว ขณะที่มืออีกข้างหิ้วคอเสื้อลากตัวเขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

     

            ความเร็วระดับนี้รวดเร็วปานลมกรด!

     

            “ก็บอกแล้วไงว่าจะพาเก็บเลเวล จะปล่อยให้นายตกอยู่ในอันตรายได้ยังไง”

     

            เมื่อเวลาผ่านไป ซากศพมอนสเตอร์ล้มตายกองเกลื่อนไปทั่วสมรภูมิโบราณ ความเร็วของทั้งคู่จึงค่อย ๆ ชะลอลง หวังเฉียงทิ้งตัวพิงต้นไม้แห้งกรอบ หอบหายใจอยู่นานกว่าจะเค้นเสียงออกมาได้

     

            “หลินหาน นายเป็นสัตว์ประหลาดใช่ไหมเพื่อน ดันเจี้ยนที่ไหนเขาฟาร์มกันแบบนี้เนี่ย!”

     

            หลินหานยิ้มเจื่อน ไม่ได้เอ่ยตอบอะไร เขาคงไม่สามารถบอกวิธีการฟาร์มมอนสเตอร์ที่แท้จริงก่อนหน้านี้ให้หวังเฉียงรู้ได้ ไม่อย่างนั้นหวังเฉียงได้ตกใจจนหัวใจวายแน่นอน

     

            “พละกำลังของนายนี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว” แม้หลินหานจะพาเขาลุยฝ่าเส้นทางเลือดออกมาได้สำเร็จ แต่หวังเฉียงก็ยังรู้สึกรับไม่ได้อยู่ดี

     

            นี่มันสัตว์ประหลาดชัด ๆ !

     

            “เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ลองเช็กดูสิว่าตอนนี้เลเวลเท่าไหร่แล้ว” หลินหานรีบเปลี่ยนประเด็น

     

            โชคดีที่หวังเฉียงไว้ใจเขามาก จึงไม่ได้เอะใจสงสัยอะไร กลบเกลื่อนนิดหน่อยก็ตบตาได้แล้ว

     

            หวังเฉียงที่ตอนแรกไม่ได้สนใจ พอเปิดแผงสเตตัสขึ้นดู... เขากลับต้องตกตะลึงพรึงเพริด!

     

            เลเวลของเขาทะยานพุ่งขึ้นมาถึงเลเวล 8 แล้ว!

     

            เพิ่งผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ความเร็วในการเลื่อนเลเวลระดับนี้ ไวกว่าที่เขาเก็บเลเวลมาหลายวันเสียอีก!

     

            “เหลืออีกสองเลเวลสินะ” หลินหานครุ่นคิด ก่อนจะยื่นมือไปคว้าคอเสื้อหวังเฉียงอีกครั้ง

     

            “เอาอีกแล้วเหรอวะ...!”

     

            ไม่ทันให้หวังเฉียงได้ตั้งตัว แรงมหาศาลก็ลากร่างเขาพุ่งทะยานออกไปอีกครั้ง

     

            ผ่านไปอีกสี่ห้านาที หวังเฉียงก็ล้มพับกองกับพื้นอย่างหมดแรง ไม่ใช่เพราะเขาผลาญพลังในการต่อสู้ แต่เป็นเพราะวิธีการของหลินหานมันดุดันและป่าเถื่อนเกินไป จนเขาวิ่งตามไม่ทัน!

     

            “พอแล้ว! เลเวล 10 แล้ว! หยุดได้แล้วโว้ย!”

     

            ตอนนี้หวังเฉียงปฏิญาณในใจทันทีว่า ครั้งหน้าต่อให้ตายก็จะไม่มาลุยดันเจี้ยนเก็บเลเวลกับหลินหานอีกเด็ดขาด!

     

            แม้การมีคนคอยเคลียร์ทางให้จะสบายก็จริง แต่สไตล์ของหลินหานมันป่าเถื่อนเกินไป ไม่เห็นเขาเป็นคนเลยสักนิด!

     

            ทว่าภายในใจของหวังเฉียงก็ยินดีกับหลินหานอย่างยิ่ง ตอนแรกเขานึกว่าเรื่องอาชีพลับจะทำลายสภาวะจิตใจของหลินหาน แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงเลย

     

            ผู้สังเวยตรงหน้านี้... เก่งกาจทรงพลังยิ่งกว่าปรมาจารย์การ์ดอย่างเขาเสียอีก!

     

            “เพื่อนยาก ถ้าพัฒนายอดเยี่ยมแบบนี้ต่อไป นายจะต้องได้เป็นนักรบสายฮีลอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์แน่ ๆ !”

     

            ฟังคำของอีกฝ่ายแล้ว หลินหานก็หลุดขำออกมา “อย่ามาพูดเพ้อเจ้อ นักรบสายฮีลอะไรกัน มันเป็นเพราะพื้นฐานร่างกายที่ฉันฝึกฝนมาต่างหาก”

     

            “นายถ่อมตัวเกินไปแล้ว” หวังเฉียงเอ่ยเสียงเข้ม “ด้วยสมรรถภาพร่างกายขนาดนี้ ต่อให้เป็นพวกใช้อาชีพนักรบตรง ๆ ก็คงโดนนายตบหมอบแน่”

     

            “ไม่ได้เว่อร์ขนาดนั้นสักหน่อย”

     

            “ไม่เว่อร์เลยสักนิด!” หวังเฉียงพูดต่อ “วันข้างหน้าคงต้องพึ่งพาพี่หานแบกพาฟาร์มแล้วละ ต่อไปเวลาลุยดันเจี้ยน พี่ก็คือพ่อนมของผมเลยนะ!”

     

            ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน... จู่ ๆ ทั่วทั้งดันเจี้ยนก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!

     

            หวังเฉียงเสียหลักล้มคะมำไปข้าง ๆ

     

            “เกิดอะไรขึ้น ไม่เห็นเคยยินว่าดันเจี้ยนนี้มีบอสด้วยนี่หว่า”

     

            หลินหานเปิดใช้งานเนตรสวรรค์ทันที ภาพเหตุการณ์ทั่วทั้งดันเจี้ยนพลันฉายชัดในคลองจักษุ ตอนนี้มีมอนสเตอร์ร่างมนุษย์หัววัวตัวหนึ่ง กำลังแบกกระบองหนามยักษ์วิ่งตะบึงตรงมาด้วยความเร็วสูงยิ่ง!

     

            “เฉียงจื่อเอ๊ย ดูเหมือนพวกเราจะไปกระตุ้นเงื่อนไขบอสลับของดันเจี้ยนนี้เข้าให้แล้วว่ะ” หลินหานมองไปยังทิศที่มิโนทอร์กำลังวิ่งมา พลางก้าวออกมายืนกั้นหวังเฉียงไว้ด้านหลัง

     

            หวังเฉียงชะงัก “ซวยขนาดนั้นเลยเหรอ มีบอสลับด้วยเหรอวะ!?”

     

            “นายหลบอยู่ข้างหลังให้ดี นายไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบอสตัวนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง” คำพูดของหลินหานไม่ได้เกินจริงเลย

     

            จากการส่องดูด้วยเนตรสวรรค์ บอสตัวนี้มีเลเวลสูงถึง 16 ซึ่งไม่ใช่ระดับที่หวังเฉียงจะเข้าไปสอดมือได้ เกรงว่าแค่โดนการโจมตีถาก ๆ ก็เพียงพอจะปลิดชีพหวังเฉียงได้แล้ว

     

            เมื่อเห็นศักยภาพของหลินหาน หวังเฉียงจึงไม่ได้ดื้อรั้น เขารีบถอยออกไปหลบซุ่มอยู่ไกล ๆ

     

            “หลินหาน ถ้านายต้านไม่ไหวให้รีบตะโกนเรียกนะเว้ย อย่างน้อยถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน!”

     

            หลินหานฟังแล้วกลอกตา บอกอย่างระอาใจว่า “อยากตายก็ตายไปคนเดียวเถอะ ตอนนี้ฉันยังไม่อยากตายด้วยซะหน่อย”

     

            ทันใดนั้น เหนือยอดเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลออกไป ปรากฏเงาร่างของบอสมิโนทอร์กวัดแกว่งกระบองหนามขนาดเท่าตัว ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องมายังหลินหานอย่างดุร้าย ลมหายใจเดือดพล่านพ่นออกมาจากริมฝีปาก!

     

            ตอนนี้มันได้ล็อกเป้าให้หลินหานเป็นเหยื่อเรียบร้อยแล้ว

     

            บอสมิโนทอร์กระโดดทะยานขึ้นฟ้า สูงนับสิบเมตร ก่อนจะเหวี่ยงกระบองหนามยักษ์ในมือฟาดทุบลงมาตรงตำแหน่งที่หลินหานยืนอยู่!

     

            หลินหานไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขายกมือขึ้นข้างเดียว รับแรงกระแทกอันหนักหน่วงนั้นไว้ตรง ๆ !

     

            “หลินหาน!” หวังเฉียงแผดเสียงร้องลั่นมาจากด้านหลัง!

     

            เขาคิดไม่ถึงเลยว่าหลินหานจะเลือกรับการโจมตีตรง ๆ นั่นคือบอสมิโนทอร์เลเวล 16 เชียวนะ อานุภาพการโจมตีเพียงครั้งเดียวสามารถปลิดชีพผู้ใช้อาชีพเลเวล 10 ได้สบาย ๆ !

     

            ทว่าหลังจากการปะทะผ่านพ้นไป... หลินหานยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิมโดยไร้ร่องรอยบาดแผล หวังเฉียงมองดูด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ!

     

            เช่นเดียวกับบอสมิโนทอร์ที่เผยสีหน้าฉุนเฉียวและสับสน ราวกับจะบอกว่า ‘มนุษย์แสนเปราะบางผู้นี้ มีสิทธิ์อะไรมารับการโจมตีของข้าได้!’

     

            หลินหานยกยิ้มบาง ๆ “อย่ามาดูถูกพ่อนมสายบวกสิ!”

     

            สิ้นเสียง เขาก็กวาดเท้าเตะอัดเข้าใส่ตรง ๆ บอสมิโนทอร์สัมผัสได้ถึงแรงปะทะอันกดดันบริเวณหน้าท้อง แรงส่งมหาศาลซัดร่างของมันกระเด็นลอยกลับไปกระแทกยอดเขาลูกเดิมทันที!

     

            หวังเฉียงยืนอ้าปากค้างตะลึงงัน!

     

            ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำใดมาอธิบายภาพตรงหน้าดี!

     

            เชี่ยไรเนี่ย!? เดี๋ยวนี้อาชีพพ่อนมมันโหดขนาดนี้เลยเหรอวะ!?

    คล้ายกับเรื่องวิถีแห่งผู้สังเวยชีวิต : ปลดล็อกมหาเวทต้องห้ามด้วยระบบขยายหมื่นเท่า! ที่คุณอ่าน