จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 149 งานประลองตำหนักเทพกิเลน 4 Re

            “ทั้ง 2 เตรียมพร้อม” ผู้อาวุโสคุมกฎกล่าว


            เส้าเทียนหยิบกระบี่ลมปราณขึ้นมา  มันเป็นกระบี่ระดับปฐพี  ส่วนเฟิงเทียนกลับยังคงใช้มือเปล่าเข้าต่อสู้เหมือนรอบก่อนหน้านี้  เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมเอาไว้


            “เริ่มการประลองได้” ผู้อาวุโสคุมกฎประกาศเริ่มการประลองแล้วเหาะออกจากลานประลองทันที


            เป็นเฟิงเทียนที่พุ่งเข้าไปหาเส้าเทียนก่อน  เส้าเทียนยกยิ้มขึ้น  ก่อนจะพุ่งไปหาเฟิงเทียนเช่นกัน   เมื่อเฟิงเทียนอยู่ในระยะกระบี่ของเส้าเทียน  เส้าเทียนตวัดกระบี่เข้าใส่ทันที  เห็นได้ชัดว่าเส้าเทียนใช้กระบวนท่าประสานกระบี่และปราณเข้าด้วยกัน  คาดว่าคงได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีจากอาจารย์ที่จี๋หลินเวิ่นเทียนจัดหามาให้เป็นแน่


            “กิเลนเหยียบเมฆา” เฟิงเทียนกระโดดเหยียบขึ้นไปบนใบกระบี่และวิ่งไปจนถึงมือของเส้าเทียน  เฟิงเทียนตัดสินใจเล่นงานมือข้างที่เส้าเทียนใช้กระบี่ทันที


            “กิเลนย่ำพสุธา” เท้าของเฟิงเทียนที่ได้รับการเสริมปราณเหยียบลงไปยังข้อมือที่จับกระบี่ของเส้าเทียนทันที


            “อ๊ากกกก” เส้าเทียนร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด  เขาได้ยินเสียงกระดูกข้อมือของตนหัก  แน่นอนว่าผู้ชมต่างก็ได้ยินเช่นกัน  มือที่จับกระบี่ของเส้าเทียนคลายออก  ทำให้กระบี่หลุดออกจากมือ  แต่เส้าเทียนก็ใช้มืออีกข้างจับกระบี่แทนและกระโดดพุ่งเข้าใส่เฟิงเทียนที่ตอนนี้กระโดดถอยเพื่อทิ้งระยะห่าง


            “ตายซะ  ความโกรธเกรี้ยวแห่งเทพกิเลน” ท่วงท่าที่เส้าเทียนใช้ออกมานั้น  ต้องฝึกการตวัดกระบี่ด้วยกระบวนท่าแม่ไม้ของตระกูลจี๋หลิน บวกกับกระบวนท่าขั้นกลางบางส่วน  ผลที่ได้คือทุกครั้งที่ตวัดกระบี่ที่ประสานกับพลังปราณ  จะเกิดคลื่นโจมตีที่รุนแรงและมีความถี่จนหลบแทบไม่พ้น


            “อัสนีกิเลนคุ้มกาย” เฟิงเทียนยืนหันข้างให้กับเส้าเทียนที่กำลังพุ่งเข้ามา  เขาย่อตัวลงจนต้นขาขนานกับพื้น  จากนั้นยื่นแขนข้างขวาเหยียดตรงไปทางเส้าเทียน  ฝ่ามือหงายขึ้น  ทำให้ปรากฎเกราะสายฟ้าขึ้นมารับการโจมตีจากคลื่นกระบี่ของเส้าเทียนไว้


            “ป้องกันได้เยี่ยม” จี๋หลินเวิ่นเทียนถึงกับลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้น  ฝีมือของเส้าเทียนนับว่าก้าวหน้าขึ้นมาก  หากแต่การรับมือของเฟิงเทียนกลับเหนือล้ำยิ่งกว่า


            “นี่คือสิ่งที่เราบอกท่าน  การพัฒนาวิชาที่มีอยู่เดิมจะส่งผลเช่นนี้  ท่านดูเอาเถอะ  กระบวนท่าความโกรธเกรี้ยวของกิเลน  แม้จะรุนแรง  แต่ก็สิ้นเปลืองพลังปราณไปร้อยละ 5 ในการใช้ 1 ครั้ง  ส่วนเฟิงเทียนเบี่ยงตัวไปด้านข้างและย่อตัวลง  เพื่อลดจุดปะทะกับคลื่นกระบี่ที่โจมตีมา  ทำให้การกางม่านพลังคุ้มกันทำได้ง่ายและสิ้นเปลืองพลังปราณน้อยกว่ามาก  ใช้เพียงแค่ร้อยละ 1 ของพลังปราณที่เขามีก็สามารถป้องกันได้แล้ว” ไป่ฉีอธิบาย


            “นั่นคือ  วิชาของตำหนักเทพกิเลนที่ถูกพัฒนางั้นเหรอ” จี๋หลินเวิ่นเทียนถาม


            “ใช่  ถ้าท่านมองดูดี ๆ จะพบว่ามันยังคงมีต้นกำเนิดจากแม่ไม้กระบวนท่าเดียวกัน” ไป่ฉีตอบ


            “คนหนุ่มแบบนี้  ฉันเห็นว่าสมควรได้เป็นประมุขรุ่นต่อไป” จางหนี่หวังกล่าว  เธอเคยเห็นการต่อสู้ของพวกตำหนักเทพกิเลนมาจนจำกระบวนท่าทั้งหมดได้แล้ว  เมื่อเห็นเฟิงเทียนใช้กระบวนท่า  เธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นกระบวนท่าที่พัฒนามาจากแม่ไม้กระบวนท่าเดิมของตำหนักเทพกิเลน


            “รอดมาได้งั้นเหรอ  งั้นเจอนี่หน่อย  ท่าเท้ามายา  กิเลนท่องฝัน” เส้าเทียนก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว  จากนั้นร่างของเขาก็หายไปจากสายตาของทุกคน  นี่คือจุดเด่นของวิชาตำหนักเทพกิเลน  มันคือความเร็วที่มองตามแทบไม่ทัน  นอกจากผู้อาวุโสตำหนักเทพกิเลนและจี๋หลินเวิ่นเทียนเท่านั้นที่เห็นชัดเจน  ด้วยพวกเขาฝึกกระบวนท่านี้เช่นกัน  ทำให้ดวงตาของพวกเขาชินกับความเร็วระดับนี้


            “ยังเร็วไม่พอ” ไป่ฉีกล่าว  ทำให้จี๋หลินเวิ่นเทียน  จางหนี่หวัง และผู้อาวุโสตำหนักเทพกิเลนหันมามองเขาทันที


            “ท่านมองทันด้วยเหรอ” จี๋หลินเวิ่นเทียนถาม


            “เหมือนหอยทากคลาน” คำตอบของไป่ฉีนั้นทำให้จี๋หลินเวิ่นเทียนกับผู้อาวุโสถึงกับสบถในใจ


            'หอยทากบ้านท่านเถอะ  พวกเรามองเห็นว่าเส้าเทียนวิ่งอยู่  แต่ท่านกลับเปรียบเทียบเหมือนหอยทากคลานงั้นเหรอ'


            “ไม่เชื่อสินะ  งั้นรอดูเจ้าหนูเฟิงเทียนสวนกลับสิ” ไป่ฉีชี้ให้จี๋หลินเวิ่นเทียนกับผู้อาวุโสหันกลับไปดูที่ลานประลอง


            เฟิงเทียนเห็นทุกความเคลื่อนไหวของเส้าเทียน  ด้วยการจัดสรรค์พลังปราณมาที่ดวงตา  เขาเห็นปราณที่โคจรอยู่ที่ขาของเส้าเทียนอย่างชัดเจน  ท่าเท้ามายา  ที่เส้าเทียนใช้นั่นก็ใช้ปราณไม่น้อยเลย


            'หึ จุดอ่อนของวิชากระบวนท่าตำหนักเทพกิเลน คือ การใช้ปราณในการโจมตีที่มากและเสียเปล่ามากเกินไป  ทำให้ผู้ที่ฝึกวิชา  ต้องจัดการศัตรูให้เร็วที่สุด  ก่อนที่พลังปราณของตนจะหมด  ฉันจะทำให้กิเลนพยศอย่างเส้าเทียนสู้จนหมดแรง  ก่อนจะทรมานมันให้ตายช้า ๆ  เหมือนกับที่ท่านอาจารย์สอนไว้  เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร  แต่หากอีกฝ่ายยังจองเวรไม่เลิก  ก็ทำให้มันจองเวรเราไม่ได้อีกในชาตินี้' เฟิงเทียนคิด  ขณะมองเส้าเทียนที่กำลังตรงเข้ามาหาเขา  พร้อมกระบี่ที่ทอประกายสังหารในมือที่ใช้งานได้เพียงข้างเดียว


            “ย่างก้าวอัสนี  กิเลนควบทะยาน  ดุจอัสนีพาดผ่านผืนฟ้า” เฟิงเทียนได้ซัดลูกเหล็กให้ฝังไปที่พื้นเป็นลักษณะวงกลม  ก่อนจะปรากฎปราณสายฟ้าขึ้นที่เท้าของเขา


            เมื่อเส้าเทียนเข้ามาถึงใจกลางวงกลมที่สร้างขึ้นจากลูกเหล็กแล้ว  เขาก็โดนกระแทกเข้าที่ตันเถียนอย่างแรงด้วยศอกของเฟิงเทียน  ตามด้วยถูกหมัดอัพเปอร์คัทเสยเข้าไปที่คาง  ลอยขึ้นไปเหนือพื้น  จากนั้นผู้ชมทุกคนก็เห็นร่างของเฟิงเทียนปรากฎขึ้นนับ 10  แต่ละร่างต่างเข้าโจมตีร่างของเส้าเทียนที่กำลังจะหมดสติและกระบี่หลุดจากมือไปแล้ว


            “เขากิเลนฟาดฟัน” เฟิงเทียนกล่าวชื่อกระบวนท่าขึ้น  เส้าเทียนถูกโจมตีด้วยหมัดและเท้ากระหน่ำไม่หยุด  จากที่กำลังจะสลบก็ได้สติขึ้นมาจากความเจ็บปวดที่ได้รับในการโจมตีแต่ละครั้ง  ซึ่งจุดที่เฟิงเทียนโจมตีนั้น  เขาโจมตีเข้าจุดชีพจรลมปราณสำคัญที่เส้าเทียนใช้ในการออกวิชาของตำหนักเทพกิเลนล้วน ๆ


            เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของเส้าเทียนดังอย่างต่อเนื่อง  หยดเลือดเริ่มหยดลงมาบนลานประลอง  ใบหน้าของเส้าเทียนตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด  ใบหน้าบวมจากการอักเสบ  หากเฟิงเทียนใช้พลังปราณเต็มที่  ตอนนี้ร่างของเส้าเทียนคงกระดูกหักทั้งตัว  อวัยวะภายในแหลกเหลวจนสื้นชีพไปนานแล้ว


            โครม  เสียงร่างของเส้าเทียนดิ่งลงกระแทกพื้นรุนแรง  พร้อมกับร่างของเฟิงเทียนนับ 10 หายไปจนเหลือแค่ร่างเดียว


            “แคก ๆ ๆ” เส้าเทียนตอนนี้สำลักเลือดคำโตออกมา  นอนคว่ำหน้า  ไม่สามารถขยับตัวได้อีกแล้ว


            “ไหนเรามาดูกันว่าจะจัดการกับคนชอบรังแกฉันตั้งแต่เล็ก ๆ  ดูถูกว่าฉันเป็นขยะ  จนกระทั่งดูถูกแม่ของฉัย” สิ้นคำ  เท้าของเฟิงเทียนกระทืบลงไปที่หัวของเส้าเทียนจนหัวจมลงไปในลานประลองครึ่งหนึ่ง  จากนั้นเฟิงเทียนจิกผมของเส้าเทียนขึ้นมาให้มองหน้าเขา


            “เป็นยังไงบ้าง  ขยะคนนี้ชนะนายได้แล้ว  มีอะไรจะพูดอีกไหม” เฟิงเทียนกล่าว


            “อ...ก.....” เส้าเทียนขยับปากไม่ได้ดังใจ  ด้วยเพราะตอนนี้หน้าของเขาปูดบวม  ไม่หลงเหลือความหล่อเหลาที่ได้จากพ่อของเขาแม้แต่น้อย  แต่เขาตัดสินใจแอบหยิบเข็มพิษออกมาเพื่อแทงใส่เฟิงเทียนตอนที่เฟิงเทียนเข้ามาใกล้มากพอ และตอนนี้ก็ได้โอกาสแล้ว


            หมับ  กร็อบ


            “อ๊ากกกกก” เส้าเทียนร้องลั่น  มือที่ใช้ได้อีกข้างของเขาถูกเฟิงเทียนบีบจนแหลกในพริบตา  เข็มพิษที่อยู่ในมือร่วงลงมาที่พื้นทันที


            “หึ” ไป่ฉียกยิ้มขึ้น  เขาเจอเรื่องน่าสนใจเข้าแล้ว  ไม่รอช้าเขารีบดำเนินการบางอย่างทันที


            “คิดจะใช้พิษกับฉันเหรอ  งั้นก็ตายเพราะพิษของตัวเองก็แล้วกัน” เฟิงเทียนใช้ปราณซัดให้เข็มพิษที่พื้นปักเข้าที่เส้นเลือดใหญ่ตรงคอของเส้าเทียน


            “อึก” เส้นเลือดใหญ่ตรงต้นคอของเส้าเทียนเริ่มเปลี่ยนเป็นเป็นสีเขียว และค่อย ๆ กลายเป็นสีดำขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่นานก็เริ่มลามไปตามใบหน้าและทั้งตัว


            จังหวะนี้ประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ไม่รอช้า  เขาฉวยโอกาสที่ทุกคนกำลังจับจ้องไปที่ลานประลอง  เพราะผลการประลองใกล้จะออกมาแล้ว  เขาซัดเข็มพิษไปทางเฟิงเทียน และซัดเข็มที่มียาถอนพิษไปทางเส้าเทียน  หากแต่เข็มทั้ง 2 กลับถูกนิ้วมือของคน ๆ หนึ่งหนีบเอาไว้


            “ทะ....เทพกระบี่” ประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่พูดขึ้น


            “หนึ่งฆ่าผู้ชนะให้เป็นผู้แพ้  อีกหนึ่งช่วยผู้แพ้ให้เป็นผู้ชนะ  พฤติกรรมสกปรกนี้เหมือนกันทั้งพ่อและลูกสาวจริง ๆ  เอาของเจ้ากลับไป” กล่าวจบไป่ฉีก็ซัดเข็มพิษกลับไปปักที่คอของประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ทันที


            “อ็อก ๆ  เอายาแก้พิษมาเร็วเข้า” ประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ตะโกนขึ้น  ทำให้คนรอบข้างละความสนใจจากสนามประลอง  รีบควานหายาถอนพิษที่อยู่ในกระเป๋าของประมุขพวกเขา


            “นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น”


            “ท่านอวี้กงบอกว่าให้รับของ ๆ เจ้ากลับไป  ตอนนี้ประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่โดนเข็มพิษ หรือว่า.....”


            “พวกเขาคิดจะเล่นโกง โดยการซัดเข็มพิษใส่นายน้อยเฟิงเทียนงั้นเหรอ”


            “อ๊าก” มือประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่  ถูกไป่ฉีที่ไม่รู้ว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่บีบจนกระดูกข้อมือหัก  ซ้ำยังฉวยเอาขวดยาแก้พิษไปด้วย


            “พวกเจ้าตายตอนนี้ไม่ได้  บทลงโทษรอเจ้าอยู่” ไป่ฉีกล่าว


            “บังอาจ.....” เพียงสิ้นคำพูด  คอของผู้อาวุโสคนหนึ่งในตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ก็ถูกตัดออก  ไม่มีแม้เลือดสักหยด  พอร่างกับหัวร่วงลงกระทบพื้นก็แตกกระจายและระเหยไปราวกับน้ำแข็งแห้ง  กลายเป็นเพียงหมอกควันในทันที  สร้างความหวาดกลัวให้เกิดแก่คนในตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่มาก


            ไป่ฉีเหาะออกมา  ตามด้วยเขตแดนถูกกางขึ้นกักขังไม่ให้คนในตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่หลบหนีได้


            “ทำการประลองต่อ  ความผิดของพวกมันไว้ไต่สวนหลังจบงานประลองนี้” ไป่ฉีกล่าว


            เฟิงเทียนที่เห็นทุกอย่างก็ยกยิ้มขึ้น  ก่อนจะจับหัวของเส้าเทียนกระแทกกับลานประลองอีกครั้ง


            เฟิงเทียนยืนขึ้น  เขายกเท้าขึ้นเหนือหัวของเส้าเทียนที่ตอนนี้สลบ และไร้ปราณคุ้มกายแล้ว  จากนั้นเขาทำการโคจรลมปราณที่เท้าของตน


            “กิเลนย่ำพสุธา” กล่าวจบเฟิงเทียนก็เหยียบหัวของเส้าเทียนทันที


            โบะ


            เสียงกระโหลกแตก  ตามด้วยเสียงเหมือนเหยียบลงไปในโคลน  ใช่แล้ว  ตอนนี้หัวของเส้าเทียนแตก  มีเลือดและมันสมองไหลนองลานประลอง


            “ประมุขจี๋หลิน  อ๊อก  ให้....ความ......เป็นธรรม.....ด้วย” กล่าวจบประมุขตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ก็สิ้นใจเพราะพิษได้แพร่ไปทั่วร่าง  ทำให้อวัยวะภายในที่ถูกพิษหยุดทำงานทันที


            “มารกระบี่  เจ้ามันมารกระบี่  ไม่ใช่เทพกระบี่” เสียงของคนในตระกูลของอดีตฮูหยินใหญ่ตะโกนขึ้น  ท่ามกลางสายตาผู้ชมโดยรอบ  พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าเทพกระบี่จะสังหารคนโดยไม่มีการไต่สวนก่อนตัดสินโทษแบบนี้


            “เงียบบบบบ” เสียงของจางหนี่หวังที่ใช้ราชสีห์คำรามดังกลบเสียงก่นด่าจนหมด  ทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้ง


            “ผู้อาวุโสคุมกฎ  ประกาศผลการประลองซะ  จากนั้นฉันจะไต่สวนเรื่องนี้เอง” จางหนี่หวังยืนขึ้น


            “ผู้ชนะ  นายน้อย  อ้อ  ไม่ใช่สิ  ประมุขน้อยเฟิงเทียน” ผู้อาวุโสคุมกฎประกาศ  แต่เสียงปรบมือกลับมีเพียงแค่จางหนี่หวัง  ไป่ฉี และจี๋หลินเวิ่นเทียนเท่านั้นที่ปรบมือแสดงความยินดีกับเฟิงเทียน

    ________________________________

    +ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน