ฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล)

    ตอนที่ 50 มรดกจากผู้เป็นแม่

    ตอนที่ 50 มรดกจากผู้เป็นแม่

     

    ฟู่ต้าอันยังคงไม่เชื่อก่อนจะมองไปที่หลานสาวของตัวเองด้วยความสงสัย เมื่อเห็นท่าทางของเขาฟู่เยี่ยนจึงได้กลับเข้าไปที่ห้องของเธอ และได้หยิบเงิน 1,000 หยวนออกมาอย่างไม่ลังเล

     

    ซึ่งเงินเหล่านั้นกำลังถูกกองเอาไว้ตรงหน้าของเขาราวกับภูเขา…...

     

    “เสี่ยวฮั่ว นี่หลานรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไรอยู่ ? อาสามไม่ได้ต้องการเงินของเธอในการแต่งงานของเขาหรอกนะ !อีกอย่างพ่อของเธอและฉันก็ยังอยู่ที่นี่อีกด้วย ! ”ฟู่ต้าจวงพูดพร้อมกับจ้องไปที่ฟู่เยี่ยนด้วยความไม่พอใจ

     

    ตระกูลฟู่นั้นไม่ได้เป็นคนที่จะให้คนรุ่นหลังมาจ่ายเงินค่างานแต่งงานและซื้อบ้านให้กับผู้ที่อาวุโสกว่าแบบนี้!

     

    “อารอง หนูรู้ว่าอารองกับพ่อพอจะมีเงินอยู่บ้างแต่หนูก็มีเงินเหมือนกันนะคะ หนูแค่จะให้อาสามยืมเท่านั้นเองเอาไว้อาสามมีเงินเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนหนูก็ได้ค่ะ !แล้วอารองสนใจจะยืมเงินของหนูด้วยไหมคะ ? ” ฟู่เยี่ยนยื่นข้อเสนอให้อารองของเธอเพื่อที่จะรักษาหน้าของเขาและนี่ก็คือสิ่งที่เธอพอจะทำได้ในตอนนี้

     

    “เสี่ยวฮั่ว เธอไปเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหนกัน ? ฉันจะไม่กล้ายืมเงินของเธอจนกว่าเธอจะบอกเรื่องนี้กับฉันให้ชัดเจนเสียก่อน”ฟู่ต้าอันพูดเสียงแผ่ว

     

    “หนูขายยันต์แคล้วคลาดไปในราคาแผ่นละ 100 หยวนค่ะ !แต่ยันต์ที่หนูให้อารองไปนั้น มันมีมูลค่าสูงถึง 1,000หยวนเลยนะคะ ! ” คนอย่างอาจารย์ฟู่เป็นคนที่หยิ่งผยองอยู่แล้ว

     

    “ต้าจ้วง ต้าอัน พวกนายสองคนเข้ามาในห้องก่อนเถอะฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกนายฟังเอง”

     

    เมื่อเห็นว่าสองอาหลานกำลังทะเลาะกันอยู่ฟู่ต้าหย่งจึงได้บอกให้พวกเขาเข้าไปข้างในห้องของตนยกเว้นฟู่เหมี่ยวที่ต้องดูแลเด็ก ๆ ส่วนฟู่เซินฟู่เยี่ยนและคนอื่นต่างก็เข้าไปในห้องตามที่ฟู่ต้าหย่งบอก

     

    หลังจากที่เข้ามาข้างในห้องแล้วฟู่ต้าหย่งก็ได้หยิบกล่องไม้ของผู้เป็นแม่ขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เยี่ยนก็รู้ได้ทันทีว่าพ่อของเธอกำลังจะทำอะไร !

     

    “นายรู้หรือเปล่าว่าแม่ได้ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้พวกเราด้วยซึ่งต้าจวงเองก็รู้เรื่องนี้มานานแล้วส่วนต้าอันกับต้านีก็ได้มารู้เรื่องนี้ในภายหลังในเมื่อตอนนี้ทุกคนก็อยู่ที่นี่กันหมดแล้ว ฉันก็จะเปิดมันให้กับทุกคนได้ดู”

     

    ทันทีที่พูดจบฟู่ต้าหย่งก็ได้หยิบโฉนดที่ดินและโฉนดที่ดินพร้อมบ้านจำนวนหลายฉบับขึ้นมาซึ่งแม้แต่ฟู่ต้าจวงเองก็ยังไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลยเช่นกันดังนั้นทุกคนจึงตกตะลึงไปทันที

     

    ในตอนนี้มีโฉนดที่ดินจำนวนมากที่ถูกเวนคืนให้เป็นสมบัติของชาติซึ่งการกระทำนั้นมันไม่ถูกต้องเอาเสียเลย แต่ในเมื่อโฉนดยังอยู่กับพวกเขามันก็ยังพอจะทำให้อุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อย

     

    ฟู่ต้าอันและฟู่ต้านีเคยได้ยินพี่ชายของพวกเขาพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้วแต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นมันด้วยตาของตัวเองมาก่อนเลยซึ่งวันนี้พวกเขาก็ได้ได้เห็นมันแล้ว

     

    มีโฉนดบ้านสองหลังอยู่ในเมืองหลวงโดยหลังหนึ่งนั้นถูกออกแบบให้มีทางเข้าออกสามทางส่วนอีกหลังนั้นมีทางเข้าออกสองทางนอกจากนี้รูปทรงของบ้านยังดูมีกลิ่นอายของตะวันตกอยู่เล็กน้อยอีกด้วยส่วนที่ดินอีกสองผืนนั้นตั้งอยู่ในเมืองฮาร์บิน ทั้งยังตั้งอยู่ในตัวเมืองอีกด้วย

     

    “ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ของพวกเรามาจากตระกูลที่ร่ำรวยถึงขนาดนี้ ! ” หลังจากที่ให้กำเนิดฟู่ต้าอันเสิ่นซู่ฉีก็มีสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นักดังนั้นฟู่ต้าอันจึงไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับแม่ของเขาเท่าไหร่

     

    “แม่ของพวกเราเป็นลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลเสิ่นและทรัพย์สินเหล่านี้ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของเธอ มันเป็นเพียงแค่ส่วนเล็ก ๆของทรัพย์สินที่คุณย่าของพวกเราให้กับแม่มาอีกทีโดยสมบัติส่วนใหญ่นั้นได้ถูกใช้เป็นสินสอดไปหมดแล้ว ! ”ส่วนเรื่องของรายละเอียดนั้น ฟู่ต้าหย่งไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านี้

     

    “ทำไมกันล่ะ ? ทั้งที่แม่ของพวกเราเป็นคนร่ำรวยมากขนาดนั้นทำไมแม่ถึงได้มาเจอคนไม่เอาไหนอย่างพ่อได้นะ ! ”ฟู่ต้าอันไม่ชอบพ่อของเขามาโดยตลอดอยู่แล้ว และหลังจากที่พูดจบเขาก็แอบกลอกตาเงียบ ๆ !

     

    “ต้าอัน ! อย่าให้ฉันได้ยินนายพูดแบบนี้อีกนะ ! ” หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นฟู่ต้าหย่งจึงได้ตำหนิน้องชายของเขาทันที

     

    “พวกนายคิดว่าเราควรแบ่งมันอย่างไรดีตอนนี้ต้าอันก็กำลังจะแต่งงานและสร้างครอบครับของตัวเองแล้วส่วนต้านีก็ต้องอยู่คนตัวเดียวฉันคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราควรจะแบ่งมรดกเหล่านี้”ฟู่ต้าหย่งพูดเข้าประเด็นสำคัญทันที

     

    เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขาตั้งใจที่จะให้เงินกับต้าอันเพื่อเอาไปซื้อบ้านฟู่ต้าหย่งก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันทีถึงแม้เขาจะรู้ว่าลูกสาวแค่หวังดีกับอาสามของเธอก็ตาม

     

    ซึ่งทุกคนก็รู้ดีว่าเรื่องเป็นเรื่องใหญ่เพราะเมืองหลวงนั้นอยู่ห่างจากหมู่บ้านของพวกเขาหลายพันลี้เลยทีเดียวจึงยากที่พวกเขาจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นและตอนนี้พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่ามีใครอยู่อาศัยอยู่ที่นั่นหรือเปล่าที่สำคัญพวกเขาเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าโฉนดที่ดินของพวกเขาจะถูกเวนคืนไปแล้วหรือยัง!

     

    เพราะหากจะพูดถึงบ้านที่ถูกออกแบบคล้ายกับทรงทางตะวันตกนั้นมันไม่เป็นที่ยอมรับในเมืองหลวงเท่าไหร่นักจึงมีเพียงที่ดินในเมืองฮาร์บินเท่านั้นที่พวกเขาพอจะใช้ประโยชน์ได้โดยปกติแล้วโฉนดเหล่านี้มักจะถูกเก็บเอาไว้เป็นของสะสมเสียมากกว่า

     

    “พี่ใหญ่ เราไม่จำเป็นต้องแบ่งมรดกเหล่านี้หรอกและที่ดินในเมืองหลวงมันก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะเอามันกลับคืนมาเมื่อไหร่ถึงอย่างไรเราก็มีโฉนดอยู่แล้วนอกจากนี้คำพูดสุดท้ายของแม่ก็ได้บอกแล้วว่าใครก็ตามที่สามารถเอามันกลับคืนมาได้คนนั้นก็จะได้รับมันไป ถึงแม้ว่าเราจะเอามันกลับมาได้ในตอนนี้ก็ยากที่จะแบ่งมันเท่า ๆ กันอยู่ดี พี่ใหญ่ในฐานะที่พี่เป็นพี่คนโตพี่ก็ควรที่จะได้รับสิทธิ์ในการตัดสินใจครั้งนี้นะ ! ”ฟู่ต้าจวงพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง

     

    “ใช่แล้วล่ะค่ะ พี่ใหญ่ ตอนนี้พี่ใหญ่ พี่รองและน้องเล็กก็ได้ลงหลักปักฐานกันหมดได้ และฉันเองก็ไม่ต้องการมรดกอะไรเลยด้วยพี่ใหญ่ ฉันแค่ต้องการห้องสักห้องที่นี่ไว้สำหลับพักพิงก็พอแล้วล่ะค่ะ”ฟู่ต้านีไม่ได้ต้องการของพวกนั้นเลย เพราะเธอมีความสุขมากพอแล้วที่ได้อยู่ที่นี่

     

    “ไม่ได้ เราต้องแบ่งกันเราทุกคนต่างก็รู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะบอกกับคนอื่น ๆว่าเราคือเจ้าของที่ดินพวกนั้น หรือคนอื่นจะมองว่ามันเป็นแค่ของสะสมก็ตามได้ส่วนต้านี เธออย่าคิดว่าตัวเองเป็นแค่ลูกสาวคนหนึ่งในตระกูลเลยครอบครัวของเราจะไม่มีการแบ่งแยกระหว่างลูกชายกับลูกสาวใด ๆ ทั้งนั้นทุกอย่างจะถูกแบ่งอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเราจะได้อะไรเธอก็จะได้เหมือนกับพวกเราทุกอย่าง ! ”

     

    หวังซู่เหมยและฉือหมิ่นไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด ๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะพวกเธอนั้นถือว่าเป็นคนนอกจึงให้เหล่าพี่น้องตกลงเรื่องนี้กันเองจะดีที่สุด

     

    ทันใดนั้นเอง ฟู่เซินก็รู้สึกหิวจนแทบจะทนไม่ไหวเขาไม่เข้าใจเลยว่าพวกผู้ใหญ่มัวทำอะไรกันอยู่ ? จึงต้องการที่จะพูดบางอย่างออกไป! ทว่าฟู่เยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้ดึงเขาเอาไว้เสียก่อน เธอรู้ดีว่าหากเขาพูดอะไรออกไปในตอนนี้เขาจะต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน !

     

    “เอาแบบนี้ดีกว่าไหม ตอนนี้เรามีโฉนดที่ดินอยู่ห้าฉบับแต่เรามีกันอยู่สี่คนพี่น้อง ในฐานะที่พี่เป็นพี่ชายคนโต เราจะให้โฉนดกับพี่ใหญ่ 2 ฉบับ ส่วนพวกเราจะแบ่งกันคนละ 1 ฉบับแบบนี้ผมว่ายุติธรรมที่สุดแล้ว” ฟู่ต้าจวงคิดวิธีนี้ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว

     

    เมื่อฟู่ต้าหย่งได้ยินเช่นนั้นก็ต้องการที่จะปฏิเสธโดยสัญชาติญาณฟู่ต้าจวงจึงได้พูดแทรกขึ้นมาโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด

     

    “พี่ใหญ่ มันเป็นการแบ่งที่ลงตัวที่สุดแล้ว และฉันคิดว่าในอนาคต หากเราอยากจะได้บ้านในโฉนดกลับคืนมาเราคงต้องได้พึ่งพาเสี่ยวฮั่วอยู่ดี พี่ใหญ่อย่าคิดมากกับเรื่องนี้ไปเลยหากพี่ไม่ต้องการมันจริง ๆ ก็มอบมันให้กับเสี่ยวฮั่วเพราะถึงอย่างไรหากเสี่ยวฮั่วสามารถทวงบ้านหลังนั้นกลับมาได้มันก็จะตกเป็นของเธออยู่ดี”

     

    ต้องบอกเลยว่าอารองของเธอนั้นเป็นคนที่พูดโน้มน้าวใจเก่งมาก! ฟู่เยี่ยนรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก

     

    เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ฟู่ต้านีและคนอื่นก็ไม่ได้คัดค้านอะไรในตอนนี้ทุกคนต่างก็รู้ถึงความสามารถของเสี่ยวฮั่วเป็นอย่างดีและในอนาคตไม่มีใครรู้เลยว่าความสามารถของเธอจะพัฒนาได้สูงแค่ไหน !

     

    “ถ้าอย่างนั้น พวกเราทั้งสี่คนมาจับสลากกันดีกว่า หากจับสลากได้โฉนดฉบับไหนก็รับโฉนดฉบับนั้นไปเลย” ฟู่ต้าหย่งตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

     

    โดยเขาให้ฟู่เซินไปเอาปากกาและกระดาษมาส่วนฟู่เยี่ยนเองก็คิดไม่ถึงเลยว่าพ่อของเธอจะใช้วิธีนี้ในการแบ่งมรดกเช่นกันเธอจึงอดที่จะรู้สึกซาบซึ้งใจไม่ได้ ในชีวิตนี้ เธอมีพ่อ แม่ พี่ชาย พี่สาวรวมไปถึงอาทั้งสามที่ดีมากจริง ๆ

     

    และผลการจับสลากก็ได้ออกมาแล้วฟู่ต้าหย่งนั้นได้บ้านที่ตกแต่งแนวตะวันตกที่มีทางเข้าออกถึงสามในเมืองหลวงและฟู่ต้าจวงนั้นได้บ้านอีกหลังซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองหลวงเช่นกันส่วนฟู่ต้าอันและฟู่ต้านีนั้นจับฉลากได้ที่ดินในเมืองฮาร์บิน

     

    “เนื่องจากต้านีและต้าอันจับฉลากได้ที่ดินในเมืองฮาร์บินที่นั่นเป็นที่ดินว่างเปล่า ฉันจึงจะให้เงินกับทั้งสองคน คนละ 2,500 หยวน ส่วนต้าจวง นายได้ที่ดินพร้อมกับบ้านไปแล้ว ฉันจะไม่ให้เงินกับนาย”ฟู่ต้าหย่งพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา

     

    “ตกลง ฉันเห็นด้วยกับพี่ใหญ่อีกอย่างฉันเองก็จะให้เงินเพิ่มกับน้องสามและน้องเล็กอีกคนละ 500 หยวนอีกด้วย แต่ฉันมีข้อแม้อยู่ข้อหนึ่ง ในเมื่อพี่ใหญ่ไม่ได้ให้เงินฉันในวันที่ฉันจะเดินทางกลับ พี่ใหญ่ต้องให้เหล้าทุกชนิดกับฉันด้วยนะ ! ”ฟู่ต้าจวงพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

     

    ในยุคนี้ เงิน 1,000 หยวนสามารถซื้อที่ดินกว้าง ๆได้แปลงหนึ่งเลยทีเดียว

     

    ส่วนฟู่ต้านีและฟู่ต้าอันที่เห็นพี่ใหญ่กับพี่รองให้เงินมากมายกับพวกเขาทั้งยังมีโฉนดที่ดินแปลงใหญ่อีกด้วย ! ฟู่ต้านีจึงรีบโบกมือปฏิเสธทันทีพร้อมกับสีหน้าที่ดูไม่ค่อยสบายใจมากนัก

     

    “ต้านี รับไปเถอะ นี่คือสิ่งที่แม่ตั้งใจจะให้กับพวกเราอยู่แล้วและฉันก็ไม่เอาเปรียบเธอด้วย จากนี้ไปเธอก็อยู่ที่นี่แหละอยู่ช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ของเธอทำเหล้าด้วยกันที่นี่แหละแล้วฉันจะแบ่งกำไรจากการขายเหล้าให้กับเธอ 10 เปอร์เซ็นต์”

     

    “พี่ใหญ่ ขอฉันพูดอะไรหน่อยได้ไหม ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ !พี่สะใภ้ใหญ่เป็นพี่ที่ฉันเคารพไม่ต่างจากพี่สามแท้ ๆ เลยฉันรับเงินจากเธอไม่ได้หรอก ! ” ฟู่ต้านีรู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะเธอไม่อยากเป็นสาเหตุให้พี่สะใภ้ใหญ่ต้องมาคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

     

    “ต้านี รับมันเอาไว้เถอะ ฉันเป็นคนบอกเรื่องนี้กับพี่ใหญ่ของเธอเอง ฉัน...อุ๊บบบ ! ” ก่อนที่หวังซู่เหมยจะทันพูดจบ เธอก็ได้อาเจียนออกมาพร้อมกับรีบวิ่งออกไปทั้ง ๆ ที่ยังอาเจียนอยู่แบบนั้น

     

    “ไอ้หยา คุณเป็นอะไรน่ะ ? ” ฟู่ต้าหย่งรีบวิ่งตามออกไปด้วยความตกใจทันที

     

    ส่วนฟู่เยี่ยนนั้นไม่ได้มีท่าทางที่ดูตกใจเลยเพราะเธอรู้เรื่องที่แม่ของเธอกำลังตั้งครรภ์ตั้งแต่แรกแล้ว !

    คล้ายกับเรื่องฟู่เยี่ยน สาวน้อยเนตรสวรรค์ (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน