ตอนที่77 คำสาบานล้างแค้นของเบนจามิน
กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยอยู่ในอากาศ
มันเป็นกลิ่นสะอาดเย็นสบายและสงบ แตกต่างจากกลิ่นเลือดคาวและซากเน่าที่เบนจามินคุ้นเคยมานานหลายเดือนอย่างสิ้นเชิง
เปลือกตาของเขาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างยากลำบาก
แสงสีขาวจากหลอดไฟบนเพดานส่องลงมาทำให้ดวงตาพร่าไปชั่วครู่ เพดานสีขาวที่ดูสะอาดสบายตามันไม่มีคราบเลือดหรือร่องรอยการต่อสู้เหมือนอาคารร้างที่เขาเคยพักระหว่างการเดินทางเลย
ความนุ่มของที่นอนใต้แผ่นหลังทำให้เบนจามินชะงักไปเล็กน้อย
เพราะมันไม่ใช่พื้นคอนกรีตแข็ง ๆและเย็นเฉียบอีกต่อไป
ขณะนั้นก็มีเสียงกระดาษขยับเบา ๆดังขึ้นข้างเตียง
เมื่อเบนจามินหันสายตาไปมองก็เห็นหญิงสาวในชุดพยาบาลกำลังตรวจบันทึกอยู่เธอเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตที่เข้าร่วมกับค่ายมิดไนท์และก่อนโลกจะล่มสลายเธอก็เคยทำงานเป็นพยาบาลมาก่อน
ห้องที่เขานอนอยู่คือห้องพยาบาลของค่ายมิดไนท์ ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารฝั่งซ้ายของเขตผู้รอดชีวิต
หลังจากค่ายเริ่มตั้งหลักได้กัสก็สั่งให้ปรับปรุงอาคารเก่าหลังนี้ให้กลายเป็นสถานที่รักษาผู้บาดเจ็บเพราะในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ อาจจะมีอุบัติเหตุเล็กน้อยก็อาจทำให้คนตายได้
หากไม่มีสถานที่สำหรับรักษาคนเจ็บผู้รอดชีวิตจำนวนมากคงต้องจบชีวิตลงเพียงเพราะบาดแผลธรรมดา
แน่นอนว่าความเสี่ยงของผู้รอดชีวิตที่นี่น้อยกว่ามากเพราะพวกเขาอยู่กันแค่ในค่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่บาดเจ็บซะทีเดียวช่วงที่เกิดคลื่นซอมบี้มนุษย์ธรรมดาในค่ายก็ช่วยต่อสู้และมีบาดเจ็บหรืออาการเจ็บป่วยในภายหลังกันบ้าง
จากห้องพักไม่กี่ห้องทั้งชั้นจึงถูกดัดแปลงเป็นศูนย์พยาบาลของค่าย
เตียงหลายเตียงถูกตั้งเรียงในห้องใหญ่สำหรับผู้บาดเจ็บทั่วไปส่วนห้องแยกด้านในถูกใช้สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก
และเบนจามินกำลังนอนอยู่ในห้องแยกนั้น
เมื่อเห็นเขาขยับตัวพยาบาลก็เงยหน้าขึ้นทันที
“คุณฟื้นแล้ว!” เธอรีบเดินเข้ามาใกล้
เบนจามินขยับริมฝีปากแห้งสนิทลำคอเหมือนมีทรายติดอยู่
“ที่นี่…ที่ไหน…”เสียงของเขาแหบแห้งจนพูดแทบไม่มีเสียงออกมา
พยาบาลรีบเทน้ำจากเหยือกใส่แก้วก่อนจะช่วยพยุงศีรษะเขาเล็กน้อย
“ดื่มก่อนนะคะ”
น้ำเย็นไหลผ่านลำคอรสชาติธรรมดาแต่กลับทำให้เขารู้สึกเหมือนชีวิตค่อย ๆ กลับมา
“ที่นี่คือค่ายมิดไนท์ค่ะ” เธอตอบคำถามและกล่าวต่อ “คุณสลบไปสองวันเต็ม ๆ”
คำพูดนั้นทำให้นึกบางทำให้นึกขึ้นมาในหัวเขาได้ทันใดนั้นภาพเหตุการณ์ก็ไหลกลับมา
กองไฟที่กำลังมอดดับลงใบหน้าของมาโครในแสงไฟ เสียงมีดแทง เลือดของเลี่ยม ร่างของเพื่อนที่คานเข้ามาหาเขา
หัวใจของเบนจามินบีบรัดแน่นมือของเขากำผ้าห่มโดยไม่รู้ตัว
“เลียม”
เสียงกระซิบหลุดออกมา
พยาบาลมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างอ่อนโยน
“คุณพักก่อนนะคะเดี๋ยวฉันจะไปตามท่านลิชมาพบคุณ”เธอรีบเดินออกจากห้องและไม่นานประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง
ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างสงบเสื้อคลุมสีเข้มสะอาด ดวงตาคมนิ่งเหมือนกำลังประเมินทุกอย่างรอบตัวอยู่ตลอดเวลา
เขาหยุดยืนข้างเตียงก่อนพูดขึ้น
“ผมคือลิช ที่ปรึกษาทางทหารของค่ายมิดไนท์”
เบนจามินมองเขาเงียบ ๆ
ลิชเหลือบมองผ้าพันแผลที่หน้าอกของเขาก่อนจะพูดขึ้นช้า ๆ
“ผมไม่คิดว่าคุณจะมีสองหัวใจด้วยบาดแผลแบบนั้น ถ้ามีหัวใจเดียว คุณคงไม่รอด”
เบนจามินนิ่งไปเล็กน้อยตอนนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจบางอย่างบาดแผลที่อกของเขาไม่ใช่แค่การเย็บแผลธรรมดามีกลิ่นยาที่ติดอยู่กับผ้าพันแผลนั้นเขาจำได้มันคือ ‘ยารักษาบาดแผลระดับ T1’
ยาประเภทนี้หายากมากในโลกที่เต็มไปด้วยซอมบี้ราคาของมันสูงจนกิลด์เล็ก ๆ แทบไม่มีโอกาสได้ใช้ แต่ตอนนี้มันถูกใช้กับตัวเขา
เบนจามินมองไปรอบห้องอีกครั้ง
เขาอยู่ในค่ายมิดไนท์ได้รับการรักษาในห้องแยกพิเศษและใช้ยารักษาระดับ T1ถึงจะไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ แต่ในใจของเขาก็เริ่มเข้าใจ
คนของลอร์ดไนท์คงเป็นคนช่วยเขาไว้อาจจะเป็นเพียงความบังเอิญอาจจะเป็นเพียงเพราะหน่วยลาดตระเวนผ่านมาเจอแต่สำหรับคนที่เกือบตายกลางเมืองซอมบี้แบบเขา
นั่นก็เพียงพอแล้ว
เบนจามินสูดลมหายใจลึก
“ผม…อยากพบลอร์ดไนท์ ผมต้องขอบคุณท่าน”
“ตอนนี้ท่านลอร์ดติดธุระอยู่ ถ้าท่านกลับมาผมจะแจ้งให้ท่านทราบ” ลิชยิ้มบาง ๆ
ห้องเงียบลงครู่หนึ่งก่อนที่เบนจามินจะถามขึ้น
“แล้ว…มาโครล่ะ”
ลิชมองเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังคิดว่าจะตอบอย่างไร
ตอนที่ไปถึงที่นั่นเขาเห็นศพของเลี่ยมที่กลายเป็นซอมบี้ เบนจามินเองก็อยู่ในสภาพใกล้ตาย สมบัติหายไปและมีคนหายไปอีกหนึ่งคน
ภาพทั้งหมดชัดเจนพอให้สรุปเหตุการณ์ได้โดยไม่ต้องใช้คำอธิบายอะไรมากนัก
ลิชจึงเอ่ยตอบอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบ“เขาหายไปแล้ว และน่าจะออกจากเขตดัลลัสไปก่อนที่หน่วยลาดตระเวนของค่ายจะมาถึง”
เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนกำลังทบทวนข้อมูลก่อนจะกล่าวต่อ
“ผมได้ส่งหน่วยลาดตระเวนออกไปตามร่องรอยแล้วแต่มีโอกาสสูงที่พวกเขาจะไม่พบอะไร เพราะมาโครอาจจะหนีออกจากเขตดัลลัสไปแล้ว”
มือของเบนจามินกำผ้าห่มแน่นขึ้นความเจ็บปวดยังคงแล่นผ่านร่าง แต่ความหนักอึ้งในอกกลับกดทับยิ่งกว่าเดิม
กล้ามเนื้อทั่วตัวตึงเครียด ราวกับร่างกายกำลังต่อต้านบางอย่างที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
“ผมจะไปตามมัน” เบนจามินพูดเสียงแหบแห้งพลางพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียง
ทันทีที่ขยับความเจ็บแปลบก็แล่นขึ้นจากบาดแผลจนลมหายใจสะดุด มือของเขาสั้นเล็กน้อย แต่สายตากลับแข็งกร้าวราวกับไม่คิดจะถอย
ลิชขยับเข้ามาเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งเหมือนเดิม
“ผมไม่แนะนำให้คุณทำแบบนั้น”
เบนจามินหยุดชะงักแต่ยังคงพยายามฝืนพยุงตัวขึ้น
ลิชจึงกล่าวเตือน“สภาพร่างกายของคุณตอนนี้ยังไม่พร้อม บาดแผลยังไม่สมานดี และพลังของคุณก็ยังไม่ฟื้นเต็มที่ถ้าคุณออกไปตอนนี้ คุณอาจจะตามเขาไม่ทัน… หรือต่อให้ตามทันแล้วยังไงคุณอาจจะไม่รอดกลับมา”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหนึ่ง
“ผมเข้าใจว่าคุณต้องการแก้แค้นแต่การพุ่งออกไปในสภาพแบบนี้ไม่ใช่การแก้แค้น มันเป็นแค่การเอาชีวิตตัวเองไปทิ้ง”
ความเงียบตกลงมาระหว่างทั้งสอง
เบนจามินกำผ้าห่มแน่นขึ้นอีกครั้งฟันกัดกันแน่น ความโกรธและความคับแค้นยังคงเดือดพล่านอยู่ในอกแต่ร่างกายที่สั่นไหวกลับย้ำเตือนความจริงอย่างโหดร้าย
ลิชมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดทิ้งท้ายอย่างเรียบง่าย “พักฟื้นให้หายก่อนเถอะครับอีกอย่างนายท่านบอกว่า เมื่อถึงตอนนั้นถ้าคุณยังต้องการตามล่าเขานายท่านจะช่วยคุณเอง”
เบนจามินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะแผ่วเบา เสียงนั้นแหบแห้งราวกับถูกบีบออกมาจากลำคอ
“ถ้าเขาช่วยให้ผมตามมันเจอ” เขาพูดช้า ๆดวงตาค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น “ผมไม่สนหรอกว่าต้องแลกอะไร”
มือของเขากำผ้าห่มแน่นจนเส้นเอ็นปูดขึ้น“ต่อให้ต้องก้มหัวรับใช้เขาไปทั้งชีวิต ต่อให้ต้องยกชีวิตที่เหลือทั้งหมดให้เขาผมก็ยอม”
เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยสายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่แทบจะมืดมน น้ำเสียงของเขาต่ำลง ราวกับคำสาบานที่สลักลงในจิตใจ
“ผมจะเป็นคนตามมันให้เจอและผมจะฆ่ามันด้วยมือของผมเอง”
ลิชมองชายที่นอนบาดเจ็บอยู่ตรงหน้าความแค้นที่เดือดพล่านในดวงตานั้นรุนแรงพอจะเผาผลาญทุกอย่าง
เขาพยักหน้าเข้าใจ
“ผมจะถ่ายทอดคำพูดของคุณให้นายท่านทราบ”น้ำเสียงของลิชยังคงสุภาพและสงบนิ่ง แต่ในใจกลับผุดความคิดหนึ่งขึ้นมาอย่างเงียบงัน
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้แทบจะไม่ต่างจากสิ่งที่นายท่านคาดการณ์ไว้เลยคนที่สูญเสียทุกอย่างมักเหลือความอยู่แค่อย่างเดียว การแก้แค้นและความแค้นแบบนั้นมักทำให้คนยอมมอบทุกอย่างโดยไม่ต้องร้องขอ
ลิชก้มศีรษะลงเล็กน้อย ดูเหมือนว่านายท่านจะคิดถึงเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว
ตั้งแต่ก่อนที่เหตุการณ์ทั้งหมดจะเกิดขึ้นนายท่านก็คาดไว้อยู่แล้วว่าสถานการณ์อาจบานปลาย และหากเป็นเช่นนั้นคนอย่างเบนจามินย่อมไม่ปล่อยให้มันจบลงง่าย ๆ
การสูญเสียสหาย การถูกทรยศ และความแค้น สิ่งเหล่านี้จะหล่อหลอมมนุษย์ให้กลายเป็นบางอย่างที่แตกต่างออกไป
และผลลัพธ์ก็มักไม่ต่างจากที่คาด
เบนจามินกลายเป็นคนที่พร้อมจะทุ่มทุกอย่างเพื่อไล่ล่าศัตรูแม้ต้องแลกด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ก็ตาม
สำหรับคนทั่วไป มันอาจเป็นโศกนาฏกรรมแต่สำหรับนายท่านนี่คือโอกาส
การได้นักผจญภัยฝีมือดีมาถือดาบให้โดยไม่ต้องบังคับ ถือเป็นทรัพยากรที่มีค่าไม่น้อยโดยเฉพาะเมื่อดาบเล่มนั้นเต็มใจจะฟันทุกอย่างที่ขวางทางเพียงเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตัวเอง
และตอนนี้ดูเหมือนว่าดาบเล่มนั้นจะมาอยู่ในมือของนายท่านแล้ว
...
ช่วงสายของวันแสงแดดเริ่มขึ้นสูงเหนือแนวต้นไม้ เวลาน่าจะราวเก้าโมงเช้า
แสงสีทองซีดส่องผ่านหมอกบางที่ยังหลงเหลือจากยามเช้าทำให้ทั้งบริเวณด้านหลังค่ายมิดไนท์ดูพร่ามัวเหมือนฉากหนึ่งของโลกที่เพิ่งตื่นจากฝันร้าย
ลานกว้างด้านหลังค่ายเป็นพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ดินแตกแห้งปะปนกับต้นหญ้าและป่าที่ขึ้นรกจนเป็นพุ่มเตี้ย ๆ
บางจุดยังมีตอไม้เก่า ๆมีโครงกำแพงปูนที่พังครึ่งหนึ่งเศษอิฐกับเหล็กและกระจกแตกกระจัดกระจายอยู่ตามพื้น
ที่ไกลออกไปมีซากอาคารสองสามหลังผนังปูนแตกร้าวหน้าต่างกลวงเปล่า โครงเหล็กโผล่ออกมาจากกำแพงเหมือนกระดูกของสัตว์ยักษ์ที่เน่าเปื่อยไปแล้ว
เถาวัลย์ป่าพันเลื้อยขึ้นตามผนังต้นไม้ป่าหลายต้นงอกขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตที่แตกกระจายภาพทั้งหมดดูเหมือนธรรมชาติกำลังค่อย ๆ กลืนกินโลกเก่ากลับคืนไปทีละนิด
ลมสายพัดผ่านลานกว้างเบา ๆมันพากลิ่นหลายอย่างลอยอยู่ในอากาศ
กลิ่นดินและสนิมโชยด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของบางสิ่งที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่