เสียงเฮดังกึกก้องไปทั่วทั้งกองทัพเหล่าเทพที่กำลังเตรียมพร้อม ใบหน้าของอาเธน่ายิ้มแย้มขึ้นเล็กน้อย ตัวของเธอจับดาบศักดิ์สิทธิ์และโล่อีจิสในมือแน่น ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ทันทีที่โอดินให้สัญญาณ กองทัพทั้งมวลก็เคลื่อนทัพออกไปมุ่งหน้าสู่ราซารัส
ดินแดนแห่งปีศาจที่เต็มไปด้วยพลังมืดมหาศาล เส้นทางที่นำไปสู่การต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่กำลังรอพวกเขาอยู่
ขณะที่กองทัพเทพแห่งแอสการ์ดกำลังเตรียมตัวเคลื่อนทัพ
“อะไรอีกวะเนี่ย!”
ทันใดนั้นเอง ร่างขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าเหนือพวกเขา ร่างนั้นเป็นดั่งพระพุทธรูปขนาดมหึมา ลอยตัวสูงสง่าและเปล่งประกายอันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้บรรยากาศโดยรอบแปรเปลี่ยนไปทุกชั่วขณะ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังร่างนั้นด้วยความสงสัยและตื่นตะลึง
“ยูไล.. นี่เจ้าเองก็มาด้วยเรอะ?”
โอดินเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ต่ำ แววตาของเขาหรี่ลงพลางมองไปยังเทพผู้มาเยือน ดวงตาสีเข้มฉายแววของความครุ่นคิด
ขณะที่ซุนหงอคงเองก็ดูจะหงุดหงิดไม่แพ้กัน เขาส่งเสียง ชิ ออกมาด้วยความไม่พอใจ
สายตายังคงจับจ้องไปยังองค์ยูไลที่ลอยอยู่เหนือศีรษะด้วยแววตาแข็งกร้าว เพราะซุนหงอคงยังคงจำได้ดีถึงอดีตและการขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้น ระหว่างตนกับองค์เทพพุทธะที่ยิ่งใหญ่นี้
องค์ยูไลที่ปรากฏตัวอยู่เหนือพวกเขามีสีหน้าเรียบนิ่ง แต่ท่าทางกลับเต็มไปด้วยความกังวลใจ เขากวาดตามองไปยังเหล่าเทพแห่งแอสการ์ดที่พร้อมรบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันสงบและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง
“พวกท่านกำลังจะทำสิ่งใด การกระทำนี้อาจทำให้สมดุลของโลกทั้งสองแปรเปลี่ยนไปได้เลย”
คำเตือนขององค์ยูไลทำให้เทพเจ้าบางคนถึงกับยืนนิ่งครู่หนึ่ง
แต่ทันใดนั้นเอง
เหล่าเทพที่กระหายสงครามมากมายกลับหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนานและคึกคัก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ใช่เรื่องของท่านนะองค์เทพยูไล พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย”
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ท่านกลับไปเถอะ พวกเราชาวแอสการ์ดเมื่อออกมาแล้วก็จะไม่หวนกลับ”
“ถูกต้อง! จนกว่าที่ดาบของข้าจะได้ดื่มเลือดของศัตรู พวกเราจะไม่ยอมโดยเด็ดขาด!”
เหล่าเทพเจ้าในดินแดนแอสการ์ดไม่ได้แสดงความกังวลต่อคำเตือนนี้แม้แต่น้อย
สำหรับพวกเขา ศึกที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเสียงหัวเราะดังสนั่นทำให้บรรยากาศยิ่งเต็มไปด้วยความตึงเครียดขึ้น
ซุนหงอคงที่ยืนอยู่ใกล้ๆทำท่าใช้นิ้วแคะหูด้วยสีหน้าที่ไม่ยี่หระ ใบหน้าของเขายิ้มเยาะออกมาพลางตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ
“พุทธะยูไล หากเจ้าต้องการมาห้ามเรา.. เจ้าก็กลับไปเสียเถิด แต่ถ้าเจ้าคิดจะมาร่วมมือกับเราก็ให้ติดตามมา!”
“ข้าจะบอกให้รู้ไว้ ตราบใดที่ระบบของโลกยังปล่อยให้มีช่องโหว่อยู่แบบนี้ เหล่าเทพปีศาจก็จะกล้ากระทำการแทรกแซงผู้สืบทอดของพวกเราคนอื่นๆเช่นนี้ต่อไปอีกเรื่อยๆ วันนี้พวกเราเลยจะไปสั่งสอนพวกมันซะบ้าง ให้รู้ว่าพวกมันมิใช่สิ่งที่สามารถจะมาก้าวล้ำพวกเราได้ง่ายๆ!”
คำพูดนั้นทำให้องค์ยูไลถึงกับเงียบไป
ดวงตาฉายแววอึ้งเล็กน้อยขณะที่รับฟังข้อกล่าวอ้างของซุนหงอคง แม้จะไม่เห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรง แต่คำพูดของซุนหงอคงก็ทำให้เขานึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับอนาเธอร์ และช่องโหว่ในระบบที่ซุนหงอคงกล่าวถึงนั้นก็เป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้
“อะแฮ่ม.. งั้นก็ช่วยไม่ได้!”
องค์ยูไลกระแอมเบาๆในลำคอ
ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความยอมจำนนและหนักแน่น
“เช่นนั้นข้าจะไปกับพวกท่าน ข้าจะร่วมเดินทางไปยังราซารัสด้วย… เพียงเท่านี้ละกันนะ”
คำตอบนั้นทำให้บรรยากาศรอบข้างร้อนแรงขึ้นในทันที
“ฮ่าฮ่าฮ่า องค์ยูไลก็เอากับเขาด้วยเว้ย!”
“สุดยอด! มีท่านโอดินกับท่านยูไลอยู่ แม้แต่นิกซ์เองก็ยังต้องขยาดเลยละมั้ง?”
เทพเจ้ามากมายต่างส่งเสียงกันอย่างสนุกสนาน และเหล่าเทพที่พร้อมรบต่างยิ้มกว้าง
ดินแดนแอสการ์ดสั่นสะเทือนเลือนลั่นด้วยเสียงกู่ร้องแห่งการสงคราม
เสียงแห่งความกระหายในการต่อสู้ครั้งนี้ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า โอดินมองไปที่เหล่าเทพและกองทัพของเขาด้วยความฮึกเหิม หอกกุงเนียร์ที่อยู่ในมือถูกกำแน่น ราวกับพร้อมจะปลดปล่อยพลังของเขาออกมาสู่ศึกที่รออยู่ข้างหน้า
“เหล่าทวยเทพทั้งหลาย!”
โอดินเงยหน้ามองฟ้า คำรามเสียงดังราวกับประกาศก้องไปทั่วทั้งแอสการ์ด
“จงเตรียมพร้อม! วันนี้เราจะยกทัพไปสู่ราซารัส ไปทำลายล้างพลังมืดและทวงคืนความยุติธรรมกลับมา!”
เสียงกึกก้องนี้ได้รับการตอบรับจากเหล่าเทพทั้งหลาย ทุกคนลอยขึ้นด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ ดวงตาเปล่งประกายไปด้วยจิตวิญญาณแห่งนักรบที่ไม่มีวันดับสิ้น
“เปิดประตูมิติ!”
ทันใดนั้น ประตูมิติขนาดใหญ่ก็ได้ถูกเปิดออก เบื้องหลังประตูนั้นคือแสงสีดำและสีแดงที่บ่งบอกถึงพลังแห่งมิติของราซารัส
“ดูเหมือนเจ้าจะรู้แล้วว่าการทำศึกครั้งนี้มันต้องเป็นเรื่องสนุกแน่ ข้าคิดว่าเจ้าคงไม่เสียใจหรอกนะที่มาร่วมกับพวกเรา”
ซุนหงอคงยกยิ้มอย่างพึงพอใจ พลางหันไปมององค์ยูไลอย่างท้าทายและเยาะเย้ย
“ข้ามาที่นี่เพื่อนำพาความสงบสุข”
“แต่ถ้าการทำลายล้างคือทางที่จะหยุดยั้งอำนาจมืด ข้าก็จะทำในสิ่งที่จำเป็น!”
องค์ยูไลพอรับฟังก็พยักหน้ารับช้าๆ แม้ดวงตาของเขาจะยังคงมีแววครุ่นคิด แต่น้ำเสียงที่กล่าวออกมากลับแฝงด้วยความมุ่งมั่น
“มาสิพวกเรา! ให้โลกทั้งใบสั่นสะเทือน ให้พลังแห่งเทพเจ้าแผ่ขยายไปทั่วทุกดินแดน!”
ธอร์เองก็ยิ้มอย่างพอใจ ขณะยกค้อนมโยลเนียร์ขึ้นสูง พลางตะโกนเสียงดังกึกก้อง บังเกิดสายฟ้าอัสนีที่น่าสะพรึง
“นี่คงจะเป็นศึกที่ข้ารอคอยมานาน… ”
“ข้าก็อยากเห็นเช่นกันว่าราซารัสจะต้านทานพลังของพวกเราได้เพียงใด”
โลกิยิ้มเยาะพร้อมเอ่ยเสียงเบาๆ แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ขณะที่ดวงตาของเขานั้นหยีลงด้วยความนึกสนุก
“เคลื่อนทัพ!”
ทันทีที่โอดินให้สัญญาณ ประตูมิติขนาดใหญ่ก็เปิดกว้าง กองทัพแห่งแอสการ์ดและเหล่าเทพเจ้าผู้ร่วมรบต่างก้าวเข้าสู่มิติอันมืดมนและปกคลุมไปด้วยอำนาจแห่งปีศาจแห่งราซารัส ดินแดนแห่งความชั่วร้ายและพลังมืดที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า
“ก๊ะ!ก๊ะ!ก๊ะ! ข้าชอบอะไรแบบนี้จริงๆ”
“พวกเรามาทำให้มันสนุกสุดเหวี่ยงไปเลย!”
เสียงหัวเราะของซุนหงอคงดังลั่นในขณะที่เขาก้าวเข้าสู่ประตูมิติพร้อมกับกองทัพอันยิ่งใหญ่
“ตามผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าไป!”
ทวยเทพแห่งแอสการ์ดต่างยิ้มออกมาพร้อมความคึกคัก เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับการท้าทายที่ใหญ่หลวงนี้
ไม่มีใครรู้ว่าสงครามครั้งนี้จะจบลงเช่นไร แต่พวกเขาทุกคนต่างรู้ดีว่านี่จะเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก
ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ไม่มีทางรู้เลยว่าตอนนี้ซุนหงอคงและโอดินกำลังวางแผนการใหญ่เพื่อจัดการกับพวกปีศาจในดินแดนราซารัส เพื่อตอบโต้สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาอย่างลับๆ
ส่วนเขาในตอนนี้กำลังมุ่งมั่นกับการเตรียมตัวลงดันเจี้ยนครั้งใหม่ ชายหนุ่มมีเป้าหมายในการฝึกฝนอย่างจริงจัง
เพื่อยกระดับความสามารถและสะสมประสบการณ์ ทั้งตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องตนเองและคนที่เขารักให้ได้
ดันเจี้ยนในครานี้ไม่ใช่ดันเจี้ยนธรรมดา แต่มันเต็มไปด้วยสัตว์อสูรและกับดักที่แสนอันตราย แม้กระทั่งผู้เล่นที่แข็งแกร่งยังต้องระวังตัว
แต่ความพิเศษในครั้งนี้คือ เขาจะไม่ได้เผชิญหน้าเพียงลำพัง เพราะผู้ที่มาพร้อมกับเขาก็คือคริสติน่า ผู้ซึ่งเคยเป็นผู้ปกปักษ์วิหารศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าเธอจะละทิ้งตำแหน่งนี้ไปแล้ว แต่พลังแห่งเทวทูตสิบปีกของเธอยังคงอยู่เต็มเปี่ยม ความสามารถของเธอยังแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องเขาได้ทุกเมื่อ
คริสติน่ายืนอยู่ข้างเขาในชุดเกราะสีเงินที่เปล่งประกายราวกับแสงดาวในยามค่ำคืน
ผมสีขาวยาวของเธอปลิวไสวตามแรงลม ดวงตาของเธอที่มองมาทางอนาเธอร์เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและมุ่งมั่น
ใบหน้าอันสง่างามของเธอไม่ได้มีแววลังเลแม้แต่น้อย
“ท่านพร้อมหรือยังคะ?”
คริสติน่าเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนวล พลางจ้องมองผู้เป็นสามีของตนด้วยรอยยิ้ม
อนาเธอร์ยิ้มตอบเธอ เขาสัมผัสได้ถึงพลังของคริสติน่าที่แผ่กระจายออกมา ทำให้หัวใจของเขารู้สึกอบอุ่นและมั่นคง
“พร้อมแล้วละ.. ฉันพร้อมที่จะลงไปในดันเจี้ยนนี้แล้ว!”
..
555555+ แทนที่จะห้ามดันเข้าร่วมด้วยซะงั้น