คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 103 :หลี่เมิ้งอีผู้โกรธเคือง

    ตอนที่ 103:หลี่เมิ้งอีผู้โกรธเคือง

     

            ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือบนโลกอินเตอร์เน็ตหรือว่าจะเป็นเรื่องการอดหลับอดนอนของบริษัทบันเทิงล้วนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลิวจือเซีย

             

            หลังจากส่งหลางเวิ่นซิง ซงจิงจ้านและเพื่อน ๆของเขากลับไปแล้วนั้น หลิวจือเซียจึงพาเยว่เยว่ไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอนเสร็จแล้วก็ถึงคิวของเขาที่จะต้องอาบน้ำเช่นกัน

             

            หลังจากที่เขากลับมา กำลังจะเริ่มกล่อมให้เยว่เยว่นอน จู่ ๆเด็กน้อยก็กระปรี้กระเปร่ากอดแขนของหลิวจือเซียไว้แน่นราวกับกลัวพ่อของเธอหายไปอย่างไรอย่างนั้น

             

            หลิวจือเซียมองเยว่เยว่ที่นอนอยู่บนเตียงอย่างจนปัญญาและถามว่า“เยว่เยว่ ง่วงไม่ใช่หรือ ? ”

             

            “ฮ่า ๆ ถ้าหนูไม่แกล้งง่วง คุณลุง คุณป้าก็ไม่ยอมไปสักที ! ”เยว่เยว่หัวเราะคิกคักออกมา กระพริบตาคู่โต ทำท่าน่ารักและซุกซนมาก

             

            “เด็กคนนี้นี่ ! ”หลิวจือเซียบีบจมูกงอนของเด็กน้อยแล้วถามว่า“บอกมาเถอะ ที่หนูแกล้งทำเป็นง่วง หนูอยากจะทำอะไรหรือ ? ”

             

            “คุณพ่อ เมื่อกี้ตอนที่พ่อร้องเพลง แม่โทรหาหนูด้วย ! ”

             

            เยว่เยว่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“คุณแม่อยากคุยวิดีโอคอลกับคุณพ่อ แต่กลัวรบกวนคุณพ่อดังนั้นแม่จึงขอให้เยว่เยว่ช่วยดูว่าคุณพ่อว่างหรือยัง”

             

            “นอกจากจะเป็นปีศาจน้อยแล้วยังจะเป็นสายลับอีกด้วย ! ” หลิวจือเซียเอ่ยอย่างเอือมระอา“ถ้าอย่างนั้นการทำงานของหนูเป็นยังไงบ้าง ?คิดว่าแผนของหนูสามารถทำให้คุณพ่อวิดีโอคอลหาคุณแม่ได้ไหม ? ”

             

            “หนูรู้สึกว่าวันนี้คุณพ่อมีความสุขมาก ! ”เยว่เยว่พูดออกมาอย่างมีความสุข “ดังนั้น หนูเลยแอบใช้โทรศัพท์มือถือของคุณพ่อ วิดีโอคอลไปหาคุณแม่แล้ว...”

             

            ขณะที่เธอกำลังพูดอยู่เด็กน้อยเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือของหลิวจือเซียออกมาและเห็นว่าโทรศัพท์มือถือเปิดวีแชทอยู่ในหน้าจอวีแชทคือหลี่เมิ้งอีที่สวมชุดนอน เส้นผมยังเปียกหมาด ๆ

             

            “คุณแม่ เทคนิคการแสดงของเยว่เยว่ดีหรือเปล่าคะ ? ” เยว่เยว่ออดอ้อนหลี่เมิ้งอีที่อยู่ในหน้าจอ“คุณพ่อติดกับดักของหนูซะแล้ว ! ”

             

            “คิกคิก เยว่เยว่ทำได้ดีมาก ! ”หลี่เมิ้งอีทัดผมที่ใบหูแล้วเอ่ยน้ำเสียงน่าลุ่มหลง “ขอแม่คุยกับคุณพ่อหน่อยเยว่เยว่นอนเล่นบนเตียงรอไปก่อนได้ไหม ? ”

             

            “เยว่เยว่ก็อยากคุยกับคุณแม่ ! ”เยว่เยว่มุ่ยปากเล็กน้อยและเอ่ยอย่างไม่ค่อยพอใจ“ครอบครัวของเราสามคนไม่ได้คุยกันมาหลายวันแล้วนะคะ”

             

            เมื่อได้ยินว่าครอบครัวของเราสามคนหลี่เมิ้งอีและหลิวจือเซียก็เกิดอาการหน้าแดงพร้อมกันทว่าพวกเขาสองคนต่างไม่โต้แย้งเหมือนกับเป็นการยอมรับโดยนัย

             

            “เยว่เยว่เด็กดีของพ่อ ให้พ่อได้คุยกับคุณแม่ก่อนนะกลับมาพ่อจะเล่านิทานเรื่องใหม่ให้หนูฟัง”หลิวจือเซียลูบศีรษะเยว่เยว่แล้วเอ่ยต่อว่า “ดีไหม ? ”

             

            ใบหน้าน้อย ๆ ของเยว่เยว่ มีสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์นักผ่านไปครู่ใหญ่เธอถึงจะชูนิ้วมือขาวนวลออกมาสองนิ้วแล้วเอ่ยว่า “เรื่องเดียวไม่ได้หนูขอสองเรื่อง ! ”

             

            เฮ้อ เจ้าเด็กคนนี้ รู้จักต่อรองซะแล้ว !

             

            หลิวจือเซียหัวเราะ “ไม่ได้ พ่อจะเล่าเรื่องเดียวเท่านั้น !แล้วพ่อจะบอกให้ว่านิทานเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบทเพลง‘ไต้อ๋องสั่งข้ามาลาดตระเวนภูเขา’ ที่เราร้องเป็นเพลงสุดท้ายในวันนี้ว่ามีประวัติความเป็นมายังไง”

             

            “จริงหรือคะ ? ” เยว่เยว่ตาเป็นประกายออกมา“ถ้างั้นคุณพ่อต้องรักษาคำพูดด้วยนะ ! ”

             

            “พ่อเคยหลอกหนูตั้งแต่เมื่อไหร่ ?พ่อรับประกันว่ากลับมาจะเล่าให้หนูฟังนะเด็กดี”

             

            หลังจากโน้มน้าวเยว่เยว่แล้ว หลิวจือเซียก้มหัวจูบหน้าผากส่องประกายของเด็กน้อยและหยิบโทรศัพท์มือถือเดินไปที่ระเบียงทางเข้าห้อง

             

            ตอนนี้หลิวจือเซียชอบที่นี่มากขึ้นเรื่อย ๆมองดูแสงสียามค่ำคืนจากสถานที่ห่างไกล เก้าอี้สานไม้ไผ่แกว่งไกวบวกกับกาน้ำชาเก่าแก่หนึ่งกา ไม่มีสิ่งใดผ่อนคลายไปกว่านี้อีกแล้ว

             

            “วันนี้นายชนะแล้วใช่ไหม ? ” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งหลี่เมิ้งอีในหน้าจอเอ่ยปากถามก่อน“ฉันได้ฟังทันแค่เพลงสุดท้ายที่นายร้องกับเยว่เยว่ เพลงนั้นสนุกมากเป็นผลงานใหม่ของนายใช่ไหม ? ”

             

            “ใช่ วันนี้ผมคือผู้ชนะ”

             

            หลิวจือเซียพยักหน้าเล็กน้อย มองดูใบหน้าที่เหนื่อยล้าของหลี่เมิ้งอีแล้วเอ่ยว่า “วันนี้เหนื่อยมากใช่ไหม ? ”

             

            หลี่เมิ้งอีพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า “ไม่เหนื่อย ! แต่ไม่รู้ทำไมการถ่ายทำเมื่อคืนทำให้จิตใจฉันไม่สงบเลยมีหลายฉากที่ถ่ายหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ผ่าน”

             

            ขณะที่กล่าวอยู่นั้น หลี่เมิ้งอีไม่กล้าที่จะสบตาของหลิวจือเซียเลยสักนิด

             

            หากเป็นคนที่มีความฉลาดทางอารมณ์อยู่บ้างก็สามารถเข้าใจความหมายของหลี่เมิ้งอีได้

             

            “อืม...”หลิวจือเซียนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “เมิ้งอี ครั้งนี้ฉันทำเธอเป็นห่วงอีกแล้ว ขอโทษด้วยครั้งหน้า...”

             

            “ยังจะมีครั้งหน้าอีกงั้นหรือ ? ”หลี่เมิ้งอีขมวดคิ้วแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “เรื่องแบบนี้นายยังกล้าให้มีครั้งที่สอง นายใช้สมองคิดหน่อยได้ไหม ?นายรู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงแค่ไหน ? เรื่องแบบนี้ปรึกษาฉันก่อนไม่ได้หรือ ? ”

             

            บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือหน้าอกอวบอิ่มของหลี่เมิ้งอีสั่นไหวเล็กน้อย คิ้วขมวดแน่นใบหน้างดงามปรากฏความขุ่นเคืองอย่างชัดเจน

             

            น้ำเสียงและความเร็วในการพูดแสดงถึงความวิตกกังวลทำให้หลิวจือเซียนึกย้อนไปถึงชาติที่แล้วแล้วเจอกับมีมสีหน้าของเปี่ยนเชวี่ยตอนแสดงอารมณ์: ช่วยไม่ได้, รอความตายเถอะ,ขอตัว !

             

            เมื่อเห็นหลิวจือเซียไม่พูดไม่จาหลี่เมิ้งอีก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเธอพูดเกินจริงไปบ้าง เธอค่อย ๆสงบสติแล้วกล่าวต่อไป

             

            “ฉันไม่ได้จะโทษนายเพียงแค่ฉันอยากให้นายคิดให้รอบคอบเวลาเกิดเรื่องอะไรอย่าใจร้อนจนพูดอะไรออกมาโดยไม่คิด”

             

            หลิวจือเซียพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เธอวางใจเถอะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว”

             

            ผ่านเรื่องครั้งนี้ไปเชื่อว่าคงไม่มีคนไร้สมองที่ไหนนำพาความโชคร้ายมาให้เขาอีกแล้ว

             

            “เป็นอย่างนั้นก็ดี ! ” หลี่เมิ้งอีถอนหายใจ “อีกสองสามวันฉันก็จะบินกลับปักกิ่งแล้ว ถ้านายมีเวลา มารับฉันที่สนามบินปักกิ่งได้ไหม ? ”

             

            “ได้” หลิวจือเซียตอบรับทันควัน “จริงด้วย เพลง ‘เหน็บหนาว’ที่ผมแต่ง คุณฝึกร้องแล้วเป็นยังไงบ้าง ? หลายวันที่กลับไปถ่ายละครคุณคงยังไม่ลืมว่าร้องยังไงใช่ไหม ? ”

             

            “คุณหาว่าฉันโง่หรือไง ? ” หลี่เมิ้งอีกลอกตาบน กล่าวว่า“คุณอยากจะร้องเพลงคู่กับฉันไหม ? ”

             

            “ได้สิ ! ” หลิวจือเซียเอ่ยอย่างเปิดเผย “มา คุณเริ่มก่อน...”

             

            ค่ำคืนค่อย ๆ เย็นลงเล็กน้อย ทั้งสองคนคนหนึ่งอยู่ในโทรศัพท์อีกคนอยู่นอกโทรศัพท์ แต่มีความรู้สึกว่าหัวใจอยู่ใกล้กันมาก

             

            ……………………..

     

            วันถัดมาหลังจากที่ผู้คนตื่นนอนก็หยิบโทรศัพท์มือถือไม่ก็คอมพิวเตอร์ของตัวเอง เปิดเวย์ป๋อวีแชท หรือแอปพลิเคชั่นโซเชียลมีเดียอื่น ๆต่างตะลึงเมื่อเห็นว่าโซเชียลมีเดียทุกแอปพลิเคชั่นเต็มไปด้วยข่าวของหลิวจือเซีย !

             

            สำหรับผู้ชมที่รับชมถ่ายทอดสดของหลิวจือเซียต่อสู้กับจินฉือถังนั้นพวกเขาไม่ได้มีความรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกเลยสักนิดในเมื่อพวกเขาได้เห็นเองกับตาแล้วและช่วงเวลานี้เรื่องการถ่ายทอดสดจึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

             

            ทว่าประชากรชาวจีนมีเท่าไหร่ล่ะ ? ประมาณการได้ 1.5 พันล้านคนในหมู่ประชากรมีอย่างน้อย 1 พันล้านคนที่เป็นวัยกลางคน จำนวนประชากรเยอะขนาดนี้ไม่มีทางที่ทุกคนจะไปดูถ่ายทอดสดใช่ไหม ?

             

            เมื่อพวกเขาเห็นข่าวในเวย์ป๋อ วีแชท หรือแพนด้ามิวสิค...ผู้คนที่เห็นข่าวในนั้นต่างก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

             

            “นักร้อง - นักแต่งเพลงชื่อดังหลิวจือเซีย แต่งเพลงคลาสสิก 3บทเพลงใน 2 ชั่วโมง ! ”

             

            “เพลง ‘เพราะรัก’ บทเพลงที่เกี่ยวกับบทเพลงรัก”

             

            “เพลง ‘พ่อ’ ที่เขียนให้กับคุณพ่อ เพลง ‘รักเธอจริง ๆ ’ที่เขียนให้กับคุณแม่ ! ”

             

            แต่ละหัวข้อข่าวพิมพ์ตัวหนาและเน้นย้ำด้วยสีแดง พร้อมกับภาพหลิวจือเซียตอนร้องเพลงหนึ่งรูปรวมไปถึงคลิปวิดีโอสั้น ๆ... พาดหัวข่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลที่สำคัญแม้แต่การค้นหาสามอันดับแรกของเวย์ป๋อ ต่างก็เกี่ยวข้องกับเรื่องหลิวจือเซียเซียเยว่ และจินฉือถัง

             

            “อะไรกันเนี่ย นี่คือการนำเสนอข่าวหรือ ? ”

             

            “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ก็กดเข้าไปดูสิ”

             

            “จริงด้วย ลองกดเข้าไปดูหน่อยเถอะ”

             

            เมื่อเห็นการพาดหัวข้อข่าวผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆตอนแรกผู้คนถึงกับขมวดคิ้ว จากนั้นก็ทนความความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหวเลยกดเปิดคลิปวิดีโอ

             

            สิ่งที่พวกเขาเห็นในคลิปวิดีโอก็คือ นักร้องที่มีกระแสโด่งดังที่สุดในตอนนี้หลิวจือเซีย พวกเขาตกใจในตอนแรก แต่จากนั้นก็พากันตั้งใจดู

             

            คลิปวิดีโอตัดต่ออย่างประณีต มีเพียง 10 นาทีเท่านั้น แต่ 10นาทีนี้ก็เพียงพอที่จะบอกเล่าเรื่องราวสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว

             

            “ฮ่า ๆๆ รู้สึกดีจริง ๆที่ได้เห็นคนเลวอย่างจินฉือถังถูกกำจัดออกจากวงการ ! ”

             

            “ใครใช้ให้แกใส่ร้ายไอดอลของพวกเรา หลิวจือเซียทำดีมากจากนี้ฉันคือแฟนคลับของนายแล้ว ! ”

             

            “ที่ไหนมีวิดีโอเวอร์ชั่นเต็มบ้างอยากรับชมเวอร์ชั่นเต็มให้สะใจจริง ๆ ! ”

             

            ดั่งที่กล่าวว่าเรื่องดีไม่เป็นที่กล่าวขานเรื่องเลวมักกระจายไปไกล จินฉือถังเป็นคนเลวที่แฝงกายอยู่ในแวดวงอินเตอร์เน็ตแทบจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเขา

             

            เมื่อทุกคนได้เห็นรูปลักษณ์ที่น่าอับอายของจินฉือถังในคลิปวิดีโอทุกคนก็ล้วนรู้สึกสะใจขึ้นมา

             

            โดยเฉพาะคนที่เคยเดือดร้อนจากการกระทำที่หน้าไม่อายของเขาพลันรู้สึกว่าโลกสว่างไสวขึ้นมา เพราะในที่สุดก็มีคนแก้แค้นแทนพวกเขาแล้ว

             

            เดินไปตามถนนและตรอกซอกซอย ไม่ต้องพูดถึงคนที่ค่อนข้างมีอายุขอแค่ยังเป็นวัยรุ่นแทบจะทุกคนต่างพากันพูดคุยถึงเรื่องหมาบ้าจินฉือถังที่ถูกกำจัดไปมันเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เป็นวันที่สดใสสำหรับพวกเขาเลยก็ว่าได้

             

            ………………..

     

            ณ ชุมชนซานสุ่ยหลิวจือเซียไม่รู้ว่าเขาได้กลายเป็นคนดังของประเทศจีนอีกครั้ง

             

            เมื่อวานเขาคุยโทรศัพท์กับหลี่เมิ้งอีเสร็จก็ประมาณห้าทุ่มครึ่งแล้วเขาพยายามเดินเบา ๆ เพื่อเข้าไปในห้องของเยว่เยว่ตรงหน้าเขาปรากฏภาพเด็กน้อยที่นอนหลับไปแล้ว

             

            เดิมทีหลิวจือเซียยังคิดที่จะเล่าเรื่อง ‘ไซอิ๋ว’ให้เยว่เยว่ฟัง จึงทำได้เพียงส่ายหน้า ล้มเลิกความคิดและกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

             

            อาจเป็นเพราะหลิวจือเซียกับร่างกายนี้ถูกรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบจึงทำให้คืนนี้หลิวจือเซียนอนหลับสนิท ไปจนถึงตีห้าครึ่งของเช้าวันรุ่งขึ้น

             

            เขาแต่งตัวด้วยชุดออกกำลังกายเพื่อที่จะไปวิ่งในตอนเช้าตามปกติหลังจากนั้นก็จะแวะที่ตลาดเพื่อซื้อผักและของสดกลับไปทำอาหารเช้าที่บ้าน

             

            เมื่อคืนเขาไม่ได้เล่านิทานให้เยว่เยว่ฟังเด็กน้อยตื่นมาต้องโวยวายแน่นอนหลิวจือเซียจึงวางแผนที่จะทำอาหารเช้าเป็นการชดเชยความผิดเรื่องเมื่อคืน

             

            เมื่อกลับถึงบ้าน เพิ่งจะเป็นเวลา 6 โมงครึ่งหลิวจือเซียรีบเก็บของ แล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากห้องนอน

             

            หลิวจือเซียมีความเคยชินอย่างหนึ่งโทรศัพท์มือถือของเขาเมื่อถึงเที่ยงคืนจะปิดเครื่อง ตลอดจนเช้า 6โมงครึ่งถึงจะเปิดเครื่องใหม่ ถึงอย่างไรในตอนกลางคืนเขาก็ไม่มีธุระอะไรแล้วก็ไม่กลัวพลาดโทรศัพท์สายสำคัญด้วย

             

            เมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หลิวจือเซียกำลังจะเปิดวีแชทและทักทายหลี่เมิ้งอีแต่คิดไม่ถึงว่าเมื่อเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา โทรศัพท์ก็เริ่มกระหน่ำดังและสั่นไหว

             

            “ให้ตายสิ เกิดอะไรขึ้นกัน ?หวังว่ามือถือคงไม่ได้ติดไวรัสหรอกนะ ? ”

             

            หลิวจือเซียตกใจเพราะการสั่นแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือจนเกือบจะทำโทรศัพท์ร่วง เขาจึงรีบปิดเสียงโทรศัพท์เพราะกลัวจะรบกวนเยว่เยว่จนตื่น

             

            รอให้โทรศัพท์สั่นไป 1 นาทีเต็ม หลิวจือเซียก็เหลือบมองหน้าจอมันแน่นไปด้วยการแจ้งเตือนวีแชท ข้อความ และแฟนคลับใหม่ในเวย์ป๋อ

             

            เมื่อดูวีแชทอย่างละเอียดล้วนเป็นข้อความที่เพื่อนส่งมาบางคนแสดงความยินดีกับเขาที่ชนะจินฉือถัง บางคนบอกว่าเขาทำโดยไม่คิด ใจร้อนเกินไปนอกจากนี้ยังมีคําขอเพิ่มเพื่อนใหม่

             

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน