โดดเดี่ยวใต้ทะเล 1000 เมตร

    ตอนที่ 80 ไม่อาจหลีกหนีด้วยความตาย

    “หากเจ้าอยากทำให้ข้าตายทำไมไม่ลองดูล่ะ?”

    เซนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แน่นอนคำกล่าวของชายหนุ่มราวกับระเบิดลูกใหญ่ที่ทิ้งลงท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ เซกอร์ซึ่งเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนั้นเขาไม่ได้โง่ เขารู้ว่าเซนนั้นคงจะมีฝีมืออยู่บ้าง อย่างไรก็ตามเซกอร์เองนั้นก็เป็นคนที่มีฝีมือลำดับต้นๆ ของทวีปแห่งนี้เช่นกัน ซึ่งมีไม่กี่คนเท่านั้นที่แข็งแกร่งไปกว่าเขา และพวกนั้นล้วนแล้วแต่เก่งกว่าเขาเล็กน้อยเท่านั้น

    ‘หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นข้าสามารถหนีไปคนเดียวได้’

    เมื่อเซกอร์คิดได้เช่นนั้นเขาจึงเลิกที่จะหวาดระแวง เขาค่อยๆ ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวคำพูดบางอย่างออกมา

    “คนเช่นเจ้า ข้ามักจะพบเจอเสมอ คนจำพวกที่คิดว่าตนเองนั้นแข็งแกร่ง แต่หารู้ไม่ว่าโลกนี้มันแสนกว้างใหญ่ เจ้ามันเป็นหนอนแมลงที่มีมุมมองที่คับแคบเท่านั้น…”

    เซกอร์กล่าวจบก็ได้ปลดปล่อยจิตสังหารของเขาออกมาพร้อมกับชักอาวุธบางอย่างออกมา ซึ่งมันเป็นอาวุธที่เหมือนกับแท่งเหล็กที่มีปลายแหลมคม ใช้สำหรับการแทงเท่านั้น มันค่อนข้างจะดูคล้ายมีด แต่วิธีการใช้ไม่เหมือนกัน

    ท่ามกลางจิตสังหารของเซกอร์นั้นทำให้เชน และแฮมเมอร์ที่รอชมการต่อสู้ระหว่างพวกเขานั้นรู้สึกขนลุกและปรากฏเหงื่อเย็นเฉียบปรากฏที่หน้าผากและแผ่นหลังของพวกเขาอย่างไม่รู้ตัว

    “เซน เจ้าต้องหนีไป เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งลำดับต้นๆ ของทวีป…เจ้าไม่สามารถรับมือเขาได้!”

    เอลลี่พยายามใช้เสียงตะโกนสุดเสียงที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้กล่าวกับชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเธอ อย่างไรก็ตามเซนนั้นกลับไม่ได้หนีไปไหน แทนที่ชายหนุ่มจะแสดงท่าทางเกรงกลัวหลังจากได้เห็นจิตสังหาร เขากลับทำเพียงยิ้มพร้อมกับส่ายหัว ก่อนที่จะตักน้ำซุปในหม้อที่กำลังอุ่นๆ มากินต่อ

    “หนอนแมลงที่มุมมองคับแคบ? ช่างเป็นคำที่รุนแรงจริงๆ แต่คำนั้นข้าว่ามันอาจจะเหมาะกับพวกเจ้ามากกว่านะ”

    เซนกล่าวขึ้นอย่างไรก็ตามยิ่งเขากล่าวสิ่งใดมันก็ยิ่งทำให้พวกชายฉกรรจ์ทั้งสามนั้นมองว่าตัวเขานั้นดูโง่งมเท่านั้น

    “ถ้าอย่างนั้นก็ตาย…”

    เซกอร์นั้นขี้เกียจที่จะพูดคุยกับพวกที่เขาคิดว่าหยิ่งยโสอย่างเซน ซึ่งไม่รู้จักคนที่มีความแข็งแกร่งของจริง อย่างไรก็ตามเมื่อเซกอร์เคลื่อนไหวนั้นเขาภาพเบื้องหน้าของเขากลายเป็นบิดเบี้ยว พร้อมกับปรากฏร่างของเซนที่นั่งอยู่ห่างจากเขาเมื่อสักครู่ยืนอยู่

    “ปัก!”

    หมัดของเซนกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเซกอร์ แม้ว่าเซนนั้นจะออมแรงเอาไว้มากแล้วอย่างไรก็ตามแรงที่เขาใช้มันกลับทำให้ศีรษะของเซกอร์นั้นเบี้ยวด้านข้าง อย่างไรก็ตามเซกอร์นั้นอึดกว่ามนุษย์ทั่วไปอย่างมาก ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมามากกว่าหลายปีทำให้เขามีสัญชาตญาณการต่อสู้ที่เหนือกว่ามนุษย์คนอื่นๆ มาก

    หมัดของเซนที่เหมือนจะโดนเซกอร์เต็มๆ นั้นแท้จริงๆ แล้วมันเพียงเฉี่ยวแก้มของอีกฝ่ายไปเท่านั้น เซกอร์นั้นบิดตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเล็งอาวุธแหลมคมทั้งสองมาทางเซนโดยไม่มอง

    อาวุธแหลมคมทั้งสองนั้นเรืองแสงสีฟ้าออกมา ก่อนที่เซกอร์จะกล่าวบางอย่างขึ้น ซึ่งเป็นชื่อสกิลที่เขาใช้

    “เทคนิคต่อสู้ประชิด ออร่าสกิล!”

    อาวุธแหลมคมที่เรืองแสงสีฟ้าน่ากลัวนั้นเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นเสียงดังขึ้นในอากาศ ก่อนที่เซกอร์จะใช้มันโจมตีมาที่เซนอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วจากการแทงของเซกอร์นั้นเพียงวินาทีเดียวเขาสามารถแทงอาวุธได้ห้าครั้งนั่นนับว่าเป็นความเร็วที่มนุษย์ธรรมดาไม่มีวันเอื้อมถึง

    เซกอร์และคนอื่นๆ ที่เห็นเช่นนั้นก็คิดว่าร่างของเซนนั้นคงกลายเป็นรูพรุนแล้วอย่างไรก็ตาม เซนนั้นกลับไม่ได้สนใจการโจมตีของอีกฝ่ายแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มยกขาขึ้นพร้อมกับเตะไปที่ท้องของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง

    “ปัง!”

    “อั๊ก!”

    ลูกเตะของเซนนั้นโดนเต็มๆ ท้องอีกฝ่ายอย่างจัง และครั้งนี้นั้นไม่พลาดอย่างแน่นอน เซกอร์สั่นสะท้านเพราะความเจ็บปวด ร่างกายที่เบาหวิวของเขาลอยและตกลงพื้นในเวลาเพียงไม่กี่วินาที การโจมตีของเขาสลายไปหมด

    “เจ็บ….”

    เซกอร์หมอบลงพื้นและงอตัวเป็นกุ้งกุมท้องตัวเองเอาไว้พร้อมกับคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดเหมือนกับพวกสัตว์ร้าย อย่างไรก็ตามการตะโกนของเขานั้นไม่ได้ช่วยให้เขาสามารถหลีกหนีพ้นจากการเจ็บปวดได้

    “อ๊อก!”

    เซกอร์พ่นบางอย่างออกมาจากปาก ซึ่งมันคือเลือดและอาหารที่เขาพึ่งกินไปไม่นานผสมปนกันเละเทะไปหมด

    “เซกอร์…”

    เชนและแฮมเมอร์นั้นพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือสหายของตนอย่างไรก็ตาม เมื่อเขาพยายามจะแตะตัวของเซนกอร์กลับถูกเซกอร์ที่ดิ้นทุรนทุรายบนพื้นด้วยความเจ็บปวดโจมตี จนพวกเขาต้องถอยห่างออกไป

    ผ่านไปไม่นานการดิ้นรนของเซกอร์ก็ได้หยุดลงพร้อมกับร่างกายของเขาได้นิ่งไปในท่าที่กุมท้องของตนเอง ปากที่อ้าค้างและดวงตาที่เบิกกว้างซึ่งแฝงไปด้วยความหวาดกลัว

    เซกอร์นั้นตายไปแล้ว และตายในขณะที่ดิ้นรนอย่างทุรนทุราย นั่นทำให้เชนและแฮมเมอร์ต่างพากันหวาดกลัว ชายผู้แข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆ ของทวีปกลับถูกเตะเพียงครั้งเดียวและตายอย่างอนาถ สภาพการตายของเซกอร์นั้นฝังลึกลงไปในจิตใจของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์แม้แต่เอลลี่เองก็เช่นกัน

    “ปีศาจ…”

    มีนาซึ่งเป็นหญิงสาวอีกคนในกลุ่มยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับกล่าวขึ้น ก่อนที่จะจะค่อยๆ ก้าวถอยหลังไป อย่างไรก็ตามด้วยสภาพในตอนนี้ที่ดูเหมือนไม่มั่นคงทำให้เธอก้าวพลาดและสะดุดล้ม หญิงสาวรีบลุกขึ้นมาก่อนที่จะกรีดร้องออกมาและวิ่งหนีออกไปกลางทะเลทรายที่ว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว

    แฮมเมอร์ที่เห็นเซนเดินเข้ามาใกล้พวกเขาก็ได้ยกค้อนยักษ์ของตนขึ้นและตั้งท่าเตรียมพร้อมจะต่อสู้ อย่างไรก็ตามเขากลับค้นพบว่าแขนของตนเองนั้นไม่สามารถยกค้อนคู่ใจของตนขึ้นเหมือนอย่างที่เคย

    “กำลังรู้สึก…สิ้นหวังใช่หรือเปล่า?”

    เซนกล่าวถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งในขณะที่เขาหยุดก้าวเดิน ใบหน้าที่เย็นชาและแววตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์นั้นเกือบทำให้เอลลี่ที่เฝ้ามองดูอยู่คิดไปแล้วว่าเซนนั้นเป็นคนอื่นที่เธอไม่รู้จัก จนเซนได้หันมามองเธอพร้อมกับกล่าวคำพูดกับพวกแฮมเมอร์

    “ความสิ้นหวังนี่แหละ ที่ข้ารู้สึกถึงมันถึงสองปี ทุกวัน ทุกเวลา ทุกวินาที…”

    แฮมเมอร์กับเชนนั้นดูเหมือนจะไม่เข้าใจสิ่งที่เซนกล่าว อย่างไรก็ตามพวกเขากลับไม่กล้ากล่าวถามให้ตนเองเข้าใจแต่อย่างใด เพราะหากพวกเขาทำเช่นนั้นพวกเขาจะถูกอีกฝ่ายฆ่าหรือเปล่าเรื่องนี้ก็ยังไม่รู้

    “พวกเจ้ายังโชคดี ที่แม้จะรู้สึกสิ้นหวังแต่ยังสามารถหลีกหนีมันด้วยความตายได้…พวกเจ้าเคยอยากตายแต่ตายไม่ได้หรือเปล่า? ลองนึกภาพหากร่างกายของพวกเจ้าถูกบดขยี้ตลอดเวลาแต่มันกลับฟื้นฟูกลับมาสภาพเดิม และถูกบดขยี้อีกครั้ง เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ พวกเจ้าคิดว่ามนุษย์ที่ถูกกระทำเช่นนั้นจะรู้สึกยังไง?”

    แฮมเมอร์และเชนเมื่อได้ฟังเรื่องที่เซนกล่าวนั้นก็รู้สึกโง่งม พวกเขานั้นไม่มีใครเชื่อว่าจะมีมนุษย์ที่ถูกกระทำเช่นนั้นและสามารถรอดชีวิตได้ อย่างไรก็ตามเอลลี่นั้นแม้ว่าเซนจะไม่กล่าวเล่าอย่างละเอียดแต่เธอสามารถเข้าใจได้ว่าชายหนุ่มนั้นพยายามจะกล่าวบอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขาให้เธอได้รับรู้ เธอนั้นเชื่อว่าสิ่งที่ชายหนุ่มกล่าวออกมานั้นเป็นความจริง ดังนั้นน้ำตาของเธอจึงได้ไหลออกมา เพราะเธอนั้นเป็นต้นเหตุที่ทำให้เซนต้องทุกข์ทรมาน

    “สายฟ้า!”

    เส้นสายฟ้าถูกยิงออกไปจากนิ้วของเซนพร้อมกับทะลุหน้าอกของชายฉกรรจ์ทั้งสองคนและพรากชีวิตของพวกเขาไปในทันที สีหน้าของเซนในขณะที่สังหารคนนั้นไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียว นั่นทำให้เอลลี่รู้สึกสั่นสะท้านในหัวใจของเธอ

    ----------------------

    ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปจะติดเหรียญแล้วนะครับ โดยจะติดเหรียญหนึ่งตอนและอ่านฟรีสองตอน ตัวอย่างเช่น ถ้าติดเหรียญตอนที่ 81 ตอนที่ 82 และ 83 จะเปิดให้อ่านฟรี