ตอนที่ 190
“ นะ นะ นี่ค่ะ” ไอรี่ค่อยๆยื่นหอกให้อย่างเสียดายแต่ก็นะหอกนี่เธอเป็นคนเอามาจากที่วังเผ่าเงือกเจ้าของบ้านจะทวงคืนก็ไม่แปลก
หมับ !! ราชาเงือกรับหอกสามง่ามมา
“หอกนี่มัน !!” ราชาเงือกอุทานเบาๆ
“ท่านพ่อนี่คือหอกอะไรเหรอคะ !!” ไอรีนที่ว่ายน้ำเล่นอยู่ว่ายเข้ามาหา
“นั่นสิท่านพ่อ” ไอวีน่าเองก็อยากรู้
“ตามตำนานนั้นเล่าต่อๆกันมาว่าผู้ครอบครองหอกสามง่ามจะเป็นผู้ครอบครองเมืองบาดาลที่แท้จริง” ราชาเงือกไม่ตอบว่าหอกอะไรแต่เลือกที่จะพูดถึงตำนานขึ้นมา
“แสดงว่าหอกเล่มนี้คือหอกในตำนานที่ว่าเหรอคะท่านพ่อ” ไอรีนอุทานเบาๆพลางยกมือขึ้นปิดปาก
“ก็น่าจะใช่” ราชาเงือกพยักหน้าก่อนจะบังคับน้ำในอ่างให้ยกร่างตัวเองลอยขึ้นมาก่อนจะบังคับให้ลอยไปที่ริมทะเล องค์หญิงเงือกทั้งสองเห็นดังนั้นก็รีบบังคับน้ำให้ลอยขึ้นมาบ้างก่อนจะตามไปดู ไอรี่เองก็ไม่น้อยหน้ารีบวิ่งตามไปติดๆ
ราชาเงือกกำด้ามหอกด้วยสองมือก่อนจะหลับตาลงและสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อตั้งสมาธิ
พรึ่บ !! ราชาเงือกลืมตาขึ้นมาก่อนจะแทงหอกไปข้างหน้า
ฟุ่บ !! เสียงหอกแหวกผ่านอากาศราชาเงือกหยุดอยู่ในท่านั้นหลายวินาทีท่ามกลางสายตาสงสัยของเด็กๆทั้งสามคน
“เอ่อคือ....” ไอรี่กำลังจะถามว่าทำอะไรแต่ก่อนที่เธอจะพูดจบก็เกิดเสียงดังขึ้นมา
วู่ม !! ซ่า !! เสียงทะเลค่อยๆแหวกออกเป็นสองฝั่งมันแหวกไปไกลจนสุดลูกหูลูกตาคลื่นทะเลที่เคยสงบสูงขึ้นฉับพลันกว่าห้าเมตรเด็กๆทั้งสามคนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
กว่าน้ำทะเลที่ถูกแหวกจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็กินเวลาหลายวินาที
ซ่า !! ซ่า !! เสียงคลื่นซัดขึ้นมาบนฝั่งซึ่งคลื่นนั้นสูงจนมาถึงเอวของไอรี่จนทำให้กางเกงของเธอเปียกไปหมด
“นะ นะ นี่คือพลังของหอกเล่มนี้หรือคะท่านพ่อ !!” ไอรีนถามด้วยความตกใจ
“ใช่...แต่นี่ยังเป็นพลังเพียงแค่ครึ่งเดียวของหอกเล่มนี้” ราชาเงือกตอบ
“ครึ่งเดียวเหรอคะท่านพ่อ !!” ไอวีน่าตกใจนี่ขนาดแค่ครึ่งเดียวยังรุนแรงถึงขนาดนี้
“ใช่แล้วล่ะเพราะหอกนี่ไม่ได้ยอมรับพ่อเป็นเจ้าของมันจึงแสดงพลังได้เพียงเท่านี้ หอกเล่มนี้มันยอมรับเพียงแม่หนูไอรี่เท่านั้น” ราชาเงือกยื่นหอกคืนให้แก่ไอรี่
หมับ !! ไอรี่รับหอกมาอย่างงงๆเธอชักจะเริ่มตามไม่ทันแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมหอกสามง่ามในมือเธอเล่มนี้ถึงแหวกทะเลได้ขนาดนั้นล่ะทำไมตอนเธอใช้มันแค่พ่นน้ำออกมาได้แค่กระจึ๋งเดียว แต่ทำไมตอนราชาเงือกเอาไปใช้ประสิทธิภาพมันถึงต่างกันขนาดนี้ตอนนั้นเองพวกคนที่อยู่ในรถบ้านก็เปิดประตูวิ่งออกมาดูซึ่งคนที่ออกมาดูนั้นคือ ซาช่า ไอวี่ และสตีฟ ส่วนแอนนานั้นหลับไปแล้วจึงไม่รู้เรื่อง
“อะไรๆ เกิดอะไรขึ้นตะกี้กำลังเล่นเกมเศรษฐีอยู่กับคุณลุงและก็ซาช่าอยู่ จู่ๆก็มีเสียงวู่มดังขึ้นมา ยูโฟบุกเหรอไหนๆมันอยู่ไหนอ่ะไอรี่ !!” ไอวี่วิ่งเข้ามาหาไอรี่ด้วยสีหน้าตื่นเต้นพลางถาม
“นั่นสิเกิดอะไรขึ้นเสียงดังมากเลย” สตีฟก็สงสัย
“ข้าขอโทษด้วยท่านสตีฟพอดีข้าทดลองหอกสามง่ามนี่นิดหน่อย” ราชาเงือกตอบเขารู้จักชื่อสตีฟแล้วตอนกินข้าวเย็น
“โอ้แล้วเป็นไงบ้างครับ” สตีฟสนใจในเรื่องที่ราชาเงือกพูดมา
“ทรงพลังมาก !!” ราชาเงือกตอบสั้นๆ
“เอ่อ...แล้วไม่เอาคืนเหรอดูท่ามันจะเป็นสมบัติของเมืองบาดาลนะ” สตีฟถามทำให้ไอรี่ถึงกับหน้าเสียเพราะถ้าสตีฟบอกให้เธอคืนหอกไปเธอคงจะคืนมัน
“ไม่ข้าไม่ต้องการ....มันได้เลือกเจ้านายแล้วซึ่งก็คือแม่หนูไอรี่ให้อยู่กับหนูไอรี่จะมีประโยชน์ในอนาคตมากกว่า” ราชาเงือกส่ายหน้าพลางมองไปที่ไอรี่
“คุณลุงราชาเงือก !!” ไอรี่มองดูราชาเงือกด้วยสายตาซาบซึ่ง
“ว่าแต่ไอรี่ใช้มันแบบอลังการแบบลุงราชาเงือกได้ยังอ่ะ” ไอวี่ถาม
“ยังเลยเราทำได้แค่แบบนี้อ่ะ” ไอรี่พูดพลางใช้หอกให้ดูซึ่งก็แค่เกิดน้ำพุ่งออกมาเสมือนฉี่เหมือนเดิม
“หนูไอรี่ยังใช้มันไม่ถูกวิธีหอกเล่มนี้นั้นไม่ได้มีไว้ฟาดฟัน มันมีไว้สำหรับแทงต่างหากล่ะ จำท่าที่ข้าใช้เมื่อครู่ได้หรือไม่” ราชาเงือกถามไอรี่
“จริงสิเมื่อตะกี้ลุงราชาเงือกแทงมันออกไปเป็นเส้นตรงนี่นา” ไอรี่ได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ทันทีว่าเมื่อครู่ราชาเงือกแทงหอกออกไปแทนที่จะฟันลงมาแบบเธอ
“ถ้าอย่างนั้นหนูจะลองอีกทีนะ” ไอรี่พูดก่อนจะเดินไปข้างหน้าโดยมีสายตาหลายคู่คอยจับจ้อง
ย่ะ !! ฟุ่บ !! ไอรี่กำด้ามหอกก่อนจะแทงออกไปอย่างรวดเร็ว
วู่ม !! ทันทีที่เธอแทงออกไปน้ำทะเลตรงหน้าก็แหวกออกทันทีแต่ทว่ามันไม่เหมือนกับที่ราชาเงือกทำมันแค่แหวกเพียงแค่ผิวน้ำลึกลงไปไม่กี่เซนเท่านั้น
“หง่ะ !! ไม่เห็นอลังการเลยไอรี่” ไอวี่ที่มองอย่างตั้งใจทำสีหน้าผิดหวัง
“สมาธิยังไม่พอ และไม่เข้าใจกระแสน้ำด้วย” ราชาเงือกเอ่ย
“เอ๋ !! ต้องใช้สมาธิด้วยเหรอคะ แล้วเข้าใจกระแสน้ำนี่มันยังไงกันแน่กระแสน้ำต้องเข้าใจมันด้วยเหรอคะ” ไอรี่ชักจะงงว่าราชาเงือกหมายถึงอะไร
“เอาเป็นว่าข้ายังต้องพักรักษาตัวอีกสองสามวัน ท่านหมอบอกเอาไว้ว่าช่วงนี้ข้าไม่ควรลงไปใต้น้ำลึกเพราะแรงดันอะไรนั่นจะทำให้แผลข้าฉีกระหว่างนี้ข้าจะช่วยสอนวิธีใช้งานมันเอง” ราชาเงือกบอก
“เอ่อ...ขอบคุณค่ะ” ไอรี่ขอบคุณอย่างงงๆที่จู่ๆราชาเงือกก็มาอาสาสอนเธอใช้หอกสามง่าม
“เอาล่ะๆในเมื่อจบเรื่องแล้วแยกย้ายกันไปนอนได้แล้วเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาสอนใช้หอกอะไรนี่ต่อตอนเช้าแล้วกัน โดยเฉพาะไอรี่กับไอวี่รีบไปอาบน้ำนอนซะซาช่าฝากด้วยนะอย่าให้สองแฝดนี่ออกไปซนที่ไหนอีก” สตีฟพูดหลังจากเห็นว่าเรื่องจบแล้วก่อนจะฝากซาช่าช่วยดูสองแฝด
“ค่ะคุณลุง !!x2” ไอรี่และไอวี่พยักหน้าพลางตอบอย่างว่าง่ายเพราะเธอมีความผิดติดตัวอยู่เรื่องแอบตามสตีฟลงไปใต้ทะเลจนทำเรื่องให้ยุ่งวุ่นวายไปหมด
ส่วนซาช่าหลังจากสตีฟฝากให้ดูสองแฝดก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะลากตัวทั้งสองคนไปที่รถบ้านทันที
“คุณเองก็ไปพักเถอะเสียเลือดไปมากถึงจะได้เลือดจากลูกๆของคุณมาแล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นเร็วๆนี้หรอก ส่วนพวกเธอให้เลือดไปเยอะต้องใช้เวลาอย่างน้อยก็สามสี่วันกว่าร่างกายจะสร้างเลือดใหม่ เอาไว้พรุ่งนี้จะทำอาหารบำรุงเลือดให้แล้วกัน” สตีฟพูดกับราชาเงือกและสององค์หญิงเงือก
“ข้าขอบคุณท่านมากท่านสตีฟ” ราชาเงือกพยักหน้าขอบคุณก่อนจะควบคุมน้ำพาร่างตัวเองกลับไปที่อ่างน้ำที่ตั้งอยู่ข้างรถบ้าน
“ขะ ขะ ข้าขอบคุณเจ้ามาเจ้ามนุษย์” ไอวีน่าพูดติดๆขัดๆเธอไม่เคยขอบคุณใครมาก่อน
“นี่ไอวีน่าเรียกท่านสตีฟสิ เรียกแบบนั้นมันเสียมารยาทนะ” ไอรีนดุน้องสาวฝาแฝดของเธอ
“ช่างเถอะพวกเธอจะเรียกยังไงฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ เอาล่ะไปนอนได้แล้วเธอน่าจะเสียเลือดไปเยอะดูสิตัวซีดเชียว ร่างพ่อเธอราชาเงือกนั่นตัวเล็กซะเมื่อไหร่” สตีฟพูดเพราะราชาเงือกนั้นตัวใหญ่เกือบสามเมตร ต่างจากองค์หญิงเงือกสองคนนี่ที่ตัวพอๆกับพวกไอรี่และไอวี่เท่านั้น
“อะ อะ อืม...เราขอบใจนะท่านสตีฟที่ท่านช่วยพวกเราและท่านพ่อเอาไว้ท่านแม่เล่าให้พวกเราฟังหมดแล้ว” ไอรีนพูดก่อนจะกระทุ้งศอกสะกิดไอวีน่าน้องสาวฝาแฝดเธอ
“ขะ ขะ ข้าเองก็ต้องขอบใจเจ้านะเจ้ามนุษย์ ฮึ !!” ไอวีน่าพูดก่อนจะสะบัดครีบของเธอบังคับน้ำพาร่างตัวเองกลับลงอ่างทันที
“เราขอโทษแทนไอวีน่าด้วยนะท่านสตีฟ” ไอรีนหน้าซีดหลังจากเห็นปฏิกิริยาของน้องสาวฝาแฝด
“ไม่เป็นไรอาการแบบนี้รู้สึกพวกไอรี่จะเรียกว่าพวกซึนเดระ ซึนเดเระอะไรนี่แหละ” สตีฟพยักหน้าเขารู้จักสองแฝดมานานแล้วจึงพอจะซึมซับศัพท์พวกนี้มาบ้าง
“ยังไงเราก็ต้องขอโทษอีกครั้งเอาไว้เราจะลองพยายามแก้นิสัยของไอวีน่าดู” ไอรีนพูดก่อนจะแยกตัวไปพักผ่อนบ้าง
หลังจากทุกคนไปหมดแล้วก็เหลือสตีฟอยู่คนเดียวเขาเดินทอดน่องไปตามชายหาดเรื่อยๆเดินฟังเสียงคลื่นมองดูดวงจันทร์และดวงดาวเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ก่อนจะกลับไปเข้านอน
กึก !! สตีฟเดินมาหยุดอยู่ที่ปลายสุดของชายหาดซึ่งอยู่ห่างจากรถบ้านกว่าสองกิโลเมตร
“ผ่านมาเดือนนึงแล้วสินะซาร่าจะเป็นยังไงบ้างนะ หรือจะบินกลับบ้านดี” สตีฟเงยหน้ามองท้องฟ้าพลางนึกถึงซาร่าตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังออกมาจากถุงมือ
รับทราบคำสั่งเป้าหมายคือบินกลับบ้าน !! มันเป็นเสียงของจานิสนั่นเองที่พูดออกมา
“เฮ้ยจานิสฟื้นตัวแล้วเหรอฟระนั่นว่าแต่บินกลับบ้านหมายความว่ายัง.........” สตีฟพูดไม่ทันจบจู่ๆไอพ่นที่รองเท้าของเขาก็ถูกจุดขึ้นมา
ฟู่ม !!! ฟิ้ว !!! ร่างของสตีฟลอยขึ้นจากพื้นก็จะบิ้นขึ้นฟ้าทันที
“เฮ้ยหยุดนะเฟ้ยอะไรฟระเนี่ยจานิส หยุดเดี๋ยวนี้ !!!!!!” สตีฟร้องโวยวายเสียงดัง
ไม่สามารถตอบรับคำสั่งที่สองได้ โปรดรอเสร็จสิ้นกระบวนการของคำสั่งที่หนึ่ง !! เสียงจานิสตอบกลับมานิ่งๆแบบโมโนโทน (โมโนโทนคือน้ำเสียงที่ไม่มีเสียงสูงหรือเสียงต่ำ พูดออกมาเป็นเสียงเดียว)
เกิดอะไรขึ้นฟระเนี่ยปกติจานิสมันจะนิสัยกวนส้นตรีน ชอบจิกกัดและขี้เล่นไม่ใช่เหรอเฟ้ยนี่เอ็งกลายเป็นเอไอนิสัยตรงแหน่วแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟระเนี่ยอย่าบอกนะว่าระบบเอ็งเสีย !!! สตีฟคิดในใจพลางพยายามบังคับเท้าตัวเองให้เปลี่ยนทิศทางของไอพ่นแต่ไม่ว่าเขาจะพยายามเท่าไหร่ไอพ่นจากรองเท้าก็จะเปลี่ยนทิศทางบินมุ่งตรงไปทางตะวันออกเสมือซึ่งนั่นคือทิศทางที่จะไปนิวยอร์คนั่นเอง
พวกเด็กๆที่กำลังอาบน้ำอยู่นั้นไม่มีใครรู้เลยว่าสตีฟหายไป ส่วนราชาเงือกและพวกองค์หญิงเงือกนั้นก็ไม่รู้เรื่องเพราะกำลังแช่น้ำพักผ่อนจากอาการเพลียอยู่
“ยกเลิกคำสั่งสิเฟ้ย !!” สตีฟยกมือขึ้นมาก่อนจะตะโกนใส่ถุงมือตัวเอง
ไม่สามารถตอบรับคำสั่งที่สามได้ โปรดรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการของคำสั่งที่หนึ่งและคำสั่งที่สองก่อน !! เสียงจานิสตอบกลับมา
“ไอ้เวรยังจะนับคำสั่งเมื่อตะกี้เป็นคำสั่งที่สามอีก นี่ถ้าตรูสั่งต่อไม่เป็นคำสั่งที่ สี่ ห้า หก เจ็ด ... เหรอไงฟระเนี่ย” สตีฟบ่นออกมาพลางถอนหายใจ
เอาเถอะเรื่องของเอ็งแล้วกันจานิส จะพาตรูกลับบ้านก็เอาเลยว่าแต่ทำไมมันบินช้าจังฟระ นี่มันราวๆสองร้อยกิโลเมตรเองไม่ใช่เรอะ สตีฟรู้สึกว่าวันนี้จานิสบินได้ช้ามาก
“นี่จานิสทำไมบินช้าอย่างนี้ล่ะแล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะถึง !!” สตีฟถามจานิส
จากการคำนวณระยะทางประมาณ 4690 กิโลเมตร บินด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อที่จะสามารถบินได้ต่อเนื่องโดยไม่หยุดจึงจำเป็นต้องจำกัดความเร็วที่เท่านี้ เราจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 18 ชั่วโมงครับ จานิสตอบกลับมา
“เอ็งจะบ้าเรอะสิบแปดชั่วโมง เร็วความเร็วหน่อยสิเฟ้ย เอ็งใช้ความเร็วสูงสุดไม่ฝืนขีดจำกัดสี่ชั่วโมงก็ไปได้ครึ่งทางแล้วเฟ้ยพักสองชั่วโมงก็ยังใช้เวลาแค่สิบชั่วโมงเองนะเฟ้ยกลับนิวยอร์คน่ะ !!” สตีฟบอกเจ้าจานิส
รับทราบกระบวนการเร่งความเร็วจะทำในคำสั่งที่สี่ ซึ่งต้องรอให้เสร็จสิ้นกระบวนการที่หนึ่ง สอง และสามก่อน จานิสตอบกลับมา
“โธ่เว้ยคำสั่งที่สี่บ้านเอ็งสิเฟ้ย อยากจะทุบคนสร้างเอ็งจริงๆเฟ้ย !!” สตีฟสบถออกมาอย่างหัวเสีย
อีกด้านหนึ่ง
“ฮัดเช่ย !! นี่เราเป็นหวัดเหรอเนี่ยว่าแต่เราไม่ได้นอนมากี่วันแล้วนะ” จีเวลหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดจมูกของเขาพลางพูดขึ้นมา
172 ชั่วโมงแล้วครับเจ้านาย !! เสียงจาวิx เอไอของจีเวลตอบกลับมา
“โอ้เข้าวันที่แปดแล้วสินะถึงว่าทำไมง่วงๆนอนสักหน่อยแล้วกัน” จีเวลอุทานเบาๆพลางเดินขึ้นจากห้องใต้ดินเพื่อไปนอนบนโซฟา
ตุ่บ !! จีเวลล้มตัวลงนอนบนโซฟาที่ประจำ
พรึ่บ !! แกร๊ก !! เสียงไฟในบ้านดับลงตามด้วยเสียงล็อกส่วนต่างๆของตัวบ้าน
ราตรีสวัสดิ์ครับเจ้านาย จากนี้ตัวบ้านจะเข้าสู่โหมดป้องกันการรบกวนเต็มรูปแบบ เสียงจาวิxพูด
“อือ.....ฝาก...ด้วยล่ะ” จีเวลพูดออกมาเบาๆก่อนจะหลับไปซึ่งเมื่อครึ่งเดือนก่อนเขาพึ่งอัพเกรดบ้านของเขาใหม่ซึ่งเขาได้ติดตั้งป้อมปืนและระบบป้องกันที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้ลงไป ซึ่งโหมดนี้มันถูกเรียกว่าโหมดป้องกันการรบกวนซึ่งมันจะถูกเปิดใช้เมื่อตอนที่เขานอนเท่านั้น
ที่ด้านนอกตัวบ้าน
ครืด !! ตึงๆๆๆๆๆ !! มีกำแพงที่ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่ได้จากสัตว์กลายพันธ์ระดับสูงโผล่ขึ้นมาจากพื้นก่อนจะล้อมรอบบ้านหลังนี้เอาไว้จนกลายเป็นโดมขนาดใหญ่แถมมันไม่ได้มีแค่ชั้นเดียวมันมีถึงสิบชั้นซึ่งกำแพงนี้นั้นแข็งแรงขนาดป้องกันแรงระเบิดของนิวเคลียร์ได้เลยด้วยซ้ำส่วนพวกเพื่อนบ้านในหมู่บ้านน่ะเหรอ ไม่มีแล้วล่ะเพราะจีเวลซื้อบ้านทุกหลังในระแวกนี้หมดและทุบทิ้งกลายเป็นที่โล่งๆไปแล้ว
จบ...