ตอนที่ 21 จอมอหังการ (2)
“…ฮุ่ยเหอ …มันชักกระบี่”
“ฮุ่ยเหอ! เ้าเด็กนั่นอยู่ระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง! นี่เ้าถึงกับนำอาวุธออกมาเลยงั้นรึ! ความเร็วของเ้าหลบอาวุธนั่นได้สบายอยู่แล้ว!”
“ฮุ่ยเหอ! เ้ามันเสียสติไปแล้ว! กระบี่เ้าปลิดชีพเด็กนั่นแน่!”
เหล่าศิษย์พี่บริเวณรอบแท่นประลองแผดเสียงดังลั่นหวังตอกย้ำสติของฮุ่ยเหอ กระบี่เล่มนั้นเป็อาวุธชนชั้นเริ่มต้นระดับกลาง ขนาดตอนประมือกับลำดับที่สี่ ฮุ่ยเหอยังไม่คิดจะดึงอาวุธของตนออกมา แล้วเด็กที่อยู่เพียงเริ่มต้นขั้นหนึ่งกลับทำให้เขาชักกระบี่ออกมาได้ยังไง? หรือว่าฮุ่ยเหอเสียสติไปแล้วจริงๆ? ต่อให้เด็กนั่นจะถือของมีคมอยู่ล้วนมิอาจตามติดความเร็วของฮุ่ยเหอได้ทันเป็แน่ แล้วเหตุใดกันที่ฮุ่ยเหอยอมชักกระบี่ออกมา?
“…นำกระบี่ขึ้นมาป้องเลยหรือนี่” ผู้าุโมู่กวาจับจ้องบริเวณแท่นประลองไม่กระพริบตา ผู้าุโอยู่บริเวณหน้าสุดของที่นั่งคนดู เขาััได้อย่างแจ่มชัดถึงแรงกดดันที่เด็กใหม่แผ่ออกมา …ไม่เหมือนชายหนุ่มอายุราวสิบห้าสิบหกปีแม้แต่น้อย สีหน้าของเด็กนั่นเปี่ยมล้นซึ่งความมั่นใจหาใดเปรียบ ราวกับว่า เป็ผู้แข็งแกร่งไร้ต้านที่ผ่านพ้นซึ่งประสบการณ์ในสมรภูมิรบมาอย่างโชกโชน
ฮุ่ยเหอคล้ายหูดับสนิท ั์ตาของเขามิอาจเคลื่อนห่างออกจากเด็กใหม่ตรงหน้าแม้เพียงเสี้ยววินาที
“ศิษย์พี่ ท่านกลัวหรือ?”
ฮุ่ยเหอไม่กล่าวตอบ หยาดเหงื่อพร่างพรายทั่วทั้งใบหน้าอย่างไร้สาเหตุ ทันใดนั้นเองที่เฟยอวี่สาวเท้าเดินตรงเข้ามาหาฮุ่ยเหอไม่ช้าไม่เร็ว ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบสนาม แต่ทว่า สำหรับฮุ่ยเหอแล้ว โลกทั้งใบราวกับเหลือเพียงเขาและศิษย์น้องตรงหน้าเท่านั้น เสียงฝีเท้าที่ย่ำกระทบพื้นดังขึ้นทุกขณะ เพียงชั่วพริบตาเดียว เฟยอวี่กวาดง้าวตัด์ในแนวระนาบ
เป็สิ่งที่อยู่เหนือการคาดเดาอย่างแท้จริง ศาสตราวุธขนาดั์กลับจู่โจมเข้าใส่ด้วยความรวดเร็วอย่างยิ่งยวด ฮุ่ยเหอตอบสนองไม่ทันกาล ในชั่ววินาทีที่อาวุธขนาดั์อยู่ห่างจากบริเวณ่ท้องของเขาราวสามชุ่น ฮุ่ยเหอพลันรีดเค้นพลังยุทธเต็มกำลังนำกระบี่คู่ใจมาตั้งรับการโจมตีไว้ ใน่เวลาที่ง้าวฟาดกระทบเข้ากับกระบี่ …บึ้ม เสียงของการปะทะสะท้านกึกก้องทั่วทั้งตำหนักหลัก
เรือนร่างของฮุ่ยเหอกระเด็นปลิวลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนเกลือกกลิ้งถลาไปกับพื้นอยู่หลายตลบ นอนสิ้นสติในทันที ศาสตราวุธประหลาดที่ฟาดใส่ฮุ่ยเหอตรงๆ สร้างความตกตะลึงแก่ทุกผู้คนในบริเวณแท่นประลอง พวกเขาล้วนคาดเดาว่าเด็กใหม่ควรพ่ายแพ้อนาถแก่ฮุ่ยเหอในไม่กี่กระบวนท่า แม้กระทั่งผู้าุโมู่กวายังคิดเห็นเช่นนั้น จวบจนกระทั่ง มันกลับเป็ฮุ่ยเหอเสียเองที่หมดสภาพอย่างน่าสังเวช
ศิษย์สายนอกรวมถึงผู้าุโมู่กวาต่างอ้าปากค้างด้วยสีหน้าโง่งม ร่างกายนิ่งค้างราวกับถูกสาปกลายเป็หิน ฉับพลันนั้น ก่อเกิดเสียงกระบี่ของฮุ่ยเหอที่กระเด็นไปไกลยิ่งซึ่งตกกระทบพื้นอย่างพอดิบพอดี พวกเขาจึงสามารถเรียกสติกลับคืนมาได้ ผู้ฝึกยุทธระดับเริ่มต้นขั้นหกศิโรราบต่อการโจมตีของผู้ฝึกยุทธเริ่มต้นขั้นหนึ่ง ประหนึ่งมายาภาพลวงหลอก หากแต่เื่ราวที่เกิดขึ้นนี้ล้วนเป็ความจริงอันเที่ยงแท้ที่ราวกับฝันไป ทุกผู้คนเบิกตาโตกว้างขณะจับจ้องไปยังแท่นประลอง
ศิษย์ภายนอกต่างมองหน้ากันและกันอย่างตกตะลึง บางคนตบหน้าตัวเองจนแดงฉานเพื่อพิสูจน์ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน กระทั่ง ผู้าุโมู่กวายังยืนหยัดขึ้น มิอาจนั่งได้ติดเก้าอี้อีกต่อไป ั์ตาที่แฝงไว้ซึ่งความเคลือบแคลงใจมองสำรวจเฟยอวี่ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“…ไม่ได้โกงด้วยโอสถตัวยาอันใด ไม่มีการใช้พลังลมปราณ เป็การโจมตีธรรมดาด้วยอาวุธ” ผู้าุโมู่กวาเอ่ยกล่าวด้วยสีหน้าแตกตื่น เขาจงใจเพิ่มระดับเสียงให้คนทั่วบริเวณลานประลองได้ยินอย่างทั่วถึง
ผู้าุโย่อมทำใจเชื่อไม่ลง ไม่มีผู้ใดทำใจเชื่อเหตุการณ์ตรงหน้าได้ สิ่งแรกที่ตระหนักขึ้นมาได้ในห้วงความคิด “ฉ้อโกง” เื่การต่อสู้ข้ามระดับพลังและสามารถกุมชัยเหนือกว่านั้น เป็สิ่งที่มนุษย์มิอาจกระทำได้ในโลกใบนี้ ทว่า เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้าุโมู่กวา ศิษย์ภายนอกต่างทิ้งความคิดเื่การโกงในการประลองไปทันที นี่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่เหล่าสานุศิษย์มีให้ต่อผู้าุโในสำนักกระบี่คู่์ การจะได้มาซึ่งความไว้ใจระดับนี้ ผู้าุโล้วนต้องเป็คนมีคุณธรรมมาก นี่ไม่ได้หมายถึงผู้าุโมู่กวาเพียงผู้เดียว ยังรวมไปถึงผู้าุโสูงสุดซึ่งเปี่ยมคุณธรรมสมบูรณ์แบบ ทำให้มุมมองของเหล่าศิษย์ต่างมองผู้าุโทั้งหมดในสำนักเป็ผู้ตัดสินที่เที่ยงธรรมอย่างไร้ข้อกังขา
“…ฮุ่ยเหอ พะ…แพ้?”
“หนึ่งครั้ง? แค่ตวัดอาวุธนั่นครั้งเดียวน่ะหรือ!”
“…นี่มันเกิดอันใดขึ้น มันสามารถเอาชนะฮุ่ยเหอที่มีระดับพลังสูงกว่าถึงห้าขั้นได้ยังไง!”
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ได้ทุบความรู้ความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ฝึกยุทธ ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนว่าสามารถต่อสู้ข้ามระดับพลังแล้วสามารถกุมชัยเหนือกว่าได้ อีกทั้ง ชัยชนะของเฟยอวี่ไม่ใช่การชนะในสภาพปางตาย แต่เป็การกุมชัยที่เฉียบขาดอย่างถึงที่สุด หนึ่งครั้งที่ออกอาวุธกลับนำมาซึ่งชัยชนะในชั่วพริบตา
“ฮึ่มมม มีผู้ใด้าประมือกับข้าอีกหรือไม่?” เฟยอวี่แค่นเสียงเ็า ชายหนุ่มทอดสายตามองลงไปทางเบื้องล่างบริเวณลานประลอง เฟยอวี่พอทราบผลลัพธ์ระหว่างเขากับฮุ่ยเหออยู่แก่ใจ อย่างไรก็ตาม เขาล้วนมิอาจคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพ่ายแพ้ย่อยยับอนาถาได้ถึงเพียงนี้ เขายังไม่ได้ใช้เคล็ดวิชาอันใดเลย!
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สามารถทำความเข้าใจได้โดยง่าย ง้าวตัด์คือศาสตราวุธชนชั้นเชี่ยวชาญขั้นสูง ซึ่งไม่มีผู้ใดคาดคิดถึงเื่นี้ ผู้าุโหลีเหว่ยไม่มีทางมอบอาวุธที่ศิษย์ควบคุมไม่ได้ ฉะนั้น ศิษย์ในสำนักที่ได้ถืออาวุธที่แกร่งกว่าระดับพลังยุทธของตัวเองจึงไม่มีแม้เพียงผู้เดียว เป็เื่ธรรมดาที่ศิษย์อื่นจะคิดว่าอาวุธของเฟยอวี่อยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นต่ำ
แม้เฟยอวี่จะอยู่ในระดับเริ่มต้นขั้นหนึ่ง โดยปกติแล้ว ศักยภาพของร่างกาย พลังลมปราณและความเร็วนับว่าเสียเปรียบฮุ่ยเหอเป็อันมาก แต่หากสามารถมีเปรียบอยู่บ้างเมื่อโจมตีออกด้วยง้าวตัด์ มันนับเป็การโจมตีของระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นสูง! แน่นอนอย่างที่สุดว่าการโจมตีเมื่อครู่เฟยอวี่ออมแรงไว้อย่างมาก หากออกแรงด้วยพลังทั้งหมด ชายหนุ่มสามารถตัดร่างของฮุ่ยเหอให้ขาดสบั้นเป็สองท่อนได้อย่างง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ
คำกล่าวของชายหนุ่มราวกับสาส์นท้ารบที่มีเกียรติยศและศักดิ์ศรีเป็เดิมพัน พวกเขาในที่นี้ต่างเป็ศิษย์พี่ของเฟยอวี่ไม่ผิดอย่างแน่นอน และเป็ศิษย์พี่ที่แพ้ศิษย์น้องราบคาบเช่นกัน เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะยอมให้ศิษย์น้องค้ำหัวได้อย่างไร? ทันใดนั้น สุ้มเสียงสายหนึ่งดังแว่วมาจากข้างล่างฝูงชน
“ข้าเอง!”
ชายผู้หนึ่งะโขึ้นสู่แท่นประลอง ในมือของเขาถือกระบี่ที่ทั้งคมทั้งบาง เมื่อแสงตะวันสาดผ่านปรากฏแสงสว่างวาบครู่หนึ่ง เขามีรูปร่างกำยำสูงใหญ่ แววตาคู่นั้นมองลงมาที่เฟยอวี่อย่างนอบน้อม “ศิษย์น้อง นี่เป็การประลองประจำเดือนของสำนัก ข้าได้มีโอกาสมาเจอศิษย์น้องที่มีพร์เช่นเ้าแล้ว เราจะไม่แนะนำตัวกันเลยหรืออย่างไร… นามของข้าคือห่าวซวน”
เฟยอวี่เผยรอยยิ้มก่อนกล่าวตอบว่า “นามของข้าคือเฟยอวี่ ศิษย์พี่ห่าวซวนโปรดชี้แนะ”
“ข้ามิกล้า ข้ามิกล้า…” ห่าวซวนก้าวขาถอยหลังข้างหนึ่ง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อยขณะที่หนึ่งมือจับด้ามกระบี่แน่น ปลายกระบี่ชี้ตรงไปทางเฟยอวี่ นี่คือหนึ่งในเคล็ดวิชากระบี่ของสำนักกระบี่คู่์…เคล็ดวิชากระบี่ปลิดอสูร ห่าวซวนกำลังใช้ออกซึ่งกระบวนท่าที่รวดเร็วที่สุด ทั้งรวดเร็วและทรงพลัง
เฟยอวี่ยืนหยัดด้วยท่าทางสบาย ในฝ่ามือยังคงกุมกำง้าวตัด์แแ่ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอันใดต่อการตั้งท่าของศัตรู
“เ้านั่นสำเร็จถึงขั้นสูงสุดแล้วเรอะ?!” ผู้าุโมู่กวาอุทานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาอยากจะตบปากตัวเองแรงๆ ที่บอกว่าไม่มีศิษย์ภายนอกคนไหนที่มีพัฒนาการโดดเด่น ในบริเวณนี้ คงมีเพียงผู้าุโมู่กวาเท่านั้นที่เข้าใจในเคล็ดวิชากระบี่ปลิดอสูร ท่วงท่านั่นของห่าวซวนคือขั้นสูงสุดในเคล็ดวิชา …หนึ่งกระบี่ดับอสูร!
ห่าวซวนเดิมทีก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว ยิ่งเขาบรรลุขั้นสูงสุดในเคล็ดวิชานี้ เขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะกลายเป็ศิษย์สายในด้วยซ้ำไป ส่วนพลังยุทธนั้น ระดับเริ่มต้นขั้นเก้า! กระบี่ในฝ่ามือล้วนเป็กระบี่ชนชั้นเริ่มต้นขั้นสูงเช่นกัน!
ห่าวซวนกำหนดลมหายใจสงบนิ่ง ทั่วร่างวนเวียนซึ่งพลังลมปราณที่เสถียรยิ่ง กระบวนท่าพร้อมสมบูรณ์ เขาเพียงรอเฟยอวี่เตรียมตัวเท่านั้น หากจู่โจมในฉับพลันใส่คนที่มีพลังยุทธต่ำกว่าคงดูไม่งาม สืบเนื่องจาก เฟยอวี่ทำตัวสบายเกินไป…
“ศิษย์น้อง เ้าเหมือนไม่กลัวข้าแม้เพียงนิด”
เฟยอวี่ยักไหล่ คล้ายไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ห่าวซวนเผยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อเกิดความรู้สึกเย็นเยียบประหลาด "แท้จริงแล้ว กระบวนท่านี้เป็ไพ่ตายหนึ่งเดียวของข้าที่จะเก็บไว้ใช้กับซีห่าว แต่พอได้เห็นการโจมตีนั้นของเ้า ข้าพึงเข้าใจ ข้าจะทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อโค่นเ้า!”
ในชั่วพริบตาเดียว เรือนร่างของห่าวซวนแปรเปลี่ยนเป็เส้นสายสว่างวาบประหนึ่งสายอัสนีพุ่งทะยานเข้าใส่เฟยอวี่ ทันใดนั้น ั์ตาของเฟยอวี่พลันทอประกายวูบหนึ่ง ง้าวตัด์ฟาดผ่านลงมาในแนวทแยง ไม่ทราบว่าเป็เพราะเฟยอวี่มีพละกำลังมหาศาล หรือเป็ตัวง้าวที่มีน้ำหนักมากจนเกินไป บังเกิดลมพายุซัดสาดไปทางห่าวซวนประดุจคลื่นสมุทรถาโถมเข้าใส่ ร่างที่ทะยานเข้ามาถอยร่นตามแรงปะทะ การกระทำนี้ของเฟยอวี่ทำให้กระบวนท่าหนึ่งกระบี่ดับอสูรถูกขัดกระทันหัน
แทบจะในทันทีที่อาวุธขนาดั์ฟาดลงมา ั์ตาของห่าวซวนขยายกว้างจนกลมโต เขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะนำกระบี่ซึ่งถูกออกแบบมาให้บางเฉียบขึ้นมาป้องกัน เมื่อหนึ่งง้าวกดกระทบลงมา ห่าวซวนพลันตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของเฟยอวี่ เขารู้สึกได้อย่างกระจ่างแจ้ง ทั่วทั้งร่างทรุดตัวลงจนน่ากลัว ฝ่ามือทั้งสองด้านชาจากการรับแรงสั่นะเืที่ส่งผ่านมาของตัวกระบี่ อาการต่อมาแสดงออกในพริบตา ข้อมือทั้งสองปวดร้าวระบม…
…อาวุธของมัน …หนักเป็บ้า!!
เฟยอวี่ขมวดคิ้วเป็ปมแน่น สังเกตจากสีหน้าของห่าวซวนที่แปรเปลี่ยนเป็เขียวคล้ำ ง้าวเล่มนี้คงจะหนักดังที่ผู้าุโหลีเหว่ยกล่าวไว้จริงๆ …นี่ขนาด เฟยอวี่แค่ออกแรงกดเพียงหนึ่งในสิบส่วนดุจออกแรงแตะกระดาษ
ห่าวซวนไม่รีรอที่จะปล่อยกระบี่ออกจากสองมือของตนเองแล้วกระโจนหลบง้าวที่ฟาดลงมา เฟยอวี่เลิกคิ้วสูงขึ้นด้วยความประหลาดใจ ปล่อยอาวุธแล้วะโหลบ! ง้าวนี่คงหนักมากจริงๆ!
“ข้าขอยอมแพ้!” ห่าวซวนประกาศยอมแพ้อย่างไม่ลังเล
ง้าวตัด์ชะงักงันกลางอากาศ มีเพียงกระบี่ของห่าวซวนที่ร่วงหล่นกระทบพื้นประลอง เสียงของกระบี่ปลุกทุกผู้คนให้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์ ห่าวซวนส่งรอยยิ้มเป็มิตรให้กับเฟยอวี่ “ข้าพ่ายแก่ศิษย์น้องแล้ว” เขาเดินเข้าไปเก็บกระบี่คู่ใจก่อนเดินลงมาจากแท่นประลอง
“…ชนะ? …ชนะอีกแล้ว?”
“…ชนะอีกแล้ว ทั้งง่ายดายทั้งเฉียบขาด”
สีหน้าที่เปี่ยมล้นด้วยความแคลงใจของเหล่าศิษย์พี่ในคราวแรกแปรเปลี่ยนสู่สีหน้าตื่นตะลึงระคนชื่นชม อาจสามารถกล่าวหาว่ามีการโกงได้บ้างหากนั่นเกิดขึ้นเพียงครั้งแรก …ทว่า เด็กใหม่นั่นกุมชัยชนะเหนือศิษย์ภายนอกสองครั้งสองคน และเป็สองในสามคนที่แข็งแกร่งที่สุดในศิษย์ภายนอก!
…ชนะห่าวซวนได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เพราะระดับพลังยุทธของเ้าเด็กนั่นแน่ ต้องเป็เพราะศาสตราวุธนั่นแน่! ผู้าุโมู่กวาเพ่งสมาธิมองไปที่ศาสตราวุธประหลาดชิ้นนั้น ความสงสัยในใบหน้าพลันอันตรธานหายไป แท้จริงแล้ว อาวุธประหลาดนั่นอยู่ในระดับชนชั้นเชี่ยวชาญขั้นสูง! ไม่น่าใเลยที่ห่าวซวนยังพ่ายแพ้หมดรูป
ผู้าุโมู่กวาบังเกิดคำถามอีกประการในจิตใจ เป็ไปไม่ได้ที่ผู้ฝึกยุทธจะดึงศักยภาพของศาสตราวุธที่มีระดับพลังเกินตัว ถึงมีก็เป็อัตราส่วนที่เกิดขึ้นได้ยากสุดๆ ในสำนักกระบี่ดารา์เพิ่งมีปรากฏอยู่คนหนึ่ง คุณหนูจากหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ คุณหนูตระกูลเจียว อย่างไรก็ตาม นางสามารถดึงศักยภาพอาวุธที่เกินระดับพลังตัวเองได้เพียงหนึ่ง่ขั้นเล็กเท่านั้น มิอาจมากไปกว่านี้ได้ อทิเช่น หากนางอยู่ระดับต่ำ นางสามารถใช้อาวุธของระดับกลางได้
และในกรณีที่มีผู้ฝึกตนใช้อาวุธเกินระดับพลังของตัวเอง พวกเขามิอาจดึงศักยภาพแท้จริงของมันออกมาใช้งานได้ อทิเช่น ผู้ฝึกยุทธระดับเชี่ยวชาญใช้อาวุธชนชั้นจักรพรรดิขั้นสูง เขาสามารถดึงพลังของอาวุธออกมาได้เพียงระดับเชี่ยวชาญเท่านั้น ต่อให้นั่นเป็ศาสตราวุธชนชั้นจักรพรรดิขั้นสูงก็ตาม!!
แววตาของผู้าุโมู่กวาที่มองมาทางเฟยอวี่ราวกับมองตัวประหลาด เด็กหนุ่มผู้นี้สามารถดึงศักยภาพของอาวุธออกมาได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งที่อาวุธนั้นอยู่ในระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง มีความต่างถึงหนึ่ง่ขั้นใหญ่เกือบสอง่ขั้นใหญ่!! นี่แปลกประหลาดจนเกินไป!!
…ท่านหลีเหว่ยต้องรู้เห็นเื่นี้เป็แน่ ข้าควรไปบอกท่านผู้าุโสูงสุดให้แจ้งถึงท่านเ้าสำนัก
บรรยากาศในตำหนักหลักกลับกลายเป็อึกทึกครึกโครม แววตาที่ปรารถนาร้ายต่อเฟยอวี่กลับกลายเป็มิตรอย่างพร้อมเพรียง ศิษย์ภายนอกตอนนี้ต่างแสยะยิ้มอย่างหุบไม่อยู่ สีหน้าเบิกบานใจหาใดเปรียบ ผู้าุโมู่กวารับรู้ได้ในทันที เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างช่วยไม่ได้… “โชคร้ายแล้ว… เ้าพวกนั้น…”
ทันใดนั้นเองที่มีบุรุษผู้หนึ่งทะยานร่างขึ้นแท่นประลองอีกคน
“อะไรกัน! พวกเ้าลืมแล้วหรืออย่างไรว่ายังมีข้าอยู่! ซีห่าวผู้นี้!!”