Chapter 19
แมวกับหมา
โนบิลมีสีหน้าตึงเครียด ส่วนเฟเลเซียก็มีท่าทีตื่นตระหนก
เดวิดลุกจากม้านั่งมายืนอยู่ข้างหลังคนทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
โนร่ายกมือข้างหนึ่งขึ้นเป็นเชิงห้าม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยอะไร แผ่นหลังของจักรกลทั้งสามก็เปิดออก ก่อนจะยิงจรวดมิสไซล์ขนาดเล็กออกมาชุดใหญ่
โนร่าดีดตัวถอยไปด้านหลังพร้อมกับกางม่านพลังเพื่อป้องกันการโจมตี แต่มิสไซล์เหล่านั้นกลับสามารถผ่านม่านป้องกันเข้ามาได้
โนบิลชักปืนพกออกมา แต่เดวิดก็แตะไหล่ของเขาเพื่อห้ามไว้
“นั่นคือ ‘ซินธ์ฮาวด์’ ของซินเทซิส ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ แปลว่านี่เป็นเรื่องภายในของฝั่งนั้น เราไม่ควรเข้าไปยุ่ง”
โนบิลค้างอยู่ในท่าชักปืน แต่เขาก็ยังเฝ้าดูสถานการณ์พลางครุ่นคิด
เมื่อม่านป้องกันใช้ไม่ได้ผลโนร่าจึงเปลี่ยนวิธีการ เธอกางมือทั้งสองข้างออก ทันใดนั้นก็เกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงพวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้ว กระแสไฟฟ้าจากมือแต่ละข้างเชื่อมต่อกันจนดูคล้ายกับเส้นไหม ก่อนจะขยายตัวออกไปเป็นม่านไฟฟ้าที่ถููกถักทอขึ้น
มิสไซล์ที่กระทบเข้ากับม่านไฟฟ้าก็เกิดการลัดวงจรในทันที มันดิ่งหัวลงหรือลอยล่องไปอย่างไร้ทิศทางโดยไม่ได้พุ่งตรงมายังโนร่าอีก แต่ไม่มีลูกใดที่เกิดการระเบิด
ในขณะเดียวกันจักรกลทั้งสามตัวก็เริ่มตีวงล้อม บริเวณไหล่ของพวกมันเปิดออก เผยให้เห็นลำกล้องของอาวุธเลเซอร์ที่ซ่อนอยู่ด้านใน
โนร่าชี้แขนขวาไปทางจักรกลตัวหนึ่ง แขนข้างนั้นมีสสารสีเงินหลั่งไหลออกมาหุ้มตั้งแต่ข้อศอกไปจนถึงมืออย่างรวดเร็ว มันก่อรูปร่างเป็นกระบอกทรงกลมที่หุ้มปลายแขนและมือเอาไว้ ทำให้แขนข้างนั้นกลายสภาพไปเป็นกระบอกปืน
แสงสว่างสาดส่องออกมาจากปลายกระบอก ตามมาด้วยเสียงระเบิดกึกก้อง
ลำแสงจากกระบอกปืนทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงจนฝุ่นควันคลุ้งตลบ ต้นไม้ใบหญ้าบริเวณใกล้เคียงล้วนปลิวกระจายไปบนท้องฟ้า แม้แต่พื้นดินของสวนก็ถูกขุดจนเป็นหลุมใหญ่
ชิ้นส่วนของจักรกลหมาป่าตัวนั้นปลิวกระจายไปทั่วบริเวณ
โนร่าเบิกตากลมกว้าง
“แรงจัง!? นี่พลังต่ำสุดแล้วเหรอ? หรือเพราะปืนมีขนาดใหญ่ไป?”
ในระหว่างที่โนร่ากำลังครุ่นคิด จักรกลอีกสองตัวก็ยิงลำแสงสีแดงเข้าใส่ แม้เธอจะพยายามบิดตัวหลบ แต่เพราะถูกขนาบจากสองด้าน ทำโดดโจมตีไปหลายนัด
เสื้อผ้าในจุดที่ถูกยิงถูกเผาไหม้จนเป็นรูโหว่ แต่มันก็ซ่อมแซมตัวเองจนกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งภายในชั่วอึดใจ ทว่าโนร่ากลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
พลังงานของเธอเริ่มลดลง คล้ายกับการเดินพลังงานในร่างเกิดการติดขัด นี่อาจเป็นผลข้างเคียงจากการถูกโจมตี
สิ่งนี้ทำให้เธอไม่สามารถรวบรวมพลังเพื่อยิงนัดที่สองได้ และหากปล่อยไว้ สมรรถนะในการทำงานด้านอื่น ๆ ก็จะลดลงด้วย
เธอรวบรวมนาไนท์ในร่างกายเพื่อทำการซ่อมแซมแก้ไขในขณะโฉบตัวหลบหลีกการโจมตีจากจักรกลทั้งสอง
“กรุณาให้ความร่วมมือ”
เสียงที่ฟังดูคล้ายกับสาวน้อยจากจักรกลตัวหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับการโจมตีอย่างไม่ขาดช่วง
หนึ่งในหมาป่าจักรกลเปิดช่องที่หลังขึ้นอีกครั้งเพื่อปล่อยจรวดมิสไซล์ โนร่าเปลี่ยนแขนขวากลับเป็นอย่างเดิมเพื่อเตรียมป้องกัน แต่ในขณะนั้นจักรกลอีกตัวก็หุ้มร่างด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูงจนแผ่นเกราะบนตัวของมันเริ่มเปลี่ยนจากสีเทาเป็นสีแดงเพราะความร้อน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่โนร่าจากด้านหลัง
การโจมตีเกิดขึ้นพร้อมกันจากสองด้าน
เมื่อเห็นว่าหลบเลี่ยงได้ยาก โนร่าจึงรวบรวมนาไนท์ขึ้นมาหุ้มแขนซ้ายจนกลายเป็นกำปั้นเหล็กกล้า ก่อนจะสะบัดมันทุบไปยังจักรกลที่พุ่งเข้ามา พร้อมกับใช้มือขวาสร้างม่านไฟฟ้าเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันการโจมตีจากอีกด้านหนึ่ง
หมัดของโนร่าทุบเข้าที่หัวของจักรกลตัวแรกจนกะโหลกของมันยุบลงไป แต่กระแสไฟฟ้าที่ห่อหุ้มอยู่ก็ทำให้เกิดแรงช็อตจากการสัมผัส ส่งผลให้พลังงานในร่างของโนร่าเกิดการแปรปรวน ม่านไฟฟ้าที่สร้างขึ้นด้วยมือข้างเดียวนั้นมีสภาพที่ไม่สมบูรณ์อยู่แล้วจึงเกิดช่องโหว่เพิ่มขึ้นอีก
มิสไซล์สามลูกเล็ดรอดม่านไฟฟ้าเข้ามาถึงตัวโนร่า มันปักเข้าที่ต้นคอ, ไหล่ขวา, และหน้าท้อง
ทันทีที่กระทบเข้ากับเป้าหมาย ส่วนปลายของจรวดมิสไซล์ก็ฉีดสสารสีเงินเข้ามาในร่างของเธอ
ดวงตาของโนร่าเบิกกว้างขึ้น เธอรู้ได้ทันทีว่าสสารที่ถูกฉีดเข้ามาคือนาไนท์ชนิดหนึ่ง จึงรีบระดมนาไนท์ในร่างเข้าต่อต้านการทำงานของอีกฝ่าย
ทว่านาไนท์ที่แทรกซึมเข้ามานั้นมีการทำงานอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาระบบในร่างกายของโนร่าก็เกิดการแปรปรวนอย่างรุนแรง เธอทรุดตัวลงกับพื้นและเอามือป้องปาก ก่อนจะสำลักของเหลวสีเงินออกมาจำนวนหนึ่ง ทั้งหู, ตา, จมูก ก็มีของเหลวสีเงินไหลออกมาด้วย
ร่างของโนร่าเกิดการสั่นอย่างรุนแรง เพราะผมเผ้า, ผิวหนัง, และเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เกิดการสลายตัวแล้วคืนรูปซ้ำไปซ้ำมา ราวกับทุกอณูกำลังเกิดการปะทุและใกล้จะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ
เส้นผมสีทองของเธอเริ่มร่วงหลุด เมื่อตกถึงพื้น มันก็กลับกลายเป็นสสารสีเงินแล้วซึมหายไป
หูแมวข้างหนึ่งบนศีรษะเกิดการสลายตัวคล้ายก้อนน้ำตาลที่ถูกความร้อน
โนร่าพยายามอย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่อาจหยุดยั้งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกาย
ทันใดนั้นก็มีคนผู้หนึ่งจี้ปืนฉีดยาใส่ต้นคอของโนร่าแล้วเหนี่ยวไก
ของเหลวสีเงินในหลอดแก้วตรงท้ายปืนถูกฉีดเข้าไปในร่างของโนร่า พริบตานั้นโนร่าก็รู้สึกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเธอเริ่มช้าลง
นี่เป็นผลจากนาไนท์อีกชนิดหนึ่งที่ถูกฉีดเข้ามา มันกำลังต้านทานนาไนท์ของหมาป่าจักรกล
โนร่าเหลือบมองอย่างยากลำบาก แล้วก็พบว่าคนที่ฉีดนาไนท์อีกชนิดให้เธอคือโนบิล
จักรกลสองตัวเดินมารวมกันอีกครั้ง แม้ส่วนหัวของตัวหนึ่งจะบิดเบี้ยวผิดรูปไป แต่ดูเหมือนเรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อการทำงานของมันสักเท่าไหร่
โนบิลยืนอยู่เบื้องหน้าโนร่าและประจันหน้ากับจักรกลทั้งสองด้วยแววตาเยือกเย็น
“เฮ้! บอกแล้วไงว่าไม่ควรไปยุ่งน่ะ!”
เดวิดพยายามเตือนอีกครั้งด้วยสีหน้าเป็นกังวล
โนบิลเองก็กำลังคิดเหตุผลว่าทำไมเขาถึงสอดมือในเรื่องนี้
โนร่าเป็นผู้ร่วมทำการวิจัย เป็นคนของเผ่าซินเทซิส หากเธอเป็นอะไรไป เขาก็ต้องขอระงับงานวิจัยไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะหาคนของเผ่าซินเทซิสมาแทนได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
การจะรอคอยให้มีคนมาสนใจงานวิจัยอีกนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา แถมต่อให้มีคนสนใจก็ไม่แน่ว่าจะยอมเข้าร่วม ปัจจัยความไม่แน่นอนในเรื่องนี้มีเยอะเกินไป
เทียบกันแล้ว ถ้าช่วยให้โนร่ารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้ โอกาสที่จะดำเนินการวิจัยต่อย่อมมีมากกว่า
เพราะเขาเชื่อมั่นว่าตนเองสามารถทำเรื่องนี้ได้
นี่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด มีความเสี่ยงน้อยที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อเขามากที่สุด โนบิลจึงตัดสินใจลงมือ
ไม่ใช่เพราะเขาอยากจะปกป้องซินเทซิสคนนี้หรอกนะ
โนบิลพยักหน้ากับตัวเอง เพราะไม่พบช่องโหว่ในเหตุผลนี้
แผ่นหลังของจักรกลทั้งสองเปิดออกอีกครั้ง ก่อนจะปล่อยจรวดมิสไซล์ชุดใหม่ออกมา
เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งชุดในระยะเวลาหนึ่งวินาที
จรวดมิสไซล์ทั้งหมดแตกสลายเป็นผุยผงกลางอากาศ
ที่เบื้องหน้าโนร่า โนบิลที่ไม่รู้ว่าชักปืนออกมาเมื่อไหร่ปลดแมกกาซีนอันว่างเปล่าของปืนในมือแต่ละข้างออก ก่อนจะบรรจุกแมกกาซีนอันใหม่เข้าไปแทน
เดวิดกับเฟเลเซียที่คอยสังเกตการณ์จากหลังพุ่มไม้ต่างก็จ้องมองด้วยตาเบิกค้าง
จักรกลแต่ละตัวปล่อยจรวดมิสไซล์ออกมาสิบสองลูก รวมแล้วคือมีจรวดยี่สิบสี่ลูก
โนบิลรัวไกเพียงหนึ่งวินาทีก็สอยจรวดทั้งหมดลงจากกลางอากาศ
เป็นการยิงปืนยี่สิบสี่นัดในหนึ่งวินาที
ถึงจะบอกว่าใช้ปืนสองกระบอก แต่นั่นก็คือแต่ละมือต้องยิงสิบสองนัดในหนึ่งวินาที
แถมยังเป็นการยิงโดนหนึ่งนัดต่อหนึ่งเป้าหมายแบบไม่มีการพลาดเป้าด้วย
จรวดมิสไซล์แต่ละลูกมีขนาดแค่พอ ๆ กับปากกาแท่งหนึ่งเท่านั้นเอง
เดวิดเคยเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจมพิเศษของกรมตำรวจฟิวเจอร์รีชมาก่อน ทว่าตั้งแต่สมัยยังหนุ่มจนกระทั่งออกมาทำงานนั่งโต๊ะ เขาก็ยังไม่เคยเจอคนที่มีฝีมือในการใช้ปืนระดับนี้เลย
จักรกลทั้งสองพุ่งตัวแยกกันเป็นหนึ่งซ้ายหนึ่งขวา ทำการโอบเข้าหาโนบิลจากทั้งสองด้าน
โนบิลชี้ปืนทั้งสองกระบอกไปยังจักรกลที่ส่วนหัวได้รับความเสียหาย ก่อนจะเหนี่ยวไก ทำให้มีเสียงปืนดังขึ้นอีกชุดหนึ่ง
กระสุนทุกนัดพุ่งเข้าไปในรอยแตกบนใบหน้าซีกซ้ายของจักรกลตัวนั้นอย่างแม่นยำ จนดวงตาข้างขวาของมันถูกแรงกระแทกจากภายในดันให้ระเบิดออกมา
มันเซถลาอย่างไร้การควบคุม ก่อนจะล้มครูดลงกับพื้นแล้วแน่นิ่งไป
โนบิลทิ้งปืนในมือแล้วนำปืนกระบอกใหม่ออกมา
คราวนี้เป็นปืนแบบลูกโม่ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าปืนที่ใช้ก่อนหน้า เขาเอี้ยวตัวกลับหลังเพื่อเล็งปืนไปยังจักรกลอีกตัวที่กำลังพุ่งเข้ามา โนบิลเหนี่ยวไกในขณะที่ปืนยังตั้งลำกล้องอยู่ข้างเอว เพียงพริบตาเดียวก็ยิงออกไปจนหมดทั้งหกนัด
เกิดเสียงดังกึกก้องกัมปนาท เพราะแรงปะทุที่ไม่ธรรมดาของปืนกระบอกนี้
ปืนที่มีพลังทำลายสูงย่อมมีแรงสะท้อนมากตามไปด้วย ทำให้ไม่สามารถเล็งทุกนัดไปยังเป้าหมายเดียวกันในเวลาอันสั้น แต่โนบิลก็ยังสามารถควบคุมวิถีการกระจัดให้อยู่ในระดับที่ต้องการ
กระสุนแต่ละนัดล้วนพุ่งเข้าไปในช่องว่างระหว่างแผ่นเกราะของจักรกลตัวนั้นอย่างพอดิบพอดี ไล่ตั้งแต่ท้อง, หน้าอก, ต้นคอ, ขึ้นมาจนถึงตาซ้าย ล้วนถูกกระสุนเจาะจนเป็นรูโหว่
ทว่าจักรกลตัวนั้นก็ยังไม่หยุด คล้ายกับความเสียหายเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถทำอะไรมันได้
โนบิลตั้งกระบอกปืนขึ้นแล้วปลดโม่ปืนคล้ายกับเตรียมจะบรรจุกระสุนใหม่ ในขณะเดียวกันก็กดสวิชต์ที่อยู่ด้านบนของโกร่งปืน ทำให้มีเสียง ‘คลิก’ เบา ๆ
ภายในร่างของจักรกลสุนัขป่าเกิดการระเบิดในทันที เป็นการระเบิดอย่างต่อเนื่องหกครั้ง จากหกจุดที่มีกระสุนฝังอยู่
จักรกลตัวนั้นถูกแรงระเบิดทำให้ร่างเหวี่ยงสะบัด มีเปลวไฟพวยพุ่งออกมาจากรูกระสุน แล้วตัวมันก็สิ้นสภาพกลายเป็นซากกองลงกับพื้น
ปลอกกระสุนอันว่างเปล่าเลื่อนหลุดออกจากลูกโม่ มันตกลงกระทบพื้นจนมีเสียง คริ๊ง ๆ โนบิลหยิบกระสุนชุดใหม่ออกมาบรรจุลงทีละนัดอย่างใจเย็นในขณะที่หันไปมองโนร่า แล้วเขาก็ต้องขมวดคิ้ว
สภาพของโนร่ายังไม่สู้ดีนัก ทั้งหูและหางของเธอล้วนสลายไปหมดแล้ว แม้แต่เส้นผมสีทองที่เคยยาวสลวยก็หลุดร่วงจนเหลือแค่ถึงท้ายทอย บางส่วนยังกลายเป็นสีฟ้า เช่นเดียวกับกระโปรงเอี๊ยมยีนส์สีเหลืองที่ขาดวิ่นและกลายเป็นสีฟ้าในหลายจุดด้วย
ในระหว่างที่กำลังคิดว่าควรจะทำอย่างไรดี โนบิลก็รับรู้ถึงการมาของคนผู้หนึ่งจากเซนเซอร์บนแว่นตา เขาจึงหันไปมอง
บนทางเดิน หญิงสาวรูปร่างเล็กที่มีผมสีพีชหยักเป็นลอนและสวมหมวกผ้าสีฟ้าใบใหญ่กำลังเดินตรงมาหาโนบิล คล้ายกับไม่ใส่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้เลยแม้แต่น้อย
เธอสวมเสื้อแขนยาวสีขาว ทับด้วยกางเกงเอี๊ยมยีนส์สีฟ้า ทำให้รูปร่างที่เล็กอยู่แล้วยิ่งดูเด็กมากขึ้นอีก เธอเอามือดันหมวกขึ้น เผยให้เห็นดวงตากลมโตสีเหลืองอำพันและรอยยิ้มที่ดูซุกซน
“นายน่ะ สติไม่ค่อยดีสินะ?”
หญิงสาวเอ่ยถาม
---------------------------------------------------------------------------