เส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning

    ตอนที่ 143 การปะทะของผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพ


    เสียงเชียร์ของผู้ชมกึกก้องไปทั่วทั้งโคลอสเซียมทันทีที่ผู้เข้าแข่งขันชุดแรกทั้ง 170 คนถูกส่งตัวเข้าสู่สนาม หากแต่ผู้เข้าแข่งขันที่อยู่ภายในจะไม่ได้ยินเสียงจากภายนอกเพราะมีบาเรียครอบสนามไว้อยู่ พวกเขาได้ยินแค่เสียงพายุทรายที่เคลื่อนตัวอยู่กึ่งกลางสนามและบรรยากาศข้างในเท่านั้น พื้นที่ของโคลอสเซียมมีอัฒจันทร์ล้อมรอบในรูปแบบวงกลม รัศมีภายในสนามกว้างถึงสองกิโลเมตร ผู้ที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ต้องเป็นห้าคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในสนามเท่านั้น ไม่ได้นับจากแต้มที่ทำได้ จากนี้ไปผู้เข้าแข่งขันจะต้องต่อสู้และเอาตัวรอดภายใต้สถานการณ์เดียวกัน กลยุทธ์ อาวุธ กับดัก พิษ ทุกอย่างสามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด หากจัดการผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้หนึ่งคนจะเท่ากับหนึ่งแต้ม ผู้ที่ได้แต้มสูงสุดในรอบนั้นๆองค์จักรพรรดิจะมีรางวัลพิเศษมอบให้ ซึ่งในสนามแต่ละรอบนอกจากต้องต่อสู้กันเองแล้ว พวกเขายังต้องเผชิญกับสัตว์อสูรที่อยู่ในนี้ด้วย พวกมันเป็นสัตว์อสูรจำแลงที่ถูกสร้างขึ้นโดยปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าที่ควบคุมในแต่ละสนาม โดยสนามทะเลทราย ผู้ควบคุมคือปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เซย์เรฟ“เหวอออออออ!!!”เสียงของผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งร้องเสียงหลงพร้อมกับวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต จุดที่เขาถูกส่งมามีงูใหญ่ตัวหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในทราย โผล่มาให้เห็นแค่ส่วนหัว แต่ถึงกระนั้นเป็นใครก็ต้องรู้จักว่ามันเป็นตัวอะไร เจ้านี่คืองูหางกระดิ่งทรายแก้ว งูใหญ่ที่ชอบซ่อนตัวใต้พื้นทราย ยามที่มันซ่อนตัว เกล็ดที่ใสคล้ายแก้วจะเปลี่ยนสีให้เข้ากับสภาพแวดล้อม ที่สำคัญ มันเป็นสัตว์อสูรชั้นสูง! หากสู้ปะทะกันกับผู้เข้าแข่งขันตัวต่อตัว มีไม่ถึงครึ่งจากจำนวนทั้งหมดที่จะชนะมันได้! ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรจำแลงที่ถูกปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นให้มาไม่ต่างจากสัตว์อสูรจริงตามธรรมชาติ นับว่าเป็นศัตรูน่าสะพรึงและต้องระวังไม่น้อยไปกว่าผู้เข้าแข่งขันด้วยกันเลย และไม่ใช่เพียงเท่านี้ ยังมีสัตว์อสูรอีกหลายชนิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดจำนวนผู้เข้าแข่งขันลงให้เร็วขึ้นอีกด้วย“ถึงกับสร้างตัวแบบนี้มาไล่หวดตั้งแต่สนามแรก ท่านเซย์เรฟใช้ยาแรงไปมั้ยเนี่ย?”ชายหนุ่มวิ่งหนีไปพลางบ่นไปพลาง อย่าว่าแต่ตัวของเขาเลย แม้แต่ผู้ที่มีพลังพอที่จะจัดการสัตว์อสูรตัวนี้ได้ หากเจอก็คงต้องวิ่งหนีเช่นกัน นั่นเพราะแม้จะจัดการมันได้ก็คงไม่คุ้มกับพลังที่เสียไป แถมถ้าบาดเจ็บด้วยก็ยิ่งแย่ลงไปอีก และถึงฆ่ามันได้ ก็ไม่มีแต้มจะให้อยู่ดีซวบบบบบบ“อะไรอีกวะเนี่ย?”ขณะที่วิ่งหนีงูหางกระดิ่งทรายแก้วนั้น จู่ๆชายหนุ่มก็รู้สึกว่าขาของตนถูกทรายดูดลงไป ภายในใจบังเกิดความตื่นตระหนก แต่ถึงอย่างไรเสีย ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้เข้าแข่งขันกว่าหลายแสนคนจนเข้ามาในรอบนี้ได้ ย่อมเป็นผู้มีฝีมือในระดับแนวหน้าของคนรุ่นใหม่แล้ว ยามเมื่อรู้ถึงอันตรายที่อยู่ใต้ผืนทราย ชายหนุ่มก็พลันกระโดดพุ่งตัวขึ้นไปลอยอยู่บนอากาศ ในมือของเขาปรากฏหอกยาวที่เรียกออกมาจากแหวนมิติ เขากุมอาวุธแน่นก่อนจะซัดลงไปอย่างสุดแรง เสียงคมหอกที่พุ่งเสียบทะลวงบางอย่างตามมาด้วยร่างของสิ่งมีชีวิตที่มันดิ้นขึ้นมาตายบนพื้นทราย มันคือแมงช้างทรายยักษ์ สัตว์อสูรชั้นกลางที่อาศัยอยู่ในเขตทะเลทราย ชื่อเสียงของเจ้านี่แม้แต่คนเขตซานเดรียที่มีพื้นที่กว่า 80% เป็นทะเลทรายยังขยาดหวิ้ง! หวิ้ง! หวิ้ง!ไม่ทันจะได้พักหายเหนื่อยเสียงเล็กแหลมก็ดังขึ้นจากไหนไม่ทราบได้ ชายหนุ่มมองหาต้นทางของเสียงอย่างหวาดระแวง สนามการแข่งขันแห่งนี้ไม่ปลอดภัยสำหรับใครทั้งนั้น เสียงที่แสบแก้วหูดังมาจากรอบทิศทางจนค้นหาตำแหน่งกำเนิดเสียงไม่ได้ พลันสายตาของชายหนุ่มก็กวาดไปเห็นเจ้างูหางกระดิ่งที่มันไล่เขาเมื่อครู่ ตอนนี้มันหยุดไล่ตามแล้ว แต่สั่นกระดิ่งที่หางแทน เสียงที่เกิดจากการสั่นหางของมันมีผลให้ผู้ที่ได้ยินพลังปั่นป่วนจนควบคุมได้ยาก หากใครมีพลังฝึกต่ำต้อยจะไม่สามารถขยับตัวได้เลยทีเดียว“แย่แล้ว!”ชายหนุ่มอุทานออกมาอย่างวิตก เขาเป็นผู้ฝึกพลังคลาส 6 ขั้นกลาง แต่กลับถูกเสียงของสัตว์อสูรตัวนี้ทำให้พลังปั่นป่วน มือที่กุมอาวุธแน่นตอนนี้เริ่มสั่นเทา พลังของเขาปั่นป่วนจนควบคุมได้ยากทำให้แม้คิดจะหนีก็หนีไม่ทันเสียแล้ว ชายหนุ่มนึกสมเพชตัวเองที่ตั้งแต่ถูกส่งลงมา ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ยังหาไม่เจอเลยสักคน แต่จะถูกสัตว์อสูรจัดการเสียแล้ว“อาชาเหยียบสวรรค์”เปรี้ยงงงงงง!!!ในขณะที่กำลังหมดความหวังและกัดฟันพร้อมจะสู้หลังชนฝา พลันมีแสงสว่างจ้าพุ่งลงมาจากท้องฟ้าจนเกิดเสียงดังสนั่น ภายใต้ฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายนั้นเหมือนว่าเจ้างูหางกระดิ่งทรายแก้วจะถูกจัดการไปแล้ว สัตว์อสูรชั้นสูงถูกจัดการด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว!“หึ!”คนที่จัดการกับมันเค้นเสียงออกมาอย่างดูถูกก่อนจะยกเท้าขึ้นแล้วเตะให้มันพ้นทาง ที่หัวของงูหางกระดิ่งทรายแก้วปรากฏเป็นรอยเท้ายุบจนลึกลงไปกว่าครึ่งหัว จอภาพใหญ่ในสนามกำลังฉายมาที่ชายผู้นี้อยู่ ผู้ชมทั่วทั้งโคลอสเซียมต่างส่งเสียงอื้ออึงอย่างตื่นตะลึงกับภาพที่เห็น“ขอบคุณท่านมากที่ช่ว..”พลั๊กกกกกก!!ชายที่ถูกงูหางกระดิ่งทรายแก้วไล่ล่ากล่าวขอบคุณด้วยสีหน้ายินดี แต่ขณะนั้นเองหน้าอกของเขาก็ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนปลิวไปไกลหลายสิบเมตร เขากระอักเลือดออกมาก่อนจะหมดสติและถูกกำไลข้อมือส่งออกไปยังนอกสนามเพื่อรับการรักษา“ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าฟรีๆซะหน่อย”ชายที่เพิ่งจัดการงูตัวเมื่อครู่ไปกล่าวพร้อมกับยิ้มเยาะ และแล้วชื่อของเขาก็ปรากฏที่จอใหญ่พร้อมกับแต้มที่จัดการผู้เข้าแข่งขันคนอื่นได้ ซึ่งมันเป็นแต้มแรกของการแข่งขันในรอบนี้“องค์ชายวาเลนส์!”“แข็งแกร่งจริงๆ จัดการสัตว์อสูรชั้นสูงในครั้งเดียว แถมยังเก็บแต้มแรกได้อีกด้วย!”“แน่ล่ะ ก็เป็นถึงตัวเต็งในรอบนี้เลยนี่”เสียงผู้ชมคุยกันด้วยความตื่นเต้น หากแต่น้ำเสียงของพวกเขาก็ดูจะไม่แปลกใจในสิ่งที่ชายคนนี้ทำเท่าไหร่ องค์ชายวาเลนส์เป็นโอรสลำดับที่ห้าขององค์จักรพรรดิ เป็นพี่ชายต่างมารดาของกาเซล ซึ่งทั้งสองมีอายุห่างกันสี่ปี มีพรสวรรค์สูงส่งและฉายแววนั้นมาตั้งแต่เด็ก หากแต่เมื่อเทียบเคียงกับกาเซล ร่างสถิตที่เทพอาชาสวรรค์ที่พวกเขาเคารพบูชาเลือกแล้ว วาเลนส์ช่างดูต่ำต้อยด้อยค่าดั่งเอาหินไปเปรียบกับอัญมณี แม้จะไม่เคยมีปัญหาต่อกัน แต่ลึกๆแล้ววาเลนส์ก็อดที่จะรู้สึกอิจฉาน้องชายของตนไม่ได้ การแสดงออกของวาเลนส์ช่วงหลังนี้จึงมักนำอารมณ์ขุ่นเคืองของตนไปลงที่ศัตรูอย่างไร้ความปรานี บุคลิกของวาเลนส์เป็นคนหนักแน่น ตัดสินใจเฉียบขาด ไม่ลังเลที่จะทำในสิ่งที่ตนคิดว่าถูก และอีกอย่าง ในการแข่งขันครั้งนี้วาเลนส์เป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีระดับพลังสูงเป็นอันดับที่สองรองจากกาเซล ซึ่งหากเอาตัวเลขมาเทียบกันแล้วจะบอกว่าเท่ากันก็คงไม่ผิด เพราะระยะห่างน้อยมาก“มาเดลิน ทางนี้!”เอลซ่าโบกมือเรียกหญิงสาวที่กำลังเดินอย่างหวาดระแวงบนพื้นทราย“โชคดีจังที่เจอเจ้าคนแรก”มาเดลินถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วเอ่ยขึ้นอย่างยินดี ทั้งสองเป็นเพื่อนที่อยู่ต่างเขตและเข้ารอบมาด้วยคะแนนรั้งท้ายตาราง ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพวกเธอลำบากแน่หากต้องปะทะกับสัตว์อสูรหรือผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเพียงลำพังตู้มมมมมม!ฟู้ววววววว!เสียงระเบิดพร้อมกับเปลวไฟปะทุขึ้นหลังเนินทราย มันห่างจากบริเวณที่ทั้งสองอยู่ราวๆร้อยเมตร เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้งตามมาด้วยเสียงกรี๊ดของหญิงสาว เสียงนั้นเอลซ่ารู้จักเป็นอย่างดี เธอที่อยู่ใกล้จึงรีบรุดหน้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นโดยมีมาเดลินตามหลังไปติดๆ เมื่อข้ามพ้นเนินทรายมาทั้งสองก็เห็นหญิงสาวที่กำลังบาดเจ็บอยู่ เธอมีบาดแผลที่ต้นขาจนเลือดไหลหยดลงพื้นทราย“ออร์เธีย”เอลซ่าอุทานออกมาอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นสภาพของคนที่เธอรู้จัก หญิงสาวคนนี้คือลูกสาวของเบรนด้า น้องสาวของดูเอล ซึ่งเอลซ่ากับออร์เธียมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน“ลูกไฟยักษ์วิหคเพลิง!”เอลซ่ายิงลูกไฟยักษ์ออกไปหวังขับไล่ให้ชายหนุ่มถอยห่างออกไปจากออร์เธีย แต่ผลที่ได้คือชายหนุ่มคนนั้นไม่เพียงไม่หลบลูกไฟที่พุ่งตรงเข้าใส่ เขากางฝ่ามือออกมาแล้วยิงพลังต้านจนลูกไฟของเอลซ่าสลายไป ขณะนั้นเองมาเดลินก็ใช้โอกาสนี้พาตัวของออร์เธียให้ถอยห่างออกมา ซึ่งมันก็อยู่ในสายตาของชายหนุ่มคนนั้นเช่นกัน และดูเหมือนว่าเขาไม่ได้คิดจะขัดขวางสิ่งที่ทั้งสองทำแต่อย่างใด“อยู่ดีๆก็มีเหยื่อมาเพิ่ม ช่างน่ายินดี”ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว เขาสวมชุดสีขาวที่ถูกตัดเย็บอย่างหรูหรา ดูก็รู้ว่าต้องเป็นเชื้อพระวงศ์ระดับสูง“นั่นคือองค์ชายวาเลนส์ เราสามคนช่วยกันคงทำอะไรได้บ้าง”เซลซ่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับจุดไฟให้ลุกที่มือทั้งสองข้าง มาเดลินกับออร์เธียก็พยักหน้าพร้อมต่อสู้เช่นกัน พวกเธอรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ยอมรามือง่ายๆแน่ แต่ไม่คิดที่จะหนี เพราะหากเผชิญหน้ากับศัตรูแล้วมีแต่จะคิดหาทางหนี เช่นนั้นแล้วพวกเธอจะมาลงแข่งกับเขาทำไม“มุ่งมั่นดีนี่ เข้ามาเลย หึหึ”ชายหนุ่มชุดขาวพูดออกมาอย่างผ่อนคลายประหนึ่งว่าตนสามารถกำหนดผลแพ้ชนะได้“วิหคเพลิงสะบัดปีก!”วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ! วูบ!เอลซ่ากับออร์เธียสร้างปีกเพลิงและทะยานขึ้นไปม้วนสะบัดปีกบนท้องฟ้าพร้อมกัน สะเก็ดไฟนับร้อยพุ่งตกลงมาที่ชายหนุ่มเบื้องล่างเป็นเป้าหมายเดียว“กำแพงแสงวายุสวรรค์”รอบข้างของวาเลนส์เกิดพายุหมุนวนอย่างรุนแรงพร้อมกับเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา ซึ่งมันได้ปัดเป่าสะเก็ดไฟของทักษะวิหคเพลิงสะบัดปีกสลายไปอย่างสมบูรณ์“กระสุนวารี!”เมื่อกำแพงแสงวายุสวรรค์คลายตัวจนเกิดช่องว่างเล็กๆ มาเดลินก็ช่วงชิงจังหวะนี้ยิงกระสุนน้ำเข้าไป แต่เหมือนชายหนุ่มจะรู้อยู่แล้ว เขาโยกตัวหลบเล็กน้อยก็จะพุ่งเข้าประชิดตัวมาเดลินด้วยความเร็วอันน่าตระหนก มือของเขากางออกห่างจากหน้าหญิงสาวไม่ถึงครึ่งเมตร และกำลังจะปล่อยเวทย์ใส่หน้ามาเดลินในระยะเผาขน“กงจักรเขี้ยววารี!”วูบ!ซู่วววววววววว!!!พื้นทรายถูกผ่าแยกออกเป็นทางยาว ชายหนุ่มชุดขาวเคลื่อนที่ถอยหลังหลบการตัดอันทรงพลังได้อย่างไม่ยากเย็น“ออกมาเร็วดีนี่ นึกว่าจะมุดอยู่หัวนานกว่านี้ซะอีก”“องค์ชายวาเลนส์ เหตุใดท่านถึงจงใจโจมตีใบหน้าของหญิงสาวเช่นนี้?”“ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้ว หนูสกปรกที่เอาแต่มุดหัวรอแทงข้างหลังอย่างเจ้าจะโผล่ออกมารึเปล่าล่ะ?”วาเลนส์พูดพร้อมกับลอยตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า“ท่านพี่”มาเดลินมองแผ่นหลังของชายที่มาช่วยอย่างยินดี เขาคือมาวิส พี่ชายของเธอเอง มาวิสซุ่มตัวอยู่ใต้พื้นทรายเพื่อรอจัดการกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นที่คาดว่าจะผ่านมา แต่โชคร้ายหน่อยที่คนแรกที่ผ่านมาคือองค์ชายวาเลนส์ ซึ่งจากคำพูดที่องค์ชายผู้นี้ เหมือนเขาจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่ามาวิสซ่อนตัวอยู่แถวนี้ จึงจงใจซ้อนแผนเพื่อที่จะล่อให้เขาออกมาแล้วจัดการไปพร้อมๆกัน แล้วองค์ชายวาเลนส์รู้ได้ไงว่าเป็นมาวิสที่ซ่อนตัวอยู่? รู้ได้อย่างไรว่าหากโจมตีมาเดลินชายคนนี้จะออกมาจากที่ซ่อน? ง่ายๆเลยคือทั้งห้าคนที่เผชิญหน้ากันอยู่ตอนนี้ล้วนแต่เป็นผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพกันทั้งสิ้น เอลซ่ากับออร์เธียเป็นผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพวิหคเพลิง มาเดลินกับมาวิสเป็นผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพไฮดร้า และวาเลนส์เป็นผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพอาชาสวรรค์ ออร่าที่แผ่ออกมาจากกายของพวกเขามีความเฉพาะตัว การจะเดาว่าใครเป็นใครไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก และอีกอย่าง วาเลนส์รู้ได้อย่างไรว่าคนที่ซ่อนอยู่คือมาวิส? ไม่ใช่คนจากตระกูลเฮโดสคนอื่น คำตอบคือในสนามทะเลทรายมีคนจากตระกูลเฮโดสเพียงสองคนเท่านั้น มาเดสินที่เขาโจมตีคือคนแรก ส่วนคนที่ซ่อนอยู่ก็ต้องเป็นมาวิสแน่นอนอยู่แล้ว นี่เป็นอีกสิ่งที่ยืนยันได้ว่าองค์ชายผู้นี้ได้ศึกษาข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันทุกคนในรอบของตน และรู้มากกระทั่งจนอ่านเกมขาดได้อย่างทะลุปรุโปร่ง“ท่านพี่ ท่านคิดว่าไง?”“พลังต่างกันราวฟ้ากับเหวจริงๆ สู้ไม่ไหวแน่ แต่เราจะไม่หนี! เจ้าพร้อมรึเปล่า?”“ข้าพร้อม”“สมกับเป็นน้องสาวของข้า ไปแสดงพลังของตระกูลเฮโดสให้มันเห็นกัน!”“พวกเราก็ด้วย”เอลซ่ากับออร์เธียบินลงมาสมทบ สถานการณ์ตอนนี้คือ สี่ต่อหนึ่ง อีกทั้งทุกคนยังเป็นผู้สืบทอดสายเลือดแห่งเทพอีกด้วย“ไม่ไหวๆ ยังไงก็สู้ไม่ไหว แต่ถูกใจข้าชะมัด ใช้พลังเทพไฮดร้าอัดมันเลยพวก! ฮ่าๆๆๆ”แจ๊คที่ยืนดูอยู่ตะโกนเชียร์อย่างฮึกเหิม แกรนด์เองก็ยืนกอดอกดูการแข่งขันอยู่เงียบๆ เอลซ่า ออร์เธีย มาเดลิน ทั้งสามเป็นผู้ฝึกพลังคลาส 6 ขั้นต้น และพวกเธอเพิ่งจะก้าวข้ามขีดจำกัดมาได้ไม่นาน ส่วนมาวิสเป็นผู้ฝึกพลังคลาส 6 ขั้นสุดยอด ส่วนเป็นวาเลนส์เป็นถึงผู้ฝึกพลังคลาส 7 ขั้นสูง แม้จะมีกันอยู่ถึงสี่คนแต่ระดับที่ห่างกันขนาดนี้ไม่สามารถถมด้วยจำนวนคนได้ อีกทั้งดูๆแล้วเจ้าองค์ชายนั่นเหมือนมันตั้งใจจะบอกเป็นนัยว่าสายเลือดเทพอาชาสวรรค์แข็งแกร่งที่สุด ความแข็งแกร่งของตระกูลสายเลือดเทพองค์อื่นเป็นแค่เพียงอดีตเท่านั้น“ย้ากกกกกกกก!!! : จ้าวสมุทรผ่าเกลียวคลื่น!!!”มาวิสพุ่งเข้าไปพร้อมกับง้างดาบฟัน“ปีกสวรรค์”ตู้มมมม!ดาบที่อัดแน่นด้วยพลังน้ำฟันลงโดนแค่เพียงพื้นทรายอีกครั้ง วาเลนส์บินขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยปีกแสงสีเงินทอประกาย เมื่อใช้ปีกสวรรค์ ความเร็วของผู้มีสายเลือดเทพอาชาสวรรค์จะสูงขึ้นมาก ทั้งยังเคลื่อนไหวในอากาศได้อย่างอิสระ ปีกสวรรค์นับเป็นทักษะติดตัวของคนในตระกูล ว่ากันว่าพวกเขาใช้ปีกนี้บินไปบนอากาศก่อนจะหัดคลานเสียอีก“จ้าวสมุทรผ่าเกลียวคลื่น!”“ช้าไป”เสียงของวาเลนส์มาพร้อมกับเท้าที่ถีบเข้าเต็มๆชายโครงมาวิส แรงจากการโจมตีนั้นส่งให้ร่างของเขาพุ่งลงกระแทกพื้นทราย จนเนินบริเวณนั้นถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกจากทักษะจ้าวสมุทรผ่าเกลียวคลื่นที่เสียหลักฟันลงไป“กงจักรเขี้ยววารี!”มาเดลินนำมีดสั้นของเธอออกมาแล้วหมุนตัวพุ่งเข้าใส่วาเลนส์“ลูกไฟยักษ์วิหคเพลิง!”เอลซ่ากับออร์เธียบินขึ้นกระนาบทั้งสองข้างของวาเลนส์พร้อมกับยิงลูกไฟยักษ์เข้าใส่“หึหึ”ชายหนุ่มชุดขาวเค้นเสียงหัวเราะอย่างเย้ยหยันออกมา เขากางฝ่ามือแล้วยิงเวทย์กระแทกใส่มาเดลินจนปลิวลงไปนอนกองกับพื้น จากนั้นก็สร้างพายุหมุนขึ้นและดูดเวทย์ของเอลซ่ากับออร์เธียเข้าไปจนกลายเป็นพายุทรายเพลิงบึ้มมมมมมมมมมมม!!!วาเลนส์ทำให้พายุทรายเพลิงระเบิดออก ซึ่งมันก่อให้เกิดคลื่นลมร้อนและฝุ่นทรายซัดสาดไปทั่วทั้งสนาม“มาเล่นกันต่อสิ”วาเลนส์บินลงมาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดูน่ากลัว ตอนนี้แม้แต่เสื้อผ้าของเขายังไร้ซึ่งรอยขีดข่วน นี่ไม่น่าจะเรียกว่าการต่อสู้ได้ หากแต่ต้องเรียกว่าการละเล่นเพียงฝ่ายเดียวเสียมากกว่า ที่จริงแล้ววาเลนส์สามารถเอาชนะทั้งสี่ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่เขากลับไม่ทำ สิ่งที่วาเลนส์ทำคือการซ้อมคู่ต่อสู้ต่อหน้าผู้คนทั้งทวีป ตระกูลฟูลตันกับตระกูลเฮโดสได้แต่กัดฟันกำหมัดแน่นดูคนในตระกูลของตนถูกซ้อมเยี่ยงข้ารับใช้ชั้นต่ำ“อ้าวๆ หมดน้ำยาแล้วเหรอ? ไหนว่าจะแสดงพลังของตระกูลให้ข้าดูไง ลุกขึ้นมาสิ ข้าสั่งให้ลุกขึ้นมา!”วาเลนส์มองดูทั้งสี่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนพื้นทรายด้วยความรู้สึกที่ยังไม่สาแก่ใจ เขาเดินไปกุมคอของมาวิสแล้วยกขึ้นมา“ถ้ามีความสามารถเพียงแค่นี้ก็ไปให้พ้นซะ เจ้าพวกกระจอก”ซู้ววววววววว!!!“มาวิส!!!”คนของตระกูลเฮโดสที่ดูอยู่ร้องเสียงหลง ผู้คนทั้งสนามต่างส่งเสียงอื้ออึง คนที่ดูผ่านจอภาพตามเมืองต่างๆถึงกับอ้าปากค้าง บางคนเอามือมาปิดตาลูกไว้ไม่ให้ดูการกระทำอันโหดร้ายนี้ หลังจากวาเลนส์ยกมาวิสที่หมดสภาพขึ้นมา เขาก็ได้เอาฝ่ามือของตนไปแตะหน้าอกและยิงเวทย์ใส่จนทะลุออกไปข้างหลัง และในตอนนั้นร่างของมาวิสถูกกำไลข้อมือส่งกลับเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน“โหดใช้ได้เลยนี่หว่า..ว่ามั้ย? หืม? เจ้าทำอะไร? ”แกรนด์หันไปถามเมื่อเห็นแจ๊คกำลังแตะไปที่กำไลข้อมือเพื่อให้มันฉายภาพข้อมูลบางอย่างขึ้นมา“กำลังเลื่อนดูชื่อกับจำหน้าตาของพวกเชื้อพระวงศ์ที่ลงแข่งสนามป่าดงดิบไว้น่ะ ข้าอยากไล่กุดหัวพวกมันเล่นแบบนั้นบ้าง”คำพูดที่ออกมาจากปากของแจ๊คทำเอาเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่ได้ยินรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว จากความรู้สึกของพวกเขา นี่ไม่ใช่แค่คำพูดติดตลกลอยๆ หากแต่คำพูดนั้นแฝงมาด้วยจิตสังหารอย่างเปี่ยมล้น

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางอสนีบาต - The Road Lightning ที่คุณอ่าน