ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่ 514 หนึ่งกระบวนท่า

       ฉับพลัน หม้อเพลิงใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชติช่วงชัชวาล ก็แผดเผาโลหิตภายในป้ายแนะนำตัว เผยให้เห็นภาพเปลวเพลิงเต่านิลกาฬคำรามออกมากู่ก้อง ทั้ง3เผ่าพันธุ์ใหญ่ต่างก็คลี่ยิ้มกันออกมากว้าง เมื่อเห็นตัวแทนเผ่านิลกาฬ ออกมาประลองเป็นคนแรก

 


        ราชันน้อย เหรินเจี๋ย กล่าวพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อมายืนประจันหน้ากับอี้เฉินได้ "หากข้าชนะเกรงว่าเจ้าคงจะไม่มีข้ออ้างอะไร บิดพลิ้วการพ่ายแพ้ของเจ้าอีกนะอี้เฉิน"

 


อี้เฉินโบกฝ่ามือ ราวกับคนไม่ใส่ใจในทันที "เจ้าชนะข้าได้ก่อน แล้วค่อยคุยมันจะไม่ดีกว่าหรือ?"

 


        ราชันน้อย เหรินเจี๋ย คลี่ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย "ดี ดี ข้าก็ไม่ได้รังเกียจความโอหังของเจ้าหรอกอี้เฉิน แต่ยามนี้เจ้าขวางหู ขวางตาข้าอยู่ จงหายออกไปจากสถานที่แห่งนี้เสีย" สิ้นเสียง ราชันน้อย เหรินเจี๋ย ที่คำรามออกมากู่ก้อง เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมโจมตีในทันที ด้วยพลังที่ไม่เก็บออม   มือที่ถือไม้พลองเต็มไปด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบในทันใด อาภรณ์ดำทอง ผมสีดำคลับโบกสะบัดไปกับสายลมอย่างบ้าคลั่ง

 


        จนรอบๆ สนามประลองแทบจะกลายเป็นสระสายฟ้า หมู่ชนที่เห็นภาพเขตแดน ที่ราชันน้อย เหรินเจี๋ย สร้างขึ้นมา ถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ ทำให้พลานุภาพของราชันน้อย เหรินเจี๋ย พุ่งไปสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็ว

 


        "หืม!! เขตแดนสายฟ้าอย่างนั้นหรือ" อี้เฉินหดดวงตาจนเล็กแคบในทันที เมื่อผิวกายรู้สึกเจ็บแสบเล็กๆ จากเขตแดนสายฟ้า ฉับพลันที่อี้เฉินเห็นไม้พลองที่เต็มไปด้วยสายฟ้าพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความปราดเปรียว ขยายออกกว้าง แผ่รัศมีเข่นฆ่าออกมากวาดร้างด้านหน้า

 


        อี้เฉินส่งฝ่ามือปราณพลัง ปัดป้องการโจมตีนั้นไว้ในทันใด ผู้ที่ไปอยู่ในขั้นพลังเทพสวรรค์ สามารถใช้ปราณพลัง ก่อร่างวิญญาณสิ่งที่เหนือธรรมชาติขึ้นมาได้ ทว่าก็แลกกับการสูญเสีย ปราณพลังภายในทะเลความรู้ไม่น้อย อี้เฉินจึงไม่สบอารมณ์กับการต่อสู้เช่นนี้เท่าใดนัก

 


         ก่อนที่ร่างของเขา จะถอยกระเด็นออกไปมีเลือดไหลซึมที่ฝ่ามือ จากแรงหวดฟาดที่รุนแรงของ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย ก่อนเสียงบุรุษหนุ่มจะแค่นเสียงออกมาหาอี้เฉินด้วยความโอหัง "เจ้าช่างรนหาที่ตายนักอี้เฉิน ถึงกับไม่อยากเสียปราณพลัง จากการต่อสู้กับข้าเชียวหรือ?"

 


อี้เฉินชูนิ้วออกมาในทันที "หนึ่งกระบวนท่า เจ้ากับข้าตัดสินกันในหนึ่งกระบวนท่าดีหรือไม่"

 


ราชันน้อย เหรินเจี๋ย หลี่ตาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ "หืม! เจ้าช่างโอหังยิ่งนักอี้เฉิน ดี  ดี ข้ากับเจ้าเราจะวัดพลังกันในกระบวนท่าเดียว"

 


แม้แต่หมู่ชนที่เห็นยังพากันประหลาดใจ "พวกเขาจะจบการประลองในกระบวนท่าเดียวจริงๆ หรือ นี่มันบ้าไปแล้ว"

 


       ฉับพลันปราณพลังทั้งสองก็โพยพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้า ปราณโลหิต ปราณสายฟ้าแผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว ราวกับในยามนี้สนามประลองกายเป็น ธาราสองขั้ว ราวกับหยินและหยาง แห่งความสมดุล ประหนึ่งว่ายามนี้ราชันหนุ่มทั้งสองมายืนประจันหน้ากัน ไม่มีผู้ใดอ่อนด้อยแม้แต่คนเดียว พลานุภาพที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง ถูกปลดปล่อยออกมาไม่ขาด พร้อมกับอายสังหารที่ราวกับเป็นหมื่นกระบี่พุ่งทิ่มแทงออกไปทั่วทิศ

 


       หมู่ชนที่สัมผัสถึงแรงบีบคั้น ถึงกับต้องปาดเหงื่อเย็นบนใบหน้าออก จากพลังที่เกินหยั่งแสนพรรณนา แม้แต่ผู้ที่อยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์ยังรู้สึกหวาดเกรง

 


        ก่อนด้านหลัง ราชันน้อย เหรินเจี๋ย จะก่อร่างวิญญาณขนาดใหญ่ของเขาขึ้นมา พร้อมกับไม้พลองสายฟ้าที่อยู่ในมือ ส่งให้หมู่ชนที่ดูชมการประลองดูตัวเล็กจ้อย ไปเลยในยามนี้ แม้แต่อี้เฉินยังถูกร่างวิญญาณขนาดใหญ่ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย กดข่ม ประหนึ่งถูกฝ่ามือร่างวิญญาณ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย เอื้อมมาบีบรัดพร้อมกับปราณพลังที่ปะทุขึ้นมาไม่ขาด

 


        อี้เฉิน เขาไม่รอช้าอีกต่อไปยกฝ่ามือผสานอิน ท่ามกลางอากาศ มรรคาวิถี อาชูร่าถูกสำแดงออกมาในทันใด ปราณโลหิตที่พรั่งพรูอยู่ทั่วบริเวณ ก่อร่างเป็นอาชูร่า ร่างยักษ์คำรามออกมากู่ก้อง สะเทือนก้องเก้าชั้นฟ้าในฉับพลัน พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานของอี้เฉินปลดปล่อยความบ้าคลั่งดุร้ายออกมาไม่ขาด

 


        เหล่าผู้อาวุโสชราเผ่าพันธุ์บรรพกาล ที่เห็น มรรคาวิถี อาชูร่าที่อี้เฉินสำแดงออกมา พวกเขาถึงกับหรี่ตาจนเล็กแคบ "หืม!! นั้นมัน มรรคาวิถี ที่หายสาบสูญไปไม่ใช่หรือ? ไอ้เด็กนี้มันช่างมีดวงเสียจริงๆ"

 


         ราชันน้อย เหรินเจี๋ย หรี่ตาจนเล็กแคบอยู่แวบหนึ่ง ก่อนแค่นเสียง"ฆ่า"ดังออกมาก้องฟ้า อย่างไรเขาก็มั่นใจในพลังของเขา จึงไม่คิดถอย พุ่งปราดเข้าไปเข่นฆ่ากับอี้เฉินในทันใด ไม้พลองพร้อมกับร่างวิญญาณ สอดประสานหวดฟาดเข้าใส่อี้เฉินจนเกิดเสียงอากาศฉีกขาด ดังออกมากึกก้อง ด้วยฤทธิรณที่มากล้นของเขา



"เจ้าจงตายเสียอี้เฉิน!!"

 


         อี้เฉินระเบิดโลหิตจนแสงพุ่งขึ้นเหนือสวรรค์ชั้นฟ้า ก่อนส่งหมัดฉีกกระชากสวรรค์ปฐพีออกไปอย่างบ้าคลั่ง ผมสีขาวแผ่กว้าง กระจัดกระจายในทันใด ที่ปราณพลังทั้งสองวัดพลังกัน เสียง"ตู้ม"ดังออกมาก้องเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า มิติแตกร้าวออกเป็นทางยาว ส่งให้ภูเขาแม่น้ำเกิดการสั่นไหวไม่หยุด

 

แม้แต่หมู่ชนที่ดูชม ยังต้องกล่าวคำพูดออกมาด้วยความตกใจ "ช่างทรงพลังเหลือเกิน!!"

 


        ทำให้ทั้งอี้เฉิน ราชันน้อย เหรินเจี๋ย ที่วัดปราณพลัง ริมฝีปากกระอักเลือดกันออกมาไม่หยุด แต่ก็ไม่มีใครคิดถอยหนี ต่างฝ่ายก็ต่างดันการโจมตีเข้าใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ดุจดั่งอสูรร้ายที่กราดเกรี้ยว ก่อนเสียงปริแตกที่แขนข้างขวาอี้เฉินจะดังออกมาก้อง

 


"ดูนั้นเร็ว เหมือนว่าอี้เฉินกำลังจะเสียท่า มันช่างบ้าจริงๆ ที่ใช้มือเปล่ารับการโจมตีของอาวุธ ระดับเซียน"

 


ชายหนุ่มที่ได้ยินเสียงปริแตกเขาเองก็กล่าวพูดออกมาด้วยเช่นกัน "มันตายแน่"

 


         ทว่ายามนี้ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย กลับต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นไม้พลองที่อาบไปด้วยปราณพลังสายฟ้าเกิดรอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว ก่อนเขาจะกล่าวพูดออกมาด้วยความตกตะลึงสุดแสน "ไม่! ไม่! เป็นไปไม่ได้!"

 


         ฉับพลันหมัดอี้เฉินที่เต็มไปด้วย พลังทำลายล้างอันมากมหาศาล ก็แหวกไม้พลองจนเกิดเสียงแตกหัก ดังออกมากึกก้อง ก่อนส่งหมัดนั้นเข้าใส่หัวไหล่ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย หลบเลี่ยงจุดตายให้ชายหนุ่ม แม้ว่าราชันน้อย เหรินเจี๋ยจะไม่ตายตก แต่ก็บาดเจ็บหนักปางตายจากบาดแผลใหญ่ ร่างลอยกระเด็นออกไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ พุ่งชนภูเขาเพลิงดังก้องสนั่นชั้นฟ้า

 


"อ๊ากๆ ไอ้เวรอี้เฉิน เจ้า!!" ก่อนเขาจะรีบขับเคลื่อนปราณพลัง รักษาบาดแผล

 


       ..ภาพนั้นตราตรึงใจหมู่ชนไม่น้อย หลายคนต่างก็ไม่คาดคิดว่าอี้เฉินจะชนะการประลอง ทว่าเมื่อเห็นแขนอี้เฉิน บิดงอมีเลือดไหลซึม มันก็ทำให้อีกสามเผ่าพันธุ์ใหญ่คลี่ยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อเห็นเผ่าเต่านิลกาฬถูกกำจัดออกไป จากเส้นทางผู้ครอบครองดินแดนบรรพกาล

 


         คุณชายหนิงหรง เขากำฝ่ามือไว้จนแน่น รีบเข้าไปดูอาการบาดเจ็บ ราชันน้อย เหรินเจี๋ย ในทันใด เมื่อเห็นหัวไหล่กลายเป็นรูโหว่ใหญ่ เลือดหลั่งไหลออกมาไม่ขาด คุณชายหนิงหรง ถึงกับสูดลมหายใจเข้าไปลึก กลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ หากอี้เฉินผู้นั้นไม่โจมตีหลบเลี่ยงจุดตาย เกรงว่าชีวิตน้อยๆ ราชันน้อย เหรินเจี๋ยได้จบสิ้นไปแล้วเป็นแน่



        อี้เฉินที่ยืนท่ามกลางลานประลอง เขารีบยืนมือไพล่หลัง ปกปิดแขนขวาที่บาดเจ็บในทันใด ก่อนเอ่ยเสียงเรียบออกไป ราวกับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน "คนต่อไป ราชันสิบทิศ จ้าวเฟิง มารพุทธ ทงอี้   ซูเซ่อ หรือจะเป็นเจ้า เสียงสังหาร เฉินอิน หรือพวกเจ้า องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน"

 


         ครั้นหลายๆ คนที่ถูกอี้เฉินขานเรียก ต่างก็มีสีหน้าบูดเบี้ยว จ้องเขม็งอี้เฉินจนตาเขียวปั๊ด ก่อนน้ำเสียงหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นจะกล่าวพูดขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์

 


        "อี้เฉินเช่นนั้น ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง" ก่อนองค์ชายชิงไป๋ยี่ จะสืบฝีเท้าขึ้นมายืนท่ามกลางอากาศ ส่งแผ่นป้ายที่ผู้อาวุโส เผ่าพันธุ์กิเลนโลกันตร์ทาบทาม เข้าไปภายในหม้อเพลิง ที่เปลวเพลิงลุกโชติช่วงอย่างไม่ลังเล พร้อมกับรอยยิ้มที่คลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อจะได้แก้แค้นอี้เฉิน ครั้นนึกถึงช่วงเวลาที่ถูกอี้เฉินฆ่าสังหารภายใน มิติ หุบเหวสวรรค์

 


"ว่ากันว่าความแค้น 10ปีแก้แค้นก็ยังไม่สาย เจ้าว่าจริงหรือไม่อี้เฉิน"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน