ที่บริเวณจุดเกิดสงคราม เหล่าผู้ฝึกตนในชุดอาภรณ์สีดำบัดนี้กำลังไล่ต้อนบรรดาผู้ฝึกตนในชุดสีแดงฉานซึ่งมีจำนวนน้อยกว่า แถมกลิ่นอายพลังที่พวกมันปลดปล่อยออกมา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองฝ่ายล้วนแต่เป็นผู้ฝึกฝนพลังทางจิตวิญญาณระดับเบิกนภาขึ้นไป หรือจะกล่าวให้เข้าใจง่ายๆก็คือพวกมันทุกคนล้วนเป็นเผ่าภูตด้วยกันทั้งนั้น
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดสงคราม แน่นอนว่าย่อมมาจากการแก่งแย่งชิงความเป็นใหญ่กัน ซึ่งมันก็ถือเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยสักนิด
.
.
"เหอะๆ เผ่าภูตอัคคีมีฝีมือแค่นี้เองหรือ ช่างน่าผิดหวังยิ่งนัก" หัวหน้ากองทัพคนชุดดำเอ่ยปากเย้ยหยัน หลังจากที่ทำการปิดล้อมอีกฝ่ายจนไร้ซึ่งหนทางหนี
"หึ้ย!! บัดซบ! เจ้าพวกหมาลอบกัด เผ่าภูตราตรี!" หัวหน้ากองทัพภูตอัคคีกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด เมื่อเห็นว่าตนเองกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับศัตรูคู่อาฆาตอย่างไม่เป็นธรรม เพราะนี่มันคือการลอบสังหารหาใช่การทำสงครามเต็มรูปแบบเหมือนครั้งก่อนๆในอดีตที่ผ่านมา
หัวหน้ากองทัพภูตราตรีหัวเราะร่า ก่อนจะยกดาบขึ้นมาเลียราวกับคนโรคจิตวิปลาสที่เห็นการฆ่าเป็นเพียงแค่เรื่องสนุกสนาน
"เจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดไป ข้าจะถือซะว่านี่คือการให้ทาน"
หลังจากสิ้นสุดวาจานั้น! เหล่าภูตราตรีเกือบ 1000 ชีวิต ก็พากันระเบิดพลังพุ่งเข้าสังหารกลุ่มเป้าหมายอย่างโหดเหี้ยม บ้าคลั่ง ไร้ความปรานี ส่งผลให้เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าภูตอัคคีดังขึ้นไม่ขาดสาย
"อ๊าก! อ๊ากก!! อ๊ากกก!!!"
มิอาจต่อต้านจำนวนที่มากกว่าได้ ชายผู้เป็นดั่งหัวหน้ากองทัพระเบิดพลังเปลวไฟตัดสินใจใช้จังหวะชุนมุนบีบแผ่นหยกกลายเป็นเส้นแสงหลบหนีในพริบตา
"มะไม่! ไม่นะ!! ท่านแม่ทัพ อย่าทอดทิ้งพวกข้า!" เหล่าทหารภูตอัคคีที่สังเกตุเห็นว่าผู้เป็นนายได้หายไปแล้วเอ่ยปากร้องตะโกนอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่พวกมันจะถูกสังหารล้างบางจนหมดสิ้น ไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซากให้ค้นหา
"เห้อๆ ช่างน่าเวทนา" เย่หยุนซีที่เฝ้าสังเกตุการณ์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย จากนั้นเรียนใช้ค่ายกลที่ตนเองวางเอาไว้จนก่อเกิดเป็นม่านพลังสีทองปกคลุมพื้นที่
"เกิดอะไรขึ้น!!" หัวหน้ากองทัพภูตราตรีกวาดสายตามองรอบด้าน เหล่าทหารพากันตื่นตระหนกตกใจกับสิ่งที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
"นี่ๆ พวกเจ้าน่ะ รู้จักภูตมารดาแห่งโลกหรือเปล่า?" เย่หยุนซีหายตัวเข้ามาในม่านพลังแล้วเอ่ยถามไปตามตรง สร้างความสับสนงุนงงให้กับคนทั้งกองทัพ
"เจ้าเป็นใครกัน มารดาภูติอะไรนั่นข้าไม่รู้จัก" ผู้เป็นหัวหน้าทำท่าทางใจดีสู้เสือแล้วเอ่ยถามกลับ ในขณะที่สัญชาตญานของมันร้องเตือนว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่ควรเข้าใกล้
เย่หยุนซีเมื่อได้สดับวาจาก็เรียกเปลวเพลิงเทวะอำพันออกมาในทันใด ก่อนที่เขาจะแปรสภาพมันให้กลายเป็นหอกเปลวเพลิงขนาดใหญ่ลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะของเหล่าภูตราตรี
"ทะ ที่แท้เจ้าก็มาแก้แค้นให้เผ่าภูตอัคคี!!" มองเห็นภาพเปลวเพลิงแปลกประหลาดนี้ ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากล่าวด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"หืม แก้แค้น? ข้าไม่ได้รู้จักพวกมันเสียหน่อย ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยล่ะ?" เย่หยุนซีเอ่ยปากตอบกลับขณะยกมือขึ้นฟ้าตั้งท่าเตรียมสังหาร
เหล่าภูตราตรีใบหน้าถอดสี หัวใจสั่นสะท้าน เมื่อครู่นี้พวกมัันยังเต็มไปด้วยความดีใจที่ชนะสงคราม ไฉนจู่ๆเหตุการณ์ถึงได้กลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ได้
"ถ้าหากเจ้าไม่รู้จักภูตอัคคี แล้วทำไมถึงมีความคิดที่จะทำลายล้างพวกเรา?" ผู้เป็นหัวหน้ายังคงตั้งสติแล้วเอ่ยปากกล่าว
เย่หยุนซีเผยรอยยิ้มบางเบา "นั่นเพราะพวกเจ้าโชคร้าย ทั้งหมดก็มีเพียงเท่านั้น"
ว่าแล้ว หอกเปลวเพลิงเทวะอำพันก็ค่อยๆร่วงหล่นลงสู่ผืนปฐพีช้าๆ
"เดี๋ยวก่อนๆ! ถ้าหากข้้าสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับมารดาแห่งภูติอะไรนั่นมาให้เจ้าได้ล่ะ เจ้าจะไว้ชีวิตพวกเราไหม?" สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย หัวหน้ากองทัพตัดสินใจเอ่ยปากกล่าวต่อรองเป็นครั้งสุดท้าย ดวงตาฉายแววหวาดผวา
"นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลของเจ้ามีค่ามากแค่ไหน" เย่หยุนซีพยักหน้ายอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย จากนั้นสะบัดมือหนึ่งครา หอกเปลวเพลิงกลับกลายเป็นดวงไฟเล็กๆนับพันพุ่งเข้าใส่กลางหน้าผากของเหล่าภูตราตรี ส่งผลให้ทะเลวิญญาณของพวกมันมีตราประทับเปลวเพลิงเทวะแท้จริงที่พร้อมจะแผดเผาตลอดเวลา ถ้าหากพวกมันกล้าทรยศหรือขัดคำสั่ง
"พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง ขอเพียงหาข้อมูลของภูตมารดาแห่งโลกมาให้ข้า ไม่แพร่งพรายเรื่องตัวตนของข้า............ตัวข้าก็จะให้สัญญาว่าจะไม่ทำอันตรายพวกเจ้า" ชายหนุ่มยกมือไพร่หลังพลางกล่าวด้วยความสัตย์จริงทุกประการ
"แล้วพวกเราจะรู้ได้อย่างไรกัน ว่าท่านจะไม่กลับคำพูดเมื่อจบเรื่องทุกอย่าง" มีทหารหนุ่มผู้หนึ่งตะโกนถามเสียงดังลั่น
เย่หยุนซีส่ายศีรษะเมื่อได้สดับวาจานั้น "จะเชื่อหรือไม่มันก็เป็นเรื่องของพวกเจ้า หาใช่เรื่องของข้าไม่.........อ่อ แล้วก็อย่าได้ลืมเรื่องสถานะของตัวเองไป ที่พวกเจ้ายังรอดอยู่ได้เป็นเพราะข้ายังไว้ชีวิต ดังนั้นอย่าได้คิดต่อรองอะไรโง่ๆโดยเด็ดขาด"
"เอ่อ......ได้ๆพวกเราจะทำตามที่เจ้าสั่ง หวังว่าเจ้าจะรักษาสัญญา" ผู้เป็นหัวหน้ากองทัพเอ่ยปากตอบรับคำพูดของชายหนุ่มปริศนา เพราะเกรงกลัวว่าอีกฝ่ายจะเกิดความขุ่นเคืองและเปลี่ยนใจเข่นฆ่าพวกมันเสียตั้งแต่ตอนนี้