ตอนที่ 128 Resume (เรซูเม่)
ตอนที่ 128 หลังจากกลับมาถึงโตเกียวดนัยก็ได้หยุดหนึ่งวันก่อนจะกลับไปทำงานในวันรุ่งขึ้นส่วนฮิคารินั้นดูเหมือนเธอจะไม่ได้หยุดเพราะพอกลับมาถึงก็เข้าไปเครียเอกสารที่ผู้อำนวยการและหมออิจิโนเสะไม่มีอำนาจในการตัดสินใจต่อ ก็นะเรื่องนี้พอจะเข้าใจได้เพราะฮิคาริไม่ใช่ว่าต้องดูแลโรงพยาบาลแค่ที่โตเกียวที่เดียวเพราะโรงพยาบาลทาเคนากะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศและมันมีเอกสารนั่นนู่นนี่มากมายจากสาขาทั่วประเทศที่ต้องให้ฮิคาริเป็นคนจัดการอนุมัติเช่นเครื่องมือไม่พอ เตียงคนไข้ขาดอะไรพวกนั้นซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ฮิคาริต้องตรวจสอบและเซ็นอนุมัติเพราะถ้าเธอไม่ตรวจสอบอาจจะเกิดการการโกงขึ้นมาในองค์กรก็ได้ “เอาล่ะสุกแล้ว !!” ดนัยพูดและปิดเตาแก๊สยกกระทะขึ้นจากเตาก่อนจะจัดเรียงอาหารที่พึ่งทำเสร็จลงในกล่องซึ่งถ้ามีเวลาดนัยจะทำมื้อกลางวันกินเองเพราะอาหารโรงอาหารนั้นรสชาติมันค่อนข้างจืดสำหรับปากคนไทยอย่างเขาจึงไม่ถูกปากเขาเท่าไหร่ หลังจากเตรียมข้าวกล่องเสร็จดนัยก็ไปแต่งตัวก่อนจะออกจากห้องไปรอลิฟท์พร้อมข้าวกล่องในมือ ติ๊ง !! เสียงลิฟท์จอดก่อนประตูจะค่อยๆเปิดออก “อ๊ะ !!x2” ดนัยและคนที่อยู่ในลิฟท์อุทานออกมาซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือยูมิเพื่อนร่วมงานของเขานั่นเอง “ดนัยเข้ามาสิคะ !!” ยูมิขยับให้ดนัยเข้ามาในลิฟท์ “ขอบคุณครับ” ดนัยพยักหน้าและเดินเข้าไปในลิฟท์ “หือวันนี้ว่างทำข้าวกล่องเหรอคะ” ยูมิเห็นข้าวกล่องในมือของดนัย “ครับเพราะไม่ต้องไปเข้าเวรที่แผนกอื่นวันนี้เลยพอจะมีเวลาทำข้าวกล่องคุณยูมิเองก็ทำมาเหมือนกันนี่ครับเมนูวันนี้เป็นอะไรล่ะ” ดนัยถาม “ไม่บอกค่ะอยากรู้ก็มากินข้าวด้วยกันตอนกลางวันสิคะ” ยูมิพูดชวนดนัยเพราะช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้กินข้าวกลางวันกับดนัยเลยเพราะต่างคนก็ต่างไม่ว่าง “ได้สิครับเจอกันที่เดิมนะ” ดนัยพยักหน้าตกลงที่จะไปนั่งกินข้าวกล่องกับยูมิเหมือนเมื่อก่อน “ค่ะที่สวนข้างโรงพยาบาลช่วงนี้ดอกไม้ในสวนกำลังออกดอกด้วย” ยูมิยิ้มออกมาเพราะเธอรู้สึกดีใจที่ดนัยตอบตกลงไม่นานลิฟท์ก็มาถึงชั้นล่าง ติ๊ง !! ครืด !! ประตูลิฟท์เปิดออกดนัยและยูมิจึงเดินออกไป “จริงสิไปสัมมนาที่โอกินาว่าเป็นยังไงบ้างคะ” ยูมิถาม “ก็เป็นไปได้ด้วยดีครับได้พักที่วิลล่าสุดหรูของคุณฮิมุโระด้วย” ดนัยตอบ “อ๊ะคุณอาฮิมุโระสินะคะนึกออกแล้วตอนเปิดพินัยกรรมคุณอาเขาได้โฉนดที่ดินรีสอร์ทไปนี่นาก็ยังนึกอยู่เลยว่าคุณอาหายไปไหนเพราะปกติถ้ามีเวลาคุณอาเขาจะมาหาฮิคาริที่อาเขาหายไปแบบนี้แสดงว่าที่รีสอร์ทคงมีแขกเยอะมากสินะคะเนี่ย” “เห็นว่ามีแขกเต็มทั้งปีนะครับ” “งั้นเหรอคะเพราะแบบนี้เลยไม่เห็นคุณอาฮิมุโระเลยในปีที่ผ่านมา” ยูมิพยักหน้าเข้าใจ ทั้งสองคนเดินไปคุยไปเรื่อยจนถึงโรงพยาบาลซึ่งยูมิต้องแยกไปแผนกรังสีวิทยาส่วนดนัยก็ไปแผนกศัลยกรรมตอนนั้นเองก่อนจะแยกกันดนัยก็นึกเรื่องของไซโต้ขึ้นมาได้ “อ๊ะจริงสิคุณยูมิมีเพื่อนที่ชื่อไซ...” ดนัยกำลังจะพูดเรื่องไซโต้ขึ้นแม่แต่ทว่าก็มีพยาบาลคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาหายูมิ “คุณหมอยูมิคะมาพอดีเลยช่วยไปด้วยกันหน่อยสิคะ” พยาบาลคนนั้นบอกยูมิ “หือเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ !!” ยูมิทำหน้าสงสัย “คะ...คือว่าตอนฉันเข้าไปเตรียมเซ็ตเครื่อง MRI ให้คนไข้ห้อง 714 ที่จะเข้าไปใช้ในตอนเช้านี้จู่ๆเครื่องมันก็เออเร่อขึ้นมาน่ะค่ะหมอยูมิช่วยไปดูให้หน่อยสิคะถ้ามันพังล่ะก็ฉันตายแน่” พยาบาลพูดเพราะถ้าเครื่องมันพังเพราะเธอล่ะก็เธอก็ต้องชดใช้น่ะสิ “หือเครื่องเออเร่อเหรอคะสาเหตที่เออเร่อน่าจะเป็นเพราะมีวัตถุที่เป็นเหล็กอยู่ใกล้เครื่องนะคะ” ยูมินึกถึงสาเหตที่ทำให้เครื่อง MRI มันเออเร่อ “อือไม่น่าจะมีนะคะนาฬิกา แหวน ต่างหูฉันก็ถอดหมดก่อนจะเข้าไปในห้อง...อ๊ะจริงด้วยฉันลืมไปเลยเมื่อวานฉันพึ่งเปลี่ยนกระดุมมาใหม่เม็ดนี้น่ะค่ะ” พยาบาลพูดและชี้ให้ดูกระดุมบนเสื้อที่เปลี่ยนมาใหม่ “หือนี่มันกระดุมเหล็กนี่คะ” ยูมิจับที่กระดุมนั่น “ใช่ค่ะพอดีกระดุมพลาสติกมันไม่มีแถมมันก็มืดแล้วด้วยร้านขายกระดุมปิดไปแล้วฉันก็เลยไปเลาะกระดุมจากเสื้ออีกตัวมาติดไปก่อนกะว่าเย็นนี้เลิกงานแล้วจะไปซื้อ” พยาบาลบอก “งั้นเหรอคะคราวหลังต้องระวังหน่อยนะคะเครื่อง MRI น่ะเป็นเครื่องที่ละเอียดอ่อนมากแถมยังมีแม่เหล็กเต็มไปหมดถ้ามีโลหะเข้าไปใกล้มันก็จะเป็นแบบนี้แหละค่ะแต่ฉันว่ามันคงไม่เป็นอะไรมากแต่ยังไงเดี๋ยวฉันไปดูให้อีกทีนะคะ” ยูมิบอกก่อนจะหันมาหาดนัย “ดนัยคะยังไงฉันขอไปก่อนนะคะแล้วเจอกันตอนกลางวัน” ยูมิบอกกันดนัย “อะ...อ่าครับแล้วเจอกัน” ดนัยพยักหน้าจากนั้นยูมิก็เดินไปกับพยาบาล ห้องพักศัลยแพทย์ “อรุณสวัสดิ์ครับ !!” ดนัยกล่าวทักทายทุกคนในห้องพักศัลยแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่กำลังอ่านประวัติคนไข้ของตัวเองที่ต้องผ่าตัดวันนี้กันอยู่ส่วนฮิคาริเองก็กำลังง่วนกับเอกสารบนโต๊ะของเธอ “อรุณสวัสดิ์ดนัยพร้อมทำงานมั้ย” ฮิคาริเงยหน้าขึ้นมาถามดนัย “พร...” ดนัยยังไม่ทันได้ตอบฮิคาริก็ก้มหน้าลงไปจัดการเอกสารต่อเสียแล้ว แค่ถามเป็นมารยาทสินะยัยบ้านี่ ดนัยคิดในใจ “อรุณสวัสดิ์หมอดนัยโอกินาว่าเป็นไงบ้างล่ะ” หมอยูคิมูระ(ศัลยแพทย์ด้านหัวใจ)ทักทายและถามดนัย “ก็ดีครับทะเลสวยมาก” ดนัยตอบกลับไป “อิจฉาจังไม่ได้ไปเที่ยวทะเลมานานแล้วด้วยสิเอาไว้ฉันใช้วันหยุดพักร้อนไปเที่ยวบ้างดีกว่า” หมอยูคิมูระพูดด้วยความอิจฉา “ในงานสัมมนาไม่ไปทำอะไรตลกๆให้โรงพยาบาลเราขายหน้าใช่มั้ยคะหมอดนัย” หมอมาสึมิ(ศัลยแพทย์ด้านกระดูก)ถามถึงเรื่องการสัมมนา “ไม่ทำให้ขายหน้าแน่นอนครับ !!” ดนัยตอบคำถามของหมอมาสึมิ “หมอดนัยเช้านี้เป็นผู้ช่วยฉันนะพร้อมใช่มั้ย” หมอมิโฮะพูดขึ้นมาบ้างหลังจากคนอื่นๆทักทายดนัยกันเสร็จ “พร้อมครับผ่าตัดก้อนเนื้อในลำไส้สินะครับเลื่อนนัดจากสัปดาห์ก่อนอาการคนไข้เป็นไงบ้างครับ” ดนัยนึกถึงคนไข้ของเขาซึ่งต้องเลื่อนนัดการผ่าตัดจากสัปดาห์ที่แล้วมาเป็นสัปดาห์นี้เพราะเขาต้องไปสัมมนาและหมอคนอื่นเองก็ไม่ว่างมาเป็นผู้ช่วยให้หมอมิโฮะด้วยเพราะมีคนไข้ของตัวเองกันหมด “ก้อนเนื้อโตขึ้นมานิดหน่อยแล้วก็มีจุดที่อักเสบอยู่ด้วยดูเหมือนคนไข้จะแอบให้ญาติซื้อเนื้อย่างมาให้กินก็นะเนื้อมันย่อยยากเลยทำให้ลำไส้อักเสบเพราะทำงานหนักส่วนรายละเอียดอื่นสรุปไว้ให้แล้วมันวางอยู่บนโต๊ะของหมอดนัยนั่นแหละ” หมอมิโฮะพูด “ทราบแล้วครับผมจะรีบอ่านเดี๋ยวนี้แหละ” ดนัยมองเห็นแฟ้มประวัติคนไข้ที่อยู่บนโต๊ะและหยิบมันขึ้นมาอ่าน อีกด้านหนึ่ง ณ ห้องผู้อำนวยการหมออิจิโนเสะและผู้อำนวยการโฮชิกำลังนั่งจิบกาแฟยามเช้ากันอยู่ แกร๊ก !! หมออิจิโนเสะวางแก้วกาแฟของตัวเองลง “หาศัลยแพทย์ระบบประสาทได้บ้างมั้ยครับผู้อำนวยการ” หมออิจิโนเสะถาม “ยังไม่ได้เลยจะแพทย์จากต่างประเทศไม่มีใครตอบกลับมาสักคนจะมีก็แต่พวกแพทย์จบใหม่ไม่มีประสบการณ์จะให้รับพวกนั้นมามั้ยล่ะ” ผู้อำนวยการโฮชิบอก “ไม่ไหวหรอกครับแบบนั้นจะให้รับพวกแพทย์จบใหม่เข้ามาสู้ผมฝึกหมอในแผนกศัลยแพทย์ขึ้นมาเองยังจะดีเสียกว่า” หมออิจิโนเสะส่ายหน้า “งั้นก็ต้องรอต่อไปแหละนะยังไงโรงพยาบาลเราก็มีคุณเป็นที่ปรึกษาให้อยู่” ผู้อำนวยการโฮชิพูด “มันเป็นแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอกนะครับผู้อำนวยการนี่เรายังไม่เจอเคสยากๆศัลยแพทย์ทั่วไปจึงยังพอทำตามที่ผมแนะนำได้อยู่แต่ถ้าเป็นเคสยากๆขึ้นมาล่ะก็ถ้าไม่ได้ศัลยแพทย์เฉพาะทางมาผ่าตัดให้แบบนั้นมันจะทำให้คนไข้เป็นอันตรายครับ” หมออิจิโนเสะพูด “ผมทราบดีก็ได้แต่ภาวนาให้ยังไม่เจอเคสยากๆล่ะนะว่าแต่หนูฮิคาริยังเข้าห้องผ่าตัดไม่ได้สินะ” ผู้อำนวยการโฮชินึกถึงฮิคาริ “ยังไม่ไหวครับถึงเธอจะพอเดินได้บ้างแล้วแต่จะให้ยืนให้ห้องผ่าตัดนานหลายชั่วโมงมันจะทำให้อาการเธอกำเริบอีกยิ่งเป็นการผ่าตัดระบบประสาทแต่ละเคสใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสิบชั่วโมง” หมออิจิโนเสะพูด ทันใดนั้นเองคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานของผู้อำนวยการโฮชิก็มีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้น ติ๊ง !! เสียงแจ้งเตือนนี้เป็นเสียงบอกว่ามีอีเมลใหม่ส่งเข้ามาตอนแรกผู้อำนวยการโฮชิก็ไม่คิดจะสนใจแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าใครกันนะที่ส่งอีเมลมาแต่เช้าแบบนี้ “อีเมลเข้าแต่เช้าเลยขอไปดูหน่อยนะ” ผู้อำนวยการโฮชิลุกขึ้นไปดูอีเมลที่คอมพิวเตอร์ของตน คลิก !! เขาเปิดอีเมลขึ้นมาอ่านและเมื่อผ่านไปไม่กี่วินาทีผู้อำนวยการโฮชิก็ต้องร้องอุทานออกมา “บ้าน่านี่มันเรื่องจริงงั้นเหรอเรซูเม่ดีขนาดนี้ !!” เสียงผู้อำนวยการโฮชิดูตกตะลึงมากจนหมออิจิโนเสะสงสัยไปอีกคนเพราะถ้าพูดถึงเรซูเม่มันก็คือเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลที่ไว้ใช้สมัครงานน่ะสิ ทำไมส่งเรซูเม่มาที่อีเมลส่วนตัวของผู้อำนวยการกันนะปกติจะสมัครงานต้องไปส่งที่ฝ่ายบุคคลสิ หมออิจิโนเสะอดสงสัยไม่ได้จนถึงขนาดลุกขึ้นมาดู หมออิจิโนเสะแอบเสียมารยาทอ่านอีเมลของผู้อำนวยการเขาเลื่อนสายตาลงมาอ่านเนื้อหาของอีเมลและเมื่อเขาได้อ่านเนื้อหาเขาก็ต้องตกใจกับข้อมูลของเรซูเม่นี้มาก “บ้าน่าเรซูเม่เวอร์ขนาดนี้เรื่องจริงใช่มั้ยเนี่ย !!” จบ...