เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 86: วิญญาณของชายคนรัก (Soul of the Boy Lover)

    “ตรงนี้ข้าจัดการเอง”โอคัทสึไม่รอช้า รีบหยิบดาวกระจายออกมา 10 ชิ้น ข้างละ 5 ชิ้น ก่อนที่เธอจะเขวี้ยงไปยังบานกระจกที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งภายในห้อง ดาวกระจายทั้ง 10 ชิ้นนั้นได้ปักเข้าไปที่บานกระจกแยกกระจัดกระจายออกมาแทบจะทั่วทั้งบาน ตรงบริเวณที่มีปลายแหลมเสียบเข้าไปนั้นล้วนมีรอยร้าวที่เกิดขึ้นบนกระจก“วิชาพันแสง สลายมนต์อสูร”โอคัทสึรีบทำท่ามือประสานอินด้วยความรวดเร็วเพื่อใช้วิชานินจาในการทำลายมนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชิที่อยู่ในกระจกบานนั้นทั้งหมด ทันใดนั้น ดาวกระจายทั้ง 10 ชิ้นที่ปักอยู่บนกระจกนั้น ก็เกิดเรือนแสงสีขาวออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะเกิดกระแสไฟฟ้าสีขาวขึ้นไหลเวียนไปทั่วทั้งบาน สักพัก กระแสไฟฟ้าสีขาวนั่นก็ค่อยๆ เลือนหายไป มนต์อสูรของอุนไงเคียว-อายาคาชิทั้งหมดนั้นก็ได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์“เจ้าหญิงฮิเมรากิ!!” ในขณะเดียวกัน โทโมเอะ คิทสึเนะ และอินะฮิเมะก็ได้มา ถึงกันพอดี“มาได้จังหวะกันพอดีเลย พวกเจ้ารีบๆ ทำลายบานกระจกที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งนั่นเสีย กระจกบานนั้นหล่ะคือต้นตอของอุนไงเคียว-อายาคาชิ”เมื่อได้ยินเช่นนั้น พวกเธอก็ไม่รอช้า จึงรีบทำลายกระจกบานนั้นทันที คิทสึเนะรีบชักดาบเคนเมียวเร็นออกมา และคาบไว้ที่ปากคู่งามเป็นการเปลี่ยนร่างเป็นภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบ จากนั้น เธอก็รีบตวัดคมดาบปล่อยคลื่นกงจักรปฐวีออกมาโจมตีใส่กระจกบานนั้นอย่างต่อเนื่อง ทางด้านโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ระเบิดไปที่กระจกบานนั้น 5 นัดในรวดเดียว ในระหว่างนั้นก็ได้เกิดแรงระเบิดขึ้นแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณจากนั้น โทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกพายุสายฟ้าที่มีขนาดกลางโจมตีใส่กระจกบานนั้นในลักษณะแนวตรง จนเกิดแรงระเบิดขึ้นพร้อมกับเสียงของมันที่ดังสนั่น รอยร้าวที่อยู่บนกระจกบานนั้นก็ได้แผ่ขยายออกไปทั่วทั้งบาน“ตอนนี้หล่ะ” อินะฮิเมะนั้นไม่รอช้า จึงรีบเขวี้ยงดาบโค้งใหญ่ไปที่กระจกบานนั้นเข้าอย่างจังจนทำให้กระจกบานนั้นแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ และค่อยๆ ดิ่งลงสู่พื้นบริเวณตรงนั้น เสียงกระจกแตกที่ปะปนไปกับเสียงของเศษกระจกที่ค่อยๆ ตกลงสู่พื้นนั้นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ดาบโค้งเล่มใหญ่นั้นค่อยๆ วกกลับมาหาผู้เป็นเจ้าของอย่างอินะฮิเมะราวกับบูมเมอร์แรง มือเรียวงามของเธอนั้นก็รับมันไว้ได้ทัน ก่อนที่ดาบโค้งใหญ่เล่มนั้นจะถูกเก็บเข้าที่หลังของเธอหลังจากที่กระจกบานนั้นได้แตกกระจายลง ทางด้านยูกินะก็ไม่รอช้า จึงรีบดูดเศษกระจกของอุนไงเคียว-อายาคาชิทั้งหมดเข้าไปในตัวกระจกยาตะที่อยู่บนกำไลที่ข้อมือซ้ายเพื่อเก็บเศษกระจกของมันทั้งหมดไว้ในนั้นทันทีหลังจากที่ยูกินะได้ทำการปิดฝาของกำไลกระจกยาตะ ในช่วงหลังจากที่เธอเก็บเศษกระจกของอุนไง-เคียวอายาคาชิเข้าไปในตัวกำไลกระจกนั้นเสร็จสิ้น ตัวกำไลกระจกยาตะนั้นก็ค่อยๆ เรือนแสงวาบออกมา และยูกินะก็ได้เห็นความทรงจำในอดีตของมัทสึไดระ โนบุยาสึทันทีมัทสึไดระ โนบุยาสึนั้นเป็นบุตรชายของโทกุกาว่า อิเอยาสึ ที่เกิดจากนางสึกิยามะ ที่เป็นถึงนายหญิงแห่งตระกูลโทกุกาว่า เขามีอีกนามหนึ่งว่า โอคาซากิ ซาบุโระ หรือ จิโรซาบุโร่ ตัวเขานั้นเคยแต่งงานและอาศัยอยู่กับโทคุฮิเมะ ในช่วงก่อนที่เธอจะกลายเป็นคุโนะอิจิที่มีนามว่าโอคัทสึในภายหลังต่อมาโนบุยาสึนั้นรู้สึกเห็นใจและสงสารโทคุฮิเมะเป็นอย่างมากที่เธอนั้นมักจะถูกนางสึกิยามะผู้เป็นแม่กลั่นแกล้งสารพัดอยู่เสมอเพื่อบีบคั้นให้เธอยอมเลิกรากับบุตรชายของนาง ในขณะเดียวกันนั้น เขาก็รู้สึกไม่พอใจมากที่ผู้เป็นแม่นั้นมักจะทำทุกวิถีทางที่จะกีดกั้นความรักของพวกเขาทั้งสอง แต่ถึงกระนั้น เขาก็ไม่มีวันที่จะยอมเลิกรากับเธออย่างเด็ดขาด ด้วยความรักที่ทั้งสองมีให้แก่กัน โนบุยาสึจึงมักจะออกโรงปกป้องโทคุฮิเมะอยู่เสมอจนกระทั่งวันหนึ่ง นางสึกิยามะได้พาบุตรสาวของขุนศึกในตระกูลทาเคดะคนหนึ่งเข้ามาในคฤหาสน์ตระกูลโทกุกาว่า พร้อมกับประกาศว่านางจะขึ้นมาเป็นภรรยาเอกแทนที่โทคุฮิเมะ ซึ่งหมายความว่า โทคุฮิเมะนั้นมีคนกลั่นแกล้งเพิ่มเข้ามาคนหนึ่งด้วย ด้วยความรักที่มั่นคงของโนบุยาสึที่มีต่อโทคุฮิเมะนั้น เขาจึงยังคงที่จะออกโรงปกป้องโทคุฮิเมะ โดยที่ไม่ไว้หน้าหญิงสาวที่ผู้เป็นแม่พาเข้ามาในบ้านเลย และตัวเขาเองนั้นก็ไม่ได้รักนางผู้นี้เลยสักนิด โนบุยาสึนั้นยังคงรักโทคุฮิเมะอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย แม้ว่าเธอนั้นจะอยู่ในสถานะใดก็ตามหญิงสาวผู้นั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่โนบุยาสึนั้นยังคงมอบความรักให้กับโทคุฮิเมะ ทั้งๆ ที่เธอคนนั้นถูกลดสถานะกลายเป็นภรรยาน้อยแล้ว และไม่เคยแยแสนางที่ได้ขึ้นมาเป็นภรรยาเอกของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว จนกระทั่งวันหนึ่ง นางผู้นั้นได้ร่วมมือกับนางสึกิยามะในการวางยาฆ่าแมวที่โทคุฮิเมะรักมากที่สุด เธอรู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่พวกนางได้กระทำลงไปอย่างโหดเหี้ยมในขณะเดียวกันนั้น โนบุนากะ ผู้เป็นพ่อก็ได้ส่งจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบให้กับโทคุฮิเมะ เธอจึงเขียนจดหมายระบายความรู้สึกในใจให้ผู้เป็นพ่อ และนั่นจึงเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอต้องสูญเสียชายอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ และต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดนี้ไปตลอดกาลแสงที่วาบออกมานั้นค่อยๆ จางหายลง เผยให้เห็นดวงวิญญาณของมัทสึไดระ โนบุยาสึที่อยู่ตรงหน้า“โนบุยาสึ นี่ใช่เจ้าจริงๆ หรือ” โอคัทสึเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ ดวงวิญญาณของโนบุยาสึนั้นพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ เมื่อได้เห็นเช่นนั้น เธอจึงค่อยๆ ทรุดเข่าลงที่พื้น พลางมีน้ำตาที่เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามสีครามของเธอ“ข้าขอโทษ โนบุยาสึ...ข้าไม่ดีเอง เป็นเพราะข้า...เจ้าถึงต้องมาพบกับจุดจบเช่นนั้น...”โอคัทสึกล่าวพลางร้องไห้สะอื้นออกมาเพียงเล็กน้อย มีน้ำตาที่ไหลรินออกจากดวงตาคู่งามของเธอ ค่อยๆ หยดลงที่พื้นทีละน้อย“ตอนนั้น ท่านพ่อส่งจดหมายมาให้ข้า ข้าก็แค่...อยากจะระบายความรู้สึกภายในใจให้ท่านฟังได้รับรู้...”โอคัทสึพลางค่อยๆ ยกมือเรียวงามข้างขวาขึ้นมากุมที่หน้าอก“แต่ข้าไม่คิดเลยว่า เรื่องทุกอย่าง...มันจะลงเอยแบบนั้น...ฮึก ฮึก ฮึก”โอคัทสึยังคงกล่าวด้วยความเสียใจ และความรู้สึกผิดที่อัดแน่นอยู่เต็มอก ทางด้านโทโมเอะ เมื่อได้เห็นเช่นนั้น จึงรีบเดินเข้ามาคุกเข่าอยู่ข้างๆ และคอยปลอบประโลมโอคัทสึที่กำลังนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่ตรงหน้าดวงวิญญาณของโนบุยาสึ“เจ้าอย่าได้เสียใจเลย โทคุฮิเมะ...”ดวงวิญญาณของโนบุยาสึถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เขาจะพูดต่อไปว่า“เรื่องในตอนนั้นเจ้าไม่ผิด ดังนั้น เจ้าอย่าได้จมอยู่กับความรู้สึกผิดนั่น และมณทินที่เจ้าไม่ได้ก่อขึ้นมาอีกเลย”“มณทินที่ข้าไม่ได้ก่อ?? เจ้าหมายความว่าไงหน่ะ โนบุยาสึ”โอคัทสึเอ่ยถามดวงวิญญาณของโนบุยาสึด้วยความรู้สึกสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาเล็กน้อย“เรื่องนั้นไว้เจ้าถามท่านมิโกะที่นั่งอยู่ข้างๆ ดีกว่า...”โอคัทสึพลางหันไปมองที่โทโมเอะ“มิโกะท่านนี้...น่าจะมีความสามารถในการล่วงรู้กาลเวลา ท่านน่าจะรู้เรื่องในตอนนั้น...”หลังกล่าวจบ ดวงวิญญาณของโนบุยาสึก็ค่อยๆ หันมาที่ยูกินะ ก่อนที่เขาจะทิ้งท้ายไปว่า“ข้าขอบใจเจ้ามาก สำหรับการปลดปล่อยดวงวิญญาณของข้าให้เป็นอิสระ”หลังกล่าวทิ้งท้ายจบ ดวงวิญญาณของโนบุยาสึนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากตรงนั้น“เจ้าเป็นคนที่สามารถล่วงรู้กาลเวลาที่ว่านั่นได้สินะ งั้นช่วยเล่าให้ข้าได้ไหม ว่าเรื่องในตอนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”เมื่อไม่มีทางเลือก โทโมเอะจึงถอนหายใจสักพัก ก่อนที่เธอจะเล่าเรื่องในตอนนั้นให้โอคัทสึฟังทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน