ราชันย์สิบโลก

ตอนที่ 228 สัตว์ยักษ์โบราณ

        เฟิ่งหยูรีบเข้าไปสำรวจดูค่ายกลนั้นทันที  เขาพบว่ามันเป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายซึ่งยังคงเสียหายไม่มากนัก เฟิ่งหยูนำทรัพยากรออกมาและซ่อมมันในทันที

        “ค่ายกลพวกนี้จะพาพวกเราไปที่ไหนกันนะ?”

        เฟิ่งหยูใช้เวลากว่าสองชั่วโมงในการซ่อมค่ายกลเมื่อซ่อมเสร็จพวกเขายังไม่คิดจะใช้งานมันในตอนนี้เพราะแมลงกลืนทองส่งสัญญาณมาถึงราชาแมลงของมันในระหว่างที่เฟิ่งหยูกำลังซ่อมแซมค่ายกลอยู่อีกถึงสองครั้งที่ดึงดูดความสนใจราชาแมลง

        “เราไปอีกจุดหนึ่งก่อนแล้วค่อยสำรวจให้ทั่ว จากนั้นค่อยมาดูว่าค่ายกลนี้จะพาพวกเราไปที่ไหนกัน”

        ราชาแมลงรีบนำเฟิ่งหยูไปยังจุดต่อไปซึ่งเป็นไปตามคาดแมลงกลืนทองสามารถค้นพบทรัพยากรแร่ธาตุจำนวนมากมายซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นภูเขาแร่เลยทีเดียวเฟิ่งหยูจัดการยกภูเขาทั้งลูกนั้นนำมันเข้าไปไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ให้กับพวกแมลงกลืนทอง

        พวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดต่อไปคราวนี้กับพบกับสมบัติโบราณจำนวนมาก ซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติที่ถูกซ่อนเอาไว้เฟิ่งหยูจัดการเก็บมันเข้าไปไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เช่นเดียวกันพวกแมลงกลืนทองยังคงพบของมีค่าจำนวนมากที่อยู่ใต้ดิน หรือมิติที่ถูกสร้างขึ้น

        เมื่อเฟิ่งหยูจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจึงสั่งให้ราชาแมลงกลืนทองสั่งแมลงกลืนทองทั้งหมดให้กลับมาได้แล้วเพราะพวกเขาใช้เวลาสำรวจไปกว่าสิบวันแล้ว แร่มีค่าและสมบัติมากมายที่พวกเขาได้มาในครั้งนี้แทบจะเรียกได้ว่ามากมายมหาศาลเลยทีเดียว

        โดยของมีค่าต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นอาวุธ ชุดเกราะแมลงกลืนทองจะเก็บมาแทบจะทุกชิ้น เมื่อราชาแมลงและแมลงกลืนทองทั้งหมดกลับเข้าสู่เจดีย์ฟ้าสวรรค์ เฟิ่งหยูพบว่าภูเขาแร่ที่แมลงกลืนทองค้นพบในครั้งนี้มีจำนวนมากกว่าแร่ที่เขาเก็บไว้ถึงสิบเท่าเลยทีเดียว

        การค้นพบเหมืองแร่จำนวนมากเช่นนี้ทำให้ราชาแมลงกลืนทองพอใจเป็นอย่างมากมันขอให้เฟิ่งหยูจัดการเหมืองแร่และยกภูเขาแร่ที่ค้นพบทั้งหมดเข้าไปไว้ในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทั้งหมดอย่างไม่เกรงใจ

        “เฟิ่งหยูเจ้ารีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้เพราะมีแมลงกลืนทองของข้าสูญหายไปไม่น้อย ข้าคิดว่าคงมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลอยู่ทางที่ดีพวกเจ้ารีบออกไปให้เร็วก่อนที่จะพบกับความยุ่งยาก”

        “ทำไมเจ้าถึงพึ่งจะมาบอกเอาตอนนี้เพื่อนข้ายังอยู่ในอาณาจักรโบราณแห่งนี้อีกคน”

        เฟิ่งหยูใช้หยกสื่อสารติดต่อกับหลุนยู่เฟยให้เขามาพบยังตำแหน่งของค่ายกลเคลื่อนย้ายเมื่อหลุนยู่เฟยเข้ามาซึ่งหลุนยู่เฟยเองก็สำรวจพบของมีค่าอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เขารีบเดินทางมายังจุดที่เฟิ่งหยูบอกเขาในทันทีเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงหลุนยู่เฟย มาถึงยังจุดที่เฟิ่งหยูบอกเอาไว้

        แต่ในระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปยังค่ายกลเคลื่อนย้ายที่เฟิ่งหยูซ่อมแซมเสร็จนั้นแผ่นดินโดยรอบกลับสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งคู่ต่างหันไปมองกันพร้อมกับทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

        “นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมอยู่ดี ๆ แผ่นดินถึงได้สั่นไหวรุนแรงเช่นนี้”

        “เจ้าดูโน่น”เฟิ่งหยูชี้มือไปในทิศทางหนึ่ง ซึ่งมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มุ่งหน้ามาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว”

        “นั่นมันตัวอะไรของมันทำไมมันถึงได้ใหญ่โตถึงเพียงนั้น รูปร่างมันคล้าย ๆ สิงโตนะเจ้าดูให้ดีสิ ”

        “แต่ข้าว่ามันไม่ใช่สิงโตอย่างแน่นอนไม่มีสิงโตตัวไหนที่ใหญ่ได้ถึงขนาดนี้หรอก”

        “มันจะตัวอะไรก็ตามแต่ตอนนี้พวกเราคงหนีไม่ทันแล้วคงได้แต่ต้องรับมือเจ้าตัวนี้แล้วหละ”

        ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะขยับตัว

        ตู้ม!!!

        ความเร็วของสิ่งมีชีวิตนี้ถึงแม้ตัวมันจะใหญ่กว่าห้าสิบเมตรแต่ความเร็วของมันกลับเร็วเป็นอย่างมาก เฟิ่งหยูและหลุนยู่เฟยทั้งสองกลับถูกโจมตีอย่างรุนแรงทั้งคู่กระเด็นออกไปห่างจากจุดที่ถูกโจมตีราว ๆ ยี่สิบเมตร

        “หลุนยู่เฟยปล่อยเป็นหน้าที่ของข้าเองเจ้าตัวนี้อาจจทำให้ข้าได้ต่อสู้อย่างจริงจังได้ คู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งตอนนี้นับว่าหาได้ยากข้าจะลองรับมือกับเจ้าตัวประหลาดนี้เอง”

        “เฟิ่งหยูเจ้าแน่ใจนะว่าเจ้าจะเอามันอยู่หมัด ข้าว่าความแข็งแกร่งของมันเองก็คงไม่น้อยเลยทีเดียว”

        “ไม่เป็นไรหรอกข้ามีวิธีเอาตัวรอดได้หากสู้มันไม่ได้จริง ๆ”

        “งั้นก็ตามใจเจ้าข้าจะขอดูฝีมือของเจ้าสักหน่อยก็แล้วกัน”

        เฟิ่งหยูตั้งท่าพร้อมโจมตีกลับเจ้าสัตว์ประหลาดตัวขนาดใหญ่ยักษ์พุ่งเข้ามาหาเฟิ่งหยูด้วยความเร็วมากกว่าเดิม

        “คิดหรือว่าความเร็วแค่นี้ของเจ้าจะทำอะไรข้าได้”

        เฟิ่งหยูกระชากมิติและไปโผล่ด้านหลังของเจ้าสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นพร้อม ๆ กับเตะเข้าไปที่ศีรษะของมัน สัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นใช้หางฟาดเฟิ่งหยูจนเขาปลิวออกไปอีกรอบหนึ่ง

        เฟิ่งหยูทะยานเข้าหาคราวนี้เขาหลอมรวมพลังหมัดซัดเข้าไปด้านข้างลำตัวของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้น

        ตู้ม!!

        คราวนี้สัตว์ยักษ์โบราณนั้นปลิวกระเด็นออกไปราว  ๆ สิบเมตร มันหันเข้ามาจู่โจมเฟิ่งหยูอีกครั้ง มันขาหน้าตะบบเฟิ่งหยูหวังให้เฟิ่งหยูแน่นิ่งอยู่ใต้เท้าของมันแต่ความเร็วของเฟิ่งหยูเองกลับทำให้มันแปลกใจ เฟิ่งหยูหลบหลีกการโจมตีของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นได้อย่างไม่ยากเย็น

        ทั้งคู่เข้าประทะกันอย่างหนักทุกการประทะของทั้งคู่ทำให้พื้นที่บริเวณนั้นถูกทำลายจนราบ

        ความแข็งแกร่งของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนี้นับว่าแข็งแกร่งเป็นอย่างมากทุกการโจมตีของสัตว์ยักษ์โบราณทำให้เฟิ่งหยูกระหายการต่อสู้มากยิ่งขึ้นเฟิ่งหยูระเบิดพลังกายเซียน ของเขาออกมาพร้อมกับเข้าปะทะกับฝ่าเท้าของสัตว์ขนาดยักษ์ตัวนี้เฟิ่งหยูและสัตว์ยักษ์โบราณปะทะกันอยู่นานเกือบครึ่งวัน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

        “คิดหรือว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ง่ายๆ รู้จักข้าน้อยไปแล้วเจ้าแมวเหมียว” เฟิ่งหยูเอ่ยออกมาพร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาเจ้าสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นหมัดที่หลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิด กระแทกเข้ากับลำตัวของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นพลันทำให้มันปลิวลอยออกไปเกือบสามสิบเมตร เฟิ่งหยู กระชากมิติติดตามสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นไป

        เขาเตะเข้าด้านหลังของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นในขณะเดียวกัน หางของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นก็ฟาดเข้าข้างลำตัวของเฟิ่งหยูก่อนที่เขาจะทำอะไรสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นได้

        แบบนี้คงมีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเอาชนะเจ้าได้เฟิ่งหยูหลอมรวมพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิด รวมถึงพลังเปลวเพลิงที่เขาฝึกจากคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์เข้าด้วยกันเฟิ่งหยูปล่อยหมัดของเขาออกไปปราณหมัดเพลิงพุ่งทะยานเข้าหาสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้น

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

        สัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นร้องเป็นครั้งแรกด้วยความเจ็บปวด

        โฮก....

        สัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นยังไม่ยอมแพ้มันพุ่งเข้าหาเฟิ่งหยูอีกครั้งเฟิ่งหยูปล่อยหมัดออกไปอีกครั้งคราวนี้เฟิ่งหยูปล่อยหมัดออกไปเป็นชุด พลังปราณหมัดนั้นถูกสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นจนถอยหลังออกไป  ปราณหมัดที่ล้อมรอบไปด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่สัตว์ยักษ์โบราณอย่างแม่นยำ จนมันถึงกับล้มลงกับพื้นมันเริ่มเหนื่อยหอบและหายใจถี่มากขึ้น

        เฟิ่งหยูพุ่งทะยานเข้าเป็นบรรจงเตะเข้าชายโครงของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นเข้าเต็มแรงร่างของมันกระเด็นไปไกล มันพยายามที่จะลุกขึ้นมาสู้ต่อ  สัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นระเบิดพลังออกมา พลังปราณของมันรุนแรงเป็นอย่างมากมันหลอมรวมพลังเข้าสู่เท้าทั้งสี่ พร้อมกับพุ่งทะยานเข้าหาเฟิ่งหยูอีกครั้ง      คราวนี้เฟิ่งหยูทำได้เพียงตั้งรับเท่านั้นเพราะพลังที่มันปลดปล่อยออกมานั้นรุนแรงกว่าเดินหลายเท่านัก

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

            เฟิ่งหยูถูกฝ่าเท้าของมันตะบบเข้ากลางลำตัวจนกระเด็นออกไปไกลเฟิ่งหยูกระอักเลือดออกมาคำโต ทั้งคู่ทะยานเข้าต่อสู้กันอีกครั้งหนึ่ง หนึ่งคน หนึ่งสัตว์ยักษ์โบราณปะทะกันด้วยความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

            จนกระทั่งห้าชั่วโมงผ่านไปเฟิ่งหยูและสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นเริ่มหมดแรง เฟิ่งหยูเห็นดังนั้นเขารวบรวมพลังอีกครั้งหนึ่งคราวนี้เขาโจมตีด้วยธาตุสายฟ้าที่ฝึกมาจากคัมภีร์สวรรค์นิรันดร์ ซึ่งเขาสามารถใช้มันได้เพียงแค่วันละหนึ่งครั้งเท่านั้นหากการโจมตีนี้ไม่ได้ผล ก็จะเป็นเฟิ่งหยูเองที่ต้องถูกโจมตีแทน

            พลังสายฟ้าล้อมรอบตัวของเฟิ่งหยู เขาพุ่งทะยานออกไปพร้อม ๆ กับหมัดที่เต็มไปด้วยสายฟ้าอัดแน่น

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

        ตู้ม !!!

            เฟิ่งหยูปล่อยหมัดที่อัดแน่นไปด้วยสายฟ้าเข้าข้างลำตัวของสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นอย่างจังมันหยุดนิ่งอยู่กับที่ พร้อมกับล้มลง สายฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่างของสัตว์ยักษ์โบราณมันชักกระตุกอยู่สองสามครั้ง เฟิ่งหยูเตรียมตัวที่จะโจมตีมันอีกครั้งหนึ่ง

        “อย่าพึ่งเจ้าหนูดูท่าทีของมันก่อน ข้ารู้สึกว่ามันจะเป็นมิตรมากกว่าที่จะมาทำร้ายพวกเจ้านะ”

        “อะไรนะท่านผู้อาวุโสท่านพูดจริง ๆ หรือ? แล้วทำไมมันต้องมาทำร้ายพวกเราก่อนด้วย”

        “เฟิ่งหยูรอดูท่าทีสักครู่ก่อน ข้าเองไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวนี้จะเป็นมิตรหรือศัตรูของเรา หากเจ้าสังหารมันอาจจะไม่เป็นผลดีต่อพวกเราก็เป็นได้”

        “เจ้าสัตว์ตัวมหึมานั่นมันตัวอะไรกันหรือท่านผู้อาวุโสข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”

        “เจ้านั่นน่าจะเป็นสัตว์เทพนะดู ดูแล้วน่าจะอายุหลายแสนปีมันต้องมีเหตุผลที่ทำให้สัตว์ยักษ์โบราณตัวนี้อยู่ที่นี่เป็นแน่เจ้าใจเย็น ๆ ก่อน รอดูท่าทีของมันก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที”

        “เจ้านั่นอยู่มาหลายแสนปีเช่นนั้นเจ้านั่นคงมีปัญญาแล้ว มันคงสามารถสื่อสารกับพวกเราได้บ้างแล้วสินะ”

        “ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นเจ้าลองทดสอบกับเจ้าสัตว์ยักษ์โบราณตัวนั้นเอาเองก็แล้วกัน”

        เฟิ่งหยูมองไปยังสัตว์ตัวมหึมาที่กำลังถูกสายฟ้าล้อมรอบตัวของมันอยู่เฟิ่งหยูทะยานออกไปอยู่เบื้องหน้าสัตว์ยักตัวนั้นในทันที พร้อมกับช่วยมันกำจัดสายฟ้าที่รายล้อมรอบตัวของมันจนมันเริ่มฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง

         

        “เจ้าเจ้าพูดภาษาของพวกเราได้หรือไม่เจ้าแมวเหมียว”

        “เอ๋เจ้าไม่กลัวข้าอย่างนั้นหรือ?”

        “ทำไมข้าต้องกลัวเจ้าด้วยหละหรือว่าเจ้าคิดจะทำร้ายพวกเราอีกรอบ”

คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.87M 2416
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.00M 2954
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

[จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
94K 1199
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734