“ตงฟาง ที่เจ้าพูดหมายความว่ายังไง เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าเป็นคนให้ข่าวคนพวกนี้อย่างนั้นเหรอ” ป๋อเหวินร้องตะโกนด้วยความตกใจ เมื่อรู้ว่าตงฟางคิดไม่ดีกับตัวของเขา กล่าวหาว่าเขาเป็นคนให้ข้อมูลคนภายนอก
“อ้าว ข้านึกว่าข้าเข้าใจผิดซะอีก จากท่าทางของเจ้าที่แท้ข้าก็เข้าใจถูกสินะ ว่าเจ้าเป็นคนส่งข่าว”
“ข้าไม่ได้ทำนะ ข้าสาบาน ข้าป๋อเหวินไม่เคยส่งข่าวเรื่องเจ้าเลย”
“ฮ่าๆๆๆๆ” ยิ่งเห็นป๋อเหวินพูดเพื่อแก้ตัว ตงฟางยิ่งหัวเราะเยาะแล้วใช้มือของเขาเล่นกับพิษที่ปลดปล่อยออกมารอบๆตัว ทำเหมือนว่าเขาไม่ได้กลัวคนกลุ่มนี้เลยสักนิดเดียว ในระหว่างที่ตงฟางกำลังหัวเราะเยาะอยู่นี้เอง คนมากมายที่เตรียมพร้อมรับมือกับตงฟางต่างนำหน้ากากขึ้นมาสวมและกินยาต้านพิษเอาไว้ ไม่ให้ถูกพิษของตงฟางเล่นงาน
“จำวันแรกที่ข้าวานให้เจ้าทำได้ไหม วันที่เรายังไม่เดินเข้ามาในหมู่บ้านไป๋”
ตงฟางรื้อฟื้นความหลัง ไม่ใช่คนอื่นเท่านั้นที่จับตาตงฟาง เขาจับตาคนอื่นๆเช่นเดียวกัน
“ข้าบอกเจ้าให้แต่งเรื่องโกหกช่วยข้าหน่อย ว่าข้านั้นออกไปเดินสำรวจ เจ้ากลับบอกคนอื่นๆว่าไม่รู้ว่าข้าไปไหน ไม่ใช่แค่ครั้งนี้เท่านั้น ครั้งอื่นๆเจ้าก็ทำเหมือนกัน จริงไหม”
ตงฟางหันมองศิษย์หลักจากทั้ง 3 สถาบันเพื่อให้คนเหล่านี้ตอบคำถาม
“ตลอดเวลาที่ข้าหายไป เขาบอกพวกเจ้าว่ายังไงบ้าง จากใบหน้าของพวกเจ้าเขาคงบอกว่าไม่รู้สินะ อืม มันก็แน่อยู่แล้วแหละ”
“ตงฟาง เจ้าบอกให้ข้าอย่าตีสนิทกับเจ้า ข้าทำทุกอย่างตามเจ้าบอกนะ”
“ฮ่าๆๆ จะบอกว่าทุกคำพูดที่ตอบออกไปว่าไม่รู้ เจ้าทำเพื่อไม่ให้สนิทกับข้าเกินไป ข้าคิดว่ามันไม่ใช่หรอกมั๊ง เจ้าน่ะ แค่ต้องการทำให้ข้าถูกชาวบ้านมองด้วยสายตามุ่งร้ายเกี่ยวกับการหายไปของข้า เจ้าไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมข้าถึงเลือกรักษาแค่บ้านหลังเดียวก่อนที่ข้าจะหายไป”ป๋อเหวินย่นคิ้วคิดหนัก
“ข้าจะบอกให้ก็ได้ นั่นน่ะเป็นแผนของข้าเอง แผนที่ทำให้ผู้นำหมู่บ้านหาทางจัดการกับข้า ส่วนเจ้าที่คอยช่วยผู้นำหมู่บ้านอย่างลับๆ หวังใช้ผู้นำหมู่บ้านเป็นเครื่องมือโดยเขาก็ไม่รู้ตัวเพื่อให้ชาวบ้านเกลียดข้า จึงไม่ยอมบอกว่าข้าไปไหน จนผู้นำหมู่บ้านแต่งเรื่องของข้ามาหลอกชาวบ้านได้ทุกๆคน ว่าข้าเป็นผู้ต้องสงสัยทำให้พิษกำเริบ ในวันแรกที่ข้ากลับมา หากเจ้าไม่ส่งสัญญาณบอกน้องชายผู้นำหมู่บ้าน มันจะรู้เหรอว่าข้ากลับมา”
“ไม่ ข้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะตงฟาง”
“เหรอ แล้วเจ้าจะอธิบายยังไงกับเช้าวันนี้ล่ะ หากไม่มีคนส่งสัญญาณออกไปพวกมันไม่รู้หรอกนะว่าเราจะเดินทางออกไป”
“ข้าไม่ได้ทำ ตงฟาง ข้าไม่ได้ทำ” ป๋อเหวินพยายามพูดแก้ตัว ตงฟางกลับหัวเราะหนักกว่าเดิม ในวันแรกกับวันนี้ที่เขาเจอป๋อเหวิน นิสัยของมันต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ป๋อเหวิน ข้าถามอะไรเจ้าหนึ่งอย่าง ถ้าเจ้าตอบได้ดีข้าจะคิดว่าเจ้าเป็นเพื่อนข้า แล้วจะหาทางช่วยเจ้าออกมา”
“ว่ามาเลย”
กลุ่มคนมากมายหยุดทุกอย่างเพื่อฟังตงฟางและป๋อเหวินคุยกัน กลุ่มคนที่จับชาวบ้านต่างก็เงียบเพราะพวกมันอยากรู้สิ่งที่ตงฟางกำลังจะพูด
“ป๋อเหวินคนขี้กลัวที่ข้ารู้จักหายไปไหนแล้วล่ะ หลายวันมานี้เจ้าดูใจกล้ามากเลยนะ จากการกระทำหลายๆอย่างของเจ้า” ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง ท่าทางขี้กลัวของป๋อเหวินที่เขาเห็นมันหายไปแล้ว เมื่อครู่พวกเขากำลังจะออกจากหมู่บ้าน เป็นป๋อเหวินที่ร้องตะโกนถามคนกลุ่มนี้ที่เข้ามาปิดล้อมด้วยความกล้า แทนที่จะเป็นคนอื่น ทำให้เขากล้ายืนยันว่ามันจะต้องเป็นสายให้คนภายนอก
เดิมทีเขาสงสัยป๋อเหวินมานานแล้ว นึกว่ามันกำลังจับตามองเขาเพื่อเก็บเรื่องนี้ไปรายงานตึกยา การแอบมองของป๋อเหวินกลับไม่ใช่เพราะมันส่งข่าวให้คนนอกหมู่บ้าน
“ข้าไม่ได้ทำนะตงฟาง ข้าไม่ได้ทำ” ตงฟางทำเพียงฉีกยิ้มกว้าง ถามคำถามต่อไป โดยคำถามนี้เขาไม่จำเป็นต้องให้มันตอบเพราะพลังจิตของเขาจะนำสิ่งที่เขาถามออกมาตอบเอง
วิ๊ง~!
ดวงตาของป๋อเหวินจ้องมองเข้ามาในดวงตาของตงฟาง จากนั้นมันก็เหม่อลอยกระทันหันสร้างความตกใจให้คนที่อยู่รอบๆไม่น้อย
“ใครส่งแกมา ใช่อาจารย์สถาบันเฟยเทียนไหม”
“ใช่ อาจารย์ผู้คุมกฎที่ 5 ส่งข้ามา”
“เขาให้ข้อเสนออะไรกับแก”
“เขาจะให้ข้าอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแบบลับๆ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีอาจารย์คนอื่นอีกที่ไม่ได้เอ่ยชื่อ ข้ารู้เพียงแค่ว่าในวันที่พวกเขาเรียกข้าไปพบ อาจารย์มีทั้งหมด 6 คน” ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง เขาพอจะรู้ได้แล้วว่าอาจารย์ทั้ง 6 ที่พูดถึงเป็นอาจารย์ของศิษย์หลักที่เขาฆ่าไปพร้อมจงหู
“งั้นแสดงว่าคนที่เจ้าติดต่อ เป็นคนของพวกเขาด้วย”
“ข้าไม่รู้ อาจารย์บอกเพียงแค่ว่า ข้าจะต้องส่งข้อมูลของเจ้าออกไปนอกหมู่บ้าน ด้วยการยิงธนูไปทางทิศใต้ จะมีคนไปรับจดหมายนั้นเอง”
“อือ พอจะเข้าใจแล้ว ล่อให้แกมาสืบข่าว แล้วก็ให้พวกกระหายด้านนอกเป็นคนรุมฆ่าข้า เป็นการยืมมือที่ดีไม่น้อย เอาล่ะ ฆ่ามันสิ”
ตงฟางผายมือไปยังป๋อเหวิน บอกให้คนที่จับมันเป็นตัวประกันลงมือ ตอนนี้เขาตอบความสงสัยตัวเองตั้งแต่เดินทางออกมาจากเมืองหลงไห่ได้แล้วว่า ใครเป็นคนปล่อยข่าวเกี่ยวกับตำแหน่งภารกิจของเขา
“หืม ทำไมไม่ฆ่ามันล่ะ”
ป๋อเหวินได้สติกลับคืนมา พร้อมกับได้ยินคำพูดของตงฟางชี้หน้ามันเพื่อสั่งให้คนลงมือฆ่า มันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไปเมื่อครู่ถึงไม่มีสติจึงมองหน้าตงฟางพยายามขอชีวิต
“ตงฟาง ข้าไม่ได้ทำ ตงฟาง!”
“แกไม่ได้ทำ แต่ทุกคนได้ยินสิ่งที่แกพูด เอาล่ะ งั้นถ้าพวกแกไม่ฆ่า ข้าลงมือเองก็แล้วกัน”
ตงฟางระเบิดหมอกพิษสีแดงออกมาจากร่างกายของเขาแล้วใช้พลังจิตบังคับลมให้พัดพิษของเขาถาโถมเข้าใส่กลุ่มคนมากมายจนหมู่บ้านไป๋ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกพิษสีแดง
อร๊ากกก
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย พิษมันกำลังกัดกินข้า!”
“หนี หนีเร็วเข้า~!”
เสียงร้องของกลุ่มคนมากมายดังสะท้อนไปทั่วหมู่บ้าน ทำเอาเหล่าคนที่เตรียมตัวอยู่นอกหมู่บ้านตื่นตระหนกตกใจกลัวกับเสียงร้อง แม้อยากจะเข้าไปหาก็ทำไม่ได้เพราะหมู่บ้านไป๋ถูกปกคลุมไปด้วยพิษ ทันใดนั้นเองชายคนหนึ่งที่อยู่ในหมอกพิษได้วิ่งออกมาด้านนอกก่อนจะล้มตัวลงไปต่อหน้าใครหลายๆคนที่อยู่นอกหมู่บ้าน ด้วยการทิ้งตัวลงไปนอนนั้น ทำให้ทุกคนที่เห็นก้าวเท้าถอยห่างเพราะร่างของชายที่วิ่งออกมากำลังถูกพิษกัดกินจนเนื้อหนังเน่าเสียหาย
พรึ่บ~!
“นั่น~! ตงฟาง มันไปทางนั้นแล้วตามไปเร็วเข้า”
ทุกคนกลับมาได้สติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากเห็นร่างของตงฟางกระโดดออกมาจากหมอกสีแดงเลือด ด้วยการร้องตะโกนของคนจำนวนมากนี้เอง ทำให้คนนับหมื่นที่อยู่รอบๆหมู่บ้านตื่นตัวพุ่งตามตงฟางไปไม่ห่าง
“หยุด หยุดนะ ข้าบอกให้หยุด~!”
“โจมตี โจมตี อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้”
เสียงร้องมากมายไล่หลังตามมาติดๆ ตงฟางทำเพียงแค่ฉีกยิ้มหลังจากเห็นคนจำนวนมากวิ่งตามเขาจนไม่มีใครอยู่รอบๆหมู่บ้านไป๋เลยสักคนเดียว
“ต้องไม่โจมตีสินะ พวกมันจะได้คิดว่าเราจนมุม”
ตงฟางพยายามรักษาความเร็วของตัวเองไม่ทิ้งห่างจากคนที่กำลังวิ่งไล่ล่า พลางใช้ตาทิพย์สำรวจหาพื้นที่ฆ่าสำหรับเขา หากสู้ใกล้หมู่บ้านไป๋เกินไปจะทำให้ชาวบ้านตายได้ เขาจึงจำเป็นต้องออกไปให้ห่างจากหมู่บ้านนี้ แล้วก็ต้องไม่มีหมู่บ้านใกล้ๆด้วย เขาจึงวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะขึ้นเขาหรือลงไปในห้วย เขาต่างรีบวิ่งผ่านพลางมองหาสถานที่เหมาะๆในการฆ่าคนกลุ่มนี้
“มานี่~!”
พลังจิตมองจ้องไปยังสัตว์อสูรระดับ 5 มันที่ถูกสะกดจิตก็ได้พุ่งเข้ามาวิ่งข้างๆตงฟาง จากนั้นเขาก็ขี่หลังให้มันพาเขาวิ่งหนี
“วิ่งเร็ว ตามมันไปเร็วอย่าให้มันหนีไป”
“ตามเร็วเข้า~!”
บนฟ้าเต็มไปด้วยผู้คนเปิดใช้งานอาวุธบินมากมายรวมไปถึงขี่สัตว์อสูรบินตามตงฟาง พื้นเบื้องล่างต่างเต็มไปด้วยผู้คนที่ใช้งานทักษะเท้าได้ยอมเยี่ยงพุ่งตามเขามาติดๆ บางคนขี่สัตว์อสูรไม่ต่างจากตงฟางวิ่งตามหลังด้วยความเร็ว
กระทั่งการไล่ล่าค่อยๆเลยผ่านจากช่วงเช้ามาจนถึงช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ตงฟางก็เริ่มนำหมุดตอกขนาดใหญ่สร้างมาจากแร่ระดับ 6 ออกมาเช็คสภาพ จากนั้นเขาซัดมันไปปักด้านหลังต้นไม้ที่เขาวิ่งผ่าน ไม่เพียงแค่หมุดตอกอันเดียวเท่านั้นที่ตงฟางทิ้งเอาไว้ตามทางที่เขาวิ่งผ่าน เขาได้ทิ้งพวกมันออกไปรอบๆ บางชิ้นใช้พลังจิตซัดมันออกไปไกล กระทั่งเขาวิ่งไปจนถึงพื้นที่กว้างขนาดใหญ่เต็มไปด้วยหินมากมายไร้ต้นไม้บดบัง ตงฟางจึงกระโดดลงจากหลังเสือปล่อยให้มันวิ่งจากเขาไป
“ฮ่าๆๆ ล้อมมันไว้ อย่าให้มันหนีไปได้!”
“ล้อมมันเร็วเข้า ล้อมมัน!”
“ฮ่าๆๆ ไม่หนีต่อไปล่ะตงฟาง วิ่งสิ ยังมีโอกาสวิ่งอยู่นะ!”
เสียงมากมายจากกลุ่มคนที่ไล่ตามร้องตะโกนข่มขู่ตงฟางด้วยความดีใจ ทางฝั่งตงฟางกลับส่งรอยยิ้มตอบทำให้พวกเขามันจ้องไปรอบๆกลัวว่าตงฟางจัดเตรียมสถานที่แห่งนี้เอาไว้จัดการพวกมัน เพราะตำแหน่งที่เขายืนมีเพียงแค่โขดหินไม่ได้มีต้นไม้บดบังสักต้นเดียว มันเหมาะที่จะแพร่กระจายพิษเป็นอย่างมาก
“นี่ ถ้าจะลงมือรอให้มาพร้อมกันก่อนไหม ข้าจะได้พูดอะไรพร้อมๆกันไปเลย”
ตงฟางพูดกับคนนับหมื่นที่ค่อยๆทยอยเข้ามาปิดล้อมตำแหน่งที่เขายืน จนพื้นดินและท้องฟ้าไม่มีที่ว่างให้เขาหนี ภายใต้ท้องฟ้าที่กำลังมืดลงไปเรื่อยๆนี้ กลุ่มคนที่ไล่ตามมาถึงทั้งหมดก็เริ่มจุดไฟจนมีแสงสว่างส่องไปรอบๆ ระหว่างนี้เองตงฟางได้ใช้ตาทิพย์ของเขาสาดส่อง มองดูว่ามีกองกำลังไหนซุ่มอยู่อีกหรือไม่เพราะเขาไม่ต้องการให้ใครหนีไปได้สักคน กระทั่งรัศมี 7 กิโลเมตรไม่มีการเคลื่อนไหวของผู้คน ตงฟางก็เริ่มนำหนังสือเล่มหนึ่งออกมาแสดงให้ทุกคนดู
“ทุกคน ฟัง ฟังทางนี้ก่อน ข้ามีบางอย่างจะบอก”
เสียงที่กำลังตะโกนข่มขู่เงียบลงไป คนมากมายที่มาจากหลากหลายกลุ่มเริ่มเงียบ
“หนังสือเล่มนี้ด้านในเป็นกระดาษสำหรับเขียนยันต์ทั้งหมด แต่มันยังไม่มีอะไรเขียนไว้ สาเหตุที่ข้ายังไม่ลงมือเขียนอะไรเป็นเพราะข้าเตรียมมันเอาไว้ใช้ในวันนี้ วันที่ข้าจนมุมถูกคนเป็นหมื่นล้อมเอาไว้ ข้าจะเขียนทักษะนิกายโบราณลงไป”
“พวกข้าจะเชื่อได้ยังไงว่ามันเป็นทักษะจริง” ทุกคนต่างไม่เชื่อ จากข้อมูลที่พวกเขารู้ ตงฟางไม่สามารถถ่ายทอดทักษะให้ใครได้ ดังนั้นต้องใช้วิธีที่พิเศษมากๆเพื่อดึงทักษะสืบทอดของเขาออกมา คนกลุ่มนี้จึงไล่ล่าเขาเพื่อจับตัวกลับไป หากเขาขัดขืนพวกมันจะทำการตัดแขนและขา ให้เหลือเพียงแค่ส่วนลำตัวและหัวเท่านั้น
“แล้วกระดาษนี่มันไม่พิเศษอย่างไรบอกข้าที ทักษะที่ข้าสืบทอดมันพิเศษ วิธีที่ข้ากำลังจะนำออกมาเขียนก็พิเศษ พวกเจ้ายังคิดว่าข้าโกหกอีกเหรอหรือว่าอยากจะตายก่อนสักครึ่งหนึ่ง พวกเจ้าค่อยตัดแขนข้าไป เลือกได้นะว่าจะเอาไง ให้ข้าเขียนมันออกมาด้วยทักษะยันต์หรือว่าจะฆ่ากันก่อน”
“งั้นเจ้าก็เขียน หากมันเป็นของจริงเราจะปล่อยเจ้าไป”
ตงฟางฉีกยิ้มจากนั้นเขาก็ตวัดนิ้วไปบนอากาศสร้างยันต์บางอย่างขึ้นมาบอกทุกๆคนให้รู้ว่าเขาเป็นผู้ใช้ยันต์ที่เขียนยันต์ขั้นสูงได้ กระทั่งทุกคนมั่นใจ ตงฟางจึงเขียนทักษะนิกายโบราณด้วยการตวัดนิ้วลงไปบนกระดาษที่เย็บติดเป็นหนังสือ ภายใต้การเขียนของตงฟางนี้เองทุกคนต่างลุ้นตัวโก่ง บางคนเตรียมพุ่งตัวเข้าไปหาตงฟางเพื่อแย่งหนังสือมาจากมือในช่วงที่เขาเขียนเสร็จ
“เอาล่ะ ข้าเขียนเสร็จแล้ว ใครกันจะเป็นคนรับมันไป”