อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 เมล็ดวิญญาณเทพอสูร–ธาตุอัคคี (4)

            แม้ร่างกายจะล่องหนอยู่ทว่าหยุนเช่อไม่กล้าประมาทชายหนุ่มเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทิศทางของปากถ้ำอย่างระมัดระวังเมื่อเดินอ้อมเป็นวงใหญ่ด้วยระยะทางหนึ่ง

            เท้าของชายหนุ่มสัมผัสลงบนพื้นดินสีแดง คลื่นความร้อนเผาไหม้รุนแรงถ่ายทอดผ่านมาทางฝ่าเท้าของชายหนุ่มในทันทีจากนั้นจึงแผ่กระจายไปทั่วร่าง ให้ความรู้สึกร้อนรุ่มราวยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง

            มังกรไฟตนนี้คงอยู่ที่นี่มากว่าร้อยปีพลังการควบคุมเปลวเพลิงของมันได้เปลี่ยนพื้นที่บริเวณนี้ให้กลายเป็นโลกแห่งอัคคีธาตุไปเป็นเวลานานแล้วสถานที่ปัจจุบันของหยุนเช่อห่างไกลจากศูนย์กลางการต่อสู้อันรุนแรงของมังกรไฟและนักบู๊ตระกูลเพลิงผลาญฟ้ากว่าหนึ่งกิโลเมตรทว่านี่ยังนับว่าเป็นระยะอันตรายอย่างยิ่งเนื่องเพราะเสี้ยวพลังโจมตีที่หลงเหลือยังคงสามารถปลิวมาไกลถึงที่นี่ได้

            ฝีเท้าก้าวย่างของหยุนเช่อเปี่ยมความระมัดระวังทว่าความเร็วของเขาไม่ตกลงเลยแม้แต่นิดจัสมินกล่าวอย่างชัดเจนว่ามังกรไฟตนนั้นกำลังซ่อนเร้นพลังที่แท้จริงของมันไว้หากมันพลันปลดปล่อยพลังที่แท้จริงและพิชิตเหล่าศัตรูทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าไม่ต้องพูดถึงการฉวยโอกาสจากวิกฤติการณ์อันใดตนเองคงต้องตกตายลงที่นี่เวลานี้นี่เอง

            ทว่า สิ่งที่สามารถมั่นใจได้อย่างแน่นอนคือความจริงที่ว่ามังกรเพลิงตนนั้นไม่ต้องการให้รังของมันเกิดความเสียหายไม่เพียงแต่มันพยายามชักนำศัตรูออกห่างมันยังพยายามทุกวิถีทางหลีกเลี่ยงไม่ให้พลังโจมตีของมันหลุดรอดมาทางด้านปากถ้ำหลังจากหยุนเช่ออ้อมเป็นวงไปทางปากถ้ำด้านเหนือชายหนุ่มรวมรั้งพลังใจทั้งหมดพร้อมทั้งพุ่งตัวไปทางปากถ้ำด้วยความเร็วเต็มที่ปากถ้ำเคลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หยุนเช่อวิ่งไปได้สองสามอึดใจเมื่อชายหนุ่มมาถึงระยะสามสิบเมตรจากปากถ้ำ ที่รับรู้มีเพียงความรู้สึกข่มขู่คุกคามชนิดหนึ่งทว่ายังคงไม่ปรากฏวี่แววของอันตรายอันใด

            เมื่อเป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อมพลันปรากฏก้อนถ่านจำนวนมหาศาลร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าครอบคลุมพื้นที่หลายตารางกิโลเมตรก้อนถ่านเหล่านี้ขนาดไม่ใหญ่มาก ทั้งยังไม่มีพลังทำลายมากมายนัก อย่างไรก็ตามพวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล หนึ่งในจำนวนนั้นร่วงหล่นลงมาใส่ร่างของหยุนเช่อ

            ทันใดนั้นเองเสื้อผ้าชั้นนอกของชายหนุ่มพลันลุกติดไฟขึ้นมาเมื่อชายหนุ่มถูกกระทบโดยวัตถุภายนอก การล่องหนของหญ้าซ่อนดาราสูญสลายในพริบตาทว่าหยุนเช่อมีปฏิกิริยารวดเร็ว ชายหนุ่มพลันกระโดดหลบหลังหินใหญ่ทางด้านซ้ายมือหลังจากตบเสื้อผ้าดับไฟเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วแนบแน่น

            บ้าเอ๊ย…

            สรรพคุณการล่องหนของยาเม็ดซ่อนดาราจะถูกยกเลิกโดยทันทีที่ชายหนุ่มถูกสัมผัสหรือกระทบถูกโดยสิ่งอื่นไม่ว่าชายหนุ่มจะเดินหน้าวิ่งเข้าหาปากถ้ำ หรือล่าถอยกลับสู่จุดเริ่มต้นก็ตามหากเขาออกจากที่ซ่อนหลังก้อนหินเมื่อใด ชายหนุ่มต้องถูกพบเห็นเมื่อนั้นทว่าหากเขายังคงซ่อนตัวอยู่ที่นี่เขายังต้องถูกค้นพบทันทีที่เหล่าบุคคลจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าหวนกลับมา

            ครานี้นับว่าชายหนุ่มรอดจากความตายไปได้อย่างเฉียดฉิว

            ตูม!!

            ลูกบอลเพลิงจากซึ่งมีที่มาจากเจ้ามังกรไฟพลันหล่นลงจากท้องฟ้าพุ่งตรงลงยังจุดที่ห่างจากชายหนุ่มไปไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรตามด้วยเสียงกระแทกดังสนั่น เปลวเพลิงเป็นสายคล้ายรูปร่างมังกรแตกระเบิดออกส่งสะเก็ดไฟกระจายเกลื่อนบนท้องฟ้า อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงลิบลิ่วจนเกือบถึงระดับที่สามารถหลอมละลายหินผาได้ชั่วขณะที่สะเก็ดไฟแตกระเบิดออกหยุนเช่อผู้ซึ่งซ่อนกายด้านหลังโขดหินยักษ์พลันเบิกตาจนกลมกว้าง…

            โอกาส!!!

            ชั่ววินาทีต่อมาหยุนเช่อพุ่งกายจากเบื้องหลังก้อนหินด้วยความเร็วประดุจธนูหลุดจากแล่งชายหนุ่มทุ่มเทพลังลมปราณทั้งหมด วิ่งตรงเข้าสู่ปากถ้ำมังกรด้วยความเร็วสุดขีดเสาเพลิงที่ลุกโชติช่วงขึ้นสู่ฟากฟ้าป้องกันการมองเห็นของมังกรไฟและเหล่ายอดฝีมือจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าคลื่นพลังมหาศาลสามารถกลบเกลื่อนร่องรอยพลังลมปราณน้อยนิดของชายหนุ่ม…และที่ยิ่งกว่านั้นพวกมันล้วนไม่กล้าเบี่ยงเบนความสนใจขณะประมืออย่างดุเดือด…

            ระยะทางเพียงแค่สิบกว่าเมตรนี้แน่นอนว่านับเป็นสถานการณ์ที่มีผลต่อความเป็นความตายของหยุนเช่อชายหนุ่มเหลือบสายตามองไปยังประกายไฟที่กำลังมอดดับทางหางตาพร้อมทั้งกัดฟันแนบแน่นภาวนาว่าตนเองสามารถเพิ่มพลังความมุ่งมั่นตั้งใจลงไปในสองขาของตนให้มากกว่านี้ขณะที่ผู้คนตกอยู่ในอันตราย เวลาล้วนดูคล้ายเชื่องช้าลงโดยฉับพลันปากถ้ำมังกรเคลื่อนใกล้เข้ามาทีละก้าวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ในชั่วระยะทางสุดท้ายชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเฮือกใหญ่ สองเท้าเตะสกัดลงบนพื้นดินพร้อมทั้งกระโจนตัวพุ่งหลาวเข้าสู่ปากถ้ำด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมด

            ชั่ววินาทีที่หยุนเช่อผ่านพ้นเข้าสู่ปากถ้ำสะเก็ดเปลวไฟล้วนสูญสลายไปการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างราชามังกรเพลิงและมนุษย์ทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าพลันสะท้อนกระจ่างชัดเข้าสู่สายตาของชายหนุ่มอีกครั้ง

            เมื่อยืนอยู่เบื้องหลังโขดหินร้อนลวกตรงปากทางเข้าถ้ำหยุนเช่อหอบหายใจหนักหน่วง ทั่วร่างชุ่มโชกด้วยหยาดเหงื่อใบหน้าแดงก่ำจนไม่สามารถแยกออกว่าเนื่องจากความร้อนหรือเนื่องจากความตื่นเต้น

            “ฟู่…ในที่สุดก็เข้ามาแล้ว” หยุนเช่อตบออกของตนเองพร้อมทั้งพึมพำคนเดียว ชายหนุ่มยังคงหวาดหวั่นไม่คลายหลังจากสงบจิตระงับใจอยู่ชั่วครู่หยุนเช่อเริ่มสาวเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้าสู่เบื้องลึกภายในถ้ำ

            ในเมื่อมังกรเพลิงมีสรีระอันใหญ่โตแน่นอนว่าถ้ำที่อยู่อาศัยของมันย่อมต้องมีขนาดมหึมาตามไปด้วยหยุนเช่อยกระดับสัญชาตญาณการระวังภัยของตนพร้อมทั้งเคลื่อนกายไปเบื้องหน้าช้าๆอุณหภูมิภายในถ้ำสูงกว่าภายนอกถ้ำมากมายนัก ทุกครั้งที่ชายหนุ่มทิ้งเท้าลงบนพื้นล้วนปรากฏหยาดเหงื่อไหลรินลงเบื้องล่าง และระเหยหายกลายเป็นไอในทันทีที่ตกถึงพื้นก่อให้เกิดเสียงชู่ทุกย่างก้าว

            ความลึกที่แท้จริงของถ้ำหลังนี้ล้วนไม่อาจหยั่งทราบได้เมื่อหยุนเช่อยิ่งเดินทางลึกเข้าไปภายใน แสงสว่างยิ่งมายิ่งสลัวเลือนรางหลังจากก้าวเดินต่อไปได้กว่าร้อยก้าวพลันปรากฏประกายแสงสีแดงเรืองรองสะท้อนเข้าตาจากพื้นดินเบื้องหน้า

            หยุนเช่อชะงักเท้าชั่วครู่ จากนั้นกลับเร่งฝีเท้าเข้าใกล้กลุ่มแสงนั้นเนื่องจากชายหนุ่มพบเห็นต้นตอของแสงสีแดง ดวงตาทั้งสองของหยุนเช่อทอประกายแวววับ

            “หญ้าวิญญาณเพลิง!!”

            หญ้าวิญญาณเพลิงที่เติบโตเต็มที่มีขนาดยาวกว่าเจ็ดนิ้วทว่ามีรากสั้น ปกติมีเจ็ดใบ และเรืองแสงในความมืดมันหายากอย่างยิ่งและเพียงเติบโตในสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังธาตุไฟอันเข้มข้นขณะเดียวกัน อัตราการเติบโตของหญ้าวิญญาณไฟเชื่องช้าอย่างยิ่งโดยทั่วไปต้องใช้เวลากว่าสิบปีในการเติบโตเต็มที่ เพราะเหตุนี้มันจึงมีมูลค่าสูงอย่างมาก หญ้าวิญญาณเพลิงสามารถนำมาสกัดเป็นเม็ดยาวิญญาณเพลิง หลังจากรับประทานยาเม็ดนี้ผู้คนจะสามารถทนทานต่อธาตุไฟจำนวนมหาศาลได้ในระยะเวลาหนึ่งมันยังสามารถเปลี่ยนแปลงธาตุลมปราณของผู้คนได้ชั่วคราวให้สามารถกลายเป็นลมปราณธาตุไฟได้โดยไม่มีผลข้างเคียงในการเผาผลาญหรือทำให้เส้นชีพจรลมปราณของผู้รับยาบาดเจ็บสำหรับกับผู้ฝึกฝนพลังลมปราณธาตุไฟแล้วประโยชน์ที่ได้รับนับว่ามากมายมหาศาลจนไม่อาจนับคำนวณได้ และหญ้าวิญญาณไฟที่ทั้งหายากอย่างที่สุดทั้งมูลค่าสูงส่งถึงเพียงนี้กลับงอกเงยอยู่ในที่นี้โดยมีจำนวนทั้งหมดกว่าสองถึงสามร้อยต้น ที่ยิ่งกว่านั้นสองในสามของพวกมันล้วนเติบโตจนเต็มที่ ทางด้านหลังยังมีพื้นที่อีกหย่อมใหญ่ที่เหลือแต่ตอรากโผล่พ้นมาเห็นได้ชัดว่าต้นหญ้าวิญญาณไฟ คืออาหารของมังกรเพลิงที่ด้านนอกนั่น

            อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หญ้าวิญญาณเพลิงมีมูลค่ามหาศาลเนื่องเพราะการเก็บรักษามันล้วนยากเย็นอย่างที่สุด หากท่านเพียงเผอเรอหรือประมาทเลินเล่อชั่วครู่พลังอัคคีภายในหญ้าสมุนไพรล้วนสาบสูญสลาย ทว่า สำหรับกับหยุนเช่อนี่ล้วนไม่เป็นปัญหาอันใดชายหนุ่มยื่นเหยียดฝ่ามือซ้ายออกและคว้ารวบหญ้าวิญญาณเพลิงซึ่งเติบโตเต็มที่เหล่านั้นด้วยความตื่นเต้นดีใจแทบสิ้นสติพร้อมทั้งเก็บมันลงไปในไข่มุกพิษสวรรค์อย่างง่ายดาย

            แม้แต่ต้นหญ้าเพียงใบเดียวของหญ้าวิญญาณเพลิงล้วนสามารถขายได้ในราคาสูงที่โลกภายนอกทว่าขณะนี้มันกลับถูกหยุนเช่อเก็บเกี่ยวไปเป็นจำนวนมหาศาลดุจดังหัวผักกาดทั่วไปกระนั้น

            ไม่นานหลังจากนั้นหญ้าวิญญาณเพลิงล้วนถูกเก็บรวบรวมลงไปในไข่มุกพิษสวรรค์ทั้งหมด หยุนเช่อไม่แตะต้นหญ้าที่ยังไม่เติบโตเต็มที่แม้แต่ต้นเดียวชายหนุ่มถูสองมือเข้าหากันพร้อมทั้งร่ำร้องจากส่วนลึกภายในใจ

            …ข้ารวยแล้ว!

            หากนี่ถูกขายให้กับตระกูลเพลิงผลาญฟ้าผ่านทางตัวแทนจะทำกำไรได้ซักขนาดไหน!

            ชายหนุ่มคงหมดกังวลเรื่องทรัพย์สินไม่พอใช้ไปตลอดชีวิต!

            หยุนเช่อดึงหญ้าวิญญาณเพลิงที่ตนเก็บขึ้นมาพร้อมทั้งใช้ไข่มุกพิษสวรรค์ในการสกัดมันหญ้าวิญญาณเพลิงหดตัวลงอย่างรวดเร็วภายใต้การทำงานของไข่มุกพิษสวรรค์จากนั้นจึงกลายเป็นก้อนวัตถุสีแดงเม็ดเล็กๆ คล้ายทับทิมหยุนเช่อไม่แม้แต่จะเสียเวลาคิดเมื่อเขาโยนมันเข้าปากไป

            ความรู้สึกแสบร้อนไหลลงไปภายในร่างกายผ่านช่องปากและลำคอจากนั้นปรากฏคลื่นพลังความร้อนแพร่กระจายรวดเร็วจากภายในร่างกายของชายหนุ่มชั่วพริบตาเดียว มันแพร่กระจายครอบคลุมไปทั่วทั้งร่าง จากนั้น ความร้อนแรงเผาไหม้ค่อยๆ เลือนหายไป…เมื่อนั้นแม้แต่บริเวณโดยรอบล้วนไม่ให้ความรู้สึกร้อนลวกอีกต่อไป หยาดเหงื่อบนร่างกายของหยุนเช่อหยุดหลั่งไหลความรู้สึกร้อนรุ่มแห้งแล้งในอากาศสลายหายไปโดยไร้ร่องรอย

            ร่างกายของหยุนเช่อรู้สึกผ่อนคลายสบายอย่างยิ่งหลังจากนั้นทว่า ชายหนุ่มยังคงไปไม่ถึงส่วนลึกสุดภายในถ้ำเมื่อหยุนเช่อเร่งฝีเท้าก้าวเดินเข้าไปภายในถ้ำ ไม่นานเท่าใดปรากฏห้องศิลาใหญ่โตขึ้นเบื้องหน้าชายหนุ่ม เมื่อวัดจากขนาดและรูปร่างแล้วเห็นได้ชัดเจนว่านี่คือที่ที่มังกรเพลิงยักษ์ตนนั้นอาศัยอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

            หยุนเช่อรู้สึกผิดหวังเมื่อถ้ำศิลายักษ์ช่างสะอาดสะอ้านนอกเหนือจากกลุ่มก้อนหินร้อนลวกที่ก่อร่างขึ้นมาเป็นถ้ำศิลาแล้วล้วนไม่มีสิ่งใดนอกเหนือไปจากนี้

            ครืนนนน…

            เสียงครืนครั่นพลันดังมาให้ได้ยินจากด้านนอก แม้จะอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของถ้ำหยุนเช่อยังสามารถสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนจางๆพัดผ่านใบหน้าของตนเสียงหนักแน่นของมังกรเพลิงแว่วมาให้ได้ยินจากทางด้านนอก

            “มนุษย์โง่เขลาละโมบโลภมากจงเตรียมรับโทษทัณฑ์ที่สาสมซะเถอะ!”

            ทันใดนั้นเองปรากฏเสียงอันหวาดหวั่นจากกลุ่มสมาชิกตระกูลเพลิงผลาญฟ้าดังมา

            “หวาา!!นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เหตุใดพลังของเจ้านี่จึง….”

            “นี่…มังกรเพลิงตัวนี้ไม่ใช่สัตว์อสูรลมปราณฟ้า!มันเป็นสัตว์อสูรลมปราณจักรพรรดิ! มันเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้มาตลอดเพื่อล่อหลอกพวกเรามาที่นี่!”

            “แย่แล้ว! ข่าวสารมีความผิดพลาดถอย! ถอยเร็ว!”

            คำพูดของจัสมินกลับกลายเป็นความจริงทั้งหมดแน่นอนว่า มังกรเพลิงได้เก็บซ่อนระดับพลังที่แท้จริงไว้ตลอดเวลา และ ณ ขณะนี้มันได้ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาแล้วท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวจากเหล่ายอดยุทธ์ตระกูลเพลิงผลาญฟ้าพื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน…กระทั่งพื้นดินทั้งหมดรอบบริเวณเทือกเขามังกรแดงล้วนบังเกิดแรงสะเทือนเล็กน้อยภายในใจของหยุนเช่อกลับกลายเป็นเย็นเฉียบเมื่อมังกรเพลิงตัดสินใจเปิดเผยพลังที่แท้จริงหมายความว่าการต่อสู้สมควรจบลงในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า หากชายหนุ่มยังคงไม่จากไปอาจไม่มีโอกาสในการจากไปอีกตลอดกาล!

            หญ้าวิญญาณเพลิงห้าสิบต้นล้วนนับว่าเป็นกำไรอันมหาศาลหยุนเช่อปราศจากความรีรอลังเลอันใด ชายหนุ่มวิ่งกลับออกมาด้วยความเร็ว ทว่าหลังจากพุ่งตัวออกมาได้เพียงสามก้าว หัวใจของชายหนุ่มพลันกระตุกโลดอย่างรุนแรงในทันที…ชายหนุ่มชะงักเท้าในทันที

            “เจ้าจะหยุดทำไมอีก? หากเจ้ายังไม่ไปเจ้าจะรอให้มังกรไฟกลับมาเผาเจ้าเป็นเถ้ารึไง?!”จัสมินตะโกนอย่างเย็นชา

            หากทว่าหยุนเช่อเพิกเฉยต่อคำกล่าวของจัสมินอย่างสิ้นเชิงชายหนุ่มหมุนตัวกลับไป ฝ่ามือทาบทับลงบนหน้าอกของตน สายตาจับจ้องเหม่อมองไปยังถ้ำศิลาว่างเปล่าเบื้องหน้า…ความรู้สึกเดียวกันก่อนหน้านี้และครานี้ มันอยู่ใกล้…ใกล้มากๆ…

            อะไรบางอย่างเรียกหาข้า…

            แทนที่จะหลบหนีไปด้วยความเร็วสุดขีดหยุนเช่อเดินกลับเข้าหาถ้ำศิลาหลังนั้น เมื่อชายหนุ่มเข้าสู่ภายในถ้ำอีกครั้งจังหวะการเต้นของหัวใจของชายหนุ่มพลันเปลี่ยนเป็นรัวแรง

            หยุนเช่อเขม้นสายตามองสำรวจโดยรอบท้ายที่สุด สายตาของชายหนุ่มจับจ้องแน่วนิ่งไปยังมุมด้านขวาสุดของถ้ำศิลาโขดหินในที่นี้ล้วนตั้งอยู่ที่นี่มายาวนานนับพันปี ทั้งแข็งแกร่งทั้งเก่าแก่คร่ำคร่า อย่างไรก็ตาม ปรากฏหินก้อนหนึ่งซึ่งดูคล้ายถูกเคลื่อนย้ายอยู่บ่อยครั้งทั้งยังเรียบลื่นปราศจากแม้ฝุ่นละอองใดๆ หยุนเช่อเร่งฝีเท้าไปเบื้องหน้ากดฝ่ามือลงบนหินก้อนนั้น และพยายามใช้กำลังทั้งหมดของตนในการเคลื่อนก้อนศิลา

            พร้อมๆ กับเสียงก้อนหินร่วงหล่นพลันปรากฏก้อนแสงสีแดงกลุ่มหนึ่งขึ้นเบื้องหน้าสายตาของหยุนเช่อ

            นั่นเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กจ้อยขนาดเดียวกับก้อนกรวดธรรมดา มันเปล่งประกายคล้ายหินทับทิมโดยทั่วไปทว่าแสงรัศมีที่เปล่งออกมากลับเข้มข้นเจิดจ้ากว่าอัญมณีปกติธรรมดาอย่างมากเมื่อชายหนุ่มจับจ้องมองไปยังเม็ดกลมสีแดง ฉับพลัน หัวใจของเขากลับบังเกิดความรู้สึกโหยหาอย่างลึกล้ำขึ้นโดยไร้ที่มาที่ไปภายใต้การกระตุ้นของความรู้สึกถวิลหานี้เองหยุนเช่อยืดเหยียดสองมือออกเพื่อคว้าจับมัน

            “ห้ามจับ!มีตราประทับของมังกรเพลิงอยู่บนนั้น!”

            คำกล่าวเตือนของจัสมินช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีทันทีที่นางตะโกนออกมา สองมือของหยุนเช่อได้คว้าจับลงบนอัญมณีเม็ดนั้น

            ทันใดนั้นเองประดุจดังถูกปลุกให้ตื่นจากนิทรา อัญมณีเม็ดนั้นพลันปลดปล่อยแสงสีแดงเข้มข้นมหาศาลเข้าครอบคลุมลงทั้งร่างของหยุนเช่อ

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน