ตอนที่ 27: ความร่วมมือครั้งแรก
ภายในห้องลับของตำหนักเมฆาคล้อย บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เฟิงหวงและเว่ยจื่อหลานกำลังเผชิญหน้ากับแผนที่ขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะ
"ตามรายงานของข้า กองคาราวานเที่ยวนี้มีองครักษ์ของตระกูลเว่ยคุ้มกันอยู่ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน ทุกคนล้วนมีฝีมือในขั้นแก่นแท้ และหัวหน้าของพวกมันอย่างน้อยต้องอยู่ในขั้นปฐี" เว่ยจื่อหลานกล่าววิเคราะห์ "กองกำลังของข้าในบริเวณนั้นมีไม่มากพอที่จะปะทะโดยตรงได้"
องค์กรของนางถนัดงานลอบเร้นและข่าวกรอง ไม่ใช่การต่อสู้ซึ่งๆ หน้า
เฟิงหวงยิ้มบางๆ "เราไม่จำเป็ต้องสู้กับพวกเขาตรงๆ" เขากล่าว "เป้าหมายของเราไม่ใช่การฆ่าคน แต่คือการทำลาย 'สินค้า' และทำให้ตระกูลเว่ยต้องเ็ป...และวิธีที่ดีที่สุดคือการยืมดาบคนอื่นมาฆ่าคน"
แผนการที่แยบยลและซับซ้อนได้ถูกร่างขึ้นมา
ขั้นแรก เฟิงหวงสั่งให้อาหยินใช้เครือข่ายทั้งหมดเพื่อสืบหา "สินค้า" ที่แท้จริงในกองคาราวานเที่ยวนี้ให้ได้
ขั้นที่สอง เขาออกคำสั่งแก่เหลียง "เหลียง ข้า้าให้เ้าลอบนำ 'ตราสัญลักษณ์' ของกลุ่มโจรวายุทมิฬที่ยังหลงเหลืออยู่...ไปทิ้งไว้ตามเส้นทางที่กองคาราวานจะผ่านเป็ระยะๆ เพื่อสร้างร่องรอยปลอมๆ"
และขั้นสุดท้าย...ซึ่งเป็หัวใจของแผนการทั้งหมด เฟิงหวงได้ร่างจดหมายลับฉบับหนึ่ง มันไม่ได้ถูกส่งไปให้ราชสำนัก แต่กลับถูกส่งไปยังแหล่งกบดานของ 'แม่ทัพจาง' นายทหารคนสนิทขององค์ชายรองที่หลบหนีการจับกุมไปได้ เนื้อหาในจดหมายบอกเล่าถึงกองคาราวานล้ำค่าของตระกูลเว่ยที่จะเดินทางผ่านหุบเขาอย่างหละหลวม และยังบอกใบ้ว่าอาจจะได้ปะทะกับ "กลุ่มโจรวายุทมิฬ" ซึ่งเป็โอกาสอันดีที่จะชิงทรัพย์สินมาเป็ทุนรอนในการตั้งตัวใหม่
ทุกอย่างดำเนินไปตามแผนอย่างรวดเร็ว
อาหยินรายงานกลับมาว่าสินค้าเที่ยวนี้ไม่ใช่แค่ของหนีภาษีธรรมดา แต่เป็ "ทองคำ" จำนวนมหาศาลที่กำลังจะถูกนำไปมอบให้แม่ทัพชายแดนใต้เพื่อซื้อใจให้มาเป็พวก!
เหลียงปฏิบัติภารกิจสร้างร่องรอยปลอมได้อย่างไร้ที่ติ
และจดหมายลับก็ไปถึงมือของแม่ทัพจางผู้กำลังเคียดแค้นและ้าทรัพยากรอย่างยิ่งยวด เขาหลงเชื่อเหยื่อล่ออย่างง่ายดายและระดมพรรคพวกที่เหลืออยู่ทั้งหมดเพื่อการปล้นครั้งนี้
ณ หุบเขาเหยี่ยวทะยาน
เหลียงซ่อนตัวอยู่บนยอดหน้าผาสูง มองลงไปยังเส้นทางเบื้องล่างด้วยสายตาที่คมกริบ เขาทำหน้าที่เป็เพียง "ผู้สังเกตการณ์" ในศึกครั้งนี้
ไม่นานนัก กองคาราวานของตระกูลเว่ยก็เคลื่อนตัวเข้ามาในหุบเขาอย่างช้าๆ องครักษ์ทุกคนอยู่ในท่าทีระแวดระวังอย่างเต็มที่
ทันใดนั้นเอง!
"ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้องค์ชายรอง!"
เสียงคำรามดังกึกก้องพร้อมกับร่างของเหล่าทหารของแม่ทัพจางที่พุ่งออกมาจากที่ซ่อนเข้าโจมตีกองคาราวานอย่างดุเดือด!
การต่อสู้ปะทุขึ้นทันที! องครักษ์ตระกูลเว่ยแม้จะฝีมือสูงกว่า แต่กลับถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
แต่แล้ว...เื่ที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!
"ฮ่าๆๆๆ! มีทั้งทอง มีทั้งของให้ปล้น! ์มีตาจริงๆ! พี่น้อง บุก!"
กลุ่มโจรป่าอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็เ้าถิ่นแถบนั้น เมื่อเห็นการต่อสู้และได้ยินเื่ทองคำ ก็ได้เข้าผสมโรงด้วยทันที!
สถานการณ์แปรเปลี่ยนเป็าสามฝ่ายที่โกลาหลวุ่นวาย!
องครักษ์ตระกูลเว่ยที่แข็งแกร่ง บัดนี้ต้องรับศึกถึงสองด้านพร้อมกัน พวกเขาถูกรุมสังหารและล้มตายลงไปทีละคน สองฝ่ายที่เหลือก็ต่อสู้กันเองเพื่อแย่งชิงหีบทองคำที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น
เหลียงมองภาพทั้งหมดด้วยความรู้สึกเย็นเยียบในใจ...นี่คือผลลัพธ์จากแผนการของนายท่าน...น่ากลัวเกินไปแล้ว
คืนนั้น ที่ตำหนักเมฆาคล้อย
เหลียงกลับมารายงานผลทั้งหมด "กองคาราวานถูกทำลายย่อยยับพ่ะย่ะค่ะ ทองคำถูกปล้นไปจนหมดสิ้น คนของตระกูลเว่ยตายเกือบทั้งหมด ส่วนคนของแม่ทัพจางและกลุ่มโจรป่าก็าเ็ล้มตายไปกว่าครึ่ง...ไม่มีผู้ใดสาวมาถึงตัวเราได้อย่างแน่นอน"
เว่ยจื่อหลานที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ มีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในดวงตากลับฉายแววที่ซับซ้อนอย่างยิ่งยวด นางมองไปยัง "พระสวามี" ของตนเองด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
นี่ไม่ใช่แค่คนฉลาด...แต่คือปีศาจในคราบนักปราชญ์! เขาสามารถทำลายกองกำลังชั้นสูงของศัตรูได้โดยไม่ต้องขยับตัวออกจากตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว เขาใช้ศัตรูของศัตรูมาห้ำหั่นกันเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เฟิงหวงค่อยๆ จิบชาในถ้วยอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะหันมามองนาง
"นี่เป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น...พระชายา" เขากล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ "ตอนนี้ตระกูลเว่ยได้สูญเสียทั้งเงินทองและหน้าตา...พวกเขาจะต้องตอบโต้อย่างแน่นอน...และนั่นคือตอนที่ความสนุกที่แท้จริงจะเริ่มขึ้น"
เขาไม่ได้เพียงแค่แก้ปัญหาให้นาง...แต่เขากำลังจงใจสาดน้ำมันเข้ากองไฟให้มันลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เพื่อสร้างความโกลาหลให้มากพอที่เขาจะสามารถเคลื่อนไหวในเงามืดได้อย่างอิสระ