หลังจากการเผชิญหน้าและรอยจูบแสนร้อนแรงที่แกลเลอรีในวันนั้น วรุตม์พยายามอย่างหนักที่จะจมดิ่งตัวเองอยู่กับงานในโรงพยาบาลเพื่อหลบหนีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ตามหลอกหลอน ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมปล่อยให้เขาได้พักหายใจเมื่อ 'พีท' โทรศัพท์มาหาเขาในเช้าวันอาทิตย์ด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
"คุณพ่อครับ วันนี้บ่ายสองคุณพ่อว่างไหมครับ? พอดีผมกับอัญญ์เรานัดดูห้องชุดคอนโดมิเนียมแถวสุขุมวิทไว้ครับ เป็ห้องเพ้นท์เฮ้าส์ที่จะใช้เป็เรือนหอหลังแต่งงาน ผมอยากให้คุณพ่อไปช่วยดูโครงสร้างและทำเลให้หน่อยครับ พ่อมีประสบการณ์เื่นี้มากกว่าผม"
วรุตม์พยายามจะปฏิเสธโดยอ้างเื่งาน ทว่าพีทกลับตื้อด้วยความอ้อนวอนของลูกชายที่อยากให้พ่อมีส่วนร่วมในก้าวสำคัญของชีวิต สุดท้ายวรุตม์ก็ต้องตกปากรับคำด้วยความจำเป็
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเผชิญหน้าที่แสนบีบคั้นใจที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของเขา
---
ณ คอนโดมิเนียมหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรีใจกลางสุขุมวิท สายลมแรงพัดผ่านระเบียงกว้างขวางของห้องชุดเพ้นท์เฮ้าส์ชั้นสี่สิบห้า วรุตม์เดินตรวจดูรอบห้องโถงกว้างขวางที่ยังคงเป็ห้องเปล่าผนังปูนฉาบเรียบและกระจกบานใหญ่สูงั้แ่พื้นจรดเพดานที่เผยให้เห็นวิวกรุงเทพมหานครแบบพาโนรามา
พีทเดินเคียงข้างเขาพลางชี้ชวนดูมุมต่างๆ ของห้องด้วยความตื่นเต้น โดยมีอัญชิสาเดินตามหลังมาเงียบๆ หล่อนสวมชุดเดรสเข้ารูปสีเนื้อ (Nude) เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายอย่างชัดเจน เส้นผมสีดำสนิทรวบครึ่งศีรษะเปิดดวงหน้าหวานเฉี่ยวที่วันนี้แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา ทว่าริมฝีปากอิ่มกลับทาด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อที่ดูชุ่มชื้นตลอดเวลา
ทุกครั้งที่พีทหันไปคุยกับเ้าหน้าที่โครงการ อัญชิสาก็จะช้อนดวงตาคู่สวยขึ้นมองวรุตม์ แววตาของหล่อนไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือรู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความท้าทายและความลุ่มหลงที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
"คุณพ่อคิดว่ายังไงครับ ทำเลตรงนี้กับโครงสร้างห้องโอเคไหมครับ?" พีทหันมาถามพลางกอดเอวอัญชิสาไว้หลวมๆ
ภาพของลูกชายที่แสดงความรักต่อหญิงสาวตรงหน้าทำให้หัวใจของวรุตม์กระตุกวูบ ความรู้สึกหึงหวงและริษยาที่แล่นขึ้นมาจุกอกอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องแสร้งทำเป็มองออกไปนอกกระจกกว้าง "โครงสร้างดีครับพีท ทำเลก็สะดวกสำหรับการเดินทางไปทำงานของทั้งสองคน"
"จริงด้วยครับ... อัญญ์ก็ชอบมุมนี้มากเลยครับพ่อ" พีทหันไปยิ้มให้แฟนสาวก่อนจะก้มลงหอมแก้มเธอเบาๆ "ใช่ไหมครับอัญญ์?"
"ค่ะ... อัญญ์ชอบมุมนี้มากเลยค่ะ โดยเฉพาะกระจกบานใหญ่ตรงนี้... มันมองเห็นทุกอย่างชัดเจนดี" อัญชิสาตอบพลางหันมายิ้มให้วรุตม์ รอยยิ้มและแววตาของหล่อนทำเอาศัลยแพทย์ใหญ่ต้องขบกรามแน่นจนเป็สันนูน
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของพีทก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูแล้วทำหน้ายุ่งยากใจ "อ๊ะ... หัวหน้าคนงานที่ไซต์ก่อสร้างโทรมาด่วนครับพ่อ เดี๋ยวผมขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ตรงโถงลิฟต์เงียบๆ แป๊บหนึ่งนะครับ อัญญ์ฝากเดินดูห้องนอนใหญ่กับคุณพ่อก่อนนะจ๊ะ"
"ได้ค่ะพีท" อัญชิสาตอบเสียงหวาน
ทันทีที่พีทและเ้าหน้าที่โครงการเดินเลี่ยงออกไปจากห้องโถง เสียงประตูปิดลงเบาๆ ทิ้งให้ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วเพ้นท์เฮ้าส์กว้างขวาง วรุตม์หมุนตัวตั้งใจจะเดินตามลูกชายออกไป ทว่าข้อมือของเขา กลับถูกมือเรียวบางของอัญชิสาคว้าหมับไว้เสียก่อน
"จะรีบไปไหนคะ... คุณหมอ?" อัญชิสากระซิบถาม หล่อนก้าวเข้ามาประชิดตัวเขาจนหน้าอกอวบอิ่มเบียดเสียดกับท่อนแขนแกร่งของเขา
"อัญญ์... ปล่อยมือ พีทกำลังจะกลับเข้ามา" วรุตม์สั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและสั่นพร่า เขาพยายามดึงข้อมือออก ทว่าอัญชิสากลับใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวของเขาไว้แน่น ร่างระหงบดเบียดเข้าหาจนวรุตม์ััได้ถึงไออุ่นร้อนจากผิวกายของเธอ
"พีทคุยสายเื่งานยาวเสมอแหละค่ะ... คุณหมอก็รู้" อัญชิสาเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาของหล่อนปรือปรอยสะท้อนแสงแดดยามบ่าย "คุณหมอไม่อยากเข้าไปดูห้องนอนใหญ่ของเราสองคน... หมายถึง ห้องนอนของอัญญ์กับพีทเหรอคะ?"
คำว่า 'ห้องนอนของเราสองคน' ที่หล่อนจงใจเว้นจังหวะยั่วยวนเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ที่ทุบทำลายกำแพงศีลธรรมสุดท้ายในใจของวรุตม์ลงอย่างราบคาบ ความหึงหวงและแรงปรารถนาที่สะสมมาตลอดหลายวันปะทุขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง
"เธอจงใจปั่นหัวฉันใช่ไหม อัญชิสา!" วรุตม์เค้นเสียงลอดไรฟันดุดัน
เขาไม่ทนอีกต่อไป วรุตม์คว้าเอวบางของหล่อนแล้วดันร่างระหงไปประชิดกับเสาปูนต้นใหญ่ในมุมมับสายตาของห้องนอนใหญ่ที่ยังไม่มีประตูติดกั้น แผ่นหลังของอัญชิสากระแทกเข้ากับเสาเบาๆ ทว่าหล่อนกลับหลุดเสียงครางแ่เครือด้วยความพึงพอใจ
"ใช่ค่ะ... อัญญ์ตั้งใจ" อัญชิสากระซิบเสียงสั่นพร่าพลาเลื่อนมือขึ้นโอบรอบคอหนาของเขา ดึงรั้งให้ใบหน้าคมคายก้มลงมา "อัญญ์อยากรู้ว่าคุณหมอจะทนได้นานแค่ไหน... เวลาที่เห็นอัญญ์อยู่กับพีท"
"ยัยเด็กบ้า..." วรุตม์สบถเสียงแหบพร่า ก่อนจะบดริมฝีปากลงจูบหล่อนอย่างรุนแรงและป่าเถื่อนทันที
จูบครั้งนี้ไม่มีความลังเลใจหรือความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มันคือความคลั่งไคล้และโทสะที่ผสมปนเปกัน วรุตม์บดขยี้เรียวปากอิ่มของหล่อนอย่างหนักหน่วง สอดแทรกปลายลิ้นร้อนชื้นเข้าไปสำรวจไขว่คว้าความหวานอย่างดุเดือดตระกรุมตระกราม อัญชิสาครางอื้ออึงในลำคอ ตอบสนองรสจูบป่าเถื่อนนั้นด้วยความร้อนแรงไม่แพ้กัน หล่อนแอ่นอกอวบหยุ่นเบียดเสียดกับแผงอกกว้างของเขาอย่างลืมตัว
มือหนาของศัลยแพทย์ลูบไล้ไปตามสะโพกกลมกลึงก่อนจะสอดแทรกเข้าไปใต้กระโปรงเดรสเข้ารูปเนื้อนุ่ม ัักับผิวต้นขาขาวเนียนที่ร้อนผ่าวจนสะท้าน นิ้วมือแกร่งเลื่อนสูงขึ้นลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าแพนตี้ตัวจิ๋ว ััได้ถึงความชุ่มฉ่ำบางเบาที่บ่งบอกว่าหล่อนเองก็มีความกระสันและปรารถนาในตัวเขาไม่ต่างกัน
"อ๊ะ... คุณหมอ..." อัญชิสาครางกระซิบชิดริมฝีปากของเขาเมื่อปลายนิ้วร้อนของเขากดเน้นย้ำลงบนจุดอ่อนไหวกลางกายของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา ร่างกายของหล่อนสั่นระริกแอ่นรับััอันจาบจ้วงแสนรัญจวนใจนั้นอย่างหมดทางสู้
พวกเขากลืนกินตัวตนของกันและกันผ่านรสจูบและััต้องห้ามท่ามกลางเสียงสายลมหวีดหวิวภายนอกกระจกใส เสียงหอบหายใจและเสียงดูดดึงริมฝีปากดังสะท้อนก้องในห้องเปล่าที่แสนเงียบสงบ ทุกวินาทีเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเสี่ยงตายระคนกลัวว่าพีทจะเดินกลับเข้ามาเจอ
ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของพีทดังขึ้นแว่วๆ มาจากโถงด้านนอก
"คุณพ่อครับ? อัญญ์? อยู่ในห้องนอนหรือเปล่าครับ?" เสียงของพีทะโเรียกดังใกล้เข้ามา
วรุตม์และอัญชิสาสะดุ้งสุดตัวถอนริมฝีปากออกจากกันทันที วรุตม์รีบชักมือออกจากใต้กระโปรงของหล่อน พยายามปรับแต่งเสื้อผ้าลินินของตัวเองและหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับคืนมา ขณะที่อัญชิสารีบจัดเดรสเข้ารูปให้เรียบร้อย หล่อนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยซับคราบน้ำหวานที่ริมฝีปากที่เจ่อแดงซ่านพลางสูดหายใจถี่
เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่พีทจะก้าวพ้นประตูห้องนอนเข้ามา วรุตม์ก็ขยับตัวออกมายืนกอดอกมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่ในท่าทางสุขุมนิ่งสงบ ราวกับกำลังพิจารณาวิวทิวทัศน์ภายนอกอย่างตั้งใจ ส่วนอัญชิสายืนเอามือไขว้หลังอยู่ข้างเสาปูนปั้นหน้ายิ้มแย้มปกติ
"อ้าว อยู่ที่นี่กันจริงๆ ด้วย คุยสายเสร็จแล้วครับ" พีทเดินยิ้มร่าเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบไหล่อัญชิสาไว้พลางหันมามองพ่อ "เป็ยังไงบ้างครับพ่อ ห้องนอนใหญ่สวยไหมครับ?"
วรุตม์หมุนตัวกลับมามองลูกชาย รอยยิ้มบางๆ ถูกปั้นขึ้นบนใบหน้าอย่างแเี ทว่าในอกของเขากลับเ็ปบีบรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก เขามองมือของลูกชายที่กุมไหล่ของผู้หญิงที่เขาเพิ่งบดจูบและสอดแทรกนิ้วลูบไล้ร่างของหล่อนไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้า
"สวยครับพีท... วิวตรงนี้สวยมากจริงๆ" วรุตม์ตอบเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ
เขายืนเคียงข้างลูกชาย มองออกไปนอกกระจกบานเดียวกัน ทว่าในใจของวรุตม์กลับรู้สึกเหมือนกำลังดิ่งร่วงลงจากตึกสี่สิบห้าชั้นสู่ก้นบึ้งของอเวจี บาปกรรมครั้งนี้กำลังรัดคอเขาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็รู้ดีว่า... เขาไม่มีทางหลุดพ้นจากปีศาจสาวผู้นี้ได้อีกต่อไป
หลังจากแยกย้ายกับพีทและอัญชิสาที่ลานจอดรถของคอนโดมิเนียมหรู วรุตม์ก็ขับรถกลับมายังโรงพยาบาลด้วยความรู้สึกสมองตื้อตันและไร้เรี่ยวแรง ทันทีที่เข้าสู่พื้นที่ห้องทำงานส่วนตัวอันคุ้นเคยและเงียบสงัด เขาก็ปิดประตูลงและทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนัง เอนศีลธรรมพิงพนักอย่างอ่อนล้า
เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกุมใบหน้า ร่างกายของเขายังคงสั่นสะท้านไม่หาย ทันทีที่หลับตา ภาพเหตุการณ์ในห้องนอนชุดเพ้นท์เฮ้าส์นั้นก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง ััจากต้นขาอ่อนนุ่ม กลิ่นกายหอมกรุ่นของวานิลลา และรสจูบที่เกือบจะฉุดดึงเขาลงสู่ขุมนรก... ทุกอย่างมันรวดเร็วและอันตรายเหลือเกิน หากพีทเดินก้าวเข้ามาเร็วกว่านั้นเพียงเสี้ยววินาที ชีวิตการงาน เกียรติยศ และครอบครัวที่เขาสร้างมาตลอดชีวิตคงต้องพังทลายลงในพริบตา
เขารู้สึกกลัว... กลัวบาปมหันต์ที่กำลังดำเนินอยู่ แต่ในขณะเดียวกัน ลึกลงไปในจิตใจ วรุตม์ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลัง 'เสพติด' ความตื่นเต้นและรสชาติของอันตรายนั้นอย่างถอนตัวไม่ขึ้น มันเป็ความรู้สึกตื่นตัวและมีชีวิตชีวาที่เขาไม่เคยััมานานหลายสิบปี
ครืด... ครืด...
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นเตือน วรุตม์เอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบขึ้นมาดู หน้าจอเปิดขึ้นแสดงข้อความสั้นจากหมายเลขแปลกหมายเลขเดิม:
*‘เตียงในห้องนอนใหญ่กว้างขวางดีนะคะคุณหมอ... อัญญ์จะนอนรอคุณหมอที่นั่นนะคะ’*
ข้อความสั้นๆ ทว่าเต็มไปด้วยพิษสงร้ายกาจนี้ทำให้วรุตม์ถึงกับสูดหายใจเข้าลึก ความดันในอกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว หล่อนกำลังลากเขาลงสู่ความสัมพันธ์ที่มืดมิดและไร้ทางออก บาปครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทางผ่านเสียแล้ว แต่มันคือหล่มโคลนลึกที่พร้อมจะสูบกลืนร่างของเขาและทุกคนในครอบครัวลงสู่ความพินาศ... และตัวเขาเองก็กำลังยินยอมที่จะก้าวลงไปอย่างบ้าคลั่ง