หั่วเฟิงแห่งนิกายเพลิงสวรรค์
ตอนเช้า บ้านของหลินเฉิน หลินเฉินตื่นแต่เช้า เขามาออกกำลังกายที่หน้าบ้าน
เมื่อนึกถึงเมื่อคืน การจัดเลี้ยงวันเกิดของเซี่ยนจื่อเสวียนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและบรรยากาศของความสุข เขาอดยิ้มออกมาไม่ได้
บอกตามตรงว่าทุกวันนี้เขามีความสุขอย่างแท้จริง ชีวิตของเขาไม่เคยขออะไรไปมากกว่านี้ แค่เพียงเท่านี้ เขาก็มีความสุขมากพอแล้ว
ในขณะที่หลินเฉินกำลังออกกำลังกายอยู่หน้าบ้าน เขาก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสบายๆ เดินมาหน้าบ้าน คิ้วของหลินเฉินอดขมวดไม่ได้
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เป็นผู้ฝึกตนอย่างแน่นอน ทั้งยังอยู่ในระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง นอกจากนี้รอบกายยังมีไอความร้อนระอุถูกส่งออกมาไม่ขาดสาย
ถึงไม่ต้องให้ใครมาบอก หลินเฉินก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องฝึกฝนทักษะที่เกี่ยวข้องกับเปลวเพลิงอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มคนนี้แน่นอนว่าไม่ได้มาธรรมดา เขาปกปิดตัวตนไว้อย่างแนบเนียน หากว่าไม่ใช่ผู้ฝึกตนระดับเดียวกันกับเขา หรือว่ามีระดับพื้นฐานฝึกตนที่สูงกว่าจะไม่มีทางมองเห็นเขาอย่างเด็ดขาด
ชายหนุ่มคนนี้ ย่อมไม่ไปสนใจหลินเฉิน เพราะเขาคิดว่าหลินเฉิน เป็นเพียงแค่คนธรรมดา คงไม่มีทางที่จะมองเห็นเขาอยู่แล้ว
เขามองบ้านของหลินเฉิน ก่อนที่จะมองไปที่บ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนที่อยู่ข้างๆ
“สัมผัสที่ร้อนระอุ จนทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจนี่คืออะไร?” ชายหนุ่มพึมพำออกมากับตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
เหตุผลที่เขามาที่นี่ ไม่ใช่ว่าเขาตั้งใจที่จะมา เพียงผ่านมา แล้วบังเอิญสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ
ด้วยความสงสัย เขาจึงมาดูให้รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
แต่ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่มีอย่างหนึ่งที่เขารู้อย่างแน่นอนก็คือ มันต้องเกี่ยวข้องกับเปลวเพลิง
หลินเฉินที่ได้ยินเสียงพึมพำกับตัวเองของชายหนุ่มเขาก็เข้าใจในบัดดลว่า สัมผัสที่ร้อนระอุที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่สบายใจคืออะไร มันต้องเป็นร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของเซี่ยนจื่อเสวียนอย่างแน่นอน
ต่อหน้าร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เพลิงทุกชนิดล้วนต้องหวาดกลัว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม ชายหนุ่มตรงหน้าที่ฝึกฝนทักษะที่เกี่ยวกับเปลวเพลิง ถึงได้รู้สึกไม่สบายใจเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์
ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กับที่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกวาดผ่านจิตสัมผัสออกไป เขากวาดผ่านจิตสัมผัสไปที่บ้านของหลินเฉินก่อน ตามด้วยบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียน
เมื่อกวาดจิตสัมผัสจบ ดวงตาของเขาก็หรี่ลง
“อยู่ภายในบ้านหลังนี้” เขามองไปที่บ้านของเซี่ยนจื่อเสวียน แม้ว่าบ้านของหลินเฉินจะมีกลิ่นอายอยู่ แต่มันก็เพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น เขาไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนใจ
“ลองเข้าไปดูหน่อยก็ดี” ชายหนุ่มพูด เขาตัดสินใจที่จะเข้าไปดูในบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียน ร่างกายของเขาพุ่งเข้าไปในบ้านของเซี่ยนจื่อเสวียนในทันที
หลินเฉินทำเพียงแค่ยืนดู เขาไม่ได้หยุดหรือว่าลงมือต่อชายหนุ่มคนนั้น เขาต้องการให้เซี่ยนจื่อเสวียนจัดการด้วยตัวเอง
เธอไม่อาจอยู่ใต้ร่มเงาคอยให้เขาปกป้องได้ตลอด เธอจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ที่จะปกป้องตัวเองและครอบครัวของเธอ
ด้วยระดับพื้นฐานฝึกตนในเวลานี้ของเซี่ยนจื่อเสวียนที่อยู่ในระดับทะยานนภาขั้นกลาง ในโลกนี้ก็เทียบเท่ากับระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง ล้วนสามารถจัดการกับชายหนุ่มได้
แม้ว่าเธอจะไม่ได้มีพลังต่อสู้ข้ามระดับเหมือนเขา แต่อย่างน้อยด้วยร่างเพลิงศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ทำให้เธอแข็งแกร่งกว่าคนที่อยู่ในระดับเดียวกันมาก
เซี่ยนจื่อเสวียนที่เพิ่งจะทำอาหารเสร็จ พลันสัมผัสได้ถึงการมาของใครบางคนที่ไม่คุ้นเคย คิ้วของเธอขมวดขึ้นมาในทันที
ขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยปราณทะยานนภาขั้นกลางออกมาเพื่อปิดกั้นพื้นที่ เธอไม่ต้องการรบกวนแม่ของเธอที่กำลังอาบน้ำอยู่
หลังจากปิดกั้นพื้นที่ด้วยพลังปราณแล้ว เซี่ยนจื่อเสวียนก็ไม่กลัวว่ามันจะรบกวนแม่ของเธออีก เธอรีบเดินออกจากห้องครัวไปที่หน้าบ้าน
ทันทีที่เธอออกมาหน้าบ้าน เธอก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในบ้านของเธอ ราวกับเป็นบ้านของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น
ถึงแม้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะปกปิดตัวตนอย่างแนบเนียน แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเธอ มันย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของเธอไปได้
ดูเหมือนว่าชายหนุ่มคนนี้ จะไม่ได้รู้ตัวว่าเธอมองเห็น เธอจึงแสร้งเดินไปหยิบไม้กวาดแล้วมากวาดบ้าน
เหตุผลที่เธอต้องทำแบบนี้ เป็นเพราะว่าเธอต้องการดูว่าชายหนุ่มคนนี้ มีจุดประสงค์อะไรกันแน่ ถึงได้ปกปิดตัวตนเข้ามาภายในบ้านของเธอ
‘ผู้หญิงคนนี้!’ ชายหนุ่ม มองไปที่เซี่ยนจื่อเสวียน พลันรู้สึกใจสั่นสะท้านขึ้น นี่ไม่ใช่ว่าเขาตกตะลึงในความสวยของเธอ ถึงได้มีอาการแบบนี้
หากแต่เป็นเพราะว่าสัมผัสที่ร้อนระอุที่เขาสัมผัสถึงได้นั้น มันกระจายออกมาจากร่างของเซี่ยนจื่อเสวียน
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจัง “บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะมีร่างกายพิเศษที่เกี่ยวกับเปลวเพลิง!”
แม้ว่าเขาจะไม่มั่นใจในเรื่องนี้มากนัก แต่ก็คิดว่ามีความเป็นไปได้มากทีเดียว ไม่อย่างนั้น จะอธิบายกลิ่นอายอันร้อนระอุที่กระจายออกมาจากร่างของเธอได้อย่างไร
“คิดไม่ถึงว่าฉันหั่วเฟิงเพิ่งออกมาจากนิกายเพลิงสวรรค์เพื่อหาประสบการณ์ จะบังเอิญได้พบกับคนที่มีร่างกายพิเศษเกี่ยวกับเปลวเพลิง”
“หากว่าฉันได้ร่วมหลับนอนด้วย สามารถดูดกลืนแก่นพรมจรรย์หยินของเธอ เพื่อมาฝึกตนได้ เมื่อเป็นแบบนั้น การฝึกตนของฉันก็จะรวดเร็วขึ้นหลายเท่า!”
ชายหนุ่มที่เรียกตัวเองว่าหั่วเฟิงยืนพึมพำกับตัวเอง เสียงเบา ขณะจ้องมองเซี่ยนจื่อเสวียนที่กวาดบ้านอยู่อย่างไม่ละสายตา
ภายในใจของเขามีแต่ความตื่นเต้นและมีความสุข ใครจะไปคิดฝันว่าเขาที่เพิ่งจะออกมาหาประสบการณ์นอกนิกาย จะได้พบกับเรื่องน่ายินดีแบบนี้
โดยที่หั่วเฟิงไม่รู้ตัว เสียงพึมพำของเขานั้น เซี่ยนจื่อเสวียนได้ยินมันอย่างชัดเจน ในตอนนี้ เธอเข้าใจถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้ว
และมันก็ชัดเจนเป็นอย่างมากว่าหั่วเฟิงคนนี้เป็นคนน่ารังเกียจอย่างไม่จำเป็นที่จะต้องสงสัยเลย
เมื่อรู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายแล้ว เซี่ยนจื่อเสวียนก็เลิกกวาดบ้าน เธอวางไม้กวาดลง จ้องมองไปที่หั่วเฟิง
“ออกไปจากบ้านของฉัน!” ด้วยการจ้องมองมา บวกกับคำพูดที่เย็นชา ส่งผลให้ใบหน้าของหั่วเฟิงเปลี่ยนไป เขาถึงขั้นแสดงสีหน้าตกใจออกมา คิดไม่ถึงอย่างสิ้นเชิงว่าเซี่ยนจื่อเสวียนจะมองเห็นเขา
ต้องรู้ก่อนนะว่าคนที่สามารถมองเห็นเขาที่ปกปิดตัวตนได้นั้น จำเป็นที่จะต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับเดียวกันกับเขา หรือว่าแข็งแกร่งกว่า
เมื่อเป็นแบบนี้ มันก็ยากหากว่าเขาจะไม่ตกใจ อย่างไรก็ตาม เขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ขมวดคิ้วขึ้น ส่งจิตสัมผัสออกไปสำรวจเซี่ยนจื่อเสวียน เพื่อที่จะดูว่าเธอมีพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับไหน
แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากมันถูกกลิ่นอายอันร้อนระอุปกปิดไว้
จบบทที่ 154