“นักธุรกิจงั้นเหรอ...” เขมต้องทอดถอนใจคราวหนึ่ง ใบหน้าถึงกับห่อเหี่ยว
แม้เขาจะเป็นผู้จัดละครแล้วตอนนี้ ทว่าก็ไต่เต้าขึ้นมาจากการเป็นนักแสดงตัวเล็กๆ
ดังนั้นด้วยฐานะดังกล่าว แม้จะมีชื่อเสียงพอสมควรในวงการบันเทิง และกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ในมุมมองของนักธุรกิจรวยล้นฟ้า เขาก็แค่คนจนคนหนึ่ง
“ใช่ค่ะนักธุรกิจ จากที่ดูๆ ทั้งตัวเต็มไปด้วยของแบรนด์ดัง แม้ว่าผู้หญิงสองคนนั้นจะสวยมาก แต่พวกเธอคงไม่โง่ถึงขั้นปล่อยโอกาสจับผู้ชายให้หลุดมือหรอกค่ะ” ป๊อกพูดจาเหน็บแนม ดูก็รู้ว่าอิจฉา อยากยืนอยู่ตรงนั้นแทน
“ช่างเถอะ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังไงซะคนที่อยากเป็นดาราก็มีอีกเยอะ อีกอย่างคือการถ่ายกำลังจะเริ่มในหนึ่งสัปดาห์ ทุนในการสร้าง 15 ล้านบาท ต้องขอบคุณคุณหญิง หนึ่งในผู้ถือหุ้นห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้า...”
...........
เจมส์ไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เขมและผู้จัดการร่างอ้วนคิด ตอนนี้แค่มาเดินดูที่ทาง โดยมีสองสาวคอยเก็บข้อมูล
เจมส์ได้ศึกษาข้อมูลของปั้มจากแบรนด์คู่แข่งก่อนหน้านี้ พบว่ามีอยู่ด้วยกันสามขนาดหลักๆ ด้วยกัน
โดยขนาดใหญ่สุดจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมสรรพมากกว่าปั้มเล็กๆ ที่อยู่ห่างไกล นอกจากนั้นเขายังเปิดให้เป็นเฟรนไชส์ สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนกับบริษัท
ขนาดพื้นที่ใหญ่สุดราว 5 ไร่ ต้องอยู่ติดกับถนนเส้นหลัก รถหนึ่งวันต้องวิ่งผ่านไม่ต่ำกว่าพันคันขึ้นไป เงินลงทุนราวๆ 50-60 ล้านบาท
กลาง ขนาดพื้นที่จะถูกลดหลั่นลงมา ราวๆ 3 ไร่เห็นจะได้ ด้านหน้าต้องกว้างประมาณ 60 เมตร สิ่งอำนวยความสะดวกสบายมีครบครัน แต่น้อยกว่าปั้มใหญ่นิดหน่อย เงินลงทุนตรงส่วนนี้คือ 30 ล้านบาท
ขนาดปั้มเล็กสุด ที่พบเห็นได้บ่อยในต่างจังหวัด หรือพื้นที่ไม่เจริญเช่นชนบท พื้นที่ใช้สอยในปั้มน้ำราวแค่ 2 ไร่เท่านั้นเอง ด้านหน้าจะแคบลงมา เงินลงทุนประมาณ 10-15 ล้านบาท
จากการตรวจสอบการขายเฟรนไชส์ของแบรนด์ PSS ลูกค้ารายย่อยมักจะลงทุนปั้มน้ำมันเล็กสุด สืบเนื่องจากมันใช้เงินน้อยที่สุดนั่นเอง โดยพวกเขาคิดว่าลงทุนไปแค่นี้ไม่กี่ปีก็คืนทุนได้
แต่ทว่าจะมีสักกี่คนที่ทำได้
หรือหากมีโอกาสคุยกับนักลงทุนจริงๆ ก็คงจะบอกว่ามันใช้เวลานานเกินไปคืนทุน ตรงส่วนนี้หากนำเงินมาลงทุนหมด เรียกได้ว่าไม่คุ้มค่า นำเอาไปทำธุรกิจอย่างอื่น ซื้ออสังหาฯ ไม่ก็เล่นหุ้นจะดีกว่า
แต่อย่างใดก็ตามมุมมองคนเราล้วนแตกต่าง หากนำไปลงกับหุ้นใช่ว่าจะได้กำไร แทนที่จะรับความเสี่ยงนั้น ไม่สู้นำมาลงทุนกับปั้มน้ำมันที่อยู่ได้ยาวๆ จะดีกว่า
เจมส์กำลังยืนอยู่ในปั้มน้ำมันระดับกลาง พื้นที่ราว 3 ไร่ ถือว่าใหญ่มากเพราะมันอยู่ในตัวเมืองพัทยา ที่ขึ้นชื่อว่าข้าวของแพง รวมถึงที่ดินเองก็เช่นกัน
“ประธานเจมส์ ไม่คิดเลยว่าจะเดินทางมาวันนี้ ต้องขอโทษด้วยที่ผมไม่ได้เตรียมต้อนรับ” ชายหนุ่มวัย 30 ต้นๆ เริ่มขอโทษขอโพย เขาเป็นสถาปนิกที่ทำงานในเครือบริษัทก้องภพ รับงานสร้างปั้มน้ำให้เจมส์ในพัทยา
ความจริงงานนี้จะถูกโยนให้นักรบแหละนะ แต่เขาติดงานสร้างบริษัทให้เจมส์อยู่ในเมืองกรุงฯ จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางมาคุมทีมอื่นๆ งานจึงถูกกระจายไปอย่างที่เห็น
แต่อย่างใดก็ตาม ฟังจากปากก้องภพก่อนหน้านี้ เขาจะควบคุมส่วนกลางอีกทีหนึ่ง ดูว่ามีข้อผิดพลาดตรงไหนไหมจะได้แก้ทันเวลา
เจมส์ตบไหล่อีกฝ่ายอย่างกันเอง ปากก็บอกว่า “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมแค่ลงมาสำรวจพื้นที่เท่านั้นเอง ไม่รบกวนเวลาคุณนานหรอก”
“ได้ยังไงละครับ คุณเจมส์เป็นถึงเจ้าของปั้มน้ำมัน หากคุณก้องภพรู้ว่าผมไม่เตรียมการต้อนรับคุณ มีหวังผมถูกลดเงินเดือนแน่” ชายหนุ่มตอบซื่อตรง
นั่นสินะ ทุกวันนี้เราทำงานก็เพื่อเงิน หากต้องทำงานฟรีๆ แล้วจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง
เจมส์ไม่ได้มองว่ามันเป็นคำตอบที่เห็นแก่เงิน แค่มองว่าเขาช่างเถรตรง ไม่เหมือนกับข้าราชการในสมัยนี้ที่ชอบทุจริตใต้โต๊ะ
ได้รับเงินโครงการมาตัวเองเอา 70 เปอร์เซ็นต์ ผู้รับเหมาเข้ากระเป๋าอีก 20 แล้วจะเหลือทำโครงการฯ เท่าไหร่กันเชียว
มิน่าทุกวันนี้แม้แต่ถนนถึงได้เปราะบาง ไม่ถึงเดือนก็กลายเป็นหลุมเป็นบ่อ
“ถ้าหากคุณกลัวขนาดนั้น ก็รีบๆ เร่งทำงานให้ดี ภายในเดือนหน้า ผมหวังว่าปั้มน้ำมันแห่งนี้จะเสร็จเป็นที่แรกในพัทยา”
เพียงแค่คำพูดไม่กี่ประโยค ชายหนุ่มถึงกับรู้สึกกดดัน แต่ต้องพยักหน้ารับ พลางกล่าวว่า “ได้ครับประธานเจมส์ ผมจะเร่งดำเนินงานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ดี แล้ววันนี้เป็นยังไงบ้าง มีรถวิ่งผ่านถนนเส้นนี้แล้วกี่คัน”
สถาปนิกหนุ่มโบกมือเรียกคนงานตัวผอมร่างไหวๆ วิ่งเข้ามาหา ในมือมีอุปกรณ์สำหรับกดเป็นตัวเลข ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับหน้าที่ตรวจสอบจำนวนรถบนถนน
“ประมาณห้าพันคันครับ”
“ค่อนข้างมากนะเนี่ย” เจมส์ค่อนข้างพอใจในคำตอบ ทไวซ์และไอริสที่อยู่ข้างๆ จดบันทึกลงไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกับตรวจสอบโครงสร้างงานของปั้มน้ำมันที่กำลังก่อสร้างไม่หยุดพัก
“ใช่ครับ แต่โดยส่วนใหญ่เป็นรถมอเตอร์ไซค์ ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวมักจะเช่าขับ และบางส่วนยังมีแก๊งบิ๊กไบค์...”
“แน่นอน เพราะเมืองนี้โดยส่วนใหญ่ก็มีแต่ต่างชาตินี่นา” เจมส์ไม่แปลกใจ เพราะเขาเกิดและเติบโตที่นี่ตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นจึงเห็นชาวต่างชาติที่เข้ามาเช่ารถเป็นเรื่องธรรมดา
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งที่เพิ่งมาเที่ยวจะไม่กล้าเช่า พวกเขาเลือกที่จะขึ้นรถสองแถว และอีกส่วนคือทัวร์จีนและเกาหลี สองสัญชาตินี้ขึ้นรถที่ไกด์จากทางบริษัทฯ หามาเป็นหลัก จึงไม่ค่อยพบเห็นบนถนน นอกจากจะมาเที่ยวกันเอง
เดินตรวจตรางานได้ครู่หนึ่งเจมส์ก็ไปที่อื่นต่อ โดยตอนนี้ปั้มน้ำมันที่กำลังถูกก่อสร้างในตัวเมืองพัทยามีด้วยกันถึง 20 แห่ง!
นับเป็นเงินแล้วมากกว่า 600 ล้านบาท ยังไม่รวมที่ดินที่ถูกซื้อ หรือบางส่วนที่เช่า
เจมส์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนร่ำรวยด้วยเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'แต่ใช่ว่าจะมีเงินมาลงทุนมากกว่า 600 ล้าน หรือหากจะมีก็นำไปพัฒนาอย่างอื่น ดังนั้นเงินจำนวนนี้จึงเป็นของก้องภพ ที่นำมาแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นในบริษัท'เวล'ที่เพิ่งถูกสร้างนั่นเอง
วิธีนี้ค่อนข้างเรียบง่ายและก้องภพก็พอใจ มันเหมาะกับเขา เรื่องหาที่ดินและก่อสร้างฯ นับว่าเลือกได้ถูกคน แม้ภายหลังจะถูกห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการบริหาร หรือว่าเข้าไปในโรงกลั่นน้ำมันรอแค่นั่งนับเงินปันผลรายปีของหุ้นที่ถือครอง แค่ได้เงินก็พอใจแล้ว
เจมส์ไม่ถือสาหากจะมีนักลงทุนเข้ามาเยอะๆ ในบริษัท'เวล'เพราะต้องไม่ลืมว่า จังหวัดในประเทศก็มีค่อนข้างเยอะ รวมทั้งเมืองต่างๆ เส้นทางสัญจรในชนบท ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลในการบุกเบิกเส้นทาง
คนเดียวทำไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องใช้นักลงทุนจำนวนมาก ในส่วนนี้เจมส์หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะนั่งเฉยๆ แล้วมีคนนำเงินมาลงทุนกับบริษัท เมื่อเป็นแบบนั้นปั้มของเขาก็ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็ว!
……}
หลังจากเดินทางไปทั่วเมืองพัทยาทั้งวันเจมส์ก็กลับขึ้นไปบนเรือ'เมจิกเชี่ยน'อาบน้ำชำระร่างกาย นอนเปลือยกายบนที่นอน โดยข้างๆ มีเนตรและเชฟปลายฝน
หลังจากเสร็จกิจกรรมยามค่ำ เนตรที่อยู่ในสภาพหอบหายใจหนักๆ กล่าวว่า “เรื่องที่คุณสั่งให้ฉันป่าวประกาศหาเลขามากความสามารถ ฉันทำให้แล้วนะคะ”
“ไวจังนะ...แล้วผลเป็นยังไงบ้าง”
เพราะคุยกับเดย์ก่อนหน้านี้ เจมส์จึงสั่งให้เนตรจัดการ โดยตนจะนำหุ่นแองเจิ้ล 21 ออกมาใช้งาน อีกด้านต้องการสาวที่เป็นคนจริงๆ
“หากเป็นคนอื่น คงนานกว่าจะได้เลขาสักคน แต่แค่อาศัยชื่อของคุณ ประกาศออกไปว่าเป็นเจ้าของเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'พวกเธอต่างก็เข้ามาสมัครกันให้วุ่น หลังจากที่ฉันตรวจสอบดู มีประมาณ 4 คนที่เข้าตา คุณลองดูรายชื่อเหล่านี้สิ หากโอเคจะได้เรียกมาสัมภาษณ์เป็นการส่วนตัว”
เนตรที่นอนอยู่บนที่นอนลุกขึ้นในสภาพเปลือยกาย เดินอ้อยอิ่งไปหยิบเอกสารในลิ้นชักออกมา
แรกเริ่มเดิมทีปลายฝนยังอายที่ต้องอยู่ในสภาพนี้ แต่พอนานเข้าหญิงสาวเริ่มปรับตัวได้ และมองว่ามันไม่เลว นอกจากนั้นอยู่ด้วยกันสามคนและทำเรื่องอย่างว่าก็ไม่ถือว่าแย่
แต่อย่างใดก็ตามมีอย่างหนึ่งที่ปลายฝนไม่ค่อยชอบใจ ยายเนตรไม่ชอบถุงยางอนามัย ส่วนเธอยังไม่อยากมีลูกตอนนี้ สุดท้ายจึงต้องฝังยาคุมเอา
เนตรยื่นเอกสารให้เจมส์ ก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ
รับเอกสารมา อ่านรายชื่อคร่าวๆ
เนตรที่อยู่ในห้องน้ำไม่ได้ปิดประตู ตะโกนว่า “ผู้หญิงที่ชื่อแพรไหม เห็นว่าเป็นลูกนักร้องลูกทุ่งด้วย พ่อของเธอส่งให้ไปเรียนต่างประเทศที่ออสเตรเลีย กลับมาเมืองไทยเคยทำงานกับบริษัทฯ ใหญ่อย่างโฮโด บริษัทญี่ปุ่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลาออก ส่วนเหตุผลเพราะอะไรฉันเองก็ไม่รู้ แต่ดูจากโปรไฟล์ของเธอ ก็นับว่าได้เกลดเฉลี่ยที่ไม่เลวเลย”
“นอกจากนั้นผู้หญิงอีกสองคนก็จบนอก มีเพียงคนเดียวจบ ม.ไทย พื้นเพธรรมดา แต่ดูจากมหาลัยที่จบก็ถือว่ามีชื่อเสียงในประเทศเราพอสมควร”