ตอนที่ 147 ควบคุมทุกอย่างไว้หมดแล้ว
สร้างผลงานอีกแล้วเหรอ?
หานชีเยวี่ยรีบโบกมือปฏิเสธ “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉันมากนักหรอกค่ะ”
อู๋เจี่ยฟั่งหัวเราะ “เธอวางใจเถอะ ฉันรู้ว่าต้องจัดการยังไง รับรองว่าเธอจะไม่โดนลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”
เห็นได้ชัดว่าเขาคิดว่าหานชีเยวี่ยกลัวการถูกแก้แค้น ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เด็กสาวจะหวาดกลัว ในเวลานี้อู๋เจี่ยฟั่งคงลืมไปแล้วว่า หานชีเยวี่ยคือเด็กสาวผู้กล้าหาญที่บุกเดี่ยวเข้าไปจัดการกับแก๊งค้ามนุษย์
หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าอธิบายไปก็คงไม่เข้าใจ ด้วยเหตุนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่พูดอธิบายอะไรต่อ
ผู้นำชุมชนถามว่าพวกเขาสามารถกลับได้หรือยัง ใกล้จะถึงฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ไหนจะเรื่องที่ต้องจัดหาสินค้าให้โรงงานทอฝ้ายก็ยังไม่เรียบร้อย ผู้นำชุมชนจึงร้อนใจมาก
“ผู้นำชุมชนกู้ จากการสอบสวนเมื่อคืนนี้ หลี่เอ้อร์เป่าสารภาพว่ายังมีผู้หญิงในชุมชนของคุณอีกคนหนึ่งที่กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตาย ทว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังหาศพไม่พบ”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนอื่น อู๋เจี่ยฟั่งก็ไม่ได้ใจเย็นเหมือนตอนที่คุยกับหานชีเยวี่ย เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อหานชีเยวี่ยได้ยินดังนั้น หัวใจของเธอก็เต้นแรง
ผู้นำชุมชนก็ร้อนรนเช่นกัน เรื่องนี้เขาพยายามปิดข่าวเอาไว้ ไม่ได้รายงานขึ้นไป
“สหายครับ ทางชุมชนเรากำลังตามหาตัวเธออยู่ ก่อนที่เราจะพบศพ เรายังเชื่อว่าเธอยังมีชีวิตอยู่”
ต้องยอมรับว่าผู้นำชุมชนพูดจาได้ดี เขาเป็นห่วงว่าเรื่องนี้จะใหญ่โตจนกระทบต่อชุมชนถวนเจี๋ย แต่ตอนนี้ที่เขาพูดแบบนี้ กลับทำให้เขาดูมีความรับผิดชอบ
“ก็ได้ พวกคุณก็ตามหากันต่อไป ขยายขอบเขตการค้นหาให้กว้างขึ้น ถ้าสามวันแล้วยังหาไม่พบ ก็ต้องแจ้งคนหายแล้ว”
หานชีเยวี่ยอยากจะบอกความจริง แต่คนเยอะเกินไป เธอจึงไม่กล้าพูดออกมา
เมื่อมีข้อมูลใหม่ ผู้นำชุมชนและคนอื่นๆ ก็ต้องให้การเพิ่มเติม
หลังจากออกจากสถานีตำรวจพร้อมกับคนอื่นๆ ในชุมชน หานชีเยวี่ยจึงกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวให้ครอบครัวสบายใจ
เมื่อเห็นหานชีเยวี่ย ย่าเฒ่าหานก็รีบเข้าไปกอดหลานสาว มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ท่าทางเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา
“อาเยวี่ย ย่าตกใจแทบตาย ต่อไปหลานห้ามทำแบบนี้อีกนะ”
ย่าเฒ่าหานไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเกรงว่าอาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกกับหลานสาว
“ย่าคะ หนูไม่เป็นไรแล้ว” หานชีเยวี่ยกอดย่าเฒ่าหานเบาๆ เพื่อปลอบโยน
เธอรู้ว่าเมื่อคืนนี้เธอทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายมาก แต่ในสถานการณ์เช่นนั้น หากไม่ล่อให้ฝ่ายตรงข้ามลงมือ อันตรายก็จะยังคงอยู่
เมื่อพวกมันหมายหัวเธอไว้แล้ว ต่อให้ไม่ลงมือในตอนนั้น ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย
“เมื่อคืนนี้ มีคนจากชุมชนจูเจียเหอถูกจับไปเยอะมาก แม้แต่ผู้นำชุมชนและเหรัญญิกก็ถูกจับไปด้วย”
ลุงหานเล่าข่าวที่เขาได้ยินมาในเช้านี้ขณะนั่งอยู่บนม้านั่งไม้
ตอนนี้เขายังคงหวาดกลัวอยู่ หากมองดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว จะเห็นว่ามือที่ถือบุหรี่ยังสั่นเล็กน้อย
“พวกสารเลวนี่ สมควรโดนประหาร!” ย่าเฒ่าหานด่าชุดใหญ่
“หนูได้ยินมาว่าชุมชนจูเจียเหอทำเรื่องอันตรายร้ายแรงแบบนี้มาหลายครั้งแล้วค่ะ ครั้งนี้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงโกรธมาก จึงสั่งให้ตรวจสอบอย่างละเอียด ตอนนี้ได้เรียกระดมพลจากแต่ละชุมชนไปห้าสิบคนแล้ว เพื่อลงไปที่ชุมชนจูเจียเหอ”
หานชีเยวี่ยก็ไม่คิดว่าเรื่องจะใหญ่โตขนาดนี้ เธอรู้สึกว่าต้องไปที่สหคามก่อน เพราะยังไงเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้
ย่าเฒ่าหานไม่ยอมให้หานชีเยวี่ยออกไปคนเดียว สุดท้ายจึงให้หานเซี่ยงหยางไปส่งเธอ
เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นในชุมชนจูเจียเหอ สหคามจึงตกอยู่ในความวุ่นวายโกลาหลไปหมด เมื่อเสี่ยวหลี่ว์เห็นหานชีเยวี่ยมา เขาก็รีบเข้ามาถาม “สหายชีเยวี่ย คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ฉันสบายดีค่ะ” หานชีเยวี่ยยิ้มและกล่าวขอบคุณ จากนั้นเธอก็ขอเข้าพบผู้อำนวยการไช่
“ผู้อำนวยการไช่อยู่พอดี อีกสักครู่กำลังจะเดินทางไปที่อำเภอ” เสี่ยวหลี่ว์รีบพาหานชีเยวี่ยไปพบ
เมื่อหานชีเยวี่ยมาถึงหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการไช่ เธอก็เห็นเขากำลังสวมเสื้อคลุมเตรียมออกไปข้างนอก
“สหายเสี่ยวหาน คุณมาพอดีเลย มาๆ เข้ามาเร็ว ผมมีเรื่องจะถามคุณพอดี”
ผู้อำนวยการไช่รีบเชิญหานชีเยวี่ยเข้าไปในห้องทำงาน
คำถามของผู้อำนวยการไช่ก็ไม่พ้นเรื่องที่ชุมชนจูเจียเหอ
หานชีเยวี่ยเล่าเรื่องที่เธอรู้คร่าวๆ และแนะนำให้ผู้อำนวยการไช่ตรวจสอบกรณีการหายตัวไปและการเสียชีวิตอย่างผิดปกติในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะผู้หญิง
“คุณพูดถูก สหายหานชีเยวี่ย” พูดจบเขาก็มองนาฬิกา “สหายหานชีเยวี่ย ฉันต้องไปประชุมในเมือง คุณจะไปด้วยกันไหม?”
“ฉันต้องไปที่โรงงานทอฝ้ายพอดีเลยค่ะ”
เนื่องจากจุดหมายปลายทางเดียวกัน หานชีเยวี่ยจึงออกเดินทางไปพร้อมกับผู้อำนวยการไช่
“ชีเยวี่ย!” หานเซี่ยงหยางเห็นผู้อำนวยการไช่จะไปกับหานชีเยวี่ย เขาก็ไม่แน่ใจว่าควรจะไปส่งเธอก่อนดีหรือไม่
“สหายเสี่ยวหาน นี่คือ…” เมื่อผู้อำนวยการไช่เห็นหานเซี่ยงหยาง เขาก็มองอย่างพิจารณา เพราะนึกถึงเรื่องหลานชายของตัวเอง
“ผู้อำนวยการไช่ นี่พี่ชายฉันค่ะ พอดีที่บ้านเป็นห่วงไม่อยากให้ฉันไปอำเภอคนเดียว เลยให้พี่ชายมาส่ง”
หานชีเยวี่ยแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกันอย่างเป็นธรรมชาติ
“พ่อหนุ่ม ฉันกับคนอื่นๆ ในสหคามกำลังจะไปประชุมในตัวเมืองพอดี เราจะดูแลสหายเสี่ยวหานเอง เธอรีบกลับบ้านเถอะ”
หานเซี่ยงหยางเห็นว่ามีคนกำลังเข็นจักรยานออกมาสามคน เขาก็วางใจ จึงกำชับน้องสาวสองสามคำ
“พี่ใหญ่ บอกย่าด้วยว่าหนูอาจจะต้องพักในเมืองสักสองวัน จะกลับบ้านก่อนเทศกาลไหว้พระจันทร์นะคะ”
“ถึงเวลาน้องก็ส่งข่าวมานะ พี่จะไปรับ”
หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น หานเซี่ยงหยางไม่กล้าให้น้องสาวกลับบ้านคนเดียวอีกแล้ว
“เดี๋ยวพี่กับพี่สามกลับด้วยกันก็ได้”
“ก็ได้ค่ะ” หานเซี่ยงหยางไม่ได้ขัดข้อง ฝีมือพี่สามของเขาก็ไม่ธรรมดา
ระหว่างทาง ผู้อำนวยการไช่ก็อดไม่ได้ที่จะพูดคุยเรื่องชุมชนจูเจียเหอกับหานชีเยวี่ย
หานชีเยวี่ยเพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่าข่าวที่ลุงของตัวเองเล่านั้นถูกต้อง คนในชุมชนจูเจียเหอเชื่อเรื่องไสยศาสตร์มาก แม้ว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้จะมีการปราบปรามอย่างเข้มงวด แต่พวกเขาก็ยังคงทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับไสยศาสตร์กันอย่างลับๆ แม้แต่ผู้นำชุมชนและเหรัญญิกก็ยังช่วยปกปิดเรื่องนี้
ถ้าแค่ทำกิจกรรมไสยศาสตร์ก็คงไม่เป็นไร แต่นี่พวกเขายังทำร้ายชีวิตผู้อื่นเพื่อเงิน จนถึงตอนนี้ก็มีผู้เสียหายอย่างน้อยสี่ถึงห้าคนแล้ว นี่ยังไม่รวมคนที่ยังไม่ถูกเปิดเผย สาเหตุของเรื่องนี้ก็คือ ลูกชายสองคนของไอ้หัวโตแซ่จู ลูกชายคนโตแต่งงานมาเจ็ดแปดปีแล้ว มีลูกสาวสามคนแต่ไม่มีลูกชาย ส่วนลูกชายคนเล็กเป็นคนโง่
ลูกชายคนเล็กเสียชีวิตกะทันหัน พวกเขาจึงไปหาหมอดู หมอดูบอกว่าให้หาสาวใช้ที่เกิดวันที่สิบแปดตามปฏิทินน่ำเอี๊ยง [1] ไปฝังเป็นเพื่อนลูกชายคนเล็ก ลูกชายคนโตถึงจะมีลูกชายได้
หลังจากตู้ซิ่วอิงรู้เรื่องนี้เข้า เธอก็วางแผนเรื่องสะใภ้เก่า
เมื่อคิดถึงชีวิตมากมายที่ต้องสูญเสียไปภายใต้การปกครองดูแลของเขา ผู้อำนวยการไช่ก็ปวดหัวมาก
“เรื่องนี้ฉันคงโดนตำหนิไม่น้อยเป็นแน่ๆ! ที่แย่ที่สุดคือ เมื่อวานฉันเพิ่งไปที่ชุมชนนั้นแท้ๆ แต่กลับไม่ทันสังเกตเห็นอะไรเลย”
ถ้าเมื่อวานนี้เขาใส่ใจมากกว่านี้ เขาอาจจะสังเกตเห็นอะไรบ้างก็ได้
“หัวหน้า เราต้องจัดการปัญหาที่ตามมาให้ดี เพื่อชดเชยความผิด ส่วนทางชุมชนจูเจียเหอ ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด”
ความผิดพลาดได้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือจัดการเรื่องต่างๆ ที่ตามมาให้ดีที่สุด
“ฉันจัดการเรียบร้อยแล้วเมื่อเช้า สั่งให้ควบคุมตัวทุกคนในชุมชนจูเจียเหอ ห้ามปล่อยให้มีใครรอดไปได้”
แต่นี่ก็ทำให้การเก็บเกี่ยวต้องล่าช้าออกไปอีก ช่างเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายจริงๆ
ในขณะที่กำลังพูดคุยกัน พวกเขาก็มาถึงตัวเมืองแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาลอยู่ทางทิศตะวันออก ส่วนโรงงานทอฝ้ายอยู่ทางทิศตะวันตก พวกเขาต้องแยกกันตรงนั้น
“พวกเราต้องไปประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล คงไปส่งเธอที่โรงงานทอฝ้ายไม่ได้แล้ว”
“ผู้อำนวยการไช่ ฉันไปเองได้ค่ะ”
จริงๆ แล้วหานชีเยวี่ยก็อยากให้พวกเขาไปส่ง เพราะคืนนี้เธอตั้งใจจะพักที่โรงงาน แต่ยังไม่ได้เตรียมเครื่องนอน ต้องหาโอกาสเอาออกมาจากมิติโดยที่ไม่มีใครเห็น