คืนร่าง
ทั้งเนย่าฮาร์มและชูม่าต่างเร่งว่ายเข้าฝั่งโดยมีฝูงเงือกพรายติดตามมาไม่ห่างอีกไม่กี่อึดใจก็ถึงแนวภูเขาที่ว่าเพื่อให้หลบพายุได้ถ้าทั้งคู่ตั้งหลักขึ้นฝั่งก็จะใช้พลังและอาวุธได้ดีกว่านี้ แต่เห็นทีจะไม่ทันเมื่อเงือกพรายตนหนึ่งใช้ลิ้นยาวมารัดขาของเนย่าไว้
“พวกท่านจับมือข้าไว้” เงือกน้อยเห็นท่าไม่ดีส่งมือทั้งสองข้างให้เนย่าและฮาร์มจับแล้วเร่งว่ายไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนกระชากลิ้นของเงือกพรายตนนั้นติดมาด้วยเมื่อเห็นฝั่งอยู่ไม่ไกลเธอก็เหวี่ยงแขนสุดแรงเพื่อส่งให้ทั้งคู่ได้ขึ้นไปบนหาดก่อน
“ขอให้พวกท่านปลอดภัย” เงือกน้อยไม่สามารถขึ้นมาบนหาดทรายได้ได้แต่มองเด็กทั้งสองที่พยายามจะลุกขึ้นตั้งหลักด้านหลังเธอเต็มไปด้วยเงือกพรายที่ไล่คร่าเอาชีวิต พูดจบนางเงือกน้อยก็ว่ายกลับลงทะเลไปเพราะถึงแม้หลบยังไงก็คงไม่พ้นเสียแล้ว
“ไม่นะ เธอจะไปไหน” เนย่าหันกลับมาก็พบว่าเงือกน้อยที่นำทางมาหันหลังกลับเพื่อต่อสู้กับพวกศัตรูเสียแล้วฝูงเงือกพรายต่างพุ่งเข้ามารุมล้อมร่างเงือกน้อยก่อนจะกัดเธอจนจมเขี้ยวแล้วรุมฉีกเนื้อเธออย่างโหดเหี้ยมเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเงือกน้อยแสนบาดหูจนเนย่าทนไม่ไหว
“อย่าทำเพื่อนฉันนะ” เนย่าง้างสายธนูจนสุดแรงแล้วปล่อยขึ้นฟ้าฝนลูกธนูเป็นลำแสงสีทองตกลงมาฆ่าเงือกพรายไปหลายตน
ฮาร์มเงื้อง้าวอนธการหวดฟาดไปในอากาศก่อนจะเกิดภูติเงาดำหลายสิบร่างพุ่งเข้าฉีกทึ้งเงือกเหล่านั้นอย่างไร้ปราณีจนฝูงเงือกผีแตกกระเจิง
“ยายหนูอันตรายนะ” ชูม่าร้องเตือนทั้งยังเกาะอยู่บนไหล่เนย่าแต่เธอก็ถลาลงน้ำเข้าไปหาร่างเงือกน้อยที่ลอยนิ่งอยู่เลือดสีเงินไหลโทรมกายเพราะบาดแผลฉกรรจ์ทั่วทั้งตัวฮาร์มรีบตามไปช่วยและช้อนร่างเงือกน้อยไว้ในอ้อมแขนได้จึงพาเข้าฝั่งทันที
“ช่วยราชินีข้าด้วย” เงือกน้อยสำลักเลือดจนเปรอะเปื้อนเธอไม่ได้ห่วงตัวเอง แต่ห่วงนายของเธอมากกว่า เงือกน้อยร่างกระตุกเธอคายก้อนหินสีน้ำเงินขนาดใหญ่ออกมาจากปากก่อนจะค่อย ๆ บรรจงหยิบมันให้เนย่าเงือกน้อยส่งยิ้มอ่อนระโหยมาให้
ก่อนจะจิกกรงเล็บแหลมเข้าไปใจกลางอกตัวเองแล้วดึงบางสิ่งออกมาจากอกแล้วยื่นให้เนย่าอีกครั้งเงือกน้อยร่างกระตุกอีกสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่งไปในอ้อมแขนของฮาร์มเนย่าที่กุมมืออยู่ข้าง ๆ ถึงกับตะลึงลาน ละล่ำละลักไม่เป็นภาษา
“ไม่นะ ไม่ ๆ” เนย่าไม่สามารถใช้พลังรักษาได้แม้จะพยายามแค่ไหนเงือกน้อยได้สิ้นใจไปเสียแล้ว
“ไม่ได้ผลหรอกเนย่า นางควักหัวใจศิลาออกมาแล้วคงไม่อยากทรมาน” ฮาร์มเอ่ยปลอบใจเนย่าที่พยายามใช้พลังรักษาอย่างสุดกำลังฮาร์มค่อย ๆ วางร่างเงือกน้อยลงแล้วตบบ่าเนย่าเบา ๆ เพื่อให้เธอทำใจเสีย
เส้นสายจากริ้วผ้าเก่าขาดขะมุกขะมอมทาบทับเหนือขอบฟ้าพวกพรายจากซากต้นไม้เหนือบึงมายากำลังออกมาตามล่าเหยื่อของมันผ้าเก่าขาดเหล่านั้นเข้ารัดร่างเรเนรอสที่กำลังอ่อนแอ
ปีศาจปูส่งเสียงคำรามก่อนจะใช้ก้ามใหญ่บีบรัดคอของเรเนรอสไว้ไม่ให้ดิ้นรนขัดขืนได้ทางด้านเรเนรอสตวัดหางมารัดคอของโบอาร์และใช้หนวดปลาหมึกพันรอบหัวนางไว้แล้วปล่อยกระแสไฟฟ้าช้อตแรงสูง เมื่อร่างกายของโบอาร์ชักเกร็งก้ามทั้งสองข้างก็ยิ่งบีบรัดคอของเรเนรอสที่เปราะบางกว่าจนขาดท่อน
เนย่าเชิญธาตุลมพาร่างตัวเองเข้าสู่สนามรบก่อนจะเปลี่ยนอาวุธจากธนูเป็นทวนคมทวนเป็นจันทร์ครึ่งเสี้ยว เข้าฟาดฟันกับก้ามใหญ่ของโบอาร์ที่ยังชักเกร็ง
เมื่อโบอาร์ได้สติ ด้วยขนาดที่ใหญ่การเคลื่อนไหวจึงช้าเนย่าจึงได้เปรียบฮาร์มใช้ง้าวอนธการเรียกภูติเงาขยายร่างใหญ่เข้ายึดร่างของโบอาร์ไว้จากด้านหลัง
เซนดรินหวดดาบเสี้ยวจันทร์ลงมาตัดเข้ากับแขนทั้งหกจนขาดสะบั้น รินรินใช้พายุใบมีดสลัดออกมาจากขนปีกเข้าปะทะกับกระดองของโบอาร์จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น
ใบมีดหลายร้อยเล่มก็ฆ่าบริวารบนร่างโบอาร์จนร่างนางหดเล็กลงเรื่อยๆ ลาร์เฟียใช้ริบบิ้นเหนี่ยวรั้งคอของโบอาร์ไว้อย่างสุดกำลังก่อนเนย่าจะปาทวนจันทร์เสี้ยวลงไปตัดคอของโบอาร์อย่างพอดิบพอดี
ร่างของโบอาร์ระเบิดออกกระจัดกระจายกลายเป็นซากเน่าเหม็นส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั่วเงือกที่เคยถูกสิงร่างต่างลอยคว้างตายเกลื่อนรอแสงอรุณวันรุ่งขึ้นมาถึงเพื่อสลายร่างไป
“คุณเรเนรอส" เนย่าพุ่งเข้าไปรับร่างของเรเนรอสที่ทั้งหัวและตัวแยกออกจากกันลอยอยู่แต่ก็ยังไม่ตาย
“คุณจะตายไม่ได้นะ ไทโซล์รอคุณอยู่” เนย่าพาร่างและหัวของเรเนรอสที่คืนสภาพเป็นกึ่งมังกรกึ่งเงือกขึ้นฝั่งและรีบรักษาทันทีเธอจะไม่ปล่อยให้ใครตายไปต่อหน้าอีกแล้ว
เนย่าทำการรักษาได้เพราะเรเนรอสยังไม่ตายแม้แผลจะหายหัวและตัวจะกลับมาติดกันแต่ร่างกายของเรเนรอสก็ไม่ไหวเต็มที
ไม่ใช่เพราะมนต์ไม่ได้ผลแต่นี่ไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของเธอมีสมบัติหลายสิบชิ้นหลุดล่อนออกมาจากเกร็ดของนาง ทั้งเพชรพลอยหินมีค่าหลากสีล้วนเป็นสมบัติที่หายไปของเหล่านักเรียน
“เจ้าเองสินะที่ขโมยของมา” ลาร์เฟียมีสีหน้าโกรธกรุ่นเธอหลงโทษเด็กมนุษย์เสียตั้งนานว่าเป็นคนเอาไป แต่ก็ดันไม่ใช่
“ขอโทษแต่ข้าจำเป็นเพื่อรักษาร่างนี้ไว้ข้าจำเป็นต้องทำ”
เรเนรอสนอนหายใจรวยรินอยู่บนตักของเนย่า
“เจ้าหมายความว่ายังไง” ลาร์เฟียกอดอกถามย้ำเธอไม่สำนึกบุญคุณของคนที่เป็นขโมยหรอกนะ
“นางคือปีศาจเงือกหรือราชินีของพวกเหล่าเงือกในบึงมายานั่นล่ะ” ชูม่าค่อย ๆ แหวกผมเปี้ยกชื้นของเนย่ามาให้คำตอบ
“แต่นางรักกับคนบนพื้นพิภพจึงยอมควักหัวใจเพื่อที่จะได้มาอยู่กับเขาข้างบนได้ไงอัญมณีที่ขโมยมาพวกนั้นมีค่าใกล้เคียงกับหัวใจศิลาจึงสามารถรักษาร่างที่ถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นมังกรได้ทุกคืนพระจันทร์เย็นนางจะต้องไปอาบไล้แสงที่เป็นดังเพชรของพระจันทร์เพื่อคงร่างไว้แต่สามเดือนจะมีสักครั้งพลังของคนสร้างก็คงอ่อนกำลังลงนางเลยใช้วิธีอื่นเพื่อรักษาร่างมังกรน่ะ” ชูม่าอธิบายต่อ
“ข้าขอโทษนะเนย่าที่ต้องหลอกเจ้าและทำให้เจ้าเดือดร้อน” เรเนรอสเหลือบมองใบหน้าเนย่าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตารินรินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ปิดปากสะอื้นอยู่เงียบ ๆ
“ไม่เลยค่ะ หนูไม่ลำบากเลย ไม่เดือดร้อนด้วยอย่าเป็นอะไรไปนะคะ ไทโซล์รอคุณอยู่ ถ้าคุณตายไทโซล์จะอยู่ไม่ได้นี่คือกฎของโลกนี้ระหว่างผู้ฟูมฟักกับมังกรนี่คะ” เนย่าปลอบคนที่นอนหนุนตักเธออยู่ หากมังกรตายผู้ฟูมฟักจะตายตาม แต่หากผู้ฟูมฟักตาย มังกรจะสิ้นไร้สติ นี่คือกฏของโลกนี้
“ข้าขอโทษที่ข้าไม่ใช่มังกรนะเนย่าข้ามีร่างนี้ได้แค่เพราะอยากจะใช้ชีวิตกับเขาอย่างสงบ เขาอยู่ในร่างอสุรเทวาข้าอยู่ในร่างมังกรเพื่อที่จะได้อยู่บนพื้นพิภพแบบปกติที่สุดเราสองท่องเที่ยวโลกนี้อย่างมีความสุข แต่นึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะถูกโฮล์เบเรียสบีบบังคับจนเป็นเช่นนี้เป็นทาสแต่ก็ได้เจ้าที่ช่วยไว้” เรเนรอสค่อย ๆ อธิบายลมหายใจเริ่มขาดห้วง
“ข้ามีทางเลือกให้เจ้าสองทางจะตายไปแบบนี้โดยที่ไม่ได้ลาเจ้านั่น กับเลือกที่จะกลับลงน้ำเช่นเดิมแต่ต้องแยกจากตลอดไป เลือกมาว่าเจ้าต้องการแบบไหน” ชูม่าเสนอทางเลือกให้กับคนที่กำลังจะหมดลมอยู่รอมร่อ
“ข้าคงขอตาย ถ้าจะไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน” เรเนรอสยิ้มบาง ๆ
“แต่ถ้าคุณเป็นปีศาจเงือกคุณยังมีโอกาสได้เจอกับคุณไทโซล์นะคะ” เนย่าเสนอทางที่ดีกว่าให้แม้ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง
ช่วงเวเลาแห่งความเป็นความตายแววตาสีนิลใบหน้าเรียบเฉยกำลังย้อนนึกถึงภาพอะไรบางอย่างภาพของหญิงงามในร่างกึ่งมังกรที่ติดตามผู้ฟูมฟักเงาของเขาไม่ห่าง
ตอนที่ชายหน้ากากคนนั้นมาเยี่ยมเขาที่ดินแดนปีศาจใบหน้าคุ้นตานี่ ปีศาจเงือกตนนี้ คือคนของชายหน้ากากนั่นชายที่ทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในดินแดนปีศาจนับร้อยปีถูกทรมานเฆี่ยนตีเสียจนร่างกายนี้แทบไร้ความรู้สึกเป็นนางนี่เองที่เป็นคนรักของชายคนนั้นราชินีปีศาจเงือกสินะ
ชายหน้ากาก ผู้ฟูมฟักเงา คนที่ชื่อไทโซล์อาจจะเป็นหมอนั่นก็ได้ที่เป็นผู้ฟูมฟักเงาของเขา ที่เขาไม่เคยเห็นหน้า และเขาจะทำให้พวกมันเจ็บและทรมานเหมือนที่เขาเคยได้รับกับความโดดเดี่ยวนั่น
“แต่ข้าคงให้พวกเจ้าเลือกไม่ได้นี่คือบทลงโทษที่ทำให้ชีวิตข้าต้องเป็นเช่นนี้” ฮาร์มกระชากเขาของร่างกึ่งมังกรให้แหงนหงายหน้ารับฟังคำของเขาแล้วกระซิบข้างหูเรเนรอส ก่อนจะยัดหัวใจศิลาสีน้ำเงินเข้มที่เนย่าฝากไว้กับเขากลับเข้าไปในอกของเรเนรอสแทน
“ฮาร์มนายทำอะไรน่ะ” เนย่าคว้ามือของฮาร์มที่กำลังกดหินสีน้ำเงินเข้าไปในอกเรเนรอสแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างของเรเนรอสดูดกลื่นหัวใจศิลาเข้าไปอย่างรวดเร็ว
“คุณเรเนรอส!”ร่างเรเนรอสดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ร่างกึ่งมังกรลอกร่อนจนกลายเป็นร่างที่แท้จริง เขาที่เคยมี เนื้อหนังสีม่วง หางรูปหัวธนู ค่อย ๆหลุดออก กลายเป็นหางเงือกสีรุ้งครามงามระยับ
ผิวกายท่อนบนงามกระจ่างราวกับไข่มุกชั้นดีผมสีม่วงอ่อนยาวสยายเป็นลอนคลื่นงดงาม ร่างนั้นหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆคลานลงน้ำ เมื่อผิวกายสัมผัสน้ำ ก็เกิดฟองอากาศสีรุ้ง โอบล้อมไว้โดยรอบงดงามจนเกินบรรยาย
ใบหน้าสวยหันมาสบตาเด็กหญิงประกายแววตาสีรุ้งนั้นทำเอาเนย่าใจหายน้ำตาเอ่อคลอจากดวงตาคู่สวยพร้อมกับหยาดหยดเป็นไข่มุก เรเนรอสกำลังเสียใจ เธอพูดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“นายทำบ้าอะไรวะ เรเนรอสเลือกที่จะตายนะถึงมีชีวิตก็เหมือนตายทั้งเป็นนายไม่รู้รึไง” เซนดรินดึงคอเสื้อฮาร์มมาเขย่าด้วยสีหน้าโกรธกรุ่นฮาร์มไม่ตอบโต้ได้แต่ตีสีหน้านิ่งเฉย
“นี่หยุดเลยนะ” รินรินเข้ามาดึงฮาร์มออกไปส่วนลาร์เฟียก็เข้ามาคล้องแขนของเซนดริน เนย่าได้แต่มองภาพเรเนรอสอย่างยากจะอธิบายแม้จะได้ชีวิตคืน แต่การต้องแยกจากคนรักคงทรมานจนถึงที่สุด
เรเนรอสได้แต่สะอื้นน้ำตาที่เป็นไข่มุกหยาดหยดจนถูกคลื่นซัดมากองไว้บนฝั่งเกิดแสงสะท้อนเลื่อมพรายกับไข่มุกบนหาดกลายเป็นภาพงดงามที่แสนเศร้า
ครีบหางโบกไหวอยู่กลางทะเล ผ่านซากศพของเงือกพรายและซากเน่าของโบอาร์เข้ามาใกล้เรื่อยๆ เกิดแสงสีทองอร่ามใต้น้ำเป็นเกลียวคลื่นเล็ก ๆราวกับจะต้อนรับการกลับมาของราชินี
เหล่าเงือกหน้าตาสวยงามหลายร้อยต่างแหวกว่ายเข้ามาใกล้ฝั่ง ด้วยใบหน้ายินดีปรีดาที่จะได้ตอนรับราชินีของพวกเขากลับไปเรเนรอสส่งแววตาเศร้าสร้อยมาให้เหล่าเด็ก ๆก่อนจะพยักหน้ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วว่ายกลับไปกับฝูงเงือกที่มารอรับ
“แล้วอย่างนี้คุณไทโซล์จะเป็นยังไง” เนย่าถึงกับหมดแรงใจหนึ่งเธอก็ดีใจที่เรเนรอสสามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้โดยไม่ได้ตายจากไปไหนแต่อีกใจก็สงสารไทโซล์เหลือเกินที่ต้องแยกจากกันและต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและเขาก็ตาบอด เธอจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เธอจะเสียใจก็เสียใจไม่สุดเช่นนี้ความรู้สึกนี้ช่างทรมานเสียจริง
“รีบกลับกันก่อนดีกว่า นี่ก็จะมืดค่ำแล้ว” ลาร์เฟียบอกโชคดีที่ได้เนย่าช่วยไว้ให้พ้นจากบึงมายา ได้ยายกินรีขี้แยนั่นดูแลและท่านเซนดรินก็ตามมาช่วยอีก
ในคราแรกเธอตั้งใจว่าจะตรงกลับเซนเทียน่าฯ แล้วบอกอาจารย์แต่ความผิดปกติในบึงมายาที่พวกพรายต่างย้ายออกมาเป็นกำลังร่วมให้โบอาร์ทำเอาเธอต้องตามรินรินและเซนดรินมาร่วมต่อสู้ด้วยโชคดีที่พอมาถึงพลังของโบอาร์อ่อนลงบ้างแล้วจึงฉวยโอกาสร่วมมือกันฆ่ามันได้ก็ถือว่าเป็นทีมที่ไม่เลวทีเดียว ถ้าไม่ติดว่ายายเด็กมนุษย์ที่นั่งเหม่ออยู่ตรงนั้นจะแย่งท่านเซนดรินไปอย่างอื่นเธอก็ไม่ติดใจอะไรหรอก
“ฉันขอโทษค่ะคุณเรเนรอส” เนย่าบอกผ่านสายลมไปอย่างแผ่วเบา
หอคอยสีน้ำเงิน
หลังจากทุกคนกลับถึงเซนเทียน่า ชูม่าก็เสนอให้เนย่านำหัวใจศิลาของเงือกน้อยไปส่งอาจารย์ก่อนจะมาเนย่าลองนำหัวใจของเงือกน้อยลองใส่กลับเช้าไปในอกเธอแต่ก็ไร้วี่แววของสัญญาณชีวิตจนเธอถอดใจ
“เธอช่วยไม่ได้ทุกคนหรอกเนย่าแม้ว่าจะทำสุดความสามารถแค่ไหนก็ตามถึงเวลาก็ต้องจาก เขาตายก่อนที่เธอจะได้รักษา นั่นหมายความว่าเขาไม่อยากทรมาน” เซนดรินเป็นคนปลอบเนย่าแม้จะไม่รู้สถานการณ์ดีนัก แต่ก็เข้าใจว่าก่อนหน้านั่นเนย่าคงพยายามมากจริง ๆเพื่อยื้อชีวิตของเงือกน้อยไว้
“ให้เงือกน้อยได้ทำประโยชน์เถอะ หัวใจศิลาเนี่ยส่งให้ทรอยอาร์ไป เพื่อทีมของเธอจะได้มีคะแนนผ่านสำหรับใช้ออกเดินทางไกลในภายหน้า” ชูม่าสำทับอีกแรง และทุกคนก็เห็นด้วยเนย่าจึงส่งหัวใจศิลาใส่มือลาร์เฟียก่อนจะเดินจากทุกคนมาอย่างหมดเรี่ยวแรง
ระยะทางการกลับเข้าที่พักของเธอช่างแสนไกลเหลือเกินแต่เธอก็ไม่อยากให้ถึงเร็วนัก เธอเสียใจที่ช่วยใครไว้ไม่ได้เลย
ชูม่าจำต้องหุบปากเงียบเขาเองรู้ว่ายายหนูเสียใจแค่ไหนแต่ก็ไม่อยากเข้าไปปลอบใจหรือกวนประสาทตอนนี้จึงหลบอยู่ในกระเป๋าเงียบ ๆบทเด็กนี่จะเศร้าก็เศร้าสุด ๆ ไปเลย
สองเท้าพาร่างเล็กเดินมาที่น้ำพุหลังปราสาทที่ที่ไทโซล์ชอบมานั่งรอเรเนรอสเป็นประจำ เขามักจะปล่อยให้เรเนรอสออกไปหาอาหารในยามค่ำคืนแล้วออกมานั่งรอเงียบ ๆ ตรงนี้
“คุณไทโซล์” เนย่าเอ่ยเรียกอย่างแผ่วเบาแต่คนได้ยินถึงกับสะดุ้ง ดวงตาไร้แววค่อย ๆ หันหาตามเสียงเรียก
“ท่านเนย่า เป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยดีนะครับ” ไทโซล์ดูเหมือนจะตกใจนิดหน่อยที่คนที่เอ่ยเรียกไม่ใช่คนที่คอย
“ฮือ...คุณไทโซล์ หนูขอโทษที่พาคุณเรเนรอสกลับมาหาคุณไม่ได้” เนย่าโผเข้ากอดคนตัวสูงแล้วร้องไห้โฮราวกับเด็กๆ
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” ไทโซล์ทำตัวไม่ถูกแถมยังมองไม่เห็นจึงคุกเข่าลงกอดปลอบเด็กหญิงที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“คุณเรเนรอส เธอกลับคืนร่างเป็นปีศาจเงือกไปแล้ว” เนย่ากอดคอของไทโซล์ไว้แน่นเธอกลัวว่าเขาอาจจะโกรธเธอก็เป็นได้
“คืนร่าง?” ไทโซล์ทำเสียงประหลาดใจเล็กน้อย
“วันนี้เรเนรอสช่วยหนูจนสุดความสารมารถหนูใช้พลังรักษาแล้วแผลเธอหาย แต่สภาพร่างกายทนไม่ไหว เธอใกล้ตายเต็มที” เนย่ายังคงรั้งคอไทโซล์ไว้พลางสะอื้นอีก
“หนูอ่านตำนานพวกคุณมาจากหนังสือสาหร่ายสีมุกปีศาจเงือกหลงรักบุรุษบนพื้นพิภพจึงควักหัวใจเพื่อให้ได้อยู่ด้วยกันเป็นพวกคุณนั่นเอง” เนย่าปล่อยคอของไทโซล์ก่อนจะเช็ดน้ำตา
“ร่างมังกรของเรเนรอสจะต้องอาบไล้แสงจากคืนพระจันทร์เย็นและใช้อัญมณีมีค่ามากมากมายเพื่อรักษาร่างไว้แต่เพราะมีไม่เพียงพอเธอจึงต้องออกขโมยเพชรนิลจินดาของพวกนักเรียนมาเพื่อให้ร่างคงสภาพร่างมังกร” เรื่องนี้ชูม่าเป็นคนบอกแต่เธอก็จำได้เรเนรอสคงลำบากมากจริงๆการขโมยเพื่อปะทังชีวิต เธอรู้ดีที่สุด
“นางกำลังจะตายแต่ฮาร์มใช้หัวใจศิลาของนางยัดกลับคืนเข้าไป ทำให้คุณเรเนรอสมีชีวิตต่อและคืนร่างเดิมไม่สามารถมาหาคุณได้อีกต่อไปแล้ว” ไทโซล์นิ่งงัน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
“ไม่...ไม่เป็นไรครับท่านเนย่าเธอไม่ตายผมก็ยังมีชีวิตอยู่ แล้วผมจะหาทางไปพบเรเนรอสที่บึงมายาเองครับ” ไทโซล์ฝืนยิ้ม สีหน้าดูสับสน จนเนย่าเป็นห่วง
“แต่คุณตาบอด” เนย่ารู้สึกผิดมากจริง ๆที่ไม่สามารถพาเรเนรอสกลับมาได้
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะไปหาเธออย่างแน่นอน” ไทโซล์ปลอบใจเนย่า ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วค่อย ๆ คลำทางเดินจากไป
“หนูขอโทษ หนูขอโทษ ฮือ ๆ ๆ” เนย่าปิดหน้าร้องไห้จนตัวโยน
อาการโศกเศร้าเสียใจไม่ได้รอดพ้นสายตาของตุลาการบาร์รามซึ่งยืนอยู่บนยอดสุดของหอคอยรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลายวันมานี่เขาเฝ้ามองไทโซล์และเรเนรอสด้วยความสงสัยมาตลอดไม่คิดว่ามังกรตนนั้นจะไม่ใช่มังกรที่แท้จริงแต่คนที่สร้างร่างมังกรให้เรเนรอสได้ก็คงมีพลังไม่ธรรมดาเช่นกันอสุรเทวาตาบอดคนนี้เป็นใครกันแน่นะ
บึงมายา
เรเนรอสในร่างเงือกงดงามนั่งอยู่บนโขนหินกลางป่าแสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องลอดทอดยาวแทรกเงาไม้เข้ามาเป็นสาย
แสงนวลเย็นตาของมันยิ่งทำให้บรรยากาศภายในป่าเหนือบึงมายาช่างเงียบเหงาเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปีที่เธอต้องห่างเขา นึกแล้วก็ทอดถอนใจ ความพยายามมากมายที่ฝ่าฟันกันมาสุดท้ายก็วนกลับมาอยู่ที่เดิม ไม่ได้ครองคู่จนตายจาก
ตำแหน่งสูงศักดิ์กลับคืนมาเช่นเดิมราชินีปีศาจเงือกกระแสพลังของเธอในร่างสมบูรณ์ฟื้นฟูบึงนี้และขับไล่พวกพรายให้ย้ายถิ่นออกไปไม่มีการรุกล้ำหรือร่วมมือกันปกป้องดินแดนนี้อีกมีแต่ดินแดนเอกเทศของชาวเงือกเท่านั้น
“ข้ามาแล้ว” เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เรเนรอสแย้มยิ้มกระโดดลงน้ำแล้วว่ายมาหาชายคนรักอย่างดีใจใบหน้างดงามของเขาถูกหน้ากากปิดบังไว้เสียสิ้นเธอเอื้อมมือลูบสัมผัสใบหน้าใต้หน้ากากที่โน้มมาหานั้นอย่างแผ่วเบา
“เจ้ายังมีชีวิตอยู่สินะ แค่นี้ข้าก็พอใจแล้ว” ชายหนุ่มกุมมือเรเนรอสมาแนบแก้ม
(ข้าจะควักหัวใจตัวเองเพื่อให้ได้กลับไปอยู่กับท่านอีกครั้ง) เรเนรอสส่งกระแสจิตพูดคุย
“ไม่ต้องหรอกถ้าทำเช่นนั้นอีกครั้งเจ้าจะตายจากไปจริง ๆ สภาพร่างกายของเจ้าตอนเป็นมังกรไม่ไหวทำไมไม่บอกข้า” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงอ่อน
(ข้าไม่อยากให้ท่านสูญเสียพลังเพื่อเสกสรรค์อัญมณีมีค่ามาเพื่อรักษาร่างไว้ท่านควรเก็บไว้เพื่อใช้ในยามจำเป็นและดูแลตัวเอง)
“เจ้าห่วงข้าเกินไปแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงอ่อน
(ข้าอยากอยู่ดูแลท่านจริง ๆ) เขาจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีเธอ
“ไม่เป็นไร แค่เจ้ายังปลอดภัยข้าก็ดีใจมากแล้วเจ้าคืนตำแหน่งแล้วสมดุลทุกอย่างกำลังจะกลับคืนขอให้เจ้าดูแลที่นี่ให้ดี”
(ใครจะคอยดูแลท่านถ้าข้าอยู่ที่นี่)
“เด็กนั่นไม่ปล่อยให้ข้าตายหรอกคืนนี้ข้าจะอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้า แต่พอรุ่งสางข้าต้องไปก่อนเพื่อไม่ให้คนที่นั่นสงสัย” ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตมือเรเนรอสอย่างแผ่วเบาเป็นการปลอบใจ
หลายวันต่อมา
“คุณไทโซล์มาตรงนี้สิคะเร็วเข้า” เนย่าจูงมือพาเขากึ่งวิ่งกึ่งเดินไปที่น้ำพุ
“คุณนั่งลงตรงนี้นะคะ” เนย่าจัดแจงให้เขานั่งลงข้างบ่อน้ำพุ ในขณะที่ไทโซล์กำลังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นก็มีมือหนึ่งที่เปียกชื้นจับมือเขาไว้
“นะ… นี่ ๆ อะไรกันครับ” ไทโซล์ตกใจจะชักมือกลับเรเนรอสก็ยืดตัวขึ้นจูบแก้มเขาเบา ๆ
“หนูไม่อยากเห็นคุณต้องห่างจากคนรักเลยทำนี่ให้ค่ะหนูรบกวนรีอาร์ให้ไปนำตัวเรเนรอสมาไว้ที่น้ำพุนี่ แล้วก็สโตเฟ่ขุดอุโมงค์ใต้น้ำพุนี่เชื่อมไปถึงบึงมายาเลยดีไหมคะ” เนย่าบอกอย่างร่าเริง
“ทำอย่างนั้น จะดีหรือครับสัตว์อื่นจะไม่เข้ามาบุกที่นี่เหรอครับ” ไทโซล์กุมมือเรเนรอสไว้สีหน้าแช่มชื่นแต่ก็อดกังวลกับสิ่งที่เนย่าทำไม่ได้
“อย่าลืมสิคะ เรเนรอสเป็นราชินีปีศาจเงือกเชียวนะคะใครจะกล้าเข้ามา” เด็กหญิงแย้มยิ้มนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ใช้เวทมนตร์อย่างมีประโยชน์อย่างแท้จริง
“ขอบคุณท่านเนย่ามากเลยนะครับ” ไทโซล์อวดยิ้มจนเห็นฟันขาว
“หนูสิคะต้องขอบคุณ ขอให้พวกคุณมีความสุขนะคะ” เนย่ายิ้มกว้างอีกครั้งช่างเป็นภาพที่สวยงามจริง ๆ ที่ได้เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
“เฮอะ! หาเรื่องจริง ๆ ยายหนูเอ้ย เฮ้อ!” ชูม่าถอนหายใจพลางส่ายหัว
“เงียบไปเลยวันนี้ฉันอารมณ์ดีมากนายอยากกินอะไรเดี๋ยวฉันขอให้คุณบาร์รามจัดให้” เนย่าเสนอเพื่อปิดปากเจ้าตัวเล็ก
“จริงรึยายหนู อย่าหลอกข้านะ” ชูม่าทำตาโต
“ฉันเคยหลอกนายด้วยเหรอ ปะไปกันดีกว่า” ว่าแล้วเนย่าก็พาชูม่าวิ่งกลับเข้าหอคอยไปหาของกินอย่างเบิกบานใจ