ยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ

    บทที่ ๙๕ สยบมังกรปราณ (re-edition)

            รัชชะค่อยๆ ก้าวเดินวนออกด้านข้างอย่างระแวดระวัง ส่วนเจ้ามังกรปราณหันหัวจ้องมองตาม ถึงจะเป็นมังกรปราณที่ถูกสร้างจากเวทมนตร์ แต่ลักษณะสรีระ สัญชาตญาณความดุร้าย ล้วนถูกถ่ายทอดมาจากดวงจิตจริงแท้ของมังกรโบราณ

            มังกรปราณอัคคีพ่นลมขู่เป็นเปลวอัคคีออกมาทางจมูก ดัง .. ฟึดดด ! ฟาดดด !

            .. ทั้งคู่จ้องมองคุมเชิงซึ่งกันและกัน

            รัชชะวางเท้าอย่างแผ่วเบา ระยะห่างของทั้งสองเริ่มขยับใกล้เข้ามา

            เพียงเสี้ยววินาที เป็นรัชชะชิงเคลื่อนไหวก่อน มันพุ่งทะยานไปด้านหน้าแล้ว

            .. ฮ๊ากกก ! เจ้ามังกรปราณอัคคีส่งสายตาดุร้าย มันพลิกร่างฟาดหางเรียวยาวเข้าใส่รัชชะ

            .. เปรี๊ยงงง ! หางเจ้ามังกรฟาดลงพื้นว่างเปล่า ร่างของรัชชะกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศ หลบรอดหางของเจ้ามังกรปราณได้อย่างเฉียดฉิว

            .. ฮ๊ากกกกก !! เจ้ามังกรปราณอัคคีคำราม มันพลิกร่างอีกครั้งสะบัดปลายหางทิ่มแทงไปยังร่างของรัชชะที่ยังลอยตัวอยู่

            .. ฉึกกก ! ฉึกกก ! ฉึกกก ! เสียงแหวกอากาศดั่งปลายหอกแหลม รัชชะเคลื่อนไหววูบวาบ หลบหลีกอย่างน่าหวาดเสียว แล้วจึงพุ่งเข้าประชิดมาทางด้านซ้าย

            .. ฮ๊ากกกกกกก !!! มังกรปราณอัคคีนำกรงเล็บตะปบรัชชะที่เข้ามาในระยะประชิด

            .. ควากก ! ควากกก ! รัชชะขยับซ้ายทีขวาทีลอดผ่านกรงเล็บเจ้ามังกรมาได้ มันประชิดเข้ามาถึงก็ขยับสองมือแผ่พลังปราณสีเงินส่งประกายวิบวับ

            .. ป๊าบบ ! สันมือซ้ายฟาดใส่ต้นคอของเจ้ามังกรปราณอัคคี

            .. ป๊าบบบ !! หมัดขวาชกเข้ากรามล่างของเจ้ามังกรปราณจนหน้าหงาย

            .. เปรี๊ยงงงงง !!! แสงสีเงินกระจายวาบ .. รัชชะนำสองฝ่ามือประทับเข้ากลางอกเจ้ามังกร

            กรรร .. ฮั๊กกก ! มังกรปราณอัคคีผงะลอย มันกระพือปีกกว้างบินอยู่เหนือพื้นราวหกเจ็ดศอก สายตาอัคคีอันกราดเกรี้ยวจ้องเขม็งมายังรัชชะ

            บริเวณหน้าอกของเจ้ามังกรปราณขยับขึ้นลงอย่างแรง เกิดมวลแสงสีแดงข้นคุกรุ่นอยู่ภายใน เพียงชั่วครู่มวลแสงนั้นแล่นผ่านมาตามลำคอ .. ดวงตาของเจ้ามังกรถลนเหลือก ปากของมันอ้ากว้างพ่นเปลวอัคคีสุดเข้มข้นออกมา

            .. โฮ๊กกกกกกก !!! เสียงคำรามดังสนั่น .. เปลวอัคคีระเบิดใส่ร่างของรัชชะ

            รัชชะยืนสงบนิ่งยกแขนซ้ายขึ้นตั้งรับ ฝ่ามือแบออกนิ้วทั้งห้าเหยียดกาง ก่อเกิดปราการปราณเป็นวงรัศมีสีเงินประกายปกป้องร่างกายของมันไว้

            .. ปราการเทพยุทธ์ !

            .. ตู๊มมมมมมมม !!! เปลวอัคคีเข้มข้นปะทะกับปราการปราณ เจ้ามังกรพ่นอัคคียาวเป็นสายเข้าโลมเลียโดยรอบปราการปราณของรัชชะ

            เปลวอัคคีไม่สามารถผ่านปราการปราณเข้ามาได้ ทั้งยังแฉลบออกมาทางด้านข้าง จนยอดยุทธ์ที่อยู่ใกล้ต้องกระโจนหนีออกมาอย่างไม่คิดชีวิต

            ฮึ .. ฮึ .. รัชชะหัวเราะมุมปาก มือขวาของมันขยับวาบ ก่อเกิดเป็นเส้นเชือกกระหวัดม้วนพุ่งออก

            .. บ่วงมังกรบาศ !

            .. ควับบบ .. ควับบบบ .. เชือกสีขาวควั่นด้วยเอ็นเส้นละเอียด สะบัดหมุนวนเป็นบ่วงบาศอยู่ด้านหลัง รัชชะเอี้ยวตัวขยับแขนขวาส่งสายเชือกพุ่งเรียดพื้น เชือกเอ็นบินลอดเปลวอัคคีแล้วจึงวกขึ้นไปยังขาหลังของเจ้ามังกรปราณ

            .. ควับบบ .. ควับบบบ .. บ่วงมังกรบาศพันรัดขาทั้งสองของเจ้ามังกรปราณอัคคีอย่างมั่นเหมาะ

            รัชชะออกแรงกระชากดึงเจ้ามังกรปราณลงสู่พื้น ร่างปราณมังกรถูกกระตุกดึงลงอย่างแรง ทำหัวของมันหงายขึ้น เปลวอัคคีถูกพ้นขึ้นกลางอากาศ

            .. ฮ๊ากกกก ! ร่างเจ้ามังกรปราณอัคคีกระแทกพื้น ดัง .. โครมมมม !

            สองขาของเจ้ามังกรปราณถูกบ่วงเอ็นรัดเอาไว้ มันพยายามดิ้นรนฝืนกายลุกขึ้นยืน จนร่างของมันล้มลุกอยู่หลายครั้ง

            กรรร .. โฮ๊กกก ! เสียงร้องของเจ้ามังกร ยิ่งดิ้นรน ยิ่งถูกรัดรึง เส้นเชือกพันรัดร่างกายของมัน เพียงชั่วครู่ทั้งปีกและหางก็ถูกพันธนาการทอดร่างนอนอยู่บนพื้นศิลา

            รัชชะยังถือปลายเชือกอยู่ในมือ เดินเข้าไปยังส่วนหัวของเจ้ามังกรปราณอัคคี

            ฟึดดด ! ฟึดดด ! มังกรปราณพ่นเปลวอัคคีออกทางจมูก มันเสียท่าถูกจับกุม แต่ก็ยังพยศผงกหัวร้องขู่ .. กรรรรรรร ..

            รัชชะหยุดมองดูเจ้ามังกรปราณ นำมือซ้ายทาบลงหน้าผากของมัน ปากกล่าวว่า “มังกรตัวนี้เป็นของข้า .. รัชชะ ..” .. แล้วจึงแผ่พลังปราณสีเงินกระจายออกจากฝ่ามือ

            โฮ๊กกก ! โฮ๊กกก ! มังกรปราณร้องราวไม่ยินยอม ร่างของมันภายใต้เส้นเชือกดิ้นพล่าน

            ฮ๊ากกก ! ฮ๊ากกก ! โฮ๊กกก ! เจ้ามังกรปราณอัคคีดิ้นจนหมดแรง แล้วจึงค่อยๆ สงบลง ร่างแผ่หลานอนกองอยู่กับพื้น

            ชั่วครู่หนึ่ง .. มังกรปราณเริ่มแปรสภาพอีกครั้ง ร่างกายปราณของมันค่อยๆ แยกสลายเป็นริ้วแสง

            .. เส้นแสงสีแดงเข้มกระจายออกจากปลายหาง ปีกทั้งสอง ขาทั้งสี่ ลำตัว จนมาถึงลำคอ และส่วนหัวของมัน

            .. เส้นแสงปราณที่กระจายออก ได้กลับมารวมกันที่ใต้ฝ่ามือซ้ายของรัชชะ

            เมื่อรัชชะดึงฝ่ามือกลับมา พบว่ามีป้ายมังกรเหินอันเดิมวางอยู่บนฝ่ามือของมัน .. แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป นั้นคือ ปรากฏชื่อ ‘รัชชะ’ เด่นชัดขึ้นมาบนป้ายนั้น

            ยอดยุทธ์ทั่วทั้งลานเงียบกริบ การสยบมังกรปราณของรัชชะสร้างความตื่นตะลึงไปทั่ว .. พลังยุทธ์ของศิษย์ตำหนักเทพยุทธ์ผู้นี้ ไม่ได้สร้างความผิดหวังแก่สำนักแม้เพียงน้อย

            แป๊ะ .. แป๊ะ .. แป๊ะ .. เสียงปรบมือดังขึ้น เสียงนั้นมาจากองค์ชายมังคละ ทั้งยังกล่าวว่า “ยอดเยี่ยม .. ยอดเยี่ยม .. เป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยม .. ฮา ฮา ฮ่า”

            รัชชะคือผู้ครอบครองป้ายมังกรเหิน มันมีคุณสมบัติเพียงพอในงานประลองยุทธ์ในวันพรุ่งนี้

            จิ๊ .. จิ๊ .. เสียงของบุคคลผู้หนึ่งกล่าว “.. ป้ายอันนั้นเป็นของท่าน .. มังกรมนตราก็เป็นของท่าน ..” วาจาของมันช่างประชดประชัน แล้วยังกล่าวต่อว่า “หากมีคนของตำหนักเทพยุทธ์สักหลายสิบคน ถือป้ายมังกรเข้าร่วมงานประลองวันพรุ่ง .. ก็คงมิใช่เรื่องแปลกแล้ว ..”

            อือออ .. เสียงฮือฮาของเหล่ายอดยุทธ์ พวกมันมองค้นหาบุคคลที่กล่าววาจาเมื่อครู่

            อุทัยถึงกับขมวดคิ้ว เสียงของคนผู้นี้ช่างรู้สึกคุ้นหู .. มันรั้งอยู่ด้านท้ายของกลุ่มคน จึงขยายปราณสัมผัสออกค้นหา

            ผู้กล่าววาจาเป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงสิบสามปี รูปร่างผอมเพรียวอยู่ในชุดคลุมสีดำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลา มุมปากยิ้มเยาะ ดวงตาของมันคมกริบเจ้าปัญญา

            องค์ชายมังคละมองคนผู้นี่อย่างพิจารณา กล่าวว่า “ที่แท้ก็คนของวิหารสุริยเทพ .. นับถือ นับถือ”

            หนุ่มน้อยผู้นี้ มาจากวิหารสุริยเทพ ลัทธิสุริยันจันทรา .. ถึงแม้จะเป็นหนึ่งในสี่สำนักหลัก แต่ก็ไม่สมควรกล่าววาจาไร้สัมมาคารวะเช่นนี้

            อุทัยลืมตาขึ้น .. มันจดจำได้แล้ว .. วิหารสุริยเทพอันใดของท่านมังกรฟ้า .. มันเป็นยอดยุทธ์ของสมาพันธ์ปักษาเทวา

            .. ไอ้เด็กเวรผู้นั้น .. ที่ประมือกับมันเมื่อคืนนั่นเอง

            องค์ชายมังคละยังอารมณ์ดี กล่าวต่อว่า “.. ท่านไม่ต้องกังวลไป .. เพื่อมิให้เกิดข้อครหา ตำหนักเทพยุทธ์ จะครอบครองป้ายมังกรเหินเพียงหนึ่งป้ายเท่านั้น .. ฮา ฮา”

            นั่นหมายความว่าในฐานะเจ้าบ้าน .. ตำหนักเทพยุทธ์จะส่งยอดยุทธ์เพียงหนึ่งคน .. นั่นก็คือ .. รัชชะ

            “พอใจหรือไม่ ..” องค์ชายมังคละกล่าวกระแทกเสียง แล้วยังกล่าวแดกดันว่า “.. หวังว่า วิหารสุริยเทพ .. ยังคงยอดเยี่ยม ดังเช่นกาลก่อน ฮา ฮา”

            เด็กหนุ่มวิหารสุริยเทพไม่ตอบคำ ได้แต่ยืนกอดอกแสดงท่าทางจองหองเช่นเดิม

            เฮ้ออออ .. สตรีชุดแดงถอนหายใจ อุทัยหันมาแล้วจึงกล่าวถาม “อันใดหรือ ..”

            สตรีชุดแดงกล่าวว่า “หลายร้อยปีมานี้ วิหารสุริยเทพเสื่อมถอยลงไปมาก”

            อุทัยกล่าวถาม “วิหารสุริยเทพ .. เป็นเช่นไร เป็นสำนักยุทธ์สำนักหนึ่งหรือ”

            สตรีชุดแดงหันมามอง แล้วกล่าวว่า “ฮึ ! เจ้าบ้านนอก .. นี่เจ้ามาจากมาจากที่ใด จึงมิรู้จักวิหารสุริยเทพ”

            อุทัย “..” มันถูกด่าจนอึ้งไปชั่วครู่ .. สตรีชุดแดงคิดอันใดได้ กล่าวต่อว่า “หรือ .. พวกมันไร้ซึ่งยอดฝีมือระดับสุดยอดมานานแล้ว เจ้าจึงมิรู้จักสำนักมันก็ไม่แปลก”

            อุทัยกล่าวแย้ง “แต่ .. เด็กหนุ่มผู้นั้น มันพอมีฝีมืออยู่บ้างหนา”

            สตรีชุดแดงถลึงตาใส่อุทัย กล่าวดูถูกว่า “ฮึ .. เด็กหิ้วรองเท้าเช่นเจ้า จะไปรู้อันใด” นางแสยะปากกล่าวอย่างจริงจังว่า “จดจำใส่กบาลเอาไว้ .. ที่ลัทธิสุริยันจันทรายังรั้งอยู่ในสี่สำนักหลัก ก็เพราะมีวิหารเทวีจันทราค้ำจุนไว้”

            .. แล้วนั่นมันเกี่ยวอันใดกับข้า .. อุทัยครุ่นคิด แล้วกล่าวถามบ้าง “เจ้าเป็นคนของวิหารจันทรา .. อะไรนั่น หรือ ..”

            ฮึ ! สตรีชุดแดงไม่ตอบคำ ราววาจาของอุทัยเป็นลมพัดผ่านสองหูไป นางสะบัดหน้ากลับไปมองเหตุการณ์ที่ด้านหน้า

            ลัทธิสุริยันจันทรา ประกอบด้วยศิษย์สองสำนัก หนึ่งคือสำนักบูชาสุริยเทพ เรียกว่า ‘วิหารสุริยเทพ’ และอีกหนึ่งสำนักบูชาจันทราเทวี เรียกว่า ‘วิหารเทวีจันทรา’ ..

            เด็กหนุ่มตัวแทนวิหารสุริยเทพมีท่าทีเย่อหยิ่ง รัชชะหันมามองด้วยความไม่พอใจ แล้วกล่าวท้าทายว่า “หากเจ้ายังหาป้ายมังกรเหินมิได้ .. ให้มาทวงถามป้ายนี้ที่สำนักข้า .. ข้าจะรอ ฮา”

            เด็กหนุ่มผู้นั้นยักไหล่เบ้ปากกล่าวว่า “มิจำเป็น .. เอาไว้เจอกันบนเวทีประลองดีกว่า ..” ทั้งยังกล่าวเกทับ “รักษาป้ายของเจ้าไว้ให้ดีเหอะ .. คืนนี้ อย่าให้ผู้อื่นมาช่วงชิงไปเสีย .. ฮึ ฮึ”

            ฮา ฮา ฮา .. องค์ชายมังคละหัวเราะขัดจังหวะผู้เยาว์ทั้งสอง กล่าวว่า “เอาล่ะ .. ผู้เยาว์ทั้งหลาย นี่ก็สายมากแล้ว” มันก้าวออกมาด้านหน้า ขยับมือแขนวูบวาบทำการโคจรพลังปราณ ปากกล่าววาจา “และ นี่คือ .. ป้ายมังกรเหิน อีกหกสิบสามป้าย..”

            ป้ายมังกรเหินหลายสิบป้ายไม่รู้โผล่ออกมาจากที่ใด บินล่องลอยอยู่รอบกายองค์ชายมังคละ เสียงป้ายมังกรเหินบินแหวกอากาศ ดัง .. ฟิ๊วววว .. ฟิ๊วววว .. ฟ๊าววว .. ฟ๊าวววววว

            ป้ายเหล่านั้นมีลักษณะเช่นเดียวกับป้ายมังกรเหินอันแรก ที่แตกต่าง คือ .. แต่ละป้ายมีสีสันที่ต่างกันไป .. คราม ม่วง แดง ส้ม เหลือง เขียว เทา ดำ ขาว .. หลากหลายเฉดสีไม่ซ้ำกันสักป้าย

            องค์ชายมังคละกล่าวด้วยพลังวัตรดังกึกก้องไปทั่วลานหิน “ข้าไม่สนใจว่าพวกท่านได้ป้ายมังกรเหินมาด้วยกลวิธีใด .. ข้าจะรอหกสิบสี่ยอดยุทธ์อยู่ที่นี้ ..”

            ยอดยุทธ์ต่างมองเหม่อราวถูกมนตร์สะกด เสียงองค์ชายมังคละดังก้องอยู่ในรูหู .. “.. ผู้มีความสามารถ จึงจะได้ครอบครอง .. ฮา ฮา ฮา”

            องค์ชายมังคละตวัดสองมือส่งป้ายมังกรเหินลอยขึ้นกลางอากาศ ป้ายเหล่านั้นบินเป็นแนวแถว แล้วค่อยๆ สั่นสะท้านปลดปล่อยริ้วลำแสงออกมาโดยรอบ

            แสงหลากสีวับวาวหกสิบสามดวง มองดูคล้ายดวงดาวมาปรากฏขึ้นตอนกลางวัน

            ป้ายมังกรเหินเริ่มบินกันสะเปะสะปะ คล้ายสิ่งมีชีวิตที่ถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนจองจำ ต่างบินวนโดยกระจัดกระจายไปทั่วพื้นที่ลานหิน

            แสงเรืองรองเป็นริ้วเส้นกระจายออกจากป้ายแต่ละอัน เส้นแสงหลากสีแข่งกันสาดส่องจนละลานตา แล้วจึงรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนคล้ายอวัยวะของสิ่งมีชีวิต

            เกล็ดระเรื่อวาววับ สองปีกกางโบกกระพือ หนึ่งหางยาวสะบัดกวัดแกว่ง .. ป้ายมังกรเหินแปรสภาพเป็นมังกรปราณอีกหกสิบสามตัว

            มังกร .. สัตว์เทวะในตำนานมาปรากฏตัวขึ้นถึงหกสิบสามตัว ลักษณะของพวกมันแตกต่างกันไป แต่ที่เหมือนกันคือความเกรี้ยวกราดดุร้าย

            .. มังกรปราณสีเขียวเข้ม ตัวอ้วนใหญ่สูงกว่าห้าศอก กระโดดลงมายืนบนพื้นหินดัง .. โครมมม !

            .. มังกรปราณสีอิฐ มีปีกสั้น แต่ลำตัวและหางยาวเหยียด ใบหน้าดุร้ายกำลังโก่งคอยาวส่งเสียงคำราม .. กรรรรร !

            .. มังกรปราณสีโลหิต กางปีกกระพือบินอยู่กลางอากาศ ดวงตาของมันแดงฉาน ยามหายใจฟืดฟาดมีกลุ่มเปลวอัคคีพ่นออกมา

            .. มังกรปราณสีน้ำเงินใสสะท้อนแสงแดดวิบวับ รอบข้างของมันถูกผนึกด้วยความเย็นจนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ปีกกว้างยาวขยับขึ้นลง กำลังจ้องมองเหล่ายอดยุทธ์ตาเขม็ง

            .. มังกรปราณสีทองแดงมีสามหัว ตัวโตแข็งแกร่งสูงใหญ่ราวแปดศอก มันกำลังสยายปีกแผ่กว้าง ทั้งสามหัวส่งสายตาดุร้ายผลัดกันขู่คำราม .. โฮ๊กกกกกกก ! โฮ๊กกกกกกก ! โฮ๊กกกกกกก !

            ฮ๊ากกกก ! ฮ๊ากกกก ! โฮ๊กกกกกกก ! เสียงมังกรที่ยืนอยู่บนพื้นร้องขู่กึกก้อง

            ฮ๊ากกกก ! โฮ๊กกกก ! โฮ๊กกกกกกก ! มังกรที่กระพือบินลอยตัวกลางอากาศ โก่งคอร้องคำราม

            ฮ๊ากกกก ! ฮ๊ากกกก ! โฮ๊กกกกกกก ! โฮ๊กกกกกกก ! ยังมีตัวที่บินร่อน ร้องคำรามใส่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์

            ลานหินหน้าตำหนักมังกรคำรนแปรเปลี่ยนไป ราวเป็นอีกพิภพหนึ่งที่มิใช่พื้นที่ของมนุษย์ ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์กว่าครึ่งต่างหวาดหวั่นลนลาน ทั้งแหกปากร้องหนีแตกฮือวิ่งชนเหยียบกันวุ่นวาย

            “เชร็ดดด .. เข้ ... !!!” อยาลองสบถอย่างแตกตื่น

            “บิดามัน ... !!!” วันฉลองขนลุกซู่ แทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง

            “เชี้ยยยยยยย ... !!!” .. หลิวน้อย จงน้อย ม่องน้อยอุทานขึ้นพร้อมกัน .. เพียงมังกรตัวแรกทำพวกมันแตกตื่นยังไม่หาย นี่ยังมีมาเพิ่มอีกหลายสิบตัว

            ส่วนยอดยุทธ์ที่มั่นใจในพลังฝีมือต่างเตรียมพร้อม มีบางส่วนไม่รอช้าพุ่งกายเข้าหามังกรปราณที่หมายตาเอาไว้

            .. กระบี่หน้าหยกนำเหล่าศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์เข้าล้อมมังกรตัวหนึ่งไว้ มังกรปราณตัวอวบอ้วนสูงกว่าหกศอก ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดสีทองผ่องอร่าม

            มังกรปราณทอง ร่างกายแข็งแกร่งดั่งสวมเกราะทองคำ หางยาวปราดเปรียวสะบัดทิ่มแทง ทั้งยังพ่นอัคคีสีทองสุกใส่ศิษย์สำนักกระบี่สวรรค์อย่างดุร้าย

            กระบี่หน้าหยกมีวรยุทธ์สูงส่งดังค่ำร่ำลือ เร่งเร้าท่าร่างรวดเร็วเข้าประชิด ฟาดฝ่ามือใส่เจ้ามังกรปราณได้หลายต่อหลายครั้ง

            .. สามโฉมสะคราญเรือนจิตจำรัสพุ่งกายมากักมังกรปราณอีกตัว เกล็ดสีม่วงวับวามเลื่อมประกาย มันเคลื่อนที่ได้รวดเร็วราวแหวกมิติ เพียงกระพือปีกคราหนึ่งก็จะกลายเป็นเส้นสายสีม่วงวิ่งวูบไปโผล่อีกฟากหนึ่งของลานหิน

            กระบี่กระจ่างจิตติดตามเจ้ามังกรปราณม่วงด้วยท่าร่างอันพิสดาร หลายครั้งติดตามทันแต่ก็ต้องถูกทั้งปีกทั้งกรงเล็บกระหน่ำฟาด จนนางต้องถอยหลบออกมา

            ศิษย์เรือนจิตจำรัสอีกสองนางก็ช่วยกันสกัดเจ้ามังกรไว้ ทั้งสามตามติดอย่างกระชั้นชิด ผลัดกันเข้าโจมตีเป็นพัลวัน

            .. ส่วนเจ้าเด็กเวรปากดีตัวแทนวิหารสุริยเทพ พุ่งเข้าไปหามังกรปราณสีน้ำเงินเข้มอมดำอีกตัวหนึ่ง นั่นคือมังกรปราณนิล เกล็ดแกร่งหยาบหนา ตั้งแต่หัวจรดปลายหางมีเงี่ยงแง่งแหลมคม กำลังถูกกักล้อมด้วยยอดยุทธ์อีกหลายสิบคน

            ความโกลาหลบังเกิดบนลานหินแห่งนี้ ยอดยุทธ์มากมายเข้าโรมรันกับเจ้ามังกรปราณ พวกฝีมือไม่เข้าขั้นก็หลบถอยออกมา ผู้ที่ตั้งสติได้ก็กลับเข้ามาร่วมวงช่วงชิง .. องค์ชายมังคละนั่งลงจิบน้ำชาบนชุดโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกยกเข้ามา เฝ้ามองพลังฝีมือของเหล่ายอดยุทธ์รุ่นเยาว์อย่างสนุกสนาน ทั้งยังหัวเราะถูกอกถูกใจ .. ฮา ฮา ฮา ......

    คล้ายกับเรื่องยุทธวิจิตรพิชิตจักรภพ ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    864K 380
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258