【Perfect Life】

    28 – รับรางวัล

    28 – รับรางวัล

            เป็นอีกครั้งที่ต้องมานั่งคิดมากจนปวดหัว ตอนนี้ทุกคนในร้านต่างมานั่งรวมกันที่โต๊ะทานข้าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งพริสทีนกับเดฟไกส์ที่นั่งกุมขมับกับตัวปัญหาที่วางอยู่กลางโต๊ะ

            จดหมายขอบคุณและของตอบแทนจากกษัตริย์อีกแล้ว!!

            คนอื่นอาจจะปลาบปลื้มดีใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกสเตลล่าที่พึ่งเคยได้รับคำชมจากกษัตริย์เป็นครั้งแรก

            ส่วนพวกนิ่งเฉยอย่างวาเนสซ่าก็นั่งจิบกาแฟทานขนมว่างไปการ์เน็ตก็ทำหน้าที่บริการเติมขนมกับกาแฟ

            ให้ตายสิ...เคยเตือนแล้วแท้ๆว่าจะส่งขอบคุณคนมั่วซั่วไม่ได้น่ะ!!!!ท่านไลแคนสีครามได้แต่บ่นในใจ

            ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทำงานร่วมกับกษัตริย์ของอาณาจักรก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคนใจกว้างเมื่อใดที่พูดเกี่ยวกับความมั่นคงหรือการปกป้องอาณาจักรจะกลายเป็นคนจริงจังและน่านับถือ

            เขาเป็นกษัตริย์ที่ไม่ว่าใครต่างก็นับถือและหลงรักในความอ่อนโยน

            แต่ก็มีปัญหาเรื่องขี้กังวลแถมขี้เป็นห่วงไปทั่วทำให้เวลาจะกังวลอะไรต้องผ่านการตัดสินใจของราชินีเสียก่อน!

            ...เดี๋ยวนะถ้าเกิดผ่านการตกลงของราชินีแล้วหมายความว่าทั้งเจ้าบัตรอวยพรกับเจ้าจดหมายครั้งนี้ก็ผ่านมือแล้วงั้นสิ!!!ทำไมไม่ห้ามหน่อยฟะองค์ราชินี!!!! ขยี้หัวตัวเองด้วยความหงุดหงิด

            คำขอบคุณอีกแล้ว! รอบที่แล้วก็คำอวยพรก่อนหน้านั้นก็ได้รับตราจากกษัตริย์จะว่าไปเขารู้ได้ยังไงว่าเราเป็นคนอยู่เบื้องหลังทั้งที่บอกคุณเจ้าของร้านว่าอย่าพูดถึงเราแท้ๆ!!! รู้ได้ยังไงเนี่ย!! พริสทีนกุมขมับ

            “ทำไงดีๆ พวกเราได้รับคำชมจากกษัตริย์ด้วยล่ะ!!”

            “อื้มๆ รู้ว่าดีใจแต่ก็ช่วยใจเย็นหน่อยนะสเตลล่า”ไลรอนหัวเราะกับท่าทางตื่นเต้นดีใจนั่น

            “ก่อนจะบอกยัยเอลฟ์นั่นให้ใจเย็นมองมือตัวเองซะบ้างเหอะ”

            ฟีเรแซะทีเดียวทำเอาเพื่อนสนิทชะงักไปพอควรเพราะมือไลรอนตอนนี้สั่นเหมือนเจ้าเข้า น่าจะตื่นเต้นพอกัน

            “งั้นเรามาเปิดจดหมายกันเลยดีไหม...?”

            “รบกวนด้วย...” เดฟตอบวาเนสซ่าด้วยน้ำเสียงเหมือนเหนื่อยหน่ายกับชีวิตเคออสเอื้อมไปหยิบมาให้เนส เจ้าหล่อนก็รับมาแกะอ่านนิ่งๆ

            สีหน้าตอนแรกนิ่งเฉย หลังๆเริ่มคิ้วขมวด

            “จะ จดหมายไม่ดีเหรอคะ...?”

            “....สรุปง่ายๆคือเพราะพวกเจ้าเลยทำให้มีงานแฟชั่นโชว์เกิดขึ้นมาแถมยังเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกภายในข้ามคืนเลยต้องการจะตอบแทนคุณงามความดีให้... ท่านจึงเชิญไปพระราชวัง จะไ---”

            “ไม่ไปเด็ดขาด!!!” “ไปแน่นอนอยู่แล้ว!!!!”

            ขวับ!! ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันเสียงส่วนมากที่จะไปมี 3 ไม่ไปมี 2 ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางชนะ...

            “ไม่ว่ายังไงข้าก็ไม่ไป! ถ้าจะไปก็ไปกันแค่ 3คนนั่นแหล่ะ”

            “ฉะ...ฉันเองก็ไม่ค่อยอยากยุ่งกับรางวงศ์อะไรซักเท่าไหร่...”หมับ! “เอ๊ะ...?” มองมือตัวเองที่สเตลล่ากุมมือเสียแน่นแถมยังมองด้วยสายตาออดอ้อนเหมือนกระต่ายตัวน้อยอ้อนขอแครอท...

            “ทั้งคู่ไปด้วยกันเถอะนะคะ ข้าฝันไว้นานแล้วว่าอยากลองเข้าพระราชวังดูซักครั้งครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้” อ้อนอย่างเต็มที่

            “แต่...”

            “น๊า...”

            .

            .

            .

            .

            .

            ผลลัพธ์คือสเตลล่าชนะ ทั้งพริสทีนกับเดฟไกส์ยอมมาด้วยแต่โดยดีและสาเหตุที่ท่านไลแคนยอมมาด้วยก็เพราะพริสทีนขอร้องอีกแรง

            ถึงเขาจะปฏิเสธคนอื่นได้แต่ไม่สามารถปฏิเสธหล่อนได้...

            วันนัดพบพริสทีนใช้ [เกท]เลยทำให้มาโผล่ที่เมืองหลวงทิทาเนียโดยไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลาเดินทางดังนั้นจึงได้เตรียมเสื้อผ้าหน้าผมให้พร้อมสำหรับการเข้าเฝ้ากษัตริย์

            ตอนนี้

            “ระ เริ่มกลัวแล้วสิคะ...”

            “ฉันก็ด้วย...อยากกลับแล้วอ่ะ”สองสาวเริ่มพึมพำตัวสั่น

            “ใจเย็นน่าทั้งคู่ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอก...มั้ง” ไลรอนก็เริ่มหายใจติดขัดถ้าเกิดตื่นเต้นเกินจนเผลอกลับเป็นนายเงือกขึ้นมาจะเป็นยังไงทั้งที่เป็นโอกาสได้เข้าพบกษัตริย์จนสามารถเอาไปคุยกับน้องสาวได้

            “เครียดอะไรนักหนาคิดซะว่าพวกนั้นเป็นผักปลาซะก็จบ”

            “พวกเราไม่เหมือนนายนะฟีเร... แต่..แต่ถ้าเกิดฉันพูดอะไรผิดจนโดนตัดหัวล่ะจะทำยังไง! ผม ผมฉันด้วยต้องซ่อนไว้!”รีบยกฮู้ดปิดหัว

            “นี่เจ้าคิดว่าจะไปออกรบที่ไหนถึงโดนตัดคอตายห๊ะยัยบ้าสงบใจหน่อย! กษัตริย์ที่นี่ไม่ได้บ้าเลือดโหดร้ายขนาดนั้นหรอกน่า! เป็นตัวเองก็พอแต่ถ้าเจ้าปลานั่นยังเครียดอยู่... มองหน้าเจ้าองค์ชายนั่นก็แล้วกัน”

            “องค์ชาย... อ่อ...”ไลรอนหรือเจ้าปลาที่เดฟไกส์ชอบเรียกถึงบางอ้อทันทีหากคิดซะว่าคนตรงหน้าเป็นเจตต์ซะก็น่าจะไหว

            “สเตลล่า... ถ้าไม่ไหวจับมือข้าไว้ก็ได้นะ...”

            “ขอบคุณนะชิอินะ..งือ...”

            “ได้เวลาแล้วครับ” ชายหนุ่มในชุดเกราะสีขาวมีเอกลักษณ์และมีตราของอาณาจักรคาดว่าเป็น1 ในทหารองครักษ์ของกษัตริย์มาเชิญพวกตนแบบนี้ยิ่งสร้างความเครียดกว่าเดิม

            “เลิกมีปัญหาแล้วมาได้แล้วน่า!”ว่าจบเดฟก็จับมือพริสทีนแล้วลากไปทันที

            “เฮ้ย! อย่าฉวยโอกาส!!”ว่าจบทั้งฟีเรกับไลรอนรีบวิ่งเข้าไปแยกทั้งคู่โดยไว ภาพคุ้นตาอย่างน้อยก็ทำให้ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย

            “หายเครียดแล้วนี่...”

            “จ้ะ! แต่ก็ยังกลัวอยู่ดีขอจับมือชิอินะไปก่อนได้มั้ย...?”

            “อื้ม... ไม่มีปัญหา”

            เดินกุมมือตามเพื่อนทั้งสี่ของตนมุ่งหน้าไปยังห้องโถงของพระราชวังที่โอ่อ่าสวยงามพวกเสนาธิการอีกหลายร้อยคนต่างก็ยืนอยู่หลังเหล่าทหารที่ยืนเรียงกันตามพรมแดงพริสทีนยิ่งหลบหลังพวกเพื่อนหนักกว่าเดิมเมื่อเบื้องหน้าพวกตนคือกษัตริย์และราชินียืนรออยู่

            กษัตริย์ในชุดโอ่อ่าผมม้วนมีหนวด สวมผ้าคลุมสีแดงขนเฟอร์สีขาวสวมมงกุฎถือคฑาอันยาวเหมือนหลุดออกมาจากนิทานกับไพ่ที่เคยเห็นสมัยก่อนไม่มีผิด ส่วนราชินีนั้นไม่แปลกใจเลยที่เดฟไกส์บอกว่าเป็นผู้ที่งดงามที่สุดในอาณาจักรแห่งนี้ก็ว่าได้

            แถม...หน้าอกยังใหญ่โตซะจดแอบอิจฉา

            “อ๊ะ..”

            “มีอะไรเหรอสเตลล่า...?”

            “ชุดขององค์ราชินีใส่ เหมือนเคยเห็นครั้งนึงตอนคัดเลือกชุดสำหรับแฟชั่นโชว์ครั้งน่ะจ้ะ...”กระซิบบอกชิอินะ

            เจตต์ก็ยืนอยู่ข้างหลังห่างๆอีกมุมหนึ่งกับพ่อบ้านคนสนิทพอเห็นว่าพวกพริสทีนจ้องมาเลยผงกหัวให้เล็กน้อยเพื่อตอบรับ ก่อนทั้ง 5คนเดินมาคุกเข่าตรงหน้าราชา

            “โอ้ ไม่ต้องคุกเข่าๆ แค่พวกเจ้ายอมมาหาข้าก็ดีใจมากแล้วล่ะนะลุกขึ้นเถอะ ลุกขึ้น” คลี่ยิ้มใจดีให้แถมยังมีท่าทางเป็นมิตร ท่าทางการแสดงออกก็ทำเอาหลายคนต่างยิ้มขบขัน

            ไม่ใช่ยิ้มแบบดูถูกหรือยิ้มเยาะแต่เป็นรอยยิ้มที่ดูมีความสุข

            คนอื่นยังมีลังเลแต่เดฟลุกก่อนเป็นคนแรกก่อนดึงให้พริสทีนลุกที่เหลือจึงลุกตาม

            “เอ..เด็กที่สวมฮู้ดอยู่นั่นคือเด็กสาวผมสีเงินที่ร่ำลือกันสินะ?”

            “! ค ค่ะ!” พริสทีนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆถกฮู้ดลง สร้างความฮือฮาให้แก่คนในห้องโถงเกือบหมด

            ถ้าเป็นทุกทีป่านนี้คงเต็มไปด้วยคำนินทาว่าเธออาจจะมาทำลายอาณาจักรแต่ตอนนี้กลับเป็นเสียงชื่นชมเส้นผม

            ถือซะว่าดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

            “อืม...ตอนแรกพวกเราเองก็หวาดกลัวเช่นกันว่าเจ้าจะก่อปัญหาอะไรหรือไม่ แต่จากสิ่งที่เจ้าได้ทำลงไปข้าและทุกคนในที่นี่ขอกล่าวชื่นชมด้วยใจจริง”

            “ม ไม่หรอกค่ะ! ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว หนูไม่ได้ทำอะไรให้มากถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ...!”

            “เอ๋? แต่จากที่เราได้ยินมา...” เลิกลั่กเล็กน้อย

            “อะแฮ่ม...” นายกกระแอมไอเล็กน้อย“พวกเราได้ส่งหน่วยข่าวกรองไปสืบมาหมดแล้วครับนอกจากจะเป็นผู้คิดค้นเรื่องอาหารทอดแล้วยังมีอีกหลากหลายเมนูอาหารที่ตอนนี้กำลังแพร่ไปทั่วทั้งอาณาจักรทั้งยังเป็นผู้กำลังมังกรดำที่หลายคนต่างก็คิดว่าเป็นราชันย์มังกรแห่งความมืดช่วยชีวิตรัชทายาท และคิดค้นสิ่งที่เรียกว่า [แฟชั่นโชว์]ข้อมูลพวกนี้สามารถยืนยันได้ว่าท่านนั้นได้ก่อคุณงามความดีให้แก่อาณาจักรเป็นอย่างมาก”

            ส่วนเจ้าตัวยืนนิ่งยิ้มค้างไปเรียบร้อย....

            ...OMG!!!! ไปสืบมาจากไหนคะเนี่ย!!!บางเรื่องก็ปิดบังไว้แล้วนี่นา!! เอ๊ะ!มีโอกาสที่พวกเขารู้ว่าเราป่วยเพราะสายสืบแน่ๆ!! โอ๊ย!แบบนี้เราจะไม่ระแวงว่าโดนแอบตามตลอดเวลารึเปล่าเนี่ยยยยย!!!!!.... ทำได้แค่กรีดร้องในใจ ...ไนกี!ระดับความปลอดภัยโดยรอบนี่ปรับเป็นระดับสูงสุดเลยได้มั้ย!...

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ:จะทำการเปลี่ยนเป็นระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด คนที่คาดว่าเป็นสายสืบและมีท่าทีแปลกๆจะถูกตรวจจับในทันที

            ...ดีมาก! ขอบคุณนะ!...

            ราชาเห็นเธอเงียบไปยิ่งเลิ่กลั่กหนักกว่าเดิม

            “ขะ ขอโทษด้วยนะที่สืบเรื่องของเจ้าน่ะแต่มันก็เพื่อความสบายใจของทุกคน ขอโทษจริงๆ!”

            “!! ค ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะหนูเข้าใจว่าท่านจำเป็นต้องทำ” แต่ก็ตกใจจริงๆนั่นแหล่ะ...

            “งั้นเหรอ ค่อยยังชั่ว...” กระแอมไอเล็กน้อย “ยังไงข้าก็ต้องขอขอบคุณที่เจ้าได้ช่วยชีวิตลูกชายของข้าไว้แถมยังช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องของมังกรดำ ถึงผู้นำคนอื่นๆจำต้องกลับไปยังอาณาจักรของตนแล้วก็ตามแต่พวกเขาก็ฝากขอบคุณ และหากเจ้ามีโอกาสได้ไปที่อาณาจักรพวกเขาก็ยินดีต้อนรับ”

            “ป เป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ...”

            “ขออนุญาตครับ” ไลรอนก้าวออกมาข้างหน้า “อาจจะเป็นการเสียมารยาท...แต่ผมอยากรู้ว่าทำไมท่านถึงเชิญพวกเรามาด้วยน่ะครับ”

            “อ้อถ้าเรื่องนั้นล่ะก็มีพวกขุนนางบางส่วนมาเล่าเรื่องพวกเจ้าให้ฟังเยอะพอควรว่าเป็นกลุ่มนักผจญภัยที่กล้าหาญ แถมยังช่วยทหารของอาณาจักรในการกำจัดมอนสเตอร์ตัวปัญหาแสดงความสามารถอันน่าทึ่งต่างจากเด็กวัยเดียวกัน จริงสิข้าขอฝากชื่นชมไปถึงมิโกะเผ่าแมวขาวด้วยนะ คำทำนายของนางข้าประทับใจมาก”

            “ปะ เป็นพระคุณอย่างสูงครับ/ค่ะ!”

            “จะว่าไปในงานแฟชั่นโชว์ครั้งล่าสุดพวกเราได้ไปดูแล้วยิ่งน่าประทับใจกว่าเดิมชุดที่พวกเจ้าช่วยคัดเลือกด้วยความยากลำบากทุกชุดทำเอาภรรยาของข้าตาวาวเลยทีเดียว”

            “ก็แหม...ชุดน่ารักๆแถมยังสวยแบบนั้นไม่ว่าหญิงสาวคนไหนได้เห็นก็ต้องการทั้งนั้นแหล่ะค่ะ”ยกมือป้องปากหัวเราะ ก่อนคลี่ยิ้มหวานให้ “ขอบคุณสำหรับความเหน็ดเหนื่อยนะจ๊ะข้าชอบมากเลยล่ะ พอดูแฟชั่นโชว์จบข้าก็สั่งซื้อมาเยอะมากเลย”

            “ดะ ด้วยความยินดีค่ะ! / ด้วยความยินดีครับ”สองสาวเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เพื่อนตอบรับไปตามปกติ

            “ฮะๆ ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นหรอก เอาล่ะข้าเองก็พูดมาเยอะแล้ว สิ่งสำคัญคือพวกเจ้าสร้างผลงานไว้มากมายขนาดนั้นข้าก็ต้องมอบรางวัลให้ประสงค์สิ่งใดว่ามาได้เลย”

            “เอ่อ...” จะบอกว่าไม่ให้ยุ่งก็เดี๋ยวจะถือเป็นการปหมิ่นอีกเอาไงดีเนี่ย...

            “ไม่ต้องรีบร้อนๆ ค่อยๆนึกก็ได้”ราชาเองก็ยังคงยิ้มใจดีให้

            “ผม...” ฟีเรก้าวมาตกหน้าก่อนคุกเข่าตรงหน้า“ผมขอสิทธิ์ในการเข้าเรียนโรงเรียนของชนชั้นสูงให้กับน้องสาวผมด้วยเถอะครับ!!”

            “โอ้... เหตุผลล่ะ?”

            “น้องสาวของผมคือมิโกะเผ่าแมวขาวที่ท่านกล่าวถึงเมื่อครู่ครับนางเคยมาเที่ยวเมืองหลวงครั้งหนึ่งแล้วได้เห็นโรงเรียนของชนชั้นสูงเข้าจึงฝันที่จะได้เข้าเรียนที่นั่น...”

            “ผมเองก็เช่นกัน!” ไลรอนรีบคุกเข่าตรงหน้า“ผมขอสิทธิ์เดียวกันมอบให้น้องสาวผมด้วยเถอะครับ”

            “! ใจเย็นๆ! ไม่ค้องคุกเข่าหรอก! ลุกขึ้นเถอะ”เป็นเดือดเป็นร้อนให้เพื่อนคนอื่นพยุงลุกขึ้นกันยกใหญ่ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดเตรียมให้เป็นอย่างดีไหนๆพวกเจ้าก็อายุเท่ากับเจตต์ซะด้วย ทำไมถึงไม่เข้าเรียนด้วยกันซะเลยล่ะ?”

            “เอ๋...?”

            “มีเพื่อนวัยเดียวกันเยอะๆจะดีกว่าจริงไหม? เพื่อนของเจ้าเองก็ได้รับเข็ดกลัดจากข้าก็มีสิทธิ์ในการเข้าเรียนโรงเรียนชั้นสูงอยู่แล้วด้วยแถมพวกเจ้าเองก็เป็นเด็กดี ขอรางวัลให้น้องสาวก่อนตนแบบนี้ข้ายิ่งประทับใจเลยล่ะเป็นไงดีมั้ย?”

            “เป็นพระคุณอย่างสูงครับ/ค่ะ!!”มองหน้ากันด้วยความดีใจ

            ในขณะที่ทั้งเดฟและพริสทีนต่างก็คิดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายว่า...จะประทับใจง่ายเกินไปแล้ว!!!

            “สองคนนั้นขอไปแล้วที่เหลือล่ะ?”

            “หนูเองก็ตั้งใจจะขอเรื่องโรงเรียนเหมือนกันเพราะงั้นไม่กล้าขอไปมากกว่านี้หรอกค่ะ ขอโทษนะคะ!” ก้มโค้งขอโทษปะหลกๆ

            “ฮะๆๆ ไม่เป็นไรๆ”

            “....ผมขอแค่เงินก็พอครับ”ชิอินะพอแบบปกติธรรมดาที่สุดเพราะเป้าหมายคือเก็บเงินสำหรับสร้างร้านขายเสื้อผ้าเป็นของตนเอง

            “ได้เลย จะจัดให้อย่างเหมาะสม แล้วอีก 2 คนล่ะ?”

            “ไม่เอา”

            “หนูไม่เป็นไรค่ะแค่ความกรุณาที่มอบให้ก่อนหน้านี้ก็มากพอแล้ว ให้มากไปกว่านี้หนูเกรงใจน่ะค่ะ”

            ต่างก็ปฏิเสธทั้งคู่ แต่น้ำเสียงของเดฟทำเอาพระราชาแอบซึมไปพอควรจนต้องให้ราชินีปลอบยิ่งสร้างความขบขันกับท่าทางนั่นกว่าเดิมก่อนที่พ่อบ้านของเจตต์จะนำเข็มกลัดประจำราชวงศ์มามอบให้พวกสเตลล่าและมีเผื่อโอเลีเซียกับลาพิสด้วยเช่นกัน

            เมื่อสิ้นสุดการเข้าเฝ้าทั้งไลรอนกับฟีเรก็ขอร้องให้พริสทีนใช้[เกท] ไปส่งหมู่บ้านเพื่อบอกข่าวดีให้น้องสาว

            โดยไม่ลืมไปรับวาเนสซ่ากับเคออสมาด้วย

            “จริงเหรอคะ!! ขอบคุณนะคะพี่!”

            รอยยิ้มกว้างของน้องสาวตัวน้อยทั้งสองทำเอาความกังวลและความเหนื่อยล้าจากการทำภารกิจก่อนหน้าหายไปหมดนอกจากโอลีเซียจะดีใจที่จะได้ไปเรียนโรงเรียนในฝันยังดีใจที่ได้พบพี่สาวต่างพ่ออีกครั้งหลังจากไม่ได้เจอกันมานาน

            ทุกคนดูมีความสุขยกเว้น...

            “โรงเรียนของพวกชนชั้นสูงงั้นเหรอคะ...”

            “อื้ม!! เหมือนฝันเลยที่จะได้เรียนที่นั่นมีความสุขจัง”

            เอลฟ์สาวตัวน้อยมีความสุขกับรางวัลนั้นต่างจากพวกลีลีน่าที่สีหน้าดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด

            พอสเตลล่าหันมาก็ต้องแสร้งทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่มีอาการอะไรเกิดขึ้น

            น่าสงสัย...

            คืนนั้นทุกคนต่างก็เฉลิมฉลองกันด้วยความปิติยินดีกับรางวัลที่ได้รับในบ้านของฟีเรกับโอลีเซียและคนทำอาหารก็คงไม่พ้นพริสทีนอยู่วันยังค่ำแต่อย่างน้อยคราวนี้ก็มีชิอินะกับเนสช่วยทำ

            “พริสทีน” ลีลีน่าเดินมาเรียกก่อนจะยกอาหารไปห้องส่วนกลาง“ข้า...มีเรื่องจะคุยด้วยแป็นการส่วนตัว ได้รึเปล่า?”

            “....อ่า.. ค่ะ ได้”ยื่นจานให้จินเป็นคนนำไปเสิร์ฟแทน

            .

            .

            .

            .

            แอบพาออกหลังบ้านมาคุยกันตรงมุมรั้วหมู่บ้าน“ตรงนี้คงไม่มีคนได้ยินแล้วล่ะ”

            “คือ...เรื่องที่จะคุยนี่เกี่ยวข้องกับสเตลล่าใช่มั้ยคะ?”

            “....ใช่เพราะตอนนี้เจ้าเป็นเพื่อนสนิทของท่านสเตลล่า ที่ข้าต้องการจะบอกคือท่านสเตลล่านั้นเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของผู้นำและมีโอกาสจะได้ขึ้นเป็นผู้นำคนต่อไป...ทำให้พวกดาร์คเอลฟ์ส่งคำขู่มา”

            “ขู่...เหรอคะ”

            “อืม... พวกดาร์คเอลฟ์นั้นหมายหัวท่านสเตลล่าไว้ เนื่องจากตอนเกิดมานั้นได้รับพรจากราชันย์ไลแคนสีครามและราชินีของเหล่าดรายแอดได้รับพรจากเทพผู้คุ้มครองมหาพงไพรแบบนี้ไม่ว่าใครต่างก็ต้องหมายหัวเป็นธรรมดาจริงไหม...?”

            “....พอคิดๆดูก็จริงอย่างที่พูดนะคะ” ราชันย์ไลแคนเป็นผู้มอบพรให้แต่ถ้านับตามอายุ อาจจะเป็นพ่อของเดฟสินะ...

            “ดังนั้นเพื่อป้องกันการเกิดปัญหาท่านผู้นำจึงตัดใจส่งท่านสเตลล่าไปอยู่ที่อื่นโดยไม่ให้พวกข้าบอกว่านางเป็นใครเพื่อความปลอดภัยของท่านเองและก็ไม่ต้องการให้ยุ่งกับชนชั้นสูงเพื่อป้องกันการสงสัยเพราะบางทีในโรงเรียนอาจจะมีพวกเอลฟ์ตนอื่นถูกส่งมาเพื่อนสืบเรื่องของนางแต่ในเมื่อท่านสเตลล่าต้องการเช่นนั้นข้าก็ห้ามไม่ได้...”

            “....จึงมาขอร้องฉันให้ดูสเตลล่าตอนเข้าเรียนสินะคะ?”

            “ตามที่เจ้าคิดนั่นแหล่ะ... พวกเราขอร้องล่ะเพื่อความปลอดภัยของท่านสเตลล่า ได้โปรดเถอะ...”

            “หวาๆๆ! ไม่ต้องโค้งหรือคุกเข่าเลยนะคะ!”รีบจับตัวลีลีน่าไว้ “ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้หรอกค่ะยินดีรับภารกิจนี้ด้วยความเต็มใจ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลหรอกนะคะ”

            “ในฐานะตัวแทนองครักษ์ขอกล่าวขอบคุณจากใจ พวกเราจะรีบรายงานเรื่องนี้ให้ท่านผู้นำรู้เพื่อความสบายใจหลังจากนี้ฝากด้วยนะ”

            “ค่ะ ไม่ต้องห่วง!”

            คลี่ยิ้มกว้างเอ่ยคำสัญญาลับระหว่างกันดูเหมือนว่าเธอจะได้รับภารกิจสำคัญเพิ่มนอกเสียจากทำลายห้องทดลองใต้อาณาเขตต้องห้ามของแต่ละที่เสียแล้ว

            หลังจากนี้คงต้องฝึกให้แข็งแกร่งกว่าเดิมเพื่อปกป้อง

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน