“ทำกับข้าวเสร็จแล้ว เสี่ยวอวี๋ไปเรียกแม่ทัพเผยมากินข้าว” จู้เจียงเจียงทำกับข้าวเสร็จ ก็ส่งเสียงเรียกคนในบ้าน
ในบ้านเต็มไปด้วยใบชา เพื่อรักษาความสดและกลิ่นหอมของใบชา พวกนางพี่สะใภ้และน้องสามีหากกินข้าวข้างนอกได้ก็จะพยายามกินข้างนอก ดังนั้นจึงวางโต๊ะอยู่ในลานบ้านตรงหน้าบ้าน
เริ่มั้แ่เมื่อครู่ เผยจี้ก็ถูกกลิ่นหอมของใบชาและกลิ่นหอมของกับข้าวโอบล้อมจนทนรอไม่ไหวแล้ว
เมื่อเขาออกไปยังลานบ้านและเห็นกับข้าวที่วางบนโต๊ะ ความอยากอาหารของเขาก็ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้น
ภรรยาของเขาคนนี้มีฝีมือจริง ๆ!
“กับข้าวพื้นบ้าน หากแม่ทัพเผยไม่คุ้นเคยในการกินก็โปรดอย่าถือสา”
ในมือจู้เจียงเจียงถือข้าวที่ตักมาพอดีสองถ้วย ถ้วยหนึ่งให้เผยจี้ อีกถ้วยให้ตัวเอง ส่วนเผยเสี่ยวอวี๋ จู้เจียงเจียงให้นางลงมือทำเองห้ามตามใจมากไป
“อยู่ในชนบทเช่นนี้ กลับยังได้กินข้าวมื้อหนึ่งแบบนี้ แม่นางถ่อมตัวเกินไปแล้ว”
เมื่อมองบนโต๊ะแล้วก็จะเห็นกับข้าวจานเนื้อสามอย่าง จานผักหนึ่งอย่าง ข้าวสวยตักเต็มถ้วย เงื่อนไขนี้ไม่สอดคล้องกับหมู่บ้านเสี่ยวฮวงเลยสักนิด
คำพูดนี้ของเขา ทำไมจู้เจียงเจียงรู้สึกแปลก ๆ?
เขาหมายความว่าอย่างไร? ชมนางหรือมีความหมายโดยนัย?
อีกอย่าง ชนบทแล้วอย่างไร ตอนพระอาทิตย์ตกทางทิศตะวันตก สายลมพัดอ่อน ๆ ต้นกล้าเจริญงอกงาม ทิวทัศน์นี้ก็ดีไม่ใช่หรือ?
“แม่นาง กับข้าวพวกนี้...” เผยจี้ถือตะเกียบขึ้นทว่ากลับไม่รู้จะเริ่มคีบอะไรก่อนดี
แม้เขาจะไม่ได้กินมาทั่วทั้งเจียงหนานตอนเหนือ แต่ก็เคยกินของดีมาไม่น้อย ทว่าอาหารหลายอย่างบนโต๊ะวันนี้ เขากลับไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริง ๆ
จู้เจียงเจียงนึกว่าเขารังเกียจเครื่องในหมู ดังนั้นจึงย้ายจานไส้อ่อนผัดขิงให้ห่างจากเขาสักหน่อย “นี่คือกับข้าวบ้านเกิดของข้า ท่านไม่อยากกินก็ลองชิมอย่างอื่นได้”
ขณะกำลังพูด นางก็ยกถ้วยเปล่าตรงหน้าของเขามาตักน้ำแกงให้ “นี่คือน้ำแกงลูกชิ้นบ่อั ท่านลองชิมดู”
“ลูกชิ้นบ่อั?” เผยจี้ใกับชื่อน้ำแกงนี้
ตั้งชื่อเก่งจริง ๆ
“หรือก็คือน้ำแกงลูกชิ้นชาเขียว น้ำแกงได้จากการต้มใบชา ใบชาสีเขียวข้างในคือชาสดที่เก็บกลับมาวันนี้”
ถึงอย่างไรก็มีูเาชาหลายลูกในมือ ใช้ใบชาทำกับข้าว จู้เจียงเจียงไม่รู้สึกเสียดาย
เห็นน้ำแกงที่นางตักให้ เผยจี้ยกขึ้นดื่มคำหนึ่งอย่างไม่ลังเลสักนิด
กลิ่นหอมอ่อนของชากลบกลิ่นคาวของเนื้อไปจนหมด เหลือทิ้งไว้แต่กลิ่นหอมของเนื้อที่ละลายอยู่ในน้ำชา เมื่อทั้งสองอย่างผสมผสานกัน ก็ทำให้ความสดหวานของน้ำแกงแสดงความสามารถถึงขีดสุด ซดจนหมดถ้วย ทั้งร่างพลันรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นมา
“อร่อยมาก” เผยจี้พยักหน้าให้จู้เจียงเจียงอย่างจริงใจ
จู้เจียงเจียงยิ้มตอบ เริ่มลงมือกินข้าว
สามคน กับข้าวสี่อย่าง เดิมนึกว่าจะกินไม่หมด เก็บไว้ตอนกลางคืนหรือพรุ่งนี้ยังอุ่นกินได้ ใครจะรู้เผยจี้กลับกินจนหมดเกลี้ยง
หรือแม้แต่เครื่องในที่เขา ‘รังเกียจ’ จานนั้น ก็ถูกเขาเอามาคลุกข้าวกินหมดแล้ว
ระหว่างที่กินข้าว ทั้งสามคนคุยแต่เื่ทั่วไปนิดหน่อยกับูเาชาเท่านั้น
จู้เจียงเจียงไม่ได้ถามเผยจี้เกี่ยวกับเื่ชายแดน เผยจี้ก็ไม่ได้ถามจู้เจียงเจียงเกี่ยวกับเื่ที่นางแต่งเข้าบ้านนี้ ทั้งสองคนเงียบไม่ยอมพูดออกมา ทั้งหมดเป็เพราะเผยเสี่ยวอวี๋นั่งอยู่ด้วย
จนกระทั่งกินข้าวเสร็จแล้ว ตอนจู้เจียงเจียงเดินส่งเผยจี้กลับ ทั้งสองถึงเริ่มลองใจซึ่งกันและกันรอบที่หนึ่ง
“แม่ทัพเผย ม้าของท่านผูกอยู่ข้างคันนาหน้าหมู่บ้าน ข้าจะพาท่านไป ถือโอกาสไปส่งท่านด้วย”
จู้เจียงเจียงหาข้ออ้างได้แล้ว ก็หันหน้ากลับไปกำชับเผยเสี่ยวอวี๋ “เสี่ยวอวี๋ เก็บถ้วยตะเกียบแล้ววางตรงนั้น เดี๋ยวข้ากลับมาค่อยล้าง เ้าไปอาบน้ำนอนก่อนเถอะ”
สาวน้อยวิ่งเล่นอยู่บนูเาชาทั้งวัน ตอนกินข้าวก็สัปหงกไปมา ใช้จังหวะที่ฟ้ายังไม่ทันมืดมิด ให้นางชะล้างเหงื่อตามร่างกายของวันนี้เร็วขึ้นหน่อย
“ข้ารู้แล้ว” เผยเสี่ยวอวี๋พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง อุ้มถ้วยตะเกียบหมุนตัววางในกะละมัง
เผยจี้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ความเป็ห่วงในใจที่มีต่อครอบครัว ต่อน้องสาวก็คลายลงไม่น้อย
เสี่ยวอวี๋มีจู้เจียงเจียงดูแล เขาก็สบายใจกลับเมืองหลวงไปรายงานผลได้แล้ว
เพียงแต่ เมื่อไรราชสำนักถึงจะเรียกเขาเข้าเมืองหลวงไปรายงานผลกัน? เขารอมาโดยตลอด รอรายงานผลเสร็จแล้ว เขาก็เปิดเผยสถานะกับตระกูลเผย กลับมาเป็ตัวเองได้
ทั้งสองคนเดินอยู่บนถนนเล็กหน้าหมู่บ้าน พระอาทิตย์ลาลับูเาไปแล้ว รอบข้างเริ่มสลัว ๆ เสียงกบในทุ่งนาดังรอบทิศ
หลังจากแน่ใจว่ารอบ ๆ ไม่มีคน จู้เจียงเจียงถึงเอ่ยปากอย่างลังเลเล็กน้อย “แม่ทัพเผย ในสนามรบคนแซ่เผยมีเยอะมากหรือไม่? ท่านยังรู้จักคนที่แซ่เดียวกันไหม?”
นางพยายามสืบเกี่ยวกับเื่ของเผยจ้าวอย่างอ้อม ๆ
เผยจี้ไม่ได้อ้อมค้อมเหมือนนาง ช่วยนางพูดตรงเข้าประเด็น “เมื่อครู่ได้ยินเสี่ยวอวี๋บอกว่าพี่ชายนางอยู่ชายแดน เ้าอยากจะถามถึงสามีของเ้าใช่หรือไม่?”
ตรงแบบนี้เลย? อืม โดนใจนางจริง ๆ!
“อืม สามีข้าแซ่เผย ชื่อจ้าว ไม่รู้แม่ทัพเผยเคยเจอเขาไหม? ตอนนี้เขาสบายดีหรือไม่?” จู้เจียงเจียงก็ไม่อ้อมค้อมอีกถามไปตรง ๆ
สามีข้า...เผยจี้ได้ยินนางเรียกเขาสองคำนี้ แอบรู้สึกดีใจแปลก ๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นอย่างห้ามไม่ได้
“ความวุ่นวายในชายแดนสงบลงนานแล้ว เหล่าทหารล้วนเดินทางกลับกันแล้ว หากยังไม่กลับ ก็เป็ไปได้อยู่สองอย่าง”
ถึงแม้ในใจจะสุข แต่ภายนอกสำหรับเผยจี้ หน้าที่ก็คือหน้าที่ เขาจึงพูดต่อด้วยความจริงจัง “ข้อหนึ่งตายในสนามรบ สองคือเขาเต็มใจอยู่ค่ายทหารต่อ รับใช้ราชสำนัก”
จู้เจียงเจียงได้ยินคำพูดพวกนี้กลับไม่ได้มีปฏิกิริยามากนัก ั้แ่โบราณมาก็มีบทสรุปแค่สองแบบนี้
“งั้นหากตายในสนามรบ ไม่ขอทางราชสำนักหาซากศพกลับมาให้พวกเรา แต่อย่างน้อยก็ควรแจ้งหรือแสดงความเสียใจอะไรทำนองนี้ใช่ไหม?” จู้เจียงเจียงกำลังบอกบางอย่างเป็นัย ๆ กับเผยจี้
ได้ยินคำนี้ เผยจี้ก็ไม่ค่อยสบอารมณ์แล้ว
“แม่นาง คนทั่วไปได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของข้าน้อย ปฏิกิริยาแรกไม่ควรเป็การอธิษฐานให้สามีตัวเองมีชีวิตรอดกลับมารายงานราชสำนักหรอกหรือ? ทำไมเ้าถึงถามเื่ซากศพกับข้าน้อย!”
นางหวังให้เขาตายขนาดนั้นเลย? เขาได้เ้าสาวแบบไหนมา
ทันใดนั้นน้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็จริงจัง จูเจียงเจียงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย
แต่นี่ก็ไม่แปลก เผยจี้ที่รอดมาจากสนามรบได้ ย่อมเป็ปกติที่จะอ่อนไหวกับเื่นี้
“ขอโทษ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” จู้เจียงเจียงขอโทษเขาอย่างจริงใจ “ข้าแค่อยากรู้ว่าสามีของข้ายังมีชีวิตหรือตายไปแล้วกันแน่”
เผยจี้โกรธจนไม่อยากสนใจนาง เร่งฝีเท้าเดินไปยังที่ผูกม้า
จู้เจียงเจียงเห็นแบบนี้ จึงทำได้แค่รีบซอยเท้าวิ่งตามไป ก่อนจะนำหน้าเขาไปหนึ่งก้าว ช่วยแกะบังเหียนยื่นให้เขา
เผยจี้รับบังเหียนมา พลิกตัวขึ้นหลังม้า ออกเดินทางอย่างไม่เหลียวหลังกลับ
“แม่ทัพเผย เดินทางระวังตัวด้วย” จู้เจียงเจียงเขย่งเท้าพลางะโใส่แผ่นหลังของเผยจี้ที่กำลังจากไป
จบกัน ทำเขาขุ่นเคืองเสียแล้ว วันหลังหากอยากถามเขาเกี่ยวกับเื่ชายแดนคงจะเป็ไปไม่ได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่ให้เขาช่วยนำใบชาไปเมืองหลวงเลย
จู้เจียงเจียงตบหน้าผากด้วยความหงุดหงิด แล้วหมุนตัวกลับบ้าน
ค้าขายรายการใหญ่ นางกลับคุยจนหมดโอกาส
ถึงแม้การค้าขายกับเผยจี้คนนี้จะไม่มีแล้ว แต่การค้าขายกับคนอื่นนางยังต้องตั้งใจทำ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
หลังจากจู้เจียงเจียงจ่ายค่าแรงให้คนในหมู่บ้านที่มาช่วยงาน นางก็เริ่มใช้หม้อเล็กแบ่งผัดใบชาที่บรรดาแขกเก็บกลับมา
ชาของลูกค้าทุกคนต้องผัดแยก ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ดังนั้นปริมาณงานของจู้เจียงเจียงจึงมากกว่าปกติ
นอกจากผัดใบชาและผลิตชาแล้ว นางยังหาคนในหมู่บ้านที่มีฝีมือสองสามคนมาช่วยนางทำกระปุกชา เพื่อใช้มาบรรจุใบชาที่ผัดแล้ว
แบบนี้ตอนส่งให้ลูกค้าที่ซื้อชา พวกเขาก็จะเห็นถึงความจริงใจ นอกจากนี้ยังเสริมเอกลักษณ์ของใบชาให้ดีขึ้น วันข้างหน้าก็จะทำให้ใบชากลายเป็สินค้าชั้นสูง