ลุงใหญ่ฉินถีบประตูให้เปิดออกอย่างแรง และเมื่อเขาเห็นว่าเป็ใครอยู่ในห้อง ความโมโหของเขาก็เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว “ซูซ่างจิ่น ฉินซิ่วหลาน พวกเธอทำอะไรกัน!”
ซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลานที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันอยู่ก็รีบแยกจากกันด้วยความใ พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครมาเห็น
“คุณลุงผู้ใหญ่บ้าน คุณกำลังเข้าใจผิดนะครับ ผม...ผมอธิบายเื่นี้ได้” ซูซ่างจิ่นปฏิเสธ
“ยังต้องอธิบายอะไรอีก ฉันเห็นอยู่กับตาว่าพวกเธอทำอะไรกัน” ลุงใหญ่ฉินชี้หน้าซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลาน “นายหมั้นกับซูเม่ยแล้ว แล้วทำไมนายถึงกล้าทำผิดกับเธอ ส่วนเธอนะฉินซิ่วหลาน ซูซ่างจิ่นเป็ว่าที่พี่เขยของเธอ แต่ทำไมเธอถึงไปมีอะไรกับเขา เธอเอาพี่สาวของเธอไปไว้ที่ไหน เป็ลูกผู้หญิงแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ทำตัวไร้ยางอายขนาดนี้”
“ไม่ใช่นะคะลุงใหญ่ ฉันอธิบายได้” ฉินซิ่วหลานก็ปฏิเสธเช่นกัน “ฉันกับพี่ซ่างจิ่นไม่ได้ทำอะไรผิด”
“นี่ยังเรียกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอีกเหรอ พวกเธอเห็นฉันโง่ที่ดูไม่ออกหรือไงว่าพวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่”
“คุณลุง คุณลุงฟังผมก่อนนะครับ” ซูซ่างจิ่นยังอยากอธิบาย แต่เขาก็ไม่รู้จะเริ่มอธิบายยังไง
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พวกเธอรีบใส่เสื้อผ้าแล้วตามฉันกลับไปที่บ้านฉิน” ลุงใหญ่ฉินหันหลังเดินออกไป
ซูซ่างจิ่นอยากจะวิ่งไปขวางและพยายามจะอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นให้ลุงใหญ่ฉินฟัง แต่เมื่อเขาเห็นว่าฉินซูเม่ยก็ยืนอยู่แถวๆ นั้นด้วย เขาก็พูดไม่ออก “ซูเม่ย...ฉัน...”
ฉินซูเม่ยน้ำตาไหลออกมาอย่างน่าสงสาร เธอไม่พูดแต่หันหลังแล้วเดินตามลุงใหญ่ฉินกลับบ้านไป
ฉินต้าจื้อที่รักและเอ็นดูฉินซูเม่ยเหมือนน้องสาวแท้ๆ และเขาก็ไม่ได้ชอบนิสัยของฉินซิ่วหลานมาแต่ไหนแต่ไร เมื่อเขาเห็นฉินซิ่วหลานกล้าทรยศต่อพี่สาวของตัวเอง เขาก็ถ่มน้ำลายลงบนพื้นอย่างโมโห “ฉินซิ่วหลาน ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะไร้ยางอายขนาดนี้ แม้แต่คู่หมั้นของพี่สาวเธอก็แย่งไปได้ ซูเม่ยทำดีกับเธอมาตั้งเท่าไหร่ ทำไมเธอถึงทำร้ายซูเม่ยได้ลงคอ ต่อไปนี้ฉันไม่ขอนับญาติกับเธอ”
ซูซ่างจิ่นเดินเข้าบ้านฉินมาก็เห็นพ่อกับแม่ของเขานั่งรออยู่กับพ่อแม่ของฉินซูเม่ยแล้ว ไม่เท่านั้น ลุงใหญ่ฉินยังเรียกผู้าุโในหมู่บ้านมาอีกหลายคน เพราะลุงใหญ่ฉินรู้มาตลอดว่าฉินซูเม่ยไม่ได้รับความรักจากพ่อแม่ และถูกเอารัดเอาเปรียบจากน้องสาวและน้องชายมาตลอด การที่ฉินซูเม่ยถูกคู่หมั้นหักหลังคราวนี้ เขาจะออกหน้าช่วยถอนหมั้นให้ฉินซูเม่ยเอง เขาจึงเชิญผู้าุโในหมู่บ้านให้ช่วยมาเป็พยานด้วยอีกแรง
ซูต้าจู้ที่ได้รับฟังเื่ราวมาก่อนหน้านั้นแล้ว เขาเดินเข้าไปหาลูกชายแล้วตบหน้าลูกชายอย่างแรง การกระทำของลูกชายสร้างความอับอายให้เขาเป็อย่างมาก “แกทำอะไรลงไป ฉันไม่เคยสอนให้แก่ทำตัวเลวๆ แบบนี้ แกหมั้นกับหนูซูเม่ยแล้ว แต่ทำไมแกยังไปมีอะไรกับหนูซิ่วหลานอีก”
“นั่นสิซ่างจิ่น หรือว่าแกถูกใครล่อลวง” หูเสี่ยวเถามองฉินซิ่วหลานอย่างกับจะกินเืกินเนื้อ เธอไม่ชอบฉินซิ่วหลานเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเธอชอบฉินซูเม่ยมากกว่า อีกทั้งฉินซูเม่ยยังเป็เครื่องรางที่ดีและยังมีสมบัติที่เป็ที่ดินที่เมืองหลวงอีกตั้งสองแปลง ถ้าฉินซูเม่ยได้เข้ามาเป็สะใภ้ ครอบครัวของเธอก็จะมีแต่โชคดี และที่ดินสองแปลงนั้นก็จะต้องเป็ของครอบครัวเธอ แต่ฉินซิ่วหลานกลับมาทำลายความหวังของเธอไปเสียได้ “ฉันบอกแกแล้วว่าให้แกอยู่ให้ห่างผู้หญิงหน้าด้านคนนี้เอาไว้ แต่แกก็ไม่เคยเชื่อฉัน วันๆ แกเอาแต่อ่านหนังสือแล้วแกจะไปทันมารยาของผู้หญิงเ้าเล่ห์คนนี้ได้ยังไง เป็ยังไงล่ะทีนี้ สุดท้ายแกก็ถูกมันล่อลวงไปได้จริงๆ”
ฉินซูเม่ยมองหูเสี่ยวเถาอย่างนับถือ นี่คือลูกชายของตัวเองไม่ผิด แต่ความผิดทั้งหมดไปตกอยู่ที่ฉินซิ่วหลานแทน วิธีการพูดให้ผิดเป็ถูกของอดีตแม่สามีคนนี้ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ แต่ฉินซูเม่ยก็ไม่คิดจะพูดขัด ตอนนี้เธอต้องทำตัวให้น่าสงสารเข้าไว้ ลุงใหญ่ฉินบอกแล้วว่าจะช่วยให้เธอถอนหมั้นกับซูซ่างจิ่นให้ได้ เพราะฉะนั้นเธอมีหน้าที่แค่บีบน้ำตาและทำหน้าให้น่าสงสารเข้าไว้
หลูเหนียงที่เห็นหูเสี่ยวเถาต่อว่าลูกสาวสุดที่รักก็ไม่พอใจ “เื่แบบนี้เธอจะมาโทษว่าเป็ความผิดของลูกสาวฉันได้ยังไง เธอหาว่าลูกสาวของฉันเ้าเล่ห์ ลูกชายของเธอก็เลวทรามเหมือนกันนั่นล่ะ ซิ่วหลานของฉันเป็เด็กดีและเชื่อฟัง ถ้าไม่ถูกลูกชายของเธอหลอก มีหรือที่ลูกสาวฉันจะต้องมาเจอเื่แบบนี้ ฉันไม่น่าปล่อยให้ซิ่วหลานนั่งรถกลับบ้านพร้อมกับลูกชายของเธอเลย”
“หนอย...แกกล้ามาว่าลูกชายของฉัน ไม่ดูบ้างว่าเป็ลูกสาวของแกนั่นล่ะที่มาให้ท่าลูกชายฉันก่อน คราวนั้นก็อ้างว่าขาเจ็บเพื่อที่จะได้นั่งรถจักรยานของลูกชายฉัน แผนตื้นๆ นั้นฉันดูออกตั้งนานแล้ว”
“ที่ลูกสาวของฉันขาเจ็บก็เพราะเข้าครัวทำอาหารไปส่งให้ลูกชายของแกกินไม่ใช่หรือไง ถ้าแกไม่มาบังคับให้พวกฉันทำกับข้าวไปส่งให้ซูซ่างจิ่นตอนที่พวกแกไปเยี่ยมญาติ ลูกสาวฉันจะมาเจ็บตัวอย่างนี้ไหม ดีเลยนะ พอลูกชายทำผิดก็มาโทษคนอื่น”
หลูเหนียงกับหูเสี่ยวเถาทะเลาะกันอยู่อีกนาน และแต่ละประโยคที่พูดออกมาก็มีแต่แฉพฤติกรรมของลูกสาวและลูกชายของตัวเองทั้งนั้น เป็เพราะทั้งคู่ต่างก็ะโเพื่อเอาเสียงเข้าข่ม คราวนี้จากคนไม่กี่คนมามุงดู กลายเป็คนทั้งหมู่บ้านมารวมตัวที่บ้านฉินกันหมดแล้ว
“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว!” ลุงใหญ่ฉินะโขึ้น “ฉันจะไม่พูดอะไรให้มากความ ซูซ่างจิ่น เธอจะรับผิดชอบฉินซิ่วหลานยังไง”
“ผม...ผม...”
“นายคิดให้ดี ฉินซิ่วหลานเพิ่งจะอายุสิบเจ็ดปี ฉันสามารถเป็ตัวแทนไปแจ้งความข้อหาพรากผู้เยาว์ได้”
ซูซ่างจิ่นถึงกับหน้าเสีย หากเขาถูกจับ อนาคตของเขาก็จะต้องจบลง แต่เขาก็ไม่อยากถอนหมั้นกับฉินซูเม่ย “ซูเม่ย เธอช่วยฉันด้วย ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรลงไป”
“นั่นสิหนูซูเม่ย หนูช่วยพูดกับคนที่บ้านหนูทีนะจ๊ะว่าจะให้ป้ากับลุงรับผิดชอบเื่นี้ยังไง ขอแค่ไม่แจ้งตำรวจมาจับซ่างจิ่นก็พอ” หูเสี่ยวเถาขอร้องด้วยอีกคน
“หนูซูเม่ย ยังไงก็เห็นแก่ที่หนูเป็คู่หมั้นของซ่างจิ่นเถอะนะ หนูช่วยหาทางออกให้เขาที” ซูต้าจู้บากหน้าขอร้องว่าที่ลูกสะใภ้
“ความจริงเื่นี้มันไม่เกี่ยวกับหนูเลยนะคะ ที่ซ่างจิ่นกับซิ่วหลานแอบคบกันหนูก็เพิ่งจะรู้วันนี้เอง” ฉินซูเม่ยมองทุกคนในบ้านอย่างกังวลและทุกข์ใจ เธอพูดทั้งน้ำตาคลอ “แต่ถ้าทุกคนถามความเห็นหนู สิ่งที่หนูทำได้ตอนนี้ก็คือหนูสามารถถอนหมั้นกับซ่างจิ่น แล้วให้ซ่างจิ่นไปหมั้นและแต่งงานกับซิ่วหลานแทนหนูได้ค่ะ”
“ลุงก็คิดไว้อย่างนั้นเหมือนกัน ยังไงซ่างจิ่นก็ต้องรับผิดชอบฉินซิ่วหลาน ถ้างั้นก็ให้เขาถอนหมั้นกับหนูไปเถอะ” ลุงใหญ่ฉินสนับสนุนความคิดของฉินซูเม่ย เขาหันไปบอกกับซูต้าจู้ “ต้าจู้ เื่นี้เป็ลูกชายของนายที่ทำผิด สินสอดและของหมั้นที่นายเคยให้หนูซูเม่ยไว้คงเอาคืนไม่ได้แล้ว ถือเป็ค่าชดเชยที่พวกนายผิดสัญญาหมั้น ส่วนกับฉินซิ่วหลาน พวกนายก็ตกลงกับหลูเหนียงและฉินซานเหลียงเองก็แล้วกัน”
“แต่หนูว่าลุงผู้ใหญ่ทำไม่ถูกนะคะ” เหอเจียวเจียวพูดขึ้น
“ยุวชนเหอหมายความว่ายังไง เธออธิบายให้ฉันฟังที” ลุงใหญ่ฉินถามเมื่อเห็นเหอเจียวเจียวเดินแทรกเข้ามายืนอยู่ในลานบ้าน
เหอเจียวเจียวมองฉินซูเม่ยแล้วยิ้มเยาะ ตอนที่ฉินซูเม่ยไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เธอก็อยู่ที่นั่นด้วย เธอได้ยินผลตรวจของฉินซูเม่ยอย่างชัดเจน เธออิจฉาฉินซูเม่ยมานานแล้วที่มีแต่คนรักคนเอ็นดู อีกทั้งซูซ่างจิ่นก็แสดงออกว่ารักฉินซูเม่ยมากเหลือเกิน เธอไม่มีโอกาสเข้าไปแทรกกลางระหว่างพวกเขาได้เลย คราวนี้ดีล่ะ ต่อให้เธอจะแพ้ให้กับฉินซิ่วหลานและไม่มีทางได้แต่งงานกับซูซ่างจิ่น เธอก็ขอทำให้ฉินซูเม่ยอับอายต่อหน้าชาวบ้านสักหน่อย
“ความจริงแล้วเื่นี้ก็น่าเห็นใจซูซ่างจิ่นอยู่เหมือนกันนะคะ” เหอเจียวเจียวหันไปยิ้มให้ซูซ่างจิ่น “ก่อนหน้านี้ทุกคนก็รู้ใช่ไหมคะว่าฉินซูเม่ยไปนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งหลายวัน”
ซูซ่างจิ่นไม่รู้เหตุผลว่าทำไมเหอเจียวเจียวถึงพูดแทนเขา แต่เพื่อให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้ เขาก็จะลองเชื่อเธอดูสักครั้ง “ตอนนั้นคุณหมอบอกว่าซูเม่ยป่วยเพราะพักผ่อนน้อย”
“คุณยังไม่ยอมบอกความจริงกับทุกคนอีกเหรอคะ”
“ความจริงของเื่นี้...ผม...” ซูซ่างจิ่นตอบไม่ได้
“คุณช่างเป็คนดีที่ช่วยปิดบังความลับให้คู่หมั้นจริงๆ นะคะ” เหอเจียวเจียวไม่เปิดโอกาสให้ซูซ่างจิ่นได้พูดเพราะกลัวจะเสียแผน “คุณซ่างจิ่นทำไมไม่บอกทุกคนไปล่ะคะว่าตอนนั้นฉินซูเม่ยไปตรวจสุขภาพ และผลการตรวจสุขภาพของเธอก็ออกมาไม่ดีเท่าไหร่ คุณก็เลยต้องหันไปมีอะไรกับฉินซิ่วหลานเพื่อที่จะเปลี่ยนตัวคู่หมั้น เพราะทำวิธีนี้ครอบครัวของคุณกับครอบครัวฉินจะได้ไม่ผิดใจกัน”
ซูซ่างจิ่นยังคงไม่เข้าใจว่าเหอเจียวเจียวกำลังสื่อถึงอะไร เื่ที่ฉินซูเม่ยชวนเขาไปตรวจสุขภาพนั้นเขารู้อยู่แล้ว แต่เขาไม่รู้เื่ผลตรวจ แต่ท่าทางพูดไม่ออกและไม่รู้จะตอบอย่างไรของซูซ่างจิ่นกลับทำให้คนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นคิดกันไปไกล พวกเขาเริ่มหันไปมองฉินซูเม่ย เพราะคิดว่าฉินซูเม่ยอาจป่วยเป็โรคร้าย
ขณะที่ซูซ่างจิ่นยังงุนงง แต่หูเสี่ยวเถากลับเข้าใจสถานการณ์เป็อย่างดี เธอคิดว่าเหอเจียวเจียวกำลังช่วยลูกชายเพราะเหอเจียวเจียวแอบชอบลูกชายของเธอมานานแล้ว ครั้งนี้เหอเจียวเจียวคงอยากทำให้เธอกับลูกชายประทับใจ ในเมื่อมีคนยื่นมือเข้ามาช่วย หูเสี่ยวเถาก็เลยต้องกลับคำพูดและตามน้ำไปก่อน “ใช่ๆ ผลตรวจสุขภาพของหนูซูเม่ยมีปัญหา แต่ฉันพูดอะไรไม่ได้ เพราะยังไงก็เป็ฉันที่อยากตอบแทนที่หนูซูเม่ยเคยช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันไม่อยากผิดคำพูดกับครอบครัวฉิน ฉันก็เลยต้องใช้วิธีนี้เพื่อที่จะเปลี่ยนตัวสะใภ้จากหนูซูเม่ยมาเป็หนูซิ่วหลาน”
เหอเจียวเจียวยังอดที่จะทึ่งกับทักษะการอ่านสถานการณ์ของหูเสี่ยวเถาไม่ได้ และยังแอบโล่งใจที่เธอไม่หลวมตัวเข้าไปเป็ลูกสะใภ้ของผู้หญิงแก่คนนี้ เธอคงสู้เล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้หรอก
ส่วนฉินซูเม่ยที่รู้สึกแปลกกับสายตาของเหอเจียวเจียวมาั้แ่ต้น ยิ่งเหอเจียวเจียวย้ำเื่ผลตรวจสุขภาพของเธอหลายครั้ง เธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาแล้ว หรือว่าเหอเจียวเจียวจะรู้ผลการตรวจของเธอ
“ซูเม่ย เธอยังไม่ได้บอกผลการตรวจสุขภาพของเธอให้คนที่บ้านฟังใช่ไหม เธอจะไม่ช่วยซูซ่างจิ่นอธิบายอะไรสักหน่อยเหรอ เขาอุตส่าห์ช่วยปิดบังความลับให้เธออยู่นะ” เหอเจียวเจียวหันไปยิ้มให้ฉินซูเม่ย “เธอจะทนเห็นคู่หมั้นถูกคนอื่นต่อว่าได้เหรอ”
ซูซ่างจิ่นก็สังเกตสีหน้าของฉินซูเม่ยเหมือนกัน และเขาก็เดาได้แล้วว่าฉินซูเม่ยคงมีเื่ปิดบังเขาอยู่ เขาจะลองใช้โอกาสนี้เรียกชื่อเสียงของตัวเองกลับมา “ซูเม่ย คุณบอกความจริงให้ทุกคนรู้เถอะ”
สถานการณ์พลิกผันจนฉินซูเม่ยตั้งตัวแทบไม่ทัน จากทีแรกที่เธอเป็ฝ่ายได้เปรียบ แต่ตอนนี้เธอกลับตกเป็รอง เธอกำลังจะใช้เื่น่าอายของซูซ่างจิ่นกับฉินซิ่วหลานมาขอถอนหมั้น แต่กลายเป็ว่าเหอเจียวเจียวรู้เื่ผลตรวจสุขภาพของเธอ ฉินซูเม่ยคิดไปถึงชาติที่แล้วที่เธอไม่รู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย แต่เธอยังถูกแม่สามีและคนอื่นเรียกว่าแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้ มาในชาตินี้เื่ที่เธอท้องไม่ได้มันกลับเป็เื่จริง ถ้าเธอจะถูกเรียกว่าเป็แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้เหมือนเดิมแล้วมันจะต่างกันยังไง ในเมื่อเธอเปลี่ยนแปลงเื่นี้ไม่ได้ แต่เื่ถอนหมั้น เธอต้องเปลี่ยนแปลงมันให้ได้
“ซ่างจิ่น นายบอกว่าผลการตรวจสุขภาพของฉันมีปัญหา นายบอกได้ไหมว่าผลการตรวจของฉันเป็ยังไง” ฉินซูเม่ยมองคู่หมั้น
“ฉัน...ฉันพูดไม่ได้หรอก เธอบอกทุกคนเองเถอะ” ซูซ่างจิ่นผลักให้ฉินซูเม่ยเป็คนตอบ เขาจะรู้เื่ผลตรวจได้ยังไงกันล่ะ
“คุณป้าหูล่ะคะ คุณบอกว่าที่คุณให้ฉินซิ่วหลานมีอะไรกับว่าที่พี่เขยของตัวเองเพราะไม่อยากผิดคำพูดกับครอบครัวฉัน ตกลงคุณรู้ไหมว่าผลตรวจของฉันเป็ยังไง”
“ซูเม่ย เธอไม่ต้องไล่ต้อนคนอื่นแล้ว ฉันรู้ว่าเื่นี้มันน่าอายสำหรับเธอ แต่คุณซ่างจิ่นกับซิ่วหลานไม่ได้ผิด พวกเขากำลังช่วยปิดบังเื่น่าอายให้เธออยู่ต่างหาก” เหอเจียวเจียวยิ้มให้ฉินซูเม่ยอย่างสะใจ “ฉันจะบอกทุกคนให้ว่าผลการตรวจสุขภาพของฉินซูเม่ยคือเธอเป็หมันั้แ่กำเนิด”