" ไอ้หนู สำนักเบญจธาตุอยู่ไปทางใต้ ราวพันลี้ " นนท์พยักหน้า
นนท์ค้นหาความทรงจำของมือสังหารของสำนักเบญจธาตุ ที่รับงานจากตระกูลซา
" ไว้รอมืด เราค่อยไปปล้นพวกมัน " นนท์เอ่ยขึ้น
" ข้าว่าไอ้หนุ่มนั่น มิใช่เป็นเพียงอันดับหนึ่งนอกดินแดนดอก "
" ใช่ อย่างที่เจ้าพูด อาจเป็นถึงอันดับหนึ่งของแดนเทพด้วย "
" ข้ายังจำฝ่ามือนั้นได้ มิได้ใช้พลังทั้งหมดด้วยซ้ำ หากทุ่มพลังใส่ทั้งหมด ข้าว่าเจ้าตระกูลซาคงได้ตายไปแล้ว "
" ไอ้หนุ่มนั่นอยู่สำนักอักกะรึ " เจ้าตระกูลฟู่เอ่ยขึ้น
" ใช่ ทั้งยังแข็งแกร่งมาก " ชายชราที่ไปเรียกร้องค่าเสียหายตอบ
" เจ้ากลัวมันรึ มันก็แค่ราชันย์ขั้นปลาย มีสิ่งใดให้ต้องกังวล " เจ้าตระกูลฟู่ขึ้นเสียง
" ท่านเจ้าตระกูล ท่านมิได้ไปดูท่านมิรู้ ไอ้หนุ่มนั่นใช้พลังกายเพียงครึ่งเดียว ฟาดฝ่ามือใส่เจ้าตระกูลซาจนเกือบตาย " เจ้าตระกูลฟู่พลันตกใจ
" เพียงฝ่ามือเดียว ทั้งยังใช้พลังเพียงครึ่ง " เจ้าตระกูลฟู่สูดหายใจเข้าลึก
" แต่ที่สำคัญว่า พลองมังกรของมัน เอาชนะทวนนทีสวรรค์ของเจ้าตระกูลซาได้ " เจ้าตระกูลฟู่ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" ทวนนทีสวรรค์พ่ายแพ้รึ " เจ้าตระกูลฟู่พึมพำ ภาพความทรงจำของบรรพชนของตนหลั่งไหลออกมา
บรรพชนของตนนั้นยังคงจดจำได้ดีถึงพลังของทวนนทีสวรรค์ของตระกูลซา บรรพชนของตระกูลซานั้นควงทวนนทีสวรรค์ออกสังหารเหล่าอสูรคลั่งมากมาย
มิว่าจะเป็นอสูรคลั่งขั้นสิบอักขระ สิบเอ็ดอักขระ ยังตกตายภายใต้ปรานสังหารเหี้ยมของทวนนทีสวรรค์
ทวนนทีสวรรค์ทั้งแข็งแกร่งและทรงพลัง ตวัดคราเดียวขุนเขาน้อยใหญ่นับพันลูกหายวับไปกับตา นั่นคือภาพที่ยังติดตาของบรรพชนของตนมาจนถึงทุกวันนี้ แม้นจะเป็นเพียงความทรงจำของบรรพชนที่ถ่ายทอดส่งต่อกันมา แต่ตนก็ยังรับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งของทวนนทีสวรรค์
" ท่านเจ้าตระกูลจะทำเช่นไรดี " ชายชราผู้นั้นเอ่ยถาม
" มิต้องทำสิ่งใด พวกเรามิได้ล่วงเกินพวกมัน ครานั้นก็เป็นที่พวกมันยังมิได้สลักชื่อสำนักลงยังแดนเทพ มิว่าผู้ใดก็สามารถยึดเอาได้ " ชายชราผู้นั้นพยักหน้า
" หวังเพียงแค่ว่า พวกมันมิหาเรื่องพวกเราเป็นพอ " เจ้าตระกูลฟู่พึมพำ
" ไอ้หนู มืดแล้ว " หมาป่าเอ่ยขึ้น
" หมาป่า ข้าคิดดูแล้ว ข้าว่าเสี่ยงยิ่งนัก " นนท์เอ่ยขึ้น
" เจ้ากลัวรึ " หมาป่าแค่นเสียงใส่
" ข้ามิได้กลัว เจ้าอย่าลืมจิตทัศนะของที่นี่กำเนิดขึ้นเอง ทั้งยังมีพลังเทพสามารถตรวจสอบร่องรอยย้อนหลังได้ " หมาป่าพยักหน้า
" อดใจรอไว้ " นนท์พึมพำ นนท์และเหล่าสหายต่างแยกย้ายกันไปยังตำหนักของตน
" ท่านพี่ หากท่านอยากให้พวกข้าตั้งครรภ์ ท่านและมังกรน้อยต้องทุ่มเทให้มากกว่านี้ " หลันอิงเย่สลัดชุดของตนทิ้งแล้วก้าวเท้าขึ้นเตียง เหล่าพี่หญิงน้องหญิงต่างอวดรูปร่างเย้ายวนต่อหน้าสามีหื่นกามของตน
" ข้าและมังกรน้อยจะทุ่มเทให้มากขึ้น " นนท์สลัดชุดของตนทิ้งแล้วผสานร่างกับอักขระเทพ
" วิ้ง " ร่างทองสิบสองอักขระเดินเข้าหาเหล่าภรรยาร่างทองทั้งหลาย และแล้วสงครามอันดุเดือดได้บังเกิดขึ้น เนิ่นนานราวร้อยห้าสิบชั่วยาม มังกรน้อยกายทองจึงสิ้นฤทธิ์ในร่องสวยของหลิงซือซือ
ตลอดเวลาสามหมื่นวันในแหวนห้วงมิติ นนท์มิได้ทำอันใดนอกจากเปิดสงครามกับเหล่าภรรยาทั้งหลาย
" พ่อหนุ่ม ได้เวลาเจ้าต้องไปแล้ว ข้ามีภารกิจให้เจ้า " นนท์สะดุ้งตื่น
" พระผู้สร้าง " แสงสีขาวพุ่งเข้าสู่ทะเลความรู้ของนนท์
" ข้าจะเร่งไปให้เร็วที่สุด " นนท์ส่งเสียงตอบ
" สามี ท่านรับภารกิจจากพระผู้สร้างรึ " นนท์พยักหน้า
" ท่านพี่ ท่านจะไปแล้ว ข้ายังมิได้รีดน้ำวิสุทธิ์จากท่าน " ว่าแล้วเหล่าภรรยาจึงจัดการรีดน้ำวิสุทธิ์จากมังกรน้อยกายทองอย่างบ้าคลั่ง
" ไอ้หนู ภารกิจอันใดรึ " หมาป่าเอ่ยถาม
" หนักหนายิ่งนัก ข้อมูลที่พระผู้สร้างให้ข้ามา เวลานี้ทัพมารอสูรคลั่งและอมนุษย์ได้บุกมายังโลกจินซาน ( ภูเขาทอง ) จักรวาลจินซาน " เหล่าสหายต่างพยักหน้า
" มากมายเพียงใด " เอี้ยชิงเอ่ย
" พี่ชิง มากที่สุดเท่าที่เคยปะทะมา ราวห้าหมื่นล้านตน " เหล่าสหายถึงกับถอนหายใจ
" ที่น่ากลัวที่สุดมิใช่ทัพมากมาย แต่เป็นจอมทัพของมัน ยอดยุทธสิบสี่อักขระ " นนท์ถึงกับถอดใจหนัก
" สามี ท่านหยั่งรู้ได้เพียงสิบสองอักขระท่านจะสู้ได้รึ " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยขึ้น
" ข้าจะหลอมแก่นจักรวาล " นนท์พึมพำแล้วพาทุกคนเข้าไปนแหวนมิติของตน
นนท์เรียกแก่นจักรวาลขนาดสองส่วนล้านของเม็ดทรายออกมา แจกจ่ายให้กับเหล่าสหาย
" เริ่ม " นนท์กลืนแก่นจักรวาลเข้าไป
" ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้น ร่างทั้งร่างของนนท์ถึงกับสะท้าน เพรานนท์ใช้แก่นจักรวาลขนาดสามส่วนในล้านของเม็ดทราย
เพลิงจักรวาลลุกโชนท่วมฟ้า แผดเผาร่างทองจนไหม้เกรียม ผิวสีทองและเศษเนื้อร่วงหล่นจากร่าง คงเหลือเพียงโครงกระดูกสีทอง
" วิ้ง " แสงสวรรค์เก้าสีล่องลอยเข้าโอบล้อมโครงกระดูกทองไว้
" ครึกครัก " แสงสวรรค์เก้าสีขัดเกลากระดูกทองเพื่อยกระดับ
" วิ้ง " แสงสวรรค์เก้าสีถักทอกลับกลายเป็นร่างเนื้อห่อหุ้มโครงกระดูกทองไว้
" ตูม " เสียงระเบิดดังขึ้นที่ตันเถียน
" ราชันย์ขั้นปลายขั้นที่เจ็ด แปด " หมาป่าพลัฉงน
" ไอ้ตัวล้างตัวผลาญ " มันตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง กระโจนเข้าหาร่างทองของนนท์ เหล่าสหายต่างเร่งช่วยกันจับไว้
" เจ้า เจ้าหลอมแก่นจักรวาลถึงสามส่วนในล้านส่วน กลับทะลวงพลังได้เพียงสองขั้นย่อย มันจะสิ้นเปลืองมากเกินไปแล้ว " หมาป่าบ่นกระปอดกระแปด
" เอาน่า " นนท์เอ่ยขึ้น
" ไว้ข้าได้กลับมาอีก ข้าจะหาของดีมาให้เจ้า " หมาป่าได้ยินคำว่าของดี มันจึงสงบลง
นนท์ยื่นศิลานทีเทพให้กับเหล่าสหาย " ข้าได้สลักอักขระเทพทั้งสี่สิบแปดตัวไว้แล้ว "
" สิบสองอักขระที่ข้าหยั่งรู้ได้นั้น เพียงพวกเจ้าส่งจิตเข้าไปในสิบสองอักขระพวกเจ้าจะหยั่งรู้ได้มิยาก มิเหมือนกับเริ่มหยั่งรู้ใหม่ " เหล่าสหายต่างพยักหน้า
" ข้าจะเร่งฝึกกาย " นนท์เร่งไปยังด่านทดสอบกาย ด่านวิญญาณอสูร และดูดซับพลังปรานเทพ และสยบเหล่าภรรยา
" เป็นเวลาสามหมื่นวันที่มีค่ามากยิ่งนัก " นนท์พึมพำ
นนท์พาเหล่าภรรยาออกจากแหวนห้วงมิติ " ข้ายังเหลือสิ่งที่ต้องทำอีกอย่างหนึ่ง "
นนท์เร่งทะยานร่างออกจากสำนักผู้ดียวอย่างรวดเร็ว ผสานร่างลงพื้นดินแล้วเก็บกวาดทั้งผลึกปรานสรรพสิ่ง หินปรานสรรพสิ่ง และเส้นปรานมังกรจักรวาล
" มากพอแล้ว กลับดีกว่า " นนท์ทะยานร่างในโพรงใต้ดินกลับสำนักในทันที
" พวกเจ้าเอาแหวนห้วงมิติของพวกเจ้ามา " นนท์วางเส้นปรานมังกรจักรวาลลงในแหวนห้วงมิติของเหล่าสหาย นนท์ออกจากตำหนักของตนมายังตำหนักเจ้าสำนักสาขา เรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโส
" ท่านเจ้าสำนัก นี่คือผลึกปรานสรรพสิ่งหนึ่งแสนล้านก้อน และหินปรานสรรพสิ่งสิบล้านล้านชั่ง ท่านเก็บไว้ที่คลัง " เจ้าสำนักสาขารับไว้
" ท่านเจ้าสำนัก ข้าได้วางศิลานทีเทพทั้งสี่สิบแปดตัวไว้ยังห้องลับ ท่านคัดเอาศิษย์ระดับราชันย์สูงสุดเข้าไปทำการหยั่งรู้ด้วยเถิด " เหล่าผู้อาวุโสพยักหน้า
" ได้เวลาที่ขัาต้องจากไปแล้ว ขอให้พวกท่านช่วยกันดูแลสำนักให้ดี แต่พวกท่านมิต้องกังวล สหายของข้ายังอยู่ " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่าผู้อาวุโส
" พวกเจ้าอยู่ที่นี่ ตั้งใจฝึก และคอยดูแลเหล่าสหายและภรรยาของข้าด้วย " สมุนทั้งหกพยักหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่มิต้องกังวล " นนท์ยกยิ้ม
นนท์เร่งไปยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้าย ร่ำลาเหล่าสหายและภรรยาแล้วเสร็จ นนท์ก้าวเท้าไปยังแท่นค่ายกล
" วิ้ง " ร่างของนนท์หายวับไป
" วิ้ง " นนท์กวาดตามองทั่ว
" วิหารสีขาว " นนท์ทะยานร่างไปยังประตูอย่างรวดเร็ว
" ครืน " ประตูบานใหญ่พลันเปิดออก เหล่าผู้คนมากมายที่รออยู่ที่หน้าประตู ต่างกระโจนเข้าสู่ภายในวิหารสีขาวอย่างรวดเร็ว
นนท์เห็นดังนั้นจึงทะยานร่างขึ้นสูง กวาดตามองยังเหล่ายอดยุทธที่กรูเข้าไปในวิหารสีขาว
" ตึง " ประตูยักษ์ปิดตัวลงพร้อมร่างของยอดยุทธที่ลอยออกมา นนท์ส่ายหน้าในวาสนาของคนเหล่านั้น
" พวกจ้าอยากรู้รึไม่ เหตุใดจึงเข้าไปมิได้ " นนท์เอ่ยขึ้น
" เพราะขั้นฝึกของพวกเจ้านั้นต่ำยิ่งนัก พวกเจ้ามีขั้นฝึกเพียงปฐมจักรพรรดิ์และอายุมากแล้ว แดนเทพจึงมิต้อนรับ " เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างมองหน้ากัน
" ข้ามาที่นี่หลายคราแล้ว ข้าจะช่วยพวกเจ้าแล้วกัน " นนท์ลอยตัวไปยังภูเขาแห่งหนึ่ง
นนท์เริ่มทำการวางด่านทดสอบกาย ด่านวิญญาณอสูร บ่อน้ำปรับกาย เส้นปรานเทพมังกรสิบเส้น ศิลานทีเต๋าทั้งสามขั้น เมื่อแล้วเสร็จ นนท์ส่งพลังไปยังศิลานทีเต๋า
" ตูม " ปรานมังกรระเบิดพลังมหาศาล เมฆหมอกปรานมังกรแผ่กระจายปกคลุมชั้นบรรยากาศ
ทั้งพลังฟ้าดินพวยพุ่งเกินขีดจำกัด สอดผสานเข้าร่วมปรานมังกร ครอบครองทั้งชั้นบรรยากาศไว้
อักขระเต๋าตัวจิ๋วล่องลอยทั่วท้องทุ่ง ทั้งสวดส่งมรรคาเต๋าดังระงม
" อา นี่มันเป็นการยกยระดับของโลกเมฆา "
" ใช่ ตั้งแต่เกิดมา ข้ามิเคยพบเห็นโลกเมฆาเป็นเช่นนี้ "
" ท่านผู้สูงส่งดุจดั่งทวยเทพลงมาโปรด "
" พวกเจ้าจงฝึกที่นี่ ให้พลังของพวกเจ้าอยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์สูงสุดเสียก่อน จึงไปทดสอบวาสนาของพวกเจ้ายังวิหารสีขาว " เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างพยักหน้า
" วิธีเข้าฝึก ข้าได้สลักไว้ยังศิลาหน้าด่านฝึก จงทำความเข้าใจและปฏิบัติตาม " นนท์กวาดตามองทั่ว
" หากยังมิถึงขั้นจักรพรรดิ์สูงสุดห้ามมิให้ผู้ใดย่างกรายไปยังวิหารสีขาวโดยเด็ดขาด " นนท์ยกยิ้มให้กับเหล่ายอดยุทธ
นนท์เรียกเรือเหาะออกมา แล้วเร่งเรือเหาะไปยังโลกมังกรอยางรวดเร็ว
" ข้าให้ไว้เป็นสมบัติของโลกเมฆา พวกเจ้าจงช่วยกันรักษามันไว้ หากมีผู้ใด สำนักใด ตระกูลใด หมายยึดครองเป็นของตน ข้าจะกลับมาจัดการด้วยตนเอง " เหล่ายอดยุทธโลกเมฆาต่างทะยานร่างไปยังด่านทดสอบที่นนท์วางไว้
" ขอบคุณผู้สูงส่ง " เหล่ายอดยุทธแดนเมฆาต่างคุกเข่าแล้วโขกหัวให้นนท์สามครั้ง
ผู้คนมากมายต่างเดินไปยังศิลานทีเต๋า อักขระเต๋าสีทองส่องประกายวิบวับ
" เพียงตัวเดียวที่เจ้าหยั่งรู้ได้ เสมือนเจ้าแบกขุนเขาได้ทั้งลูก โจวนนท์และสหาย " ผู้คนมากมายยืนอ่านอักขระเต๋าที่นนท์สลักไว้
" ชายผูันั้นชื่อโจวนนท์รึ "
" ข้าเห็นชายผู้นั้นพาผู้คนมากมายเข้าไปในวิหารสีขาวทุกสิบปี "
" หรือชายผู้นั้นจะเป็นทูตของแดนเทพ "
เหล่ายอดยุทธต่างยืนอ่านอักขระที่ศิลานทีหน้าด่านทดสอบ
" ให้เข้าทำการทดสอบกายหรือด่านวิญญาณอสูร เริ่มที่ด่านใดก่อนก็ได้ แต่เจ้าต้องผ่านทั้งสองด่าน " เหล่าผู้คนจ้องมองยังด่านทดสอบทั้งสอง
" เมื่อผ่านทั้งสองด่านแล้ว ให้ไปยังบ่อน้ำปรับกาย และไปทำการหยั่งรู้เต๋า แล้ววนกลับมาใหม่ทำเช่นนี้ไปเรื่อย เมื่อพวกเจ้าถึงเวลาทะลวงขั้นพลัง เจ้าจะได้รับทรัพยากรไว้ทะลวงขั้นพลัง " เหล่ายอดยุทธต่างพยักหน้าแล้วเร่งไปยังด่านฝึกกาย
" ข้าขอทดสอบก่อน " ชายใจกล้าเชื่อมจิตเข้ากับศิลานที
" ข้าต้องเดินขึ้นไปยังบรรไดร้อยขั้นนี้ " ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้น
ก้าวแรกจนถึงก้าวที่ยี่สิบนั้นยังมิได้มีสิ่งใด " ก้าวที่ยี่สิบเอ็ด " พอเท้าแตะลงที่ขั้นที่ยี่สิบเอ็ด
" อั่ก " เลือดทะลักออกมาจากปากอย่างมากมาย ชายผู้นั้นทรุดตัวลงนั่งเพื่อขัดเกลาร่าง ตามคำชี้แนะของจิตทัศนะแห่งด่าน ราวสองชั่วยาว
" วิ้ง " ร่างของชายผู้นั้นปรากฎอยู่ที่ลานกว้างอีกแห่ง
" ข้าผ่านด่านที่ยี่สิบเอ็ดแล้ว " ชายผู้นั้นเร่งไปยังด่านวิญญาณอสูร
" อ้าก " ร่างของชายผู้นั้นถูกส่งออกมาในสภาพที่โชกเลือด
" วิ้ง " แสงสวรรค์เจ็ดสีเข้าห่อหุ้มร่างไว้ทันที
" ดียิ่งนัก ข้าจะไปยังบ่อปรับกาย " ผู้คนมากมายรู้สึกว่าร่างของชายผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้นระดับหนึ่ง ต่างเร่งทะยานร่างเข้าไปยังด่านทดสอบกายและด่านวิญญาณอสูรในทันที
โลกมังกร
เมื่อมาถึงโลกมังกร นนท์เร่งเปลี่ยนเส้นปรานมังกรจักรวาลนับพันห้าร้อยเส้นทั่วโลกมังกร
" อ้าก " เสียงผู้คนมากมายต่างทะลวงพลังอย่างบ้าคลั่ง
" เหมือนมีปรานเทพจางๆ " นนท์พึมพำ
" น่าจะใช่ เพราะเส้นปรานพวกนี้เกิดที่แดนเทพ " นนท์พึมพำ
เมื่อจัดแจงเรื่องราวที่โลกมังกรแล้วเสร็จ นนท์ไปยังเมืองเพลิงทมิฬ และโลกของสหาย ด่านประจิม
" คารวะท่านโจวนนท์ " ผู้คนมากมายของโลกเหลียนฮวาที่รู้ข่าวการมาของนนท์ ต่างเร่งเข้ามาทักทักมาย
" ข้าแวะมาครานี้ เพื่อมาดูว่า สิ่งที่ข้าทิ้งไว้ยังอยู่ดีรึไม่ " นนท์ยกยิ้มแล้วเร่งไปยัง ศิลาเต๋าทั้งสามขั้น
" ข้าจะเปลี่ยนศิลาเต๋าให้พวกเจ้า " นนท์วาดมือเก็บศิลาเต๋าลงไป แล้วเรียกศิลานทีทีเต๋าออกมาวางแทนที่
" วิ้ง " มายาเต๋าทั้งสามระเบิดพลังมหาศาล ทำเอาโลกเหลียนฮวาถึงกับสั่นไหว
" โลกเหลียนฮวายกระดับขึ้นอีกแล้ว "
" ขอบคุณท่านโจวที่เมตตา " นนท์เพียงยกยิ้ม กวาดตามองทั่ว แล้วลอยตัวไปยังโขดหินที่อยู่ริมบึงเหลียนฮวา
" วิ้ง " ร่างทองของนนท์นั่งขัดสมาธิยังโขดหิน
" ท่านโจวเป็นทวยเทพลงมาโปรดพวกเรารึ "
" ขอบคุณสวรรค์ที่มิได้ทอดทิ้งโลกเหลียนฮวาทั้งที่ในอดีต โลกเหลียนฮวานั้นทำสิ่งมิดีไว้มาก "
" อาจเป็นที่พวกเราได้กลับตัวเป็นคนดีแล้ว สวรรค์จึงเมตตาส่งท่านโจวลงมา "
" พวกเจ้าเร่งนั่งลงเถิด ข้าจะบรรยายเต๋าให้ฟัง " เหล่ายอดยุทธโลกเหลียนฮวา เร่งหาที่นั่งอย่างรวดเร็ว
" เต๋าคือสิ่งใด " นนท์เริ่มทำการบรรยาเต๋าอยู่ถึงสามวัน แล้วเร่งจากไปในทันที
" ได้ไปเสียที " นนท์บังคับเรือเหาะล่องลอยเข้าไปในอุโมงค์มิติ แล้วเร่งเรือเหาะไปในทันที
" น่าจะยาวนานถึงสองเดือน ฝึกต่อดีกว่า " นนท์พึมพำ แล้วเรียกบ่อน้ำเทพออกมา
" วิ้ง " นนท์เปิดเปลือกตาขึ้น
" ดี อักขระเทพตัวที่สิบสามแล้ว " นนท์เรียกพลองมังกรออกมาแล้วสลักอักขระเทพทั้งสิบสามตัวลงไป
" ครืน " นนท์ทดสอบพลังของพลองมังกร
" สุดยอด ที่เทียบเท่ากับมหาศาสตราวุธมหาเทพ คงพอประมือกับสิบสี่อักขระได้ " นนท์พึมพำ
" วิ้ง " หมอกควันสีขาวบังเกิดขึ้นปกคลุมอุโมงค์มิติ
" ถึงแล้ว "