เทพยุทธ์โลกนิยาย

    ตอนที่ 35 กำเนิดขุมอำนาจ (3) (จบแล้วจ๊ะ)

    ตอนที่ 35


    ผลก็คือ...


    พ่ายแพ้ยับเยิน!!


    เทพนักสู้ก็ถูกอรหันต์ทุกขังทำร้ายบาดเจ็บสาหัส! ต้องซมซานกลับมาพักรักษาตัว 


    ความจริงเหตุผลสำคัญที่ทำให้สมาพันธ์เทพนักสู้ต้องพ่ายแพ้ เป็นเพราะไม่ว่ากองทัพของสมาพันธ์เทพนักสู้จะมีมากขนาดไหนแต่มันขาดเอกภาพในการสั่งการ ยกตัวอย่างเช่น ตระกูลไป๋ก็ส่งคนไปร่วมกองทัพ ฉากหน้าเหมือนรับคำสั่งจากเทพนักสู้ แต่ก็มีเป้าหมายแอบแฝงเป็นของตัวเอง คือการลอบเข้าไปในภูเขาพิสดารที่อรหันต์ทุกขังใช้ฝึกวิชาเพื่อหาความลับไปฟื้นฟูความเข้มแข็งของตระกูลกลับคืนมา เป็นต้น


    จุดอ่อนนี้ถือเป็นจุดตายที่แก้ไม่หายของสมาพันธ์เทพนักสู้ตราบจนปัจจุบัน


    _____________________________


    ไม่กี่เดือนต่อมาเคราะห์ก็ซ้ำกรรมก็ซัดเข้าใส่สมาพันธ์เทพนักสู้ เพราะนิกายสราญรมย์ใช้จังหวะนี้ประกาศตัวก่อกบฏ


    ทีแรกสมาพันธ์เทพนักสู้ไม่ได้ใส่ใจการกบฏ เพราะในสายตาของสมาพันธ์เห็นนิกายสราญรมย์เป็นเพียง พ่อเล้าแม่เล้าคอยฝึกเรื่องบนเตียงให้ชาย/หญิงมาปรนเปรอพวกตน


    ทว่าในเวลาต่อมาสมาพันธ์เทพนักสู้ก็ต้องเปลี่ยนสายตา หันมาให้ความสนใจ ถึงขนาดติดตามทุกสถานการณ์ เพราะกองทัพของนิกายสราญรมย์กลับพิชิตชัยโดยไร้ผู้ต้านทาน แถมผู้ดูแลเขตต่างๆของพวกเขาหลายคนหันไปเข้าร่วมกับนิกายสราญรมย์ 


    สมาพันธ์เทพนักสู้จึงได้เข้าใจว่าสถานการณ์ของตนนั้นคับขันขนาดไหน!


    ด้วยเหตุผลที่ว่ามาทำให้ในเวลาเพียงครึ่งปีสมาพันธ์เทพนักสู้ก็เสียดินแดนไปกว่าครึ่ง! เดือดร้อนจนต้องให้มหาปราชญ์ที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวในสมาพันธ์ออกโรงจัดการ นั่นคือเทพนักสู้ที่กำลังพักรักษาตัวอยู่


    เมื่อรับรู้เรื่องทั้งหมดเทพนักสู้ก็เห็นว่า มีเพียงวิธีจับโจรต้องจับหัวหน้าเป็นวิธีเดียวที่จะแก้ไขปัญหานี้! เทพนักสู้จึงเดินทางออกจากสมาพันธ์เพื่อไปสังหารประมุขนิกายสราญรมย์ทันที 


    ทว่าพอได้ปะฉะดะกับกวนเจ๋อจุนประมุขนิกายสราญรมย์ เทพนักสู้ก็ต้องแตกตื่นจนขวัญบิน!! 


    เพราะกวนเจ๋อจุนประมุขนิกายสราญรมย์ก็เป็นมหาปราชญ์เหมือนกัน!


    ทำให้เทพนักสู้รุ่นที่สิบหกคือ เทพนักสู้คนแรกที่ถูกฆ่าตายในการต่อสู้นับตั้งแต่ก่อสร้างสมาพันธ์เป็นต้นมา


    ทว่ากวนเจ๋อจุนก็ไม่ได้สบายไปกว่ากัน เพราะเทพนักสู้รุ่นที่สิบหกหาใช้ตะเกียงที่ขาดน้ำมัน! 


    เมื่อเห็นว่าตนถึงคราวตายแน่แล้ว เทพนักสู้เลยตัดใจใช้กระบวนท่าแลกชีวิตจู่โจมอย่างเต็มกำลัง! กวนเจ๋อจุนแม้ไม่ตายแต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนไม่อาจนำทัพได้


    ถ้าจุดอ่อนแก้ไม่หายของสมาพันธ์เทพนักสู้คือการขาดเอกภาพ จุดอ่อนที่แก้ไม่หายของนิกายสราญรมย์จวบจนปัจจุบันก็คือการซื้อคนด้วยเงิน จึงไม่มีใครภักดีต่อนิกายด้วยใจจริง


    เมื่อกวนเจ๋อจุนมิอาจนำทัพ ก็ไม่มีใครคิดเสี่ยงตายโจมตีสมาพันธ์เทพนักสู้ที่อยู่ในสภาพจนตรอก เพราะพวกเขากลัวการโต้กลับอย่างไม่คิดชีวิตของสมาพันธ์เทพนักสู้ และยังต้องการสุขสำราญกับเงินที่มี 


    แถมพอกวนเจ๋อจุนตายไป นิกายสราญรมย์ก็เกิดความขัดแย้งภายในทันที ทายาทของกวนเจ๋อจุนนั้นมีความสามารถไม่ถึงครึ่งของเขาจึงถูกชนชั้นผู้นำในนิกายหลอกลวงช่วงชิงยอดวิชา โดนกวาดล้างล่าสังหาร จำต้องหนีตายออกจากนิกายที่บรรพชนเป็นผู้สร้าง! (แม้ในภายหลังจะสามารถทวงกลับคืนมาได้ก็ตาม) 


    เรื่องนี้ก็ทำให้สมาพันธ์เทพนักสู้มีเวลาพักหายใจและฟื้นฟูตัวเอง


    ____________________________


    ในช่วงเวลานี้เองก็มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับตระกูลไป๋!! 


    ตระกูลไป๋ที่ตกต่ำมาตลอดได้ถูก 'ตระกูลกู่' ที่กำลังรุ่งเรืองเข้าแทนที่ สายเลือดตระกูลไป๋ล้วนถูกตระกูลกู่ฆ่าล้างหมดสิ้น! 


    ส่วนคนรับใช้ในตระกูลทุกคนโดนจับกรอกยาพิษแล้วส่งไปทำงานที่ดินแดนตะวันตก แต่ตระกูลกู่ไม่รู้เลยว่าเด็กหนุ่ม 'สวีเอี่ยน' หนึ่งในคนรับใช้ของตระกูลไป๋ที่ถูกส่งไปดินแดนตะวันตกนั้นแท้จริงแล้วเขาคือ...


    บุตรชายของคนตระกูลไป๋ที่เกิดมาอย่างลับๆกับหญิงรับใช้ 


    ทว่าแม้สวีเอี่ยนจะบุตรชายที่เกิดมาอย่างลับๆกับหญิงรับใช้แต่บิดาของเขาก็รักเขามาก จึงแอบถ่ายทอดวิชาประจำตระกูลให้หวังว่าเมื่อสวีเอี่ยนโตขึ้นเขาจะสามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนได้ และยังได้สอนวิธีทำยาถอนพิษที่ใช้กับทาสแรงงานให้กับเขาอีกด้วย


    ______________________________


    ด้วยสมาพันธ์เทพนักสู้ต้องพักฟื้น นิกายสราญรมย์เกิดความขัดแย้งภายใน ภาคกลางก็ได้เกิดแคว้นขึ้นมาหลายแคว้นทำสงครามแย่งชิงดินแดนกัน!


    เหล่าผู้นำสมาพันธ์เทพนักสู้ที่เห็นอย่างนั้นก็เข้าใจว่าพวกตนไม่อาจกลับไปมีอำนาจเด็ดขาดได้อย่างเก่าอีกแล้ว ถ้าพวกเขาประกาศตัวแย่งชิงอำนาจเมื่อไหร่จะต้องกลายเป็นศัตรูของส่วนรวมแน่นอน!


    สมาพันธ์เทพนักสู้จึงซ่อนตัวในความมืดแล้วเปิดปฏิบัติการมิชชั่นอิมพอสซิเบิ้ลแทน!


    ปฏิบัติการที่ว่านี้คือการเปลี่ยนตัวเองเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเหล่าแคว้นที่อ่อนแอ เช่น สองแคว้นทำสงครามกันสมาพันธ์ก็จะเข้าหาผู้ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำแล้วยื่นข้อเสนอผูกสัมพันธ์และช่วยกำจัดศัตรูให้อย่างลับๆ เป็นต้น


    ด้วยเหตุนี้สมาพันธ์เทพนักสู้จึงใช้เวลาเพียงไม่กี่สิบปีในการฟื้นฟูอำนาจกลับมาแม้จะไม่เด็ดขาดเท่าเดิมก็ตาม เมื่อได้รับอำนาจและความแข็งแกร่งกลับมาสมาพันธ์เทพนักสู้ก็เตรียมการทำลายล้างนิกายสราญรมย์ศัตรูคู่อาฆาตทันที!


    เพราะมีความขัดแย้งภายในมานานนิกายสราญรมย์จึงมีสภาพหละหลวมหัวท้ายไม่ต่อกัน ทำให้เกิดศึกคราใดเป็นต้องเพลี่ยงพล้ำเสมอ! จนสุดท้ายก็เสียดินแดนสาขาทั้งหมด ต้องกลับไปรวมตัวกันที่นิกายแม่ นับเวลารอวันถูกล้างบาง


    ในตอนที่นิกายสราญรมย์กำลังสิ้นหวัง ก็ได้มีมหาปราชญ์คนหนึ่งลอบเข้าไปพบปะประมุขนิกายแล้วยื่นข้อเสนอขอ อาวุธ,ชุดเกราะ,เสบียงอาหาร,หยูกยาและอื่นๆอีกมากมาย ถ้านิกายสราญรมย์ตกลง เขาจะช่วยเปิดศึกกับสมาพันธ์เทพนักสู้ ให้สมาพันธ์รับศึกสองด้าน พอกำจัดสมาพันธ์ได้แล้วพวกเขาค่อยมาแบ่งดินแดนภาคกลางกัน


    คนที่ลอบพบปะกับประมุขนิกายสราญรมย์ก็คือ ไป๋หลงหลานชายของสวีเอี่ยนหรือไป๋เอี่ยนนั่นเอง 


    ไป๋หลงได้ใช้อัจฉริยภาพของตนดัดแปลงวิชาฝึกตนประจำตระกูลไป๋ที่เป็นสายเจ้าอาคมให้กลายเป็นสายผู้ฝึกยุทธ์ แล้วรวบรวมผู้คนฝึกเป็นกองทหารอย่างลับๆ รอคอยวันที่จะก่อการอันระบือลือลั่น!


    นิกายสราญรมย์ แม้จะรู้สึกว่าข้อเสนอของไป๋หลงขูดเลือดขูดเนื้อกันเกินไป แต่พวกเขาก็มีสภาพเหมือนคนจมน้ำใครยื่นไม้มาก็ต้องจับไว้ก่อน จึงจำใจรับข้อเสนออันเสียเปรียบนี้


    ไป๋หลง เมื่อได้ของทุกอย่างตามข้อตกลง เขาก็นำทหารของตนเข้าตีสมาพันธ์เทพนักสู้ในทันทีทันใด 


    แต่ว่านิกายสราญรมย์กลับตบะสัตย์ไม่ยอมร่วมมือกันโจมตีสมาพันธ์ กลับอาศัยช่วงเวลาที่สมาพันธ์หันไปสนใจไป๋หลง ใช้เงินซื้อตัวผู้มีอำนาจในสมาพันธ์ให้คัดค้านการทำลายล้างนิกายสราญรมย์


    พอเรื่องเป็นอย่างนี้ก็ทำให้ผู้ที่อยากกำจัดนิกายสราญรมย์หัวร้อนจนแทบระเบิดจึงหันไประบายใส่ไป๋หลงผู้บังอาจมากระตุกขาหลังของพวกเขา แต่ก็คว้าได้เพียงแค่เงา กองทัพของไป๋หลงยกทัพกลับดินแดนตะวันตกไปแล้ว เพราะไป๋หลงรู้แกวของนิกายสราญรมย์ ไม่ได้มองพวกนั้นเป็นพันธมิตรที่ดี 


    อีกเหตุผลหนึ่ง ในสายตาของไป๋หลงภาคกลางก็เหมือนกับเหมืองทองคำที่ถูกขุดจนพรุนไม่คุ้มกับการแย่งชิงต่างจากดินแดนตะวันตก 


    ถึงช่องเขาสิ้นใจในดินแดนตะวันตกจะเป็นสถานที่อันตราย แต่ขอเพียงควบคุมช่องเขาได้มันก็จะกลายเป็นประตูสู่ขุมทรัพย์ที่ไม่หมดสิ้น!


    ไป๋หลงจึงได้ไปก่อสร้างเมืองแห่งชีวิต เมืองหลวงแห่งแรกของราชอาณาจักรแสงสว่างขึ้นที่ใกล้กับช่องเขาสิ้นใจ 


    เมื่อทำสำเร็จไป๋หลงปฐมจักรพรรดิแห่งราชอาณาจักรแสงสว่างก็เริ่มนโยบายสร้างกำแพงผู้พิทักษ์ปิดช่องเขาสิ้นใจทันที 


    นโยบายนี้ก็ได้ทำให้ราชอาณาจักรแสงสว่างในช่วงแรกถูกผู้คนถูกผู้คนล้อเลียนว่าเป็นอาณาจักรของยาจก เพราะแม้แต่ราชนิกุลยังต้องประหยัดมัธยัสถ์ 


    ทว่าความเข้มแข็งและมั่งคั่งของราชอาณาจักรแสงสว่างในยุคปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าความคิดของไป๋หลงนั้นถูกต้อง

    ______________________________


    ขอขอบคุณนะครับที่ติดตามอ่าน