ภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน

    เล่มที่4 ตอนที่153 สังหารจิวเยี่ย

         "เจ้านี่โชคดีเสียจริง ในดินแดนแรกแห่งโลกหล้าจนกว่าจะออกไปได้ ข้าแนะนำให้เจ้าฝึกฝนตลอดเวลา"
         "เจ้าลืมบอกเขาไปรึเปล่าว่าในดินแดนแห่งนั้นผู้คนอายุยืนยาว ไร้สิ้นสุด เพียงแต่ออกไปจากดินแดนนั้นโดยมิได้รับอนุญาติจากผู้พิทักษ์ดินแดนจะตกตายในทันที จะให้ดีข้าแนะนำให้เจ้ากลายเป็นเจ้าดินแดนแรกโลกหล้า เจ้าสามารถแปรเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในดินแดนนั้นได้ ถึงอย่างนั้นคนเกิดและคนตายก็มีอยู่ทุกวัน"
         "อย่ากล่าวให้มากความ ตอนนี้ด้านนอกท่าไม่ดีแล้ว เจ้าคงต้องออกไปตอบแทนน้ำใจดรุณีน้อยที่ช่วยเจ้าไว้แล้วกระมั่ง"
         "เช่นนั้น ไว้พบกันครั้งหน้าถ้าเจ้าปางตาย"
         .     .     .     .
         "ไม่มีวัน..."
         พร๊วดดดดดดดดดดดด
         จิวเยี่ยตอบปฎิเสธดรุณีน้อยและเหมือนมันจะกล่าวต่อ น่าเสียดายที่หลินหลงพ่นโลหิตผสมเนื้อและกระดูกสีดำ ซึงเป็นของเสียที่ถูกผลัดออกหลังจากร่างกายรักษาตัวเองผสมรวกับความช่วยเหลือของตัวตนในแต่ละชาติภพ ของเสียเหล่านี้สาดใส่หน้าจิวเยี่ยเต็มเบ้าหน้า ทำให้มันปล่อยมือออกจากลำคอของหลินหลง ก่อนจะเซถอยไปสองสามก้าว
         ตุบ!
         จิวเยี่ยคุกเข่าสองมือยันพื้นเหมือนจะอาเจียนออกมา น่าเสียดายที่หลินหลงเตะหวดมันออกไป การเตะหวดของเขารุนแรง เพราะครอบคลุมปราณเอาไว้มิให้เปื้อนสิ่งสกปรก ทำให้คนสวมชุดดำทุกคนถอยตามจิวเยี่ยไปตามแรงด้วย
         ปัก
         อัก!
         พิ้ววววววว
         ปึง!
         อุก
         "นายน้อยเยี่ย"
         คนสวมชุดดำตะโกนร้องเรียกจิวเยี่ย อย่างไรเสียมันก็ได้ยินมิชัดเจนนัก เพราะลูกเตะของหลินหลงรุนแรงยิ่งนัก มิต้องกล่าวถึงกายาที่แข็งแกร่งเหนือมนุษย์ไปไกลแล้ว
         ปุบ ปุบ
         "ฝุ่นคลุ้งขนาดนี้เชียว...แสดงว่าข้าหลับไปนานพอสมควร ถ้าข้าเจอเจ้าครั้งหน้าอย่าหวังว่าจะรอดไปได้"
         หลินหลงพึมพำอยู่กับตัวเอง เสียงของเขาแผ่วเบาจนคนที่อยู่ห่างจากเขาไปสองศอกได้ยินมิชัด แต่จิงเสวี่ยได้ยินอยู่บ้างเป็นบางคำ นางก้หาได้สนใจไม่ เพราะหลินหลงที่กำลังใช้ปราณทำความสะอาดร่างกายยังดูน่าสนใจยิ่งกว่า ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นใดๆล้วนถูกรวมไว้ด้านหน้าจนกลายเป็นลูกกลมๆสีดำเมี่ยม
         ปิ้ว!
         ลูกกลมสีดำเมี่ยมถูกหลินหลงดีดไปหาจิวเยี่ยที่นอนร่างติดกับต้นไม้คล้ายกับจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อนหลินหลงจะหันไปสนใจดรุณีน้อยพลางมองจิงเสวี่ยด้วยอีกคน
         "เป็นพวกเจ้าช่วยข้าไว้ใช่หรือไม่"
         หลินหลงเอ่ยถามสตรีสวมหน้ากากและดรุณีน้อย เพียงแต่ความหล่อเหลาของเขาในมาดเย็นชาทำให้จิงเสวี่ยมิสามารถตั้งตัวได้ทัน ดรุณีน้อยจึงบอกแก่เขาและสิ่งที่ดรุณรีน้อยบอกย่อมน่าเชื่อถือ เพราะเด็กไม่เคยโกหก
         "น้องสาวเป็นคนพบพี่ชายริมลำธาร พี่สาวเป็นคนแบกพี่ชายกลับมาบ้าน"
         "เป็นอย่าจริงๆ แล้วนอกจากพี่ชายมีคนอื่นอีกรึเปล่า"
         "ไม่มีใครนอกจากพี่ชาย?"
         ดรุณีน้อยตอบไปตามตรง แม้ว่าหลินหลงจะมีแต่ความเย็นชาก็ตาม ดรุณีน้อยก็มิได้มีความหวาดกลัวหรือหวาดระแวง
         "ขอบใจมาก สาวน้อย"
         หลินหลงกล่าวขอบคุณพลางลูบศีรษะดรุณน้อยอย่างถนุถนอนพลางแฝงลมปราณเข้าไปในร่างเพื่อให้ดรุณีน้อยขลับของเสียออกและเพิ่มความแข็งแรงให้ ก่อนหลินหลงจะเดินมาจับมือสตรีสวมหน้ากากแล้วส่งปราณเข้าไปในร่างนางอย่างแผ่วเบา เนื่องจากนางยืนนิ่งมิไหวติ่งจึงทำให้ทุกอย่างเรียบง่าย
         "ขอบคุณเจ้าเช่นกัน แม่นาง มิได้เจ้าช่วยข้างคงจะพบความยากลำบาก"
         "หน๋อย! บังอาจทำร้ายข้าไม่เห็นหัวตระกูลจิว"
         เสียงวาจาข่มขู่ของจิวเยี่ยดังขึ้นมา ก่อนมันลุกขึ้นยืนราวกับเรียกคืนสติได้แล้ว น่าเสียดายที่คนชุดดำคนหนึ่งต้องเร่งเข้ามาช่วยพยุงร่างหลังจากนั้นไม่นาน ตอนนั้นเองที่หลินหลงกล่าวขึ้นและคำกล่าวของเขาเสมือนเอาค้อนตอกตะปูทะลุใจมัน
         "ตระกูลจิว? ตระกูลบัดซบที่ไหน"
         พอได้ยินถ้อยคำนี้เหล่าคนสวมชุดสีดำอำพรางร่างกายพลันมีโทสะขึ้นมาอย่างถ้วนหน้า แต่ว่าพวกมันทำได้แค่เห่าหอน
         "แกบังอาจลบหลู่ตระกูลจิวงั้นหรอ"
         "ไม่รู้รึไงว่าตระกูลจิวเป้นตระกูลระดับกลางที่จะกลายเป้นตระกูลระดับสูงในพิธีแต่งตั้งในอีกเจ็ดวัน"
         "ใต้เท้าจิวกับเหล่าอาวุโสไม่เอาเจ้าไว้แน่ พวกเขาจะตามกวาดล้านตระกูลของเจ้าและตระกูลจิว"
         "หึๆๆ ก็เรื่องของพวกแกสิ จะบอกให้ก่อนตายว่าตระกูลบัดซบอะไรนั่นมันจะล่มสลายหลังจากพวกแกทุกคนตาย"
         วูบ
         สิ้นเสียงเย็นเยียบขอบหลินหลงสายลมพลันวูบไหว ร่างของเขาหายจากสายของทุกคน ไม่เกินสามลมหายใจต่อมาเขาก็ไปอยู่ด้านหน้าของจิวเยี่ย อีกทั้งคนสวมชุดดำทั้งหมดยังล้มฟุบไปบนพื้น ทั้งไม่ได้ตายแค่สลบไป เพราะหลินหลงมิได้คิดสังหาร จะมีก็แค่จิวเย่ยที่ชะตาขาด อย่างไรเสียจะฆ่าก็ต้องฆ่าผู้นำ ที่เหลือมิจำเป็น
         ตุบ!
         "เจ้า เจ้าจะทำอะไร บิดาข้าเป็นประมุขตระกูลจิวแห่งจักรวรรดิหยวน ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพวังหลวงกำลังจะกลายเป็นแม่ทัพ ถ้าเกิดว่าข้าเป็นอะไรไปเจ้าจะไม่ได้ตายดี"
         หลินหลงมองจิวเยี่ยที่ทรุดลงไปกับพื้น ขณะมันกล่าวอ้างถึงบิดามันยกตนข่มท่านให้หลินหลงเกรงหลัว น่าเสียดายที่หลินหลงไม่รู้อะไร มิหนำซ้ำเขามิใส่ใจว่ามันจะเป็นอะไร เพราะในดินแดนนี้ห่างไกลจากสวรรค์มิมีผ้ใดจับตา อีกทั้งยังมิต้องกังวลอะไรมากนัก เว้นเสียแต่ว่าจะพบกับจีหรง
         "ดีนี่ วันนี้ข้าจะฆ่าเจ้าและอีกเจ็ดวันจะไปดูสิว่าหน้าตาตระกูลจิวมันเป็นอย่างไร"
         หลินหลงกล่าวอย่างมิใส่ใจเหมือนมิไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น
         "เจ้ากล้าก็ลงมือ บิดาข้ารู้เรื่องนี้ ท่านจะทูลฮ่องเต้ให้ส่งกองกำลังมาตามล่าสังหารเจ้ากับพวกนาง"
         จิวเยี่ยแสดงสีหน้าเย้ยหยันมิได้มองสถานการณ์เป็นตายของตัวเอง มันทำให้หลินหลงกล่าวประโยคยาวออกมา
         "คนเราไม่รู้ว่ากำลังอยู่ในนรกใกล้ตกตาย แต่กล้ากล่าวอ้างถึงสวรรค์ต่อหน้ายมทูต ยกตนข่มท่านไม่ประมาณตน อยู่ในกลไร้ผู้รับรู้ยังขู่ผู้อื่นเหมือนหมา เมื่อไปเกิดใหม่ก็อย่าได้ทำตัวน่าสมเพชเช่นนี้อีก ถือเสียว่าเป็นคำสอนของข้า"
         ฉว๊ะ
         ปราณเทพรูปร่างใบมีดแหวมคนตัดผ่านจุดเชื่อมต่อระหว่างคอกับร่างกายของจิวเยี่ย วินาทีนั้นหัวของมันก็ร่วงหล่นสาดโลหิตไปทั่วทิศ เพียงแต่หลินหลงใช้ม่านปราณป้องกันเอาไว้มิให้โดนร่างเขากับสตรีสวมหน้ากากผู้ใช้มือปิดตาดรุณีน้อย
         ตึบ!
         ร่างจิวเยี่ยล้มลงพื้นในไม่กี่อึดใจต่อมา หลินหลงก็มองไปยังหัวของจิวเยี่ยที่มีใบหน้าหวาดกลัวดวงตาเบิกกว้าง บอกได้ว่าจิวเยี่ยผู้นี้คงมิได้ไปดี ก่อนเขาจะจุดไฟจาดลมปราณและเผาร่างจิวเยี่ยพลางใช้ลมปราณลบล้างความทรงจำของคนสวมชุดดำแล้วใช้ลมปราณยกพวกมันขึ้นเหนือพื้น ต่อมาเขาก็เดินออกไปทิ้งร่างคนสวมชุดดำทั้งหมดทิ้งไว้ให้ห่างไกลจากบ้านของสตรีสวมหน้ากาก แล้วซ่อมแซมบ้านให้นาง ก่อนจะเข้าไปภายใน
         เมื่อเข้าไปด้านในหลินหลงมิได้สนใจใคร เพราะเขาตรงไปที่เตียงและล้มตัวลงนอนพักฟื้นอาการบาดเจ็บในทันทีโดยมิให้สตรีและดรุณีน้อยถามไถ่สักคำ
         -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
         ติชมได้นะ

    คล้ายกับเรื่องภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน ที่คุณอ่าน