ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 101 เอาชีวิตรอด (2)

    บทที่ 101 เอาชีวิตรอด (2)


       ‘นี่มัน!’ สายฝนตกใจ เวลานั้นสัมผัสรับรู้เขาตรวจเจอเรื่องน่าเหลือเชื่อเข้า เหล่าโครงกระดูกที่ไม่ได้สร้างธนูพลังงานกำลังปีนขึ้นบนหลังคาสิ่งก่อสร้างที่สายฝนอยู่โดยการเหยียบเพื่อนตัวเอง


       “ฉันทำอะไรไม่ได้เลย” สายฝนต้องการขัดขวางไม่ให้โครงกระดูกขึ้นมาแต่น่าเสียดาย เขาไม่อาจทำแบบนั้นได้ สายฝนถูกขัดขวางโดยลูกธนูจำนวนมากของโครงกระดูกที่มีธนูพลังงาน


       ‘บ้าเอ้ย! ฉันใช่อักษรลี้ลับคงกระพันไม่ได้ มันกินแรงฉันเกินไป ถ้าเรี่ยวแรงฉันหายไปตอนนี้ ฉันจะตายอย่างแน่นอน’ สายฝนคิดขึ้นขณะป้องกันลูกธนูเจ็ดดอกด้วยความเร็วสูง มีลูกธนูดอกหนึ่งสายฝนป้องกันไม่ทัน ดังนั้นมันเลยโจมตีโดนเขาสำเร็จ


       แม้จะโจมตีโดนแต่ลูกธนูก็ไม่อาจสร้างบาดแผลร้ายแรงให้กับสายฝน ก่อนหน้านี้ไม่นาน เขาเปิดใช้ความสามารถอักษรลี้ลับ“ทนทาน” ร่างกายเขาจึงยากที่จะเกิดบาดแผลร้ายแรง แน่นอน สายฝนไม่มีทางประมาท ถึงการทำให้เกิดบาดแผลร้ายแรงจะยากทว่าก็ใช่ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้


       อีกอย่างคืออักษรลี้ลับ“ทนทาน”มันก็กินแรงเขาเหมือนกับอักษรลี้ลับ“คงกระพัน” ถ้าโดนโจมตีมากๆเข้า เรี่ยวแรงเขาอาจจะหายไปหมดภายในไม่กี่นาทีเลยก็ได้ สามารถกล่าวได้ว่าอักษรลี้ลับทั้งสองความหมายนี้เป็นตัวกินเรี่ยวแรงก็ไม่ผิดนัก


       อักษรลี้ลับ“สับสน”แทบไม่สามารถช่วยสายฝนได้เลยตอนนี้ ปัจจุบันความสามารถอักษรลี้ลับ“สับสน”สามารถใช้ได้กับเป้าหมายเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้กับหลายเป้าหมายได้ นี่คือข้อเสียของอักษรลี้ลับสุดโกง! จำเป็นต้องเข้าใจอักษรลี้ลับ“สับสน”มากขึ้นเพื่อทำให้ข้อเสียนี้หายไป


       ‘มันขึ้นมาได้แล้ว!’ ในตอนเดินกระทืบกระดูกตามพื้นสายฝนก็ได้เก็บโทรศัพท์เทพเจ้ากลับมา มือถือเทพเจ้าเป็นตัวช่วยที่ดี สายฝนไม่ต้องการเสียมันไปตอนนี้ เพียงหนึ่งความคิด ระเบิดจากแอปพลิเคชัน[ร้านค้า]พลันถูกซื้อ แต้มสำรวจทั้งหมดที่มีอยู่หายไปเรียบร้อย!


       สายฝนใช้ปากคาบสลักระเบิดก่อนดึงออก หากเป็นคนธรรมดาทั่วไปคงไม่สามารถทำได้แต่สายฝนคือใครกัน? เขาคือระดับหนึ่ง! การทำแบบนี้ไม่ได้ส่งผลด้านลบใดๆกับเขาทั้งนั้น เมื่อกลายเป็นระดับหนึ่ง แม้แต่ฟันก็แข็งแกร่งขึ้น


       สายฝนร้องตะโกน ใช้มือซ้ายขว้างระเบิดไปใส่หน้าโครงกระดูกที่ปีนขึ้นมาสำเร็จ วินาทีเดียวกัน สายฝนก็กลิ้งตัวไปทางหลังคาที่พัง ร่างเขาตกลงไปในบ้านดัง ตุบ!

       ตูมมมมมมมม!


       สายฝนตกถึงพื้นไม่นานระเบิดจากแอปพลิเคชัน[ร้ายค้า]ก็ทำงาน เกิดเสียงดังลั่น หลังคาที่เมื่อครู่ไม่ได้พัง ตอนนี้ไม่มีหลังคาอีกต่อไปแล้ว โครงกระดูกหลายตัวโดนพลังของระเบิดทำลายร่างกายไป เนื่องจากครั้งนี้ไม่ได้อยู่ใกล้การระเบิดสายฝนจึงไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมายนัก เขาบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น


       หลังจบการระเบิดสายฝนก็ไม่รอช้า เขารีบลุกขึ้นและวิ่งออกนอกบ้าน เมื่อออกมาสายฝนก็เห็นโครงกระดูกสีเหลืองนับสิบหันธนูมาทางเขา สายฝนสบถคำหยาบคายในใจทันที

       ฟิ้ว~ ฟิ้ว~ ฟิ้ว~


       ลูกธนูหลายดอกถูกปล่อยออกมา สายตาระดับหนึ่งของสายฝนมองตามทันแค่บางดอก เขาเลยใช้สัญชาตญาณความรู้สึกตนเองช่วยเหลือในการป้องกัน สัญชาตญาณของเขาเป็นอะไรที่แปลกประหลาดแต่สายฝนไม่รู้ว่ามันประหลาดยังไง นอกจากทำให้เขารอดตายมาหลายครั้งแล้วก็ไม่มีอะไรที่ดูแปลกประหลาด


       เปร้ง! เปร้ง! เปร้ง!


       ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ สายฝนรู้สึกว่าลูกธนูที่ถูกยิงมารุนแรงกว่าตอนที่เขาอยู่บนหลังคาบ้าน ‘ฉันต้องออกจากวงแหวนเลือด’ สายฝนป้องกันลูกธนูพลางเคลื่อนที่ออกห่างจากพวกโครงกระดูกถือธนู


       ‘ด้านหลัง!’ สายฝนหมุนตัวฟันดาบเพลิงโลกันตร์ออกไป โครงกระดูกที่อยู่ด้านหลังเขาสามารถป้องกันทัน ป้องกันเสร็จ มันก็เคลื่อนไหวด้วยท่าทางแปลกๆก่อนตวัดดาบพลังงานใส่สายฝน เพียงไม่นานมันก็เปลี่ยนจากฝ่ายป้องกันเป็นฝ่ายโจมตี


       “ทำไมโครงกระดูกตัวนี้มันแข็งแกร่งจังวะ!” การปะทะดาบระหว่างสายฝนกับโครงกระดูกยิ่งเวลาผ่านไปสายฝนยิ่งเสียเปรียบ ดาบเพลิงโลกันตร์ปรากฏร่องรอยความเสียหายจำนวนมาก เกิดจากลูกธนูพลังงานและดาบพลังงาน เพราะเริ่มไม่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้ สายฝนจึงตัดสินใจเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอีกครั้ง การทำแบบนั้นช่วยให้เขาเสียเปรียบน้อยลงเล็กน้อย


       ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบนอยู่เหนือหัวสายฝน กำลังมองเขาต่อสู้กับโครงกระดูก เวลานั้นเธอพลันเอ่ยขึ้น ‘คล้ายกับว่าโครงกระดูกตัวที่เจ้าสู้อยู่ ในอดีตจะเคยเป็นนักดาบฝีมือดีของหมู่บ้านนี้ ไม่แปลกนักที่เจ้าซึ่งเพิ่งหันใช้ดาบได้ไม่นานจะไม่สามารถสู้มันได้...’ ก่อนกล่าวต่อว่า


       ‘เมื่อต้องสู้กับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่า เจ้าจะเผยจุดอ่อนออกมาอย่างชัดเจน เจ้าควรฝึกฝนการซ่อนจุดอ่อน จุดอ่อนของเจ้านั้นมีมากมาย ถ้าฝ่ายตรงข้ามรู้จุดอ่อนของเจ้า เจ้าจะไม่มีทางชนะได้เลย’


       ‘พูดน่ะมันง่าย ทำน่ะมันยาก’ สายฝนตอบกลับพลางป้องกันดาบพลังงานจากโครงกระดูกเบื้องหน้า เวลาเดียวกัน ลูกธนูมากมายก็โจมตีใส่หลังเขา เหล่าโครงกระดูกเริ่มเข้าใกล้สายฝนเรื่อยๆ สายฝนไม่มีโอกาสหลบหนีแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพยายามจะหนี โครงกระดูกเบื้อหน้าก็จะกวัดแกว่งดาบพลังงานขัดขวางเขา


       ‘ข้ามีความรู้เรื่องการต่อสู้อยู่บ้าง ข้าจะสอนเจ้าซักเล็กน้อยก็แล้วกัน’ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวขึ้น สายฝนยังคงนิ่งสงบ ถ้าเขาดีใจสภาวะสงบนิ่งจะหายไปทันที การเข้าสภาวะสงบนิ่งแต่ละครั้ง มันไม่ใช่เข้าง่ายๆแม้จะดูเหมือนง่ายก็ตาม


       มองสายฝนที่เอาแต่ป้องกันดาบพลังงานของโครงกระดูก ไม่สนใจลูกธนูที่ยิงใส่ ผีเสื้อเทพธิดาราตรีพลันเอ่ยขึ้น ‘สภาวะสงบนิ่งของเจ้าอยู่ในระดับหนึ่ง แต่ถึงแม้มันจะเป็นระดับหนึ่ง ทว่าหากใช้ดีๆเจ้าสามารถหลบการโจมตีจากระดับที่เหนือกว่าเจ้าหนึ่งระดับได้อย่างง่ายดาย’


       ‘แล้วทำไมตอนนี้ฉันไม่สามารถหลบการโจมตีจากระดับหนึ่งได้ล่ะ?’ สายฝนกล่าวถามพร้อมปลดปล่อยเพลิงโลกันตร์ ไฟนรกกลืนกินดาบพลังงานของโครงกระดูกก่อนที่มันจะหายไป สายฝนใช้จังหวะที่โครงกระดูกเบื้องหน้าไม่มีอาวุธ โจมตีสวนกลับ


       แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!


       โครงกระดูกเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่มนุษย์ไม่อาจทำได้ มันสามารถหลบการโจมตีสายฝนได้ทันเวลา ต่อมาก็สร้างดาบพลังงานมืดขึ้นมาโจมตีสวนกลับ 


       ฉัวะ!


       ดาบฟันโดนเสื้อสายฝนจนขาด โชคดี เขาสามารถหลบทัน ดังนั้นเลยไม่ได้บาดเจ็บอะไร หากดาบพลังงานฟันโดน เกรงว่าเขาคงเสียเรี่ยวแรงไปเยอะ


       มองสายฝนหลบดาบพลังงาน ผีเสื้อเทพธิดาราตรีตอบว่า ‘นั่นเพราะเจ้าไม่ได้ใช้ความสามารถสูงสุดของสภาวะสงบนิ่งยังไงล่ะ การใช้สภาวะสงบนิ่งสูงสุด เจ้าจำเป็นต้องสงบนิ่งยิ่งกว่านี้ แต่ข้าคิดว่าเจ้าไม่มีทางทำได้ถ้าเจ้ายังคงกลัวความตาย แม้ว่าเจ้าจะอยู่ต่อหน้าความตายเจ้าก็ต้องสงบนิ่ง’


    ---


    บทที่ 101 เอาชีวิตรอด (2)