ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    อันดับหนึ่ง

            การโจมตีนี้แม้แต่ระดับจอมพลยังต้องถอยก้าวหนึ่งพร้อมกับมือทั้งสองข้างสั่นสะท้าน พวกปิงหยวนที่เห็นดังนั้นก็กับกลืนน้ำลาย พลังการโจมตีนั้นถ้าพวกเขาโดนเข้าไปเต็มๆสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือความอนาถ

            “การต่อสู้นี้พวกเราแพ้แล้ว” ปิงเสวี่ยกล่าวพร้อมกับถอนหายใจ

            นางไม่คิดว่านางจะประมาทจนให้อสูรสายฟ้าคลั่งมีเวลาในการสะสมพลังจนถึงระดับนี้ถือเป็นความปิดพลาดของตัวพวกนางเองและมันแสดงให้เห็นถึงความฉลาดของต้าหมิง

            “ตอนนี้ก็เหลือพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าตัดสินกันเองว่าใครจะได้ที่ 1” ผู้ตัดสินกล่าว

            “พวกเราขอยอมแพ้” พวกจ้าวหลานกล่าวและถอยออกไปมีเพียงต้าหมิงที่ยังยืนอยู่

            “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอาณาจักรอัคคีชนะจริงๆงั้นเหรอ”

            “ทุกปีพวกอาณาจักรอัคคีจะต้องพ่ายแพ้ลงและได้อันดับสุดท้ายไม่ใช่เหรอ”

            “ครั้งนี้ไม่น่าเชื่อว่าอาณาจักรอัคคีจะมีปีศาจแบบนี้โผล่ออกมาได้”

            ผู้คนในอาณาจักรเหมันต์พากันแสดงสีหน้าตื่นตระหนกและสับสน แต่อาณาจักรอสนีกลับแสดงสีหน้ามืดมนลง การประลองครั้งนี้พวกเขาพ่ายแพ้ลงอย่างหมดท่า

            “ข้าขอประกาศ ผู้ที่ได้อันดับ 1 คือต้าหมิงจากอาณาจักรอัคคี” ผู้ตัดสินคำรามออกมา

            “ยอดเยี่ยมมาก” พวกเสี่ยวเตี่ยที่มาชมการต่อสู้ก็ตบมือด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            นางไม่คิดว่าลูกศิษย์ในห้องของนางจะมาถึงระดับนี้ได้ และต้าหมิงและเย่สุ่ยก็แสดงความโดดเด่นออกมาอย่างมากในการประลองครั้งนี้

            “หัวหน้าชั่งแข็งแกร่งยิ่ง และเวลายิ่งผ่านไประยะห่างของพวกเรายิ่งห่างกันเกินไป” ปู้เหยียนกล่าว

            “เพราะงั้นหลังจากนี้พวกเจ้าจะต้องฝึกฝนให้หนักกว่าเดิมหลายเท่า” เสี่ยวเตี่ยกล่าว

            “ต่อไปจะเป็นการประกาศรายชื่อของผู้ที่ท่านราชินีเหมันต์ประทับใจ คนแรก ต้าหมิง เย่สุ่ย ปิงเสวี่ย หลางฮูหนิง และเหล่ยเฟิง” สิ้นเสียงผู้คนก็กลายเป็นตื่นตระหนกพวกเขาไม่คิดว่าอาณาจักรอัคคีจะมาถึง 3 คนขณะที่พวกอาณาจักรเหมันต์และอสนีมีเพียงคนเดียวเท่านั้น

            “น่าเสียดายที่ข้าไม่มีรายชื่อ” จวิ้นนู่ถอนหายใจ

            แม้แต่จ้าวหลานยังต้องถอนหายใจเช่นกัน การประลองครั้งนี้ถึงแม้พลังของนางจะโดดเด่นแต่เพราะพลังของนางมาถึงระดับสูงสุดแล้วต่างจากพวกต้าหมิงที่มีเพียงระดับ 6 และ 8 แต่กลับแสดงความสามารถออกมาได้โดดเด่นเหลือเกิน

            “คนที่มีรานชื่อดังต่อไปนี้หลังจากนี้ให้ติดตามข้ามา” เสียงของราชินีเหมันต์กล่าว

            เมื่อการประลองสิ้นสุดลงพวกต้าหมิงก็ติดตามราชินีเหมันต์ไป ซึ่งสถานที่ราชินีเหมันพาพวกต้าหมิงไปนั้นเป็นสถานที่สวยงามและลึกลับอย่างมากแม้แต่จักรพรรดิเหมันต์ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ตามมา

            “พวกเจ้าทั้ง 5 คนเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับได้ยากและยังเป็นความหวังของดินแดนมนุษย์ของพวกเราเพราะงั้นรางวัลที่ข้าจะมอบให้พวกเจ้านั้นจะไม่เหมือนกัน” ราชินีเหมันต์กล่าว

            ตอนนี้ราชินีเหมันต์สวมผ้าปิดบังใบหน้าอยู่แต่ถึงอย่างงั้นทั้งต้าหมิงและเหล่ยเฟิงก็ยังต้องรู้สึกอึดอัดเพราะความทรงเสน่ห์ของนาง ความงดงามของนางนั้นมากเกินไปจนจิตใจของพวกเขายากที่จะต้านทาน

            “ปิงเสวี่ยเจ้าไปทางนั้น ที่นั่นมีบ่อเหมันต์อยู่มันเหมาะกับเจ้า” ราชินีเหมันต์กล่าว

            จากนั้นราชินีเหมันต์ก็ได้แจกรางวัลให้กับทุกคนทันทีซึ่งแต่ละคนจะได้รับโชคที่ไม่เหมือนกัน จนสุดท้ายก็มาถึงต้าหมิง

            “ต้าหมิงเจ้าคือคนที่มีระดับพลังน้อยที่สุดดังนั้นปัญหาของเจ้านั้นคือยกระดับพลังให้ได้มากที่สุด นี่คือน้ำค้างเหมันต์ซึ่งน้ำค้างเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยพลังเวทย์ที่มหาศาลและมันมากพอที่จะช่วยให้เจ้าไปถึงระดับ 7 ได้” ราชินีเหมันต์กล่าว

            “ขอบคุณราชินีเหมันต์” ต้าหมิงกล่าวและรับน้ำค้างเหมันต์มา

            “ยังมีอีกเรื่อง เจ้าควรจะระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ จักรพรรดิอสนีนั้นขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนมากที่สุดเขาไม่สนใจศักดิ์ศรีหรือหน้าตาของตัวเอง สิ่งใดที่เขาตาและต้องการจะได้เขาจะทำทุกอย่างให้ได้มากเจ้าเข้าใจหรือไม่” ราชินีเหมันต์กล่าว

            “ข้าเข้าใจแล้วข้าจะระวังตัวหลังจากนี้” ต้าหมิงกล่าว

            “ถ้าไม่มีอะไรแล้วเจ้าก็บ่มเพาะอยู่ที่นี่ก่อนหลังจากทะลวงระดับได้แล้วค่อยออกไป” ราชินีเหมันต์กล่าว

            ต้าหมิงทำตามและนั่งลงพร้อมกับกลืนน้ำค้างเหมันต์ลงไป พลังจากนั้นไม่นานกระแสพลังเวทย์ก็พุ่งเข้าสู่แกนเวทย์ของต้าหมิง แกนเวทย์ที่ใหญ่กว่าปกติของต้าหมิงดูดซับพลังเวทย์อย่างบ้าคลั่ง

            “ทางข้างหน้ายังมีอุปสรรคอยู่มากหวังว่าเจ้าจะสามารถอดทนและผ่านมันไปได้ ไม่อย่างงั้นในยุคนี้ก็ไม่มีใครสามารถช่วยให้พวกข้าออกไปจากสถานที่แห่งนี้อีกแล้ว” ราชินีเหมันต์กล่าวอย่างแผ่วเบา

            หลังจากการประลองสิ้นสุดย่อมมีงานเลี้ยง แต่อัจฉริยะทั้ง 5 ต่างไม่ปรากฏตัวและยังคงอยู่ในสถานที่ลับของราชินีเหมันต์ หลังจากนั้นต้าหมิงก็ออกมาเป็นคนแรก ต้าหมิงในตอนนี้ได้ทะลวงเข้าสู่ระดับ 7 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            วันต่อมาขณะที่ต้าหมิงกำลังเดินเล่นโดยข้างกายมีจ้าวหลานและจ้าวหยูเฟยเดินเคียงข้าง

            “ดูเหมือนว่าพวกเย่สุ่ยจะยังไม่ออกมาง่ายๆ” จ้าวหลานกล่าว

            “น่าจะเป็นอย่างงั้นเพราะโชคของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆเมื่อออกมพวกนางจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน” ต้าหมิงกล่าว

            “แล้วรางวัลของอันดับที่ 1 เจ้าได้อะไรงั้นเหรอ” จ้าวหยูเฟยกล่าว

            “ก็แค่ทรัพยากรบ่มเพาะและสมุนไพรเวทย์ต่างๆ” ต้าหมิงกล่าว

            “เจ้าไม่พอใจงั้นเหรอ” จ้าวหลานกล่าวด้วยสีหน้าสงสัยสำหรับพวกนางรางวัลนี้ก็เหมาะกับต้าหมิงอย่างมาก

            “ไม่เลย แต่เพียงมันไม่น่าตื่นเต้นเท่านั้นเอง” ต้าหมิงกล่าว

            ขณะที่ทั้งสามกำลังเดินเที่ยวชมเมืองและร้านค้างต่างๆในอาณาจักรเหมันต์อยู่ๆต้าหมิงก็สั่นใหวพร้อมกับมีพลังบางอย่างดึงดูดต้าหมิง ต้าหมิงหันไปทางชายชราขอทานคนหนึ่งที่นั่งขายของบนแผงลอยอยู่

            “เจ้าเป็นอะไรไป” จ้าวหยูเฟยกล่าว

            “ข้าขอไปดูของพวกนั้นก่อน” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับเดินไปทางชายชราทันที

            “ท่านตา ของสิ่งนี้ราคาเท่าไหร่งั้นหรือ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับชี้ไปทางก้อนหินสีดำธรรมดาๆก้อนหนึ่ง

            “ 1 ล้านเหรียญทอง” ชายชราขอทานกล่าวด้วยสีหน้าสงบ

            “1 ล้านเหรียญทอง บ้าน่าก้อนหินธรรมดาที่ใหนมันราคาสูงขนาดนี้” ผู้คนที่ได้ยินก็กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “พวกเจ้าอย่าไปยุ่งกับตาแก่บ้านั่นเลย ของแต่ละอย่างของเจ้านั่นเป็นแต่ของไร้ค่าทั้งนั้น ตอนแรกก็มีคนใจบุญคิดจะซื้อของเพื่ออุดหนุนแต่เจ้าแก่นี่กลับตั้งราคาซะสูงจนไม่มีใครอยากจะสนใจอีกเลย” ชายวัยกลางคนกล่าว

            “ก้อนหินนี่มันคืออะไรกันทำไมตำราอสูรมายาถึงตอบสนองต่อมันกันแน่” ต้าหมิงคิดใจพร้อมกับแสดงสีหน้าจริงจังเพราะตอนนี้ตำราอสูรมายากำลังสั่นใหวอย่างรุนแรง

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน