เทพกระบี่เงาสังหาร

    หญ้าจันทรา

    อู่หมิงกลายเป็นแปลกใจและมองไปที่เสี่ยวฮุ่ยเพื่อขอคำอธิบาย"ส่วนใหญ่คนที่มีกายพิเศษหรือเส้ลมปราณพิเศษจะมีความยากลำบากในการยกระดับพลังอย่างมากถ้าไม่ได้รับเม็ดยาที่มีคุณภาพสูงและเหมาะสม อย่างเจ้าถ้าเจ้าจะใช้เพียงแค่พลังลมปราณธรรมชาติในการบ่มเพาะ เจ้าก็เลิกหวังได้เลยว่าจะกลายเป็นเซียนได้ เพราะเส้นลมปราณของเจ้านั่นพิเศษและเมื่อถึงราชันเมื่อไหร่ทรัพยากรที่เจ้าต้องใช้ก็จะต้องมีพลังหยางและพลังหยินเท่านั้น ส่วนทรัพยากรอย่างอื่นล้วนไม่มีประโยชน์อะไรกับเจ้า แต่ยังโชคดีที่ตัวเจ้าสามารถดูดซับแสงตะวันและจันทราได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แล้วของเสวี่ยนเอ๋อละ" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนว่าเมื่อนางกลายเป็นราชันเส้นทางการบ่มเพาะของนางจะต้องเปลี่ยนไป นางจะต้องมุ่งเน้นไปที่พลังจิต ซึ่งพลังจิตนี้เป็นพลังคนละชนิดกับพลังปราณ ยกตัวอย่างเช่นการบ่มเพาะของคนปกติจะต้องรวบรวมพลังปราณเข้าสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มพลังให้แข็งแกร่งขึ้น แต่คนที่ฝึกพลังจิตจะไม่ต้องรวบรวมพลังปราณเข้าสู่ร่างกายแต่จะใช้พลังจิตควบคุมพลังปราณธรรมชาติได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แบบนี้นี่เอง " อู่หมิงกล่าว"เอาละอย่าได้มารบกสนข้าข้าจะต้องใช้สมาธิ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับไม่สนใจอู่หมิงอีกต่อไปอู่หมิงยังคงค้นหาของล้ำค่าในแหวนมิติ ต่อไปจนกระทั้งเหลือวงสุดท้าย อู่หมิงก็พบเข้ากับกล่องหยกสีดำซึ่งถูกวางอาคมป้องกันเอาไว้และคนนอกจะไม่สามารถเปิดมันได้"เสี่ยวฮุ่ยช่วยข้าเปิดกล่องนี้ที" อู่หมิงกล่าว"ข้าบอกแล้วว่าอย่าได้รบกวนข้าเวลาปรุงยา" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความหงุดหงิด"แต่กล่องนี้มันมีอาคมป้องกันวางไว้อยู่ข้างในจะต้องเป็นสุดยอดของล้ำค่าแน่" อู่หมิงกล่าว"หืมสุดยอดของล้ำค่า เอามานี่เดี๋ยวข้าดูเอง" เสี่ยวฮุ่ยหูตั้งทันทีพร้อมกับเอากล่องหยกสีดำไปสำรวจ"นี่มันกล่องหยกสำหรับเก็บสมุนไพรล้ำค่านี่ อย่างน้อยสมุนไพรที่ใช้กับกล่องนี้จะต้องเป็นสมุนไพรระดับราชันหรือจักรพรรดิ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นเสี่ยวฮุ่ยไม่รอช้าและรีบทำลายค่ายกลป้องกันทันทีโดยไม่สนใจเม็ดยาที่กำลังปรงอยู่แม้แต่น้อย อู่เซียงที่มองอยู่ใกลๆจึงเดินเข้ามาปรุงยาแทนเสี่ยวฮุ่ยซึ่งแน่นอนนางแค่ช่วยประคับประลองไม่ให้การปรุงยาล้มเหลวเท่านั้นส่วนการผสานเม็ดยานั้นนางรอให้เสี่ยวฮุ่ยมาทำผ่านไป 1 นาที เสี่ยวฮุ่ยก็สามารถทำลายค่ายกลป้องกันได้อย่างง่ายดายเห็นได้ชัดว่าความรู้เรื่องค่ายกลของเสี่ยวฮุ่ยนั้นลึกล้ำมากแค่ใหน"ได้แล้ว มาดูกันว่ามีอะไรอยู่ข้างในมีสมุนไพรระดับใหนอยู่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับเปิดออกมาอย่างช้าๆเมื่อเสี่ยวฮุ่ยเปิดออกมาไอเย็นที่น่าสะพริงกลัวก็ปะทุออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมของสมุนไพรปะทุขึ้น เสี่ยวฮุ่ยตกตะลึงจึงรีบปิดกล่องหยกลงทันที"เกิดอะไรขึ้น" พวกเจียงเฉินที่สัมผัสได้ถึงความเย็นและกลิ่นหอมของสมุนไพรก็กล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึง"อู่หมิงโชคของเจ้าชั่งทำให้ข้าอิจฉายิ่งนัก" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เจ้าหมายความว่าอย่างไร" อู่หมิงกล่าวด้วยความสับสน"สิ่งที่อยู่ในกล่องนี้คือหนึ่งในสมุนไพรล้ำค่าที่พวกเรากำลังตามหา หญ้าจันทรา แถมหญ้าจันทราต้นนี้ยังมีอายุหลายร้อยปีและถูกจัดอยู่ในสมุนไพรระดับจักรพรรดิ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอิจฉา ทั้งสองคุยกันโดยไม่สนใจคนอื่นๆที่หันมามองด้วยสายตาอยากรู้"แบบนี้ก็เหลือเพียงแค่หญ้าสุริยันแล้วสิ" อู่หมิงกล่าว"ใช่แล้ว เกาะแห่งนี้เป็นเกาะที่มีอยู่มาอย่างยาวนานและมีภูเขาไฟอยู่อย่างน้อย 3 ลูกมันจะต้องมีสักลูกที่ปรากฎหญ้าสุริยัน เพียงแต่ว่าการจะเก็บมันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสมุนไพรระดับราชันขึ้นไปมักจะมีราชันอสูรเฝ้าอยู่และที่เกาะแห่งนี้ก็เช่นกัน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แต่ที่เกาะแห่งนี้มีราชันอสูรด้วยงั้นเหรอ" อู่หมิงกล่าวถาม"แน่นอน แต่ที่พวกเรายังไม่เจอเพราะว่าพวกมันหลบซ่อนอยุ่ในส่วนลึกของเกาะส่วนพวกเราก็แค่ออกล่าอยู่แค่ขอบๆเกาะเท่านั้น" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวอู่หมิงที่ได้ฟังก็สั่นสะท้านแต่ดวงตากลับปรากฎแสงแห่งความยินดี เพราะยิ่งมีสัตว์อสูรระดับ 5 มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีทรัพยากรล้ำค่ามากขึ้นเท่านั้น เสี่ยวฮุ่ยที่เก็บกล่องหยกไว้กับตัวเองก่อนจะหันไปปรุงยาต่อ ซึ่งในขณะปรุงยาเสี่ยวฮุ่ยก็สอนอู่เซียงไปด้วย อู่หมิงที่ไม่อยากรบกวนทั้งสองจึงถอยออกมาและเข้าไปนั่งข้างๆจิงเสวี่ยนและทั้งสองก็เริ่มจู๋จี๋กันอีกครั้งพวกกู่ไท่ต่างก็มองคู่รักหลายๆคู่ที่อยู่กันเป็นคู่และเริ่มจู๋จี๋กันด้วยสายตาอิจฉา ภายในจิตใจเริ่มท่าทอพร้อมสาปแช่งต่างๆนาๆออกมาไม่หยุดหย่อน และที่กู่ไท่เป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะ เสวี่ยอินนั้นแสดงท่าทางรังเกียจตนตั้งแต่ตนโดยที่ตนไม่ได้มีโอกาสตีสนิทนางเลยแม้แต่น้อยทำให้กู่ไท่ทั้งหดหู่และเสียใจอีกด้านเจียงเฉินในตอนนี้ได้ถูกหญิงสาวผมขาวนาม ไป๋เอี้ย เกาะติดหนิบตลอดเวลาทำให้พวกเยี่ยฉีและหานเจี่ยมักจะคอยแอบขำอย่างลับๆกันสองคน แต่เมื่อซวงอี้ดุด่าทั้งสอง ทั้งสองก็จะหยุดล้อเลียนเจียงเฉินแต่นั่นมันก็ไม่นานก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาล้อเลียนอีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปแสงตะวันก็ปรากฎกลุ่มของอู่หมิงออกจากถ้ำก่อนจะเริ่มออกหาคนของฝ่ายตนที่ยังรอดชีวิตอยู่ ทางด้านกลุ่มพรรคอธรรมเองก็ใช่ว่าจะใช้เวลาทั้งหมดไล่ล่าฝ่ายอู่หมิงเพียงอย่างเดียว นอกจากกลุ่มของพรรคแมงป่องทมิฬแล้วพรรคอื่นๆต่างก็ใช่เวลาส่วนใหญ่ในการสำรวจเกาะและหาทรัพยากรล้ำค่า สำหรับพวกเขานี่คือโอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต แล้วจะให้พวกเขาไปเสียเวลากับการไล่ฆ่ากลุ่มของอู่หมิงได้อย่างไร ซึ่งต่างกับกลุ่มของแมงป่องทมิฬที่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไล่สังหารศิษย์ของนิกายดาบคลั่ง นิกายหมัดราชัน หอหิมะโปรยและหอกระบี่"ฮ่า ฮ่า การเกบเกี่ยวในครั้งนี้ของพวกเราชั่งเยี่ยมยอดจริงๆ" เหยียนหม่าหัวเราะออกมาอย่างชอบใจกับทรัพยากรที่ตนได้รับมา"นั่นหนะสิ ในขณะที่พวกมันกำลังเข่นฆ่ากันพวกเราก็ใช้เวลานี้เก็บทรัพยากรล้ำค่าบนเกาะให้หมดจากนั้นค่อยไปสังหารพวกมันทีหลังก็ยังไม่สายฮ่า ฮ่า" เหยียนซือ พี่ชายของเหยียนหม่ากล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายเช่นกันตั้งแต่เริ่มศิษย์ของสำนักเหลียงซานยังไม่มีใครล้มตายเลยสักคน ทุกตนต่างก็ใช้เวลาเก็บทรัพยากรอย่างสบายใจและเมื่อพบกับกลุ่มของพวก หอกระบี่หรือพวกนิกายดาบคลั่งเมื่อไหร่พวกเขาก็เพียงส่งที่อยู่ให้กับพวกพรรคอธรรมให้มาจัดการ ส่วนพวกเขาก็แค่ยืนดูอย่างสบายใจเท่านั้น------------------------------------------------------------------------------------------------------ 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน