เยี่ยเฟิงประหลาดใจไม่น้อย ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ถามพ่อบ้านโจวอย่างละเอียด ขณะนี้เมื่อเห็นพวกบ่าวไพร่มารวมตัวกันด้านหน้าห้องรับแขก ดูจากท่าทางเื่นี้คงไม่ใช่เื่เล็ก
แววตาของเยี่ยอู๋เซิงเต็มไปด้วยความสงสัย สายตาของเขาเฉียบคมยิ่งกว่าสิ่งใด
เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วเดินเข้าไปหา “ท่านปู่ เกิดเื่ใดขึ้นหรือ?”
เมื่อเยี่ยอู๋เซิงเห็นเยี่ยเฟิงก็รีบมองสำรวจเยี่ยเฟิงทันที “เฟิงเอ๋อร์ สองวันมานี้เ้ารู้สึกว่าในร่างกายเ้าไม่สบายหรือไม่ หรือมีปฏิกิริยาใดเป็พิเศษหรือไม่?”
เยี่ยเฟิงได้ยินกลับชะงัก หรือตระกูลเยี่ยถูกวางยา ไม่เช่นนั้นเยี่ยอู๋เซิงจึงไม่ถามเขาออกมาแน่
แต่ว่าสองวันมานี้เขาตั้งใจศึกษาค่ายกลอยู่ตลอด อีกอย่างร่างกายก็ไม่ได้มีความผิดปกติใดเกิดขึ้น เขาคิดอยู่สักครู่ จากนั้นส่ายหน้า
เยี่ยอู๋เซิงพ่นลมหายใจออกมา เขาจึงใช้สายตาแหลมคมกวาดมองทุกคน
เยี่ยเฟิงอดไม่ได้จึงถามอีกครั้ง
“ท่านปู่ เกิดเื่ใดขึ้นหรือ?”
เยี่ยอู๋เซิงทำสีหน้าเหี้ยมเกรียม “สองวันมานี้ตอนข้าตื่นนอน พบว่าร่างกายมีชั้นไขมันที่มีกลิ่นเหม็นซึมออกมา ข้าสงสัยว่ามีคนวางยาตระกูลเยี่ย!”
ขณะที่พูดสายตาของเขากวาดมองไปพวกบ่าวไพร่ทีละคน พร้อมเอ่ยเสียงต่ำ
“มีเพียงคนในตระกูลเยี่ยเท่านั้นที่ทำเช่นนั้นได้ ด้านนอกตระกูลเยี่ยมีองครักษ์ป้องกันอยู่สามชั้น คนนอกไม่มีทางเข้ามาที่นี่ได้โดยที่ข้าไม่รู้ตัวเด็ดขาด”
“เอ่อ...” เยี่ยเฟิงเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าสองวันก่อนเขาใส่โอสถไขกระดูกเข้าไปในโอ่งเก็บน้ำในห้องครัวตระกูลเยี่ย
เขายกมือเช็ดเหงื่อตรงหน้าผากอย่างอดไม่ได้ ที่แท้เป็เช่นนี้นี่เอง เขายังนึกว่าเกิดเื่ใหญ่อะไรเสียอีก จนทำให้ทั้งตระกูลต้องวุ่นวายกันไปหมด
“ที่แท้เป็เช่นนี้นี้เอง ท่านปู่ คือว่า... ข้ารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น!”
เยี่ยอู๋เซิงขมวดคิ้วพร้อมหันมองเยี่ยเฟิง เขาไม่เข้าใจจึงถามว่า
“เ้ารู้หรือ?”
เยี่ยเฟิงหันไปโบกมือให้พวกบ่าวรับใช้
“ที่นี่ไม่มีเื่อะไรแล้ว พวกเ้าออกไปก่อน!”
พ่อบ้านโจวกับเยี่ยอู๋เซิงมองเยี่ยเฟิงอย่างไม่เข้าใจ เื่นี้ยังไม่ได้สืบค้นความจริง ทำไมเยี่ยเฟิงถึง...
หลังจากพวกบ่าวไพร่สลายตัวไปแล้ว เยี่ยเฟิงถึงได้ลูบจมูกแล้วครุ่นคิดพลางหัวเราะ
“ท่านปู่ ความจริงเื่นี้ข้าเป็คนทำเอง!”
เยี่ยอู๋เซิงเงยหน้าขึ้นทันที พอได้ยินที่เยี่ยเฟิงบอกก็นึกโมโหขึ้นมา หลานชายเขาวางยาพิษใส่เขาหรือ? แรงกายแรงใจของเขาทั้งหมดทุ่มเทไปให้หลานชาย แต่เขากลับวางยาพิษตัวเองหรือ
พ่อบ้านโจวเองก็ใ เขาหันมองเยี่ยเฟิงอย่างยากที่จะเชื่อ
เยี่ยเฟิงเห็นปฏิกิริยาของทั้งสองได้แต่ชะงักไป จึงรีบบอก
“ท่านปู่ ท่านฟังข้าก่อน เื่นี้ข้าเป็คนทำก็จริง แต่ว่านั่นไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็โอสถไขกระดูก!” จากนั้นเขาพูดต่อว่า
“หากกินโอสถไขกระดูกเข้าไปสามารถขับของเสียออกมาจากร่างกายได้ และยังสามารถช่วยรักษาอาการาเ็ที่แอบซ่อนอยู่ ท่านปู่เคยออกรบมาหลายปี ภายในร่างกายย่อมมีอาการาเ็ที่มองไม่เห็นหลงเหลืออยู่ และอาการาเ็เหล่านี้มีส่วนทำให้พลังยุทธ์ไม่สามารถทะลวงขึ้นไปได้สักที ไม่เช่นนั้นท่านปู่คงกลายเป็ผู้แข็งแกร่งในภพพิศวงนานแล้ว!”
“ดังนั้นข้าจึงได้แอบใส่โอสถไขกระดูกเข้าไปในโอ่งเก็บน้ำในห้องครัว ไขมันเ่าั้ที่ซึมออกมาจากร่างกาย คือสิ่งสกปรกที่ถูกขับออกจากร่างกาย!”
เยี่ยเฟิงพูดจบยังใช้มือปาดเหงื่อไม่หยุด ให้ตายสิ กลับทำให้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้ ยังโชคดีที่ไม่ได้เกิดเื่ร้ายแรงใดขึ้นมากกว่านี้
เยี่ยอู๋เซิงเหมือนเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง สีหน้าของเขายังคงสงสัยไม่หาย แม้นั่นจะไม่ใช่ยาพิษ แต่โอสถไขกระดูกมันคือสิ่งใด? เขาอยู่มาครึ่งค่อนชีวิต เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน
อีกอย่างของเช่นนี้ถือเป็ของวิเศษที่ไม่ธรรมดา นอกจากจะสามารถขับของเสียออกจากร่างกายแล้ว ยังขจัดาแและอาการาเ็ที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายได้ด้วย ของวิเศษขนาดนี้เยี่ยเฟิงไปได้มาจากที่ใด
“โอสถไขกระดูกคือสิ่งใด?” เยี่ยอู๋เซิงกับพ่อบ้านโจวแทบจะเอ่ยถามพร้อมกัน ทั้งสองต่างมองไปที่เยี่ยเฟิง
เยี่ยเฟิงถอนหายใจยาว จากนั้นหยิบขวดหยกออกมาจากหน้าอก เื่เช่นนี้อธิบายได้ไม่ชัดเจน เพราะถึงอย่างไรบนดินแดนนี้ดูเหมือนจะไม่มีการปรุงโอสถ
เขาเปิดฝาขวด จากนั้นหยิบโอสถออกมาสองเม็ด เม็ดหนึ่งยื่นให้เยี่ยอู๋เซิง เม็ดหนึ่งยื่นให้พ่อบ้านโจว
“มันคือสิ่งนี้แหละ พวกท่านลองดูก็จะรู้เอง”
เยี่ยอู๋เซิงรับโอสถไขกระดูกมาด้วยความสงสัย เขาใช้ปลายนิ้วบี้มันแล้วมองสำรวจอย่างละเอียด ผ่านไปสักครู่ เขาขมวดคิ้วพร้อมมองเยี่ยเฟิงแวบหนึ่ง ให้ตายสิทำไมสิ่งนี้มันช่างคล้ายกับลูกอมในร้านขายขนม หนำซ้ำยังมีกลิ่นหอมสดชื่น หรือว่าเยี่ยเฟิงกำลังแกล้งพวกเขาอยู่
“เ้าหลานสารเลว กล้าเอาลูกอมไม่กี่เม็ดมาหลอกข้าหรือ เชื่อหรือไม่ข้าจะตีจนเ้าตูดแตกลายเชียว”
เยี่ยอู๋เซิงไม่พอใจอย่างมาก แม้หลานชายจะมีการเปลี่ยนแปลงที่กลับตาลปัตร แต่ทำไมยิ่งอยู่ถึงได้ยิ่งเหลวไหล ใจคอนี่กล้าหาญขึ้นทุกวัน ถึงกับกล้าหลอกเขาเลยหรือ คิดว่าเขาโง่หรืออย่างไร ยังกล้าแต่งชื่อโอสถไขกระดูกมาหลอกเขาอีก
“เอ่อ...” เยี่ยเฟิงทำหน้ามึนงง เขามองเยี่ยอู๋เซิงด้วยความประหลาดใจ ในใจนึกอยากจะร้องไห้ พูดขึ้นอย่างจนใจ “นี่คือโอสถไขกระดูกจริงๆ ท่านปู่”
“เ้าสารเลว นี่มันลูกอมชัดๆ ยังคิดจะปลิ้นปล้อนอีก!” เยี่ยอู๋เซิงถลึงตา แม้แต่หนวดของเขาก็แทบจะสะบัดไปด้วย
เยี่ยเฟิงเช็ดเหงื่ออีกครั้ง เขายื่นขวดหยกบรรจุยาในมือไปให้
“หากท่านปู่ว่านี่คือลูกอม ท่านปู่ลองกินดูสักสองเม็ดคงได้รู้”
เยี่ยอู๋เซิงถลึงตาใส่เยี่ยเฟิง เขารับขวดหยกมา จากนั้นเขาไม่แม้แต่จะมอง แล้วยกขวดหยกกรอกใส่ปากทันที โอสถไขกระดูกนับสิบเม็ดถูกกรอกใส่ปากของเขา
เยี่ยเฟิงชะงักไปทันที เขาไม่ทันได้ห้ามอีกฝ่าย เมื่อได้สติเขารีบคว้าขวดหยกคืนมาทันที ทว่าด้านในกลับว่างเปล่าไม่มีโอสถแม้แต่เม็ดเดียว หนำซ้ำแม้แต่เม็ดที่อยู่ในมือเยี่ยอู๋เซิงก็ถูกกินเข้าไปด้วย โอสถไขกระดูกทั้งหมดสิบเอ็ดเม็ด ถูกเยี่ยอู๋เซิงกินเข้าไปในคราวเดียว
“ท่านปู่ ท่านกินหมดเลยหรือ” เยี่ยเฟิงจ้องเยี่ยอู๋เซิง รู้สึกว่าเื่เศร้ากำลังจะเกิดขึ้นแล้ว...
ให้ตายสิ นี่ไม่ใช่ลูกอมนะ นี่มันโอสถไขกระดูกของจริงทั้งหมดสิบเอ็ดเม็ด ด้วยระดับพลังของเยี่ยอู๋เซิง แม้จะไม่มีอันตรายถึงชีวิต แต่แรงปะทะที่แข็งแกร่งซึ่งเกิดขึ้นจากโอสถไขกระดูกน่ากลัวใช่เล่น
เยี่ยอู๋เซิงเคี้ยวโอสถไขกระดูกที่อยู่ในปากจนละเอียด จากนั้นกลืนลงท้องทั้งหมด เขาเหลือบมองเยี่ยเฟิงครู่หนึ่ง ในตอนที่กำลังจะเอ่ยปาก สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที เหมือนภายในท้องมีกองเพลิงร้อนแรงปะทุขึ้นมา เืลมสูบฉีดอย่างรวดเร็ว พลังลมปราณที่จุดตันเถียนเหมือนะเิออกมาทันที
แววตาเขาตกตะลึง ไม่กล้ารอช้าอีกต่อไป เขาไม่มีแม้แต่เวลาจะพูดอะไรด้วยซ้ำ แล้วรีบหายตัวออกไปจากห้องรับแขก จากท่าทางแล้วดูเหมือนจะไปหาสถานที่ควบคุมพลังเ่าั้ที่ปะทุขึ้น
มุมปากเยี่ยเฟิงกระตุก ดูท่าท่านปู่คงต้องทรมานแล้ว โอสถไขกระดูกสิบเอ็ดเม็ดไม่ใช่เื่ล้อเล่นเลย หากไม่ถูกทรมานสักหนึ่งวันหนึ่งคืนคาดว่าคงไม่มีทางสงบ
เขาแอบมองทางที่เยี่ยอู๋เซิงเดินจากไปครู่หนึ่ง จากนั้นรีบหนีไปทันที
หลังจากท่านปู่สงบลงแล้ว เขาคงต้องถูกลงโทษแน่นอน เพราะภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นอกจากท่านปู่จะคันปากแล้ว น่าจะคันมือด้วย
พ่อบ้านโจวยังไม่รู้ว่าตอนนี้เกิดเื่อะไรขึ้น พอเขาได้สติก็พบว่าเยี่ยเฟิงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
หลังจากกลับมาที่เรือนหลังเล็ก เยี่ยเฟิงคิดอยู่สักครู่ จากนั้นก็เริ่มยุ่งขึ้นมาอีกครั้ง ขณะนี้ภายในเรือนหลังเล็กมีค่ายกลทั้งหมดสองค่ายกล คนนอกไม่รู้ มีเพียงเยี่ยเฟิงเท่านั้นที่รู้
เขาครุ่นคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรให้ค่ายกลรวมลมปราณกับค่ายกลไร้ร่องรอยรวมเข้าด้วยกัน หากทำได้เวลาที่เขาฝึกฝนอยู่ด้านในจะได้ไม่มีใครสังเกตเห็น