“มีกลุ่มหมอกหนากว่าที่อื่นกำลังมุ่งมาทางนี้มีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้นคงจะเป็ที่มาของมัน” เวสต้าชี้ไปทิศที่เธอเห็นกลุ่มหมอกสีดำเข้มผิดปกติ
กลุ่มหมอกสีดำที่เวสต้าพูดถึง เคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า สิ่งที่เห็นคือมอนสเตอร์ประหลาด ลักษณะของมันเหมือนแขนสีดำขนาดมหึมายื่นขึ้นมาจากพื้น มีของเหลวเป็เมือกสีดำสนิทที่พามันเคลื่อนที่ เมือกสีดำนั้นเปรอะเปื้อนไปทั่ว ขนาดของมันใหญ่มากกว่าอิงกริดเสียอีก ดวงตาดวงโตสีแดงภายในปากและฟันแหลมคมที่อยู่กลางฝ่ามือคอยสอดส่องรอบๆ ไอหมอกสีดำกระจายแผ่ออกมาบางๆ จากตัวของมัน
สิ่งนี้อยู่นอกเหนือสิ่งที่พวกเขาคิดว่าจะได้เจอ มันไม่ใช่มอนสเตอร์ตามปกติที่พบได้ทั่วไปหรือแม้แต่ในดันเจี้ยน ก่อนที่จะคิดอะไรได้ทัน แขนสีดำขนาดใหญ่ก็ฟาดเข้าหาเซอเทนต์อย่างรุนแรง แต่โยฮันที่อยู่ข้างๆ ยกขวานพุ่งเข้าป้องกันไว้ได้ทัน
“ตู้ม !!!!” ความรุนแรงทำให้โยฮันที่รับแรงกระแทก เซไปด้านหลัง ถึงแม้ได้เซอเทนต์เป็หลักยันไว้แต่เท้าพวกเขาทั้งสองก็ถอยครูดจนพื้นเป็รอยเท้าลากยาว
“กี๊...........” เสียงร้องแหลมของมันดังไปทั่ว ดวงตาสีแดงจ้องมองมาที่พวกเขา เมือกเหลวสีดำที่ปกคลุมรอบๆ ตัวหยดลงพื้นอย่างน่าขยะแขยง
“ตัวบ้าอะไรเนี่ย แรงเยอะชะมัดเลย” โยฮันตั้งหลัก
แสงสีเขียวจากเวทย์เสริมพลังของฟิโลน่าห่อหุ้มตัวทุกคนไว้ทันที เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว
อัสพานร่ายไฟร์ฟอร์ซเข้าใส่มันทันที ด้วยประสบการณ์ เขาเล็งไปที่ดวงตาตรงกลางฝ่ามือ ซึ่งดูไม่ยากว่ามันน่าจะเป็จุดที่บอบบางที่สุด
ลูกไฟจากไม้เท้าพุ่งเข้าหาดวงตาของมัน แต่ถูกปัดป้องโดยนิ้วมือทั้งห้าที่ห่อหุ้มไว้อย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงร้อนแรงที่เคยเผาไหม้มอนสเตอร์ที่ผ่านมา สร้างได้เพียงรอยไหม้เล็กๆ เท่านั้น
“กี๊..........” เสียงร้องแหลมจากแขนสีดำดังขึ้นอีกครั้ง
หมอกที่แผ่จางๆ จากตัวของมันรอบๆ เริ่มรวมตัวกันเป็สีเข้มขึ้นจนดำสนิท จับกลุ่มวิ่งวนอยู่ข้างๆ ตัวมันจนเป็ทรงกลมมืดสนิท
“กรร กรร” ดวงตาสีแดงสามคู่ พร้อมกับเสียงขู่คำรามของไวท์แฟง ดังออกมาจากหมอกสีดำทรงกลม
ไวท์แฟงสามตัวเดินออกมาจากเงามืดนั้น สองตัวพุ่งเข้าใส่โยฮันและเซอเทนต์ อีกตัวใช้จังหวะที่ทั้งคู่โดนโจมตีวิ่งผ่านตรงเข้าหาฟิโลน่า อัสพานที่ยืนอยู่ข้างๆ ขยับตัวเข้าขวางทันทีก่อนที่เ้าหมาป่าสีเทาจะเข้าถึงตัว
“เอ๋ง....” มีดสั้นจากด้านหลังพุ่งเข้าปักที่หน้าผากของมันก่อนส่งเสียงร้องสุดท้ายล้มลงนอนนิ่งไปกองกับพื้น ความเร็วที่แฝงด้วยความแม่นยำของเวสต้ายังทำหน้าที่ได้ดีเสมอ
โยฮันและเซอเทนต์ตวัดอาวุธในมือ จัดการไวท์แฟงทั้งสองตัวอย่างง่ายดาย ก่อนจะพุ่งตรงเข้าฟันมอนสเตอร์ประหลาดรูปร่างแขนสีดำ พวกเขาเงื้อแขนสุดแรงฟาดใส่เต็มกำลัง
“ผัวะ!! ผัวะ!! ผัวะ!!” การโจมตีของทั้งสองไม่สามารถผ่านิัสีดำได้ มีเพียงเสียงที่ราวกับว่าฟาดท่อนไม้ใส่ถุงทรายซ้ำไปมา
แขนสีดำขนาดใหญ่กวัดแกว่งใส่ทั้งสองคน ต่างฝ่ายต่างผลัดกันเข้าโจมตีและตั้งรับ แต่ก็ไม่อาจจะใช้ความคมของอาวุธตัดผ่านผิวของมันได้เลย
“ตู้ม !!!” ลูกไฟจากอัสพานพุ่งเข้าใส่กลุ่มหมอกสีดำเข้มทรงกลม เพื่อป้องกันกำลังเสริมที่จะเข้ามาเพิ่มจากมอนสเตอร์ตัวอื่น ลูกไฟกลับทะลุผ่านไปะเิด้านหลัง แต่ด้วยความแรงของลูกไฟที่พุ่งผ่าน ก็ทำให้กลุ่มหมอกสีดำทรงกลมนั้นฟุ้งกระจายหายไป
เวสต้าที่คอยหาจังหวะโจมตี วิ่งออกด้านข้างหาจังหวะ เธอะโเข้าเฉือนส่วนที่เป็ข้อมืออย่างรวดเร็ว ถึงแม้จะไม่สามารถสร้างได้แม้แต่าแเล็กๆ แต่ก็ดึงความสนใจได้ แขนสีดำหันกลับมาโจมตีใส่เธอขณะที่ยังลอยเคว้งในอากาศ เธอถูกการโจมตีสวนกลับเข้าอย่างจัง จนกระเด็นลอยไปชนรั้วไม้ด้านข้าง
“ฮีล” ฟิโลน่ารีบร่ายมนต์รักษาอย่างรวดเร็วให้เพื่อนที่าเ็
แนวหน้าทั้งสองรีบเข้าโจมตีแขนสีดำ ดึงความสนใจทันที ก่อนที่มันจะหันไปเล่นงานเวสต้าอีกครั้ง
“ไฟร์บอล” ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่แขนสีดำ แต่ก่อนที่จะถึง นิ้วทั้งห้าได้กำเข้าหากัน ปิดบังดวงตาสีแดงตรงกลางอย่างรวดเร็ว ลูกไฟที่อัดด้วยพลังเวทย์ที่มากขึ้นขนาดใหญ่ะเิทันที
“ตู้มมม!!!! ” เสียงะเิที่ดังสนั่นนั้นทำให้แขนสีดำถูกหุ้มด้วยเพลิงไฟสีแดงไปทั่วร่าง
ทุกคนกลับมารวมกลุ่มตั้งหลัก เตรียมมองหาจังหวะโจมตีอีกครั้ง เปลวไฟเริ่มมอดลง ผิวของมันมีรอยไหม้มากขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้มันสงบลงได้ เ้าแขนั์สีดำยิ่งตวัดเข้าใส่ทุกคนอย่างบ้าคลั่งหนักกว่าเดิม มันส่งเสียงกรีดร้องแหลมดังอย่างเ็ป
“กี๊...กี๊...กี๊.......”
“ตู้ม!! ตู้ม!!! ตู้มมม”
เสียงฟาดพื้นดังสนั่น การโจมตีของมันไม่ว่องไวตามเดิม มันเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่ง พยายามทำลายทุกอย่างรอบตัว โดยไม่สนเป้าหมายด้วยความโกรธและเ็ป จึงทำให้การหลบหลีกจากมันไม่ใช่เื่ยากเย็นนัก
“เดี๋ยวข้าจะหยุดมันไว้ ส่วนเ้าใช้ไม้จิ้มฟันนั่นจัดการไอ้นิ้วจอมเกะกะที” โยฮันหาจังหวะเงื้อขวานพุ่งเข้าฟาดใส่แขนสีดำสุดแรงที่ข้อมือ ถึงแม้จะไม่สามารถทะลุผ่านผิวของมันได้แต่ก็สามารถกดมันลงกับพื้นได้ด้วยแรงของเขา
“ย๊าก!!! นิ่งสิวะไอ้แขนบ้า” โยฮันรวบรวมแรงทั้งหมดกดมันลงกับพื้นหยุดการเคลื่อนไหว จนแขนของเขาเส้นเืปูดเป็เส้น
แขนสีดำถูกกด หงายอยู่กับพื้น มันพยายามยกตัวขึ้นสู้กับแรงของโยฮัน นิ้วสีดำขยับไปมาเพื่อยื่นมาโจมตี
“รูท” แสงสีเขียวอ่อนปรากฏขึ้น ตรึงเ้าสัตว์ประหลาดติดกับพื้น ทำให้มันขยับได้ยากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเป็ฝีมือของฟิโลน่า เวทย์เดิมที่เธอเคยทำให้โยฮันล้มหน้าคว่ำมาแล้ว
เซอเทนต์ฟาดดาบยาวเข้าตรงช่องว่างระหว่างนิ้วนางและนิ้วก้อยของมัน เขาบิดดาบ กดนิ้วก้อยสีดำลงพื้นอย่างสุดแรง ปลายดาบที่ขัดอยู่ใต้นิ้วนางช่วยให้เขามีแรงมากพอที่จะกดมันไว้
เวสต้าะโขึ้นอีกครั้งเพื่อหามุมโจมตีดวงตาสีแดง นิ้วทั้งหมดงอเข้าปกป้องดวงตาตรงกลาง มีเพียงนิ้วก้อยที่ถูกเซอเทนต์กดอยู่กับพื้น ทำให้มีช่องว่างด้านข้าง เวสต้าไม่พลาดที่จะปามีดพกที่คมกริบปักเข้าไปที่ดวงตาสีแดงนั้นอย่างแม่นยำ
“โครม ...” โยฮันและเซอเทนต์ถูกสะบัดออกกระเด็นไปคนละทิศ
“กี๊.............” เสียงกรีดร้องที่แหลมคมบาดหูกว่าเดิมของมัน ดังไปทั่วบริเวณ ของเหลวสีดำไหลออกมาจากดวงตาสีแดง รอยแผลจากมีดสั้นของเวสต้าทำให้มันเ็ปและชะงักนิ่ง
“ไฟร์บอล” ลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตีอีกครั้ง เสียงะเิดังสนั่น เปลวไฟที่มอดไหม้ทำให้มันส่งเสียงกรีดร้อง เสียงแหลมดังค่อยๆ เงียบลง นิ้วสีดำที่เคยขยับกลับนิ่งสนิท หมอกสีดำเริ่มค่อยๆ จางลง แขนสีดำหยุดนิ่ง เริ่มแข็งกลายเป็หิน ก่อนที่จะแตกออกเป็ชิ้นๆ
เซอเทนต์ ทรุดตัวนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรงวางดาบคู่ใจไว้ข้างตัวก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ไงเ้าหนูหมดแรงแล้วรึไง ไหนเ้าว่าข้าจะหมดแรง ทำไมถึงนั่งหอบแบบนั้นล่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” โยฮันไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยพร้อมยิ้มเยาะทันที ถึงแม้เขาเองก็หมดแรงไม่ต่างกัน
เซอเทนต์โบกมือไปมาอย่างหมดแรง เขาเหนื่อยเกินกว่าจะเถียงด้วย
ทุกคนหาที่นั่งพักใกล้ๆ หมอกสีดำค่อยๆ จางลงจนบริเวณรอบๆ หมู่บ้านกลายเป็ปกติ
โยฮันพูดระหว่างเดินมองแขนสีดำที่ตอนนี้กลายเป็เศษซากกองหิน
“เ้านี่มันตัวอะไรมาจากไหน แต่ที่แน่ๆ มันคือตัวทำให้เกิดหมอกสีดำ ข้าไม่เคยเห็นเ้าตัวแบบนี้เลย”
“มันแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนซะอีก แถมยังทำให้เ้าพวกไวท์แฟงโผล่มาได้ด้วย” เซอเทนต์ลุกขึ้นมองซากกองหินตรงหน้า
ฟิโลน่าที่เดินรักษาอาการาเ็ให้ทุกคน สังเกตเห็นแสงสะท้อนสีม่วงจากกองหิน เธอเรียกทุกคนมาดู ผลึกสีม่วงจากเศษซากของมัน
อัสพานหยิบขึ้นมาและพยายามมองดูว่ามันคืออะไร ทุกคนส่งต่อผลัดกันดูอย่างสงสัย
“มันทำให้เกิดเ้าตัวนี้งั้นเหรอ มีเื่ที่ข้าไม่รู้มากเกินไปแล้วนะ” โยฮันบ่น
“ข้าเคยเห็นของคล้ายกันแบบนี้แต่นี่มันแตกต่างออกไปนิดหน่อย” เวสต้าหยิบผลึกสีม่วงจากฟิโลน่ามาส่องกับแสงและพูดต่อ
“เมื่อห้าปีก่อน ข้ารับงานคุ้มกันสินค้าไปเมืองปีลันที่อยู่ห่างออกไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างทางถูกกลุ่มโจรบุกโจมตี แล้วหีบส่งของหีบหนึ่งแตกออก ข้าเห็นก้อนหินสีม่วงคล้ายแบบนี้ในนั้น”
“แต่นี่มันขนาดเล็กกว่ามาก สีของสิ่งนี้ก็เข้มกว่านิดหน่อย” เวสต้าโยนผลึกสีม่วงให้อัสพานที่ฟังอย่างตั้งใจ
“ข้าจะไปดูรอบๆ ว่ามีอะไรน่าสงสัยเพิ่มไหม” พูดจบเวสต้าก็ะโขึ้นหลังคาหายไป
หลังจากที่ทั้งหมดพักเหนื่อยได้ไม่นาน เวสต้าก็กลับมาจากการสำรวจโดยรอบ เธอไม่พบอะไรนอกจากความเสียหายที่หลงเหลือหลังการถูกโจมตี
แสงสว่างในยามค่ำตามบ้านต่างๆ ที่เคยมี ตอนนี้มืดสนิทมีเพียงบ้านหลังเดียวที่ถูกใช้เป็ที่พักจำเป็สำหรับพวกเขาในคืนนี้ โยฮันกับเวสต้าขนเสบียงที่เตรียมมาจากรถม้าสำหรับมื้อค่ำ ฟิโลน่าและเซอเทนต์จัดการมื้ออาหาร อัสพานรับหน้าที่ดูแลที่นอน ไม่นานทุกอย่างก็พร้อม
หลังมื้อค่ำ เซอเทนต์เดินออกมาด้านนอก เขายืนมองผลึก พยายามนึกว่าเคยเห็นสิ่งนี้ที่ไหนหรือไม่
อัสพานกับคนอื่นๆ ตามออกมา พวกเขายืนมองร่องรอยความเสียหายในหมู่บ้านอย่างเงียบๆ
เซอเทนต์หันกลับไปพูดกับทุกคน
“ข้าจะส่งผลึกนี่ไปให้เมืองหลวงตรวจสอบ เผื่อจะมีใครรู้ว่ามันคืออะไร”
“วี๊ดดดด.....” เสียงเป่าปากของเซอเทนต์เรียกเ้าเหยี่ยวั์อิงกริด มันร่อนตัวลงมายืนข้างๆ เขาจัดการใส่ผลึกสีม่วงและคำสั่งลงในถุงหนัง มัดอย่างดี ผูกกับแผงคอของมัน
“ถ้าหมอกทุกที่มีเ้าตัวนี้อยู่ก็ตึงมือพอสมควรเลยนะ ไหนจะจำนวนมอนสเตอร์ที่เยอะขนาดนี้อีก” เวสต้ากังวลกับเื่ที่จะต้องเจอ
“จำนวนที่เยอะข้าไม่หวั่นหรอก แต่ไอ้เ้าตัวดำนี่สิ ต้องยอมรับเลยว่าจัดการยากจริงๆ” โยฮันมองไปที่กองหิน เมื่อกลางวันมันเคยเป็คู่ต่อสู้ที่ร้ายกาจ เขามีสายตาจริงจังมากขึ้น ก่อนจะกระดกเหล้าในแก้วที่ถือติดมือมาด้วยขึ้นดื่มอึกใหญ่
“ที่เรารู้แล้วตอนนี้คือ หมอกสีดำที่มันสร้างขึ้นตอนที่เราต่อสู้ มันคล้ายกับประตูเวทมนตร์ สิ่งนั้นมันเรียกมอนสเตอร์พวกนี้มา ข้าคิดว่าหมอกแต่ละจุดน่าจะมีเ้าตัวนี้อยู่ และหมอกพวกนั้นแผ่ออกมาจากตัวของมัน” อัสพานถือไม้เท้าข้างตัวเดินไปหาที่นั่งแล้วพูดต่อ
“ที่ต่อไปที่เ้าวางแผนไว้คือที่ไหนล่ะเซอเทนต์”
“ตามแผนที่วางไว้เป็หมู่บ้านโพเทนที่ตั้งอยู่ทางตะวันออก ที่นั่นถูกหมอกดำปกคลุมก่อนหน้าหมู่บ้านนี้ ส่วนทางทิศอื่นข้าส่งกองกำลังกับกลุ่มปาร์ตี้ระดับสูงไปช่วยเหลือหมู่บ้านกับเมืองอื่นๆ แล้ว” เซอเทนต์หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“เราอาจจะต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยหลังจากนี้ จุดหมายที่เราต้องไปคือเมืองปีลันที่เวสต้าบอก อาจจะมีเบาะแสของเื่นี้”
“พวกมอนสเตอร์ข้าไม่ห่วงหรอก แต่ถ้ามีเ้านี่มันอยู่ด้วยคงเป็งานหนักน่าดู พวกที่ไปกันจะไหวรึเปล่า” ฟิโลน่าและคนอื่นๆ เป็ห่วงเหล่าปาร์ตี้ที่ได้รับมอบหมาย
“พวกนั้นมีฝีมือดีที่สุดที่หาได้ พวกมอนสเตอร์ทั่วไปคงไม่เท่าไหร่แค่เื่จำนวนอาจจะทำให้ลำบาก แต่สำหรับเ้าตัวนี้อาจจะหนักไปหน่อย ถ้าร่วมมือกันหลายปาร์ตี้น่าจะทำอะไรได้บ้าง” เซอเทนต์ค่อนข้างมั่นใจในนักผจญภัยคนอื่นที่ได้รับมอบหมาย
“ถ้าเป็สมัยก่อนเราคงจัดการเ้านี่ได้ง่ายกว่านี้” ฟิโลน่าพูดเบาๆ
“ข้าอาจจะยอมรับว่ามันแข็งแกร่งกว่ามอนสเตอร์ทั่วไป แต่ข้ายังแข็งแรงเหมือนเดิม” โยฮันพูดเสียงดังก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด
“ข้าได้ยินเสียงลมดังลั่น ตอนที่ท่านสู้ ข้านึกว่าท่านหอบเสียอีก” เซอเทนต์อดใจจะแหย่เขาไม่ได้
“เสียงขวานของข้าแหวกลมไปฟันพวกมันมากกว่า เ้าหนูแคะขี้หูบ้างนะ หรือจะให้ข้าเอาด้ามขวานทะลวงให้ไหม” โยฮันทำท่าเอาด้ามขวานในอากาศกระทุ้งไปมา เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน
ทั้งหมดกลับเข้าไปในที่พัก มีเพียงฟิโลน่าที่ปลีกตัวเดินออกไป เธอหามุมเงียบๆ มุมหนึ่งก่อนร่ายเวทย์บางอย่าง แสงสีเขียวอ่อนจางๆ สว่างขึ้นที่ข้อมือของเธอ เหมือนกับว่าเธอจะกำลังรักษาตัวเองอยู่ แต่เธอก็ต้องสะดุ้งกับเสียงที่ดังมาจากข้างหลัง
“เ้าใช้เวทย์เสริมพลังและรักษาพวกเรา จนพลังเวทย์ที่เ้าใช้ปกปิดร่องรอยอายุมันเสื่อมลงสินะ”
เวสต้าเดินออกมาจากเงามืดก่อนจะนั่งที่ขอบรั้วข้างๆ
“ปิดบังอะไรเ้าไม่ได้เลยสินะ” ฟิโลน่ายิ้มให้ เธอโล่งใจที่เวสต้าเป็เ้าของเสียงนั้น
“ทำไมเ้าถึงอยากคงความสาวไว้ ข้ารู้จักเ้ามานานเ้าไม่ใช่คนที่ยึดติดกับความงามนี่ อีกอย่างนี่มันเป็ภาระที่หนักพอดูอยู่นะ ที่ต้องผจญภัยไปด้วยและคงเวทย์นั้นไปตลอดการเดินทาง” เวสต้าหันมองขณะที่ฟิโลน่าเริ่มกลับมารักษาริ้วรอยที่มืออีกครั้ง
“อาจเป็เพราะข้ายังติดอยู่ ณ ่เวลานั้นก็ได้มั้ง” สายตาของฟิโลน่าดูเศร้าลง
“เื่นั้นยังติดอยู่ในใจของเ้าสินะ ข้าเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ มันไม่ได้เกิดกับตัวข้าเองซะด้วยสิ เอาที่เ้าตัดสินใจละกัน หากมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกได้เสมอ” เวสต้าลุกขึ้นและโยนขวดสีฟ้าให้
“รีบตามมาล่ะ เขาฝากมาให้เ้า อีกอย่างพวกเราทุกคนเป็ห่วงเ้ามากนะ เ้าเองก็รู้อยู่แล้วนี่นะ ข้าคงพูดอะไรมากไม่ได้” เวสต้าหันมายิ้มให้ เธอยืดแขนบิดี้เีแล้วเดินกลับไปยังที่พัก
ฟิโลน่ามองดูขวดนั้นแล้วยิ้ม เธอรู้ดีว่าทุกคนเป็ห่วง เวสต้าเองก็พร้อมที่จะรับฟังทุกเื่หากเธอ้า