หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 109 คำสัญญาจากฮ่องเต้เวินแห่งแคว้นเชิน

            เหล่าขุนนางต่างพากันต่อแถวเดินตามกันเข้าไปในท้องพระโรง

            การประชุมยามเช้าในทุกวันคือเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง

            ลำดับการเดินเข้าท้องพระโรงของเหล่าขุนนางสามารถบอกระดับตำแหน่งของขุนนางได้ ดังนั้นลำดับการเดินจึงต้องพิถีพิถันนัก

            ตลอดแถวล้วนไม่อาจเลินเล่อได้

            ทุกตำแหน่งของขุนนางในที่นี้เบื้องหลังล้วนแต่เต็มไปด้วยคมหอกคมดาบและการต่อสู้

            เมื่อจัดแจงตำแหน่งกันเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของเหล่าขุนนางประดับไปด้วยความอบอุ่นเป็นมิตรต่อกัน

            พวกเขาทุกคนล้วนเป็นขุนนางคนสำคัญต่อแคว้นเชิน

            แคว้นเชินคือแคว้นแห่งพิธีการ ดังนั้นจึงพิถีพิถันกับพิธีการเป็นที่สุด

            ยามสนทนาก็ล้วนแต่สนทนากันด้วยหลักการหรือหลักคุณธรรม

            ยามนิ่งเงียบก็ยังคงต้องอมยิ้มไว้สักสามส่วน

            ยิ่งตำแหน่งสูงเท่าใด ก็ยิ่งต้องเดินไปด้านหน้ามากเท่านั้น ทั้งใบหน้าก็ยิ่งต้องแฝงความอบอุ่นไว้ด้วย

            ฝั่งหนึ่งแฝงความสงบ ฝั่งหนึ่งแฝงความฉลาดเฉลียว

            “พวกท่านได้ยินหรือยัง องค์หญิงอีประพันธ์บทกวีบทใหม่ให้ได้รับฟังกันอีกแล้ว”

            “เอ กวีบทใดหรือ เมื่อวานข้าเอาแต่วุ่นกับงานเสียจนไม่มีเวลาฟัง ไม่คาดคิดว่าข่าวคราวของท่านซือหลางหลิวช่างรวดเร็วโดยแท้”

            “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น นี่เป็นถึงบทกวีที่องค์หญิงประพันธ์เชียว”

            “เมื่อวานองค์หญิงทรงได้สดับเสียงพิณที่ท่านราชครูน้อยดีดแล้วเกิดความซาบซึ้ง จึงได้ประพันธ์กวีบทนี้ขึ้นมา”

            “สุริยาแคว้นเชินทอแสงอร่าม

            ผ่านน่านน้ำ ผ่านน่านฟ้า

            บทเพลงเพลินควรค่าเมืองสวรรค์

            เมืองมนุษย์จะสดับได้กี่ครา!”

            ซือหลางหลิวจากกรมครัวเรือนท่องไปก็โคลงศีรษะไปพร้อมทั้งเดินไปด้านหน้ากับขบวนที่เป็นระเบียบ

            “บทเพลงเพลินควรค่าเมืองสวรรค์ เมืองมนุษย์จะสดับได้กี่ครา กวีบทนี้เพียงแค่ได้ยินก็อดจะนึกชื่นชมไม่ได้”

            เมื่อได้ยินกวีบทนี้ เหล่าคนทั้งขบวนก็ต่างกล่าวเช่นนี้ออกมา

            แคว้นเชินได้ปัญญาชนบริหาร ขุนนางฝ่ายบุ๋นเหล่านี้ล้วนแต่เป็นยอดกวีผู้ไม่เป็นสองรองใคร ทว่าพวกเขากลับนึกเคารพในพรสวรรค์ขององค์หญิงอีนัก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องความคิดแปลกประหลาดเหล่านั้น เพียงแค่เรื่องกวีก็นับว่าพระองค์ช่างเป็นเลิศ

            องค์หญิงนั้นควรค่าแก่การเป็นอันดับหนึ่งนัก

            บทกวีที่นางเพียงแค่ตรัสออกมาตามใจล้วนกลายเป็นยอดผลงาน

            คาดว่าคงไม่มีใครชนะนางได้

            เสียงเซ็งแซ่ดังออกมาจากขบวนขุนนางไม่ขาด ทว่าก็ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะเหล่าขุนนางนั้นล้วนแต่มีเรื่องราวมากมาย เช่นนั้นสิ่งที่ต้องพูดก็ย่อมมีมากเช่นกัน

            “ไฉนท่านราชครูยังดีดพิณอยู่อีกเล่า ราชครูผู้มีเกียรติไม่ทำงานเพื่อชะตาของบ้านเมือง วันๆ เอาแต่ลุ่มหลงในเครื่องดนตรี เช่นนี้ใช้ได้หรือ!”

            “ตระกูลจ้งนั้นแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่สร้างประโยชน์ เพียงแค่ได้ครองตำแหน่งราชครู ทว่ากลับไม่เคยสร้างผลงานอันใด ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีใจคิดทรยศ ข้าว่าคนตระกูลจ้งมิคู่ควรแก่บรรดาศักดิ์นี้แม้แต่น้อย วันนี้ข้าจะยื่นฎีกาแด่ฝ่าบาทให้ริบบรรดาศักดิ์ของตระกูลจ้งเสีย”

            เมื่อขุนนางฝ่ายตรวจการคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างแน่วแน่ เพียงพริบตาเสียงรอบข้างก็พากันเงียบเสียง

            ไม่กี่ปีมานี้ที่ความนิยมของราชสำนักเพิ่มขึ้น เหล่าผู้ตรวจการก็เรืองอำนาจจนน่าตกใจเช่นกัน คิดอยากจะกล่าวหาใคร ก็เพียงหามาสักเรื่องเป็นพอ จนราษฎรต่างก็คิดว่าเหล่าผู้ตรวจการนี้ช่างแข็งแกร่งไม่เกรงกลัวอำนาจใด

            ทว่าสำหรับเหล่าขุนนางแล้วกลับมองว่าสิ่งที่ผู้ตรวจการเหล่านี้ทำล้วนแต่ทำเพื่อชื่อเสียงและตำแหน่ง ช่างไม่เกรงกลัวชีวิตจะหาไม่โดยแท้

            มีเพียงขุนนางมากเล่ห์จริงๆ เท่านั้นจึงจะเข้าใจแจ่มแจ้งว่าผู้ตรวจการเหล่านั้นจะต้องมีคนคอยอยู่เบื้องหลังเป็นแน่ คนที่สามารถคาดเดาอารมณ์ของฝ่าบาทได้ ส่วนเหล่าผู้ตรวจการนั้นก็เป็นเพียงแรงหนุนให้กล่าวโทษได้ถูกคนเท่านั้นเอง

            เมื่อมองเหล่าขุนนางในราชสำนักจึงเห็นว่าคนตระกูลหลานในปีนั้น บัดนี้ก็ไม่เหลือแม้สักคนเดียว กระทั่งเครือญาติของตระกูลหลานก็ไม่เหลือแล้วเช่นกัน

            บัดนี้เหล่าผู้ตรวจการก็เริ่มลับมีดแล้วพุ่งเป้าไปที่ตระกูลจ้งแล้ว

            หากกล่าวว่าตระกูลหลานคือขุนนางเก่าแก่ของแคว้นเชิน ตระกูลจ้งก็นับว่าเป็นผู้อุ้มชูฮ่องเต้อย่างแท้จริง ทั้งจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาทุกยุคทุกสมัย

            แต่ในระยะนี้เหล่าผู้ตรวจการกลับคิดจะลงมือกับพวกเขา...กระทั่งเหล่าขุนนางมากเล่ห์ก็ยังพลอยตกใจ ในใจลึกๆ ก็แอบกังวล แคว้นเชินเกิดอะไรขึ้น เหตุใดคนที่ยิ่งภักดีต่อฝ่าบาท จึงได้สิ้นชีพกันเร็วถึงเพียงนี้

            ในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ในราชสำนักมีใครบ้างที่จงรักภักดีต่อราชสำนักจริงๆ

            ความเก่งกาจของเหล่าขุนนางมากเล่ห์นั้นก็ล้วนมีไว้เพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น แม้ว่าจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่มีทางจะออกหน้าพาตัวเองไปเสี่ยงอย่างแน่นอน

            ถึงอย่างไรก็ล้วนแต่เป็นศิษย์แคว้นเชิน ใครจะโง่กว่าใครได้สักเท่าใดเชียว

            ขบวนขุนนางยังคงเคลื่อนตัวไปด้านหน้าอย่างเป็นระเบียบ ดวงตะวันยามเช้าเพิ่งจะลอยเด่น แสงตะวันสาดส่องให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของราชสำนัก

            ในวันนี้ฮ่องเต้ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์ขุนนางที่ฮองเฮาจ้าวส่งมาถวาย ฉลองพระองค์ชุดนี้ช่างเป็นที่น่าพอใจนัก ทว่าฮ่องเต้กลับตรัสว่า “อาจ้าว เจ้านั้นมีค่าควรแผ่นดิน ต่อไปเรื่องเช่นนี้มิจำเป็นต้องลงมือเองอีก”

            วันคืนล่วงเลยดั่งสายน้ำ ฮองเฮาน้อยรูปโฉมพริ้มเพราบัดนี้กลับดูอ่อนโยนตามแบบฉบับของสตรีที่ออกเรือนแล้ว ทว่าพระนางก็ยังงดงามเฉิดฉายดั่งเคย เพียงแต่ดูอบอุ่นสบายตาขึ้นยิ่งกว่าเดิม

            “เรื่องการแต่งตัวให้ฝ่าบาทเป็นเรื่องที่อาจ้าวต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว ทั้งหม่อมฉันยังชอบยิ่งนักเพคะ”

            เมื่อนางกล่าวไปก็ช่วยฝ่าบาทติดกระดุมด้านหน้าไปด้วย ปลายฝ่ามือคู่เรียวของนางเย็นเล็กน้อย

            ฮ่องเต้มีพระนามว่าเวิน เดิมทีเขาไม่ใช่รัชทายาทที่ถูกแต่งตั้ง เขาเป็นเพียงพระโอรสองค์กลาง หากไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องขึ้นในปีนั้น ตำแหน่งฮ่องเต้ก็คงจะไม่ตกมาถึงเขา ทั้งตัวเขาเองเดิมทีก็ไม่ได้มีความทะเยอทะยานถึงเพียงนั้น แม้บางคราในใจก็แอบหวังอยู่บ้าง แต่ก็ไม่คาดคิดว่ามันจะกลายมาเป็นความจริง

            เสด็จพ่อไม่ได้ตั้งนามที่มีความหมายยิ่งใหญ่ให้ตน ส่วนเสด็จแม่นั้นก็ไม่เคยสอนให้เขาวางตัวยิ่งใหญ่อย่างฮ่องเต้ สอนเพียงให้เขานั้นสงบเสงี่ยม เป็นอ๋องที่มีชีวิตสงบสุขเท่านั้น

            ทว่าแท้จริงแล้วเขาก็เป็นเพียงคนใจโลเลคนหนึ่ง บางคราก็โมโหร้าย ทั้งยังใจโหดเหี้ยม เช่นนั้นบางคราก็ยังรู้สึกเสียใจภายหลัง

            เช่นเดียวกันกับนาม ‘เวิน’ ของเขา

            บัดนี้ในช่วงวัยกลางคนของเขา ราชสำนักมีแต่เรื่องซับซ้อน ทำให้ช่วงนี้เขาโปรดปรานการได้มาอ้อยอิ่งอยู่ในวังหลังนัก

            เขาโปรดสตรีที่เชี่ยวชาญในการเดินหมากอย่างสนมฉี สนมฉีเดินหมากได้เป็นเลิศ ทั้งนางยังช่างเจรจานัก ยามอยู่กับนางจึงรู้สึกปลอดโปร่งเหลือเกิน

            เขายังโปรดสตรีที่เชี่ยวชาญด้านการวาดภาพอย่างสนมหรง สนมหรงวาดภาพได้งดงาม ทั้งท่วงท่ายังอ้อนแอ้น ยามได้มองนางก็รู้สึกสบายตาสบายใจไม่เบา

            เขาโปรดสนมที่เชี่ยวชาญด้านการดนตรีเช่นสนมซู่ด้วยเช่นกัน เสียงยามนางเอื้อนเอ่ยช่างไพเราะ ยามสนทนากับนางก็รู้สึกว่านางราวกับกำลังขับลำนำอยู่ก็ไม่ปาน

            ทว่าพวกนางแต่ละคนก็ล้วนแต่ค่อยๆ ทำผิดพลาดกันไปทีละคน จนในใจเขานั้นมีแต่โทสะสุมราวกับเพลิงพิโรธ จึงได้ทอดทิ้งพวกนางเสีย

            สุดท้ายจึงกลับไปอยู่ข้างกายฮองเฮาอีกครั้ง จึงเพิ่งพบว่าฮองเฮาของตนนั้นเชี่ยวชาญด้านการร่ายรำ ทั้งบทกวีโฉมงามยังเข้ากับการร่ายรำของนางเหลือเกิน

            ฮองเฮาดีต่อเขาเหลือเกิน ทว่ายามอยู่กับนาง เขาก็ยังรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

            ช่วงนี้เขาชักจะหลงใหลในตัวสนมขั้นเล็กๆ ของตนเข้าแล้ว ใบหน้ากลมๆ ของนางไม่มีอะไรเป็นพิเศษ นางเดินหมากไม่เป็น วาดรูปก็ไม่เป็นเช่นกัน หรือจะให้ขับลำนำก็ยิ่งแล้วใหญ่ ทั้งยังเซ่อซ่า บนหน้าก็ยังมีกระพราวราวกับดวงดาว เรือนร่างก็อวบอิ่มนุ่มนิ่ม

            คืนหนึ่งหลังจากที่เขาให้นางปรนนิบัติแล้วก็รู้สึกราวกับได้สัมผัสรสชาติที่ตนไม่เคยสัมผัสมาก่อน สนมนางนี้ของเขาแม้จะดูโง่งม แต่ยามอยู่บนเตียงกลับเหลือร้ายนัก ความสามารถของนางทำให้เขารู้สึกถึงความรู้สึกที่ไม่เคยได้สัมผัสมานานแสนนาน

            ทว่าครั้งนี้เขาได้เรียนรู้แล้วว่าต่อให้เขาชอบนางมากเพียงใด ภายนอกก็ไม่อาจแสดงออกได้ ทั้งยังไม่อาจให้ความสำคัญกับนางเป็นพิเศษได้

            เมื่อหันกลับไปมองเหล่าสนมที่ผ่านมาอย่างสนมฉี สนมหรง สนมซู่ ความจริงแล้วในใจลึกๆ เขาก็อยากปล่อยพวกนางไป ทว่ายามที่พวกนางทำผิดกลับถูกจับตัวเอาไว้ได้ ดังนั้นต่อให้เขาอยากจะปกป้องก็ไม่อาจปกป้องได้

            เขานั้นแม้จะสมองทึบ แต่ก็ยังสัมผัสได้ว่า เรื่องนี้จะต้องมีคนคอยบงการอยู่

            ในวังหลวงแห่งนี้คนที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้ ย่อมมีเพียงฮองเฮาจ้าวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้น

            ฮองเฮาผู้เป็นเจ้าของใบหน้างามประดับรอยยิ้มบางๆ และท่าทีแสนอ่อนโยน ทั้งแววตาก็ทอประกายราวกับว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อผู้เป็นสามี

            ฮ่องเต้พลันรู้สึกหนักอึ้งจนรู้สึกหายใจไม่คล่องขึ้นมา

            เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดแม้แต่ยามอยู่ในวังหลัง ตนก็ยังต้องคอยระแวดระวังถึงเพียงนี้

            เขาเป็นถึงฮ่องเต้

            บางคราเขาก็ลอบทอดถอนใจ บางทีเขาอาจไม่เหมาะจะเป็นฮ่องเต้จริง ๆ กระทั่งเรื่องสตรีของตนก็ยังจัดการไม่ได้

            “อาจ้าว ข้าไปประชุมก่อน เจ้าวางใจเถิด เจ้ามอบอีเหรินผู้มาพร้อมกับความเจริญรุ่งเรืองให้ข้า ข้าย่อมไม่มีวันทำร้ายเจ้า ข้าสัญญาว่าเจ้าจะได้เป็นฮองเฮาของข้าไปตลอดชีวิต”

            ฮ่องเต้เมื่อฉลองพระองค์เรียบร้อยแล้ว ก็สวมหมวกของฮ่องเต้ ทันใดก็ปรากฏแววสง่างามสมกับเป็นโอรสสวรรค์ และในฐานะของโอรสสวรรค์นี้ ฮ่องเต้ได้ให้คำมั่นสัญญากับฮองเฮาของตน

            ขุนนางผู้รับหน้าที่บันทึกยังคงอยู่อีกฝั่ง คอยจดบันทึกคำที่ฝ่าบาทเพิ่งตรัสเอาไว้

            หากว่าจำไม่ผิด อืม ความจำของเขาไม่มีทางผิดพลาด ขุนนางจดบันทึกเช่นพวกเขาที่สามารถจดบันทึกพระจริยวัตรของฝ่าบาทได้ ความจำย่อมต้องเป็นเลิศกว่าใคร

            ในปีนั้นยามฝ่าบาทอภิเษกกับบุตรสาวคนโตตระกูลหลานก็ตรัสเช่นนี้

            “หลานซี ชาตินี้เจ้าจะเป็นฮองเฮาของข้าตลอดไป”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730