มาตรแม้นจะมีกระท่อมหลังหนึ่งให้อาศัยแต่มันเป็เพียงเด็กสามขวบจะหากินดำรงชีวิตได้อย่างไร มันพอนึกย้อนกลับไปจิตใจก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้าสลดในความอาภัพของตนเอง ไม่ว่าจะไปที่ใดผู้คนต่างก็รังเกียจเดียดฉันท์ถูกก้อนหินปาใส่จนตัวฟกช้ำดำเขียวเต็มด้วยาแต้องอดข้าวมากกว่าหนึ่งอาทิตย์่เวลานั้นนับว่ายากลำบากยิ่งหนึ่งเดือนมันได้กินอาหารไม่ถึงสิบครั้ง
น่าสลดใจยิ่งนักสำหรับเด็กที่อยู่ใน่วัยกำลังเติบโต
พอมันเติบโตขึ้นมาในสภาพการเช่นนั้นจิตใจจึงเพาะความเกลียดชังและเ็าตลอดมา มันยังจำได้ครั้งหนึ่งตอนอายุหกขวบมันเดินผ่านซอยแผงร้านอาหารขายของในเมืองเขตหนึ่ง มีคนผู้หนึ่งเดินมาพบเจอสภาพเลวร้ายของตนเองจึงเอ่ยปากชวนมันว่าไปเป็เด็กล้างจานในร้านให้เงินเดือนเป็ข้าวและอาหาร
เจี้ยนเว่ยที่ผอมซูบจนหนังติดกระดูกหิวโหยยิ่งกว่าสุนัขป่าหิวโหยพอมีหนทางย่อมต้องดีใจรีบตกลงทันที
ตอนนั้นเถ้าแก่ผู้นี้ใช้ผ้าปกปิดใบหน้าไม่เห็นเค้าอารมณ์ความรู้สึกของมันบนใบหน้ามันพอล้างจานไปได้จนหมดในวันแรกอาหารที่ตนได้กินกลับเป็อาหารเสียค้างคืนมากกว่าสามวันถ้วยหนึ่งเจี้ยนเว่ยเงยหน้าที่อ่อนล้ามองเถ้าแก่คนนั้นอย่างงงงัน
ยามนี้มันถึงมองชัดกระจ่างตาว่าเถ้าแก่ศีรษะล้านหน้ากลมคล้ายลูกหนังดวงตาบุ๋มลึกดุร้ายร่างอ้วนฉุกลับมีใบหน้าที่ชั่วร้ายอัปลักษณ์ราวกับมารผู้หนึ่งเป็มารที่ไม่มีความเห็นใจในเพื่อนมนุษย์ เถ้าแก่อ้วนฉุหัวเราะเคี้ยกๆ ชี้นิ้วด่าทับถมใส่มันอย่างต่ำทรามลงมือทำร้ายมันอย่างอำมหิต
ที่แท้มันถูกเถ้าแก่นี้หลอกมาเป็เด็กรับใช้ในร้านโดยไม่จ่ายเงินเดือนไม่แม้แต่จะให้อาหารกินมันได้แต่กล้ำกลืนความเคียดแค้นจำต้องฝืนกินอาหารที่เสียค้างคืนอย่างนั้นอยู่ทุกวัน เถ้าแก่อ้วนฉุใบหน้าอัปลักษณ์ใช้งานมันหนักอย่างยิ่งทั้งยังเป็โรคจิตบ้าคลั่งเสียงโหยหวนตบตีเฆี่ยนแส้ใส่มันทุกวันคืนจนมันสาหัสปางตายเสียงโหยหวนมันดังลั่นแต่แม้นจะมีลูกค้าหรือผู้อื่นพบเห็นก็ไม่มีผู้ใดกล้าช่วยเหลือ
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เจี้ยนเว่ยถูกเถ้าแก่นั้นยังครีมตัดเหล็กมาทรมาทรกรรมมันอย่างโหดร้ายเด็กอายุหกขวบแค่เฆี่ยนตีก็ปางตายแล้วนี่มันกระทั่งถูกครีมเหล็กลอกเล็บตัดข้อกระดูกนิ้วไหนเลยทนทานได้
เสียงโหยหวนของมันจึงดังสนั่นแหลมเล็กออกมาเป็เสียงกรีดร้องที่ฟังแล้วต้องหดหู่จนเศร้าสลดมันพอถูกทรมานจนสภาพเละเทะก็มักถูกทิ้งเอาไว้ในร้านทั้งยังปล่อยมันทิ้งเอาไว้หนึ่งชั่วโมง เพราะมิอยากให้มันถูกหมอรักษาเร็วเกินไปทุกครั้งที่มันถูกตัดข้อกระดูกให้หลุดก็จะถูกต่อเข้าด้วยกันอีกครั้ง
วันนั้นมันลากตัวเองที่มีสภาพใกล้ตายออกจากร้านขอความช่วยเหลือกับผู้คนที่เดินผ่านมา ซอยที่ตั้งร้านอาหารนี้เป็ซอยที่มีผู้คนคับคั่งจำนวนมากแต่มันพอคลานออกไปด้วยสภาพนองเืทั้งตัวจนทุลักทุเล กลับไม่มีใครช่วยเหลือมันสักคนกระทั่งหัวเราะเยาะใส่มันยังมีมากกว่าคนสงสาร มันร้องคร่ำครวญขอร้องปางตายแต่ไม่มีใครสนใจเดินผ่านไปเฉยๆ มันจึงได้สิ้นหวังพอจะปลิดชีวิตตนเองมักถูกคนของเถ้าแก่นั้นหยุดยั้งเอาไว้ไม่ให้มันตาย
สาเหตุที่เถ้าแก่กระทำเช่นนี้เพราะ้าให้มันขอร้องคร่ำครวญและสิ้นหวังมันเป็คนโรคจิตที่ชอบทรมานเด็กคนหนึ่งมิทราบมีเด็กตายในเงื้อมมือมันไปกี่ร้อยชีวิตแล้ว แต่มันถูกใจเจี้ยนเว่ยเพราะว่ามันตายยากและถึกกว่าเด็กปกติธรรมดาพอมันถูกรักษาให้กึ่งหายก็จะถูกจับมาทรมานอีกครั้งทั้งยังเป็การทรมานที่โหดร้ายยิ่งกว่า เจี้ยนเว่ยที่หลั่งไหลน้ำตาเป็โลหิตแทบทุกวันแม้แต่เสียงยังไม่มีแรงจึงเอ่ยขอร้องกลับไปถามว่า
"ท่าน..ไฉนต้องกระทำกับข้าพเ้าเยี่ยงนี้หากไม่ชื่นชอบข้าพเ้าก็ปล่อยให้ข้าตายอย่างสงบเถอะ... " ขณะเอ่ยก็กล่าวด้วยลมหายใจที่ใกล้จะขาดห้วงแต่สายตามืดมิดได้ยินเสียงหัวเราะสะใจมีความสุขของเถ้าแก่นั้นดังขึ้นมาว่า" เ้าเป็แค่หนูโสโครกเป็แค่ตุ๊กตาของเราใครให้เ้าบังอาจเอ่ยปากกับเรา! "
ขณะกล่าวก็เตะสองเท้าใส่ศีรษะมันอย่างรุนแรงจนมันกระเด็นชนกับผนังกำแพงด้านหลังดังทึบ สภาพมันในตอนนั้นเลวร้ายเกินบรรยายเืไหลนองพื้นกล่าวว่าคนตายยังมีสภาพดีกว่ามันอีกเถ้าแก่นั้นยิ้มหน้าชั่วร้ายกล่าวกับมันว่า" จำไว้ว่าสิ่งเดียวที่เราอนุญาตให้ต้องพูดคือคร่ำครวญโหยหวนอย่างทรมานให้เราได้ยินฮาๆ "
เสียงโหยหวนของมันจึงมักดังสนั่นจากหลังร้านอาหารแต่ผู้คนมาตรแม้นสงสารอยู่ในใจแต่ย่อมไม่กล้าลงมือช่วยเหลือ จะมีผู้ใดช่วยเหลือขอทานผู้หนึ่งจนจุดไฟเผาบ้านของตนเองเล่า เจี้ยนเว่ยพอาเ็ปางตายมีหมอประจำบ้านมารักษามันแทบทุกวันนับว่าในความมืดยังมีแสงสว่าง มาตรแม้นจะเป็แค่แสงก้นหิ่งห้อยก็ตามในชีวิตมันคงมีแต่หมอคนนี้ที่อ่อนโยนยอมพูดคุยกับมัน
หมอบ้านผู้นี้มีเค้าหน้าเมตตาการุณย์จิตใจดีแต่อย่างไรก็มิอาจช่วยเหลือพามันหลบหนีตอนนั้นเจี้ยนเว่ยถามกับหมอผู้นั้นไปว่า" ข้าพเ้า...ผิดอะไรเหตุใดถึงมีแต่คนกระทำเื่ราวโหดร้ายกับข้าพเ้าเช่นนี้.. " เด็กอายุหกขวบที่ประสบพบเจอเื่ราวจนสิ้นหวังนี้มิสมควรมีในโลกนี้ความคิดเช่นนี้ไหนเลยสมควรมีกับเด็กหกขวบ
หมอรักษาาแมันพลางหลั่งน้ำตาสงสารออกมามันรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก เจี้ยนเว่ยน้ำตาคลอเบ้าเป็สีแดงฉานลมหายใจแทบขาดห้วงรวยรินปานคนตายเอ่ยขอร้องเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยินกับหมอไปว่า
"ได้โปรด....ฆ่า...ข้าพเ้าเถิด....ได้โปรด...ให้ข้าพเ้าตายอย่างสงบข้าไม่อยากเ็ปอีกแล้วมันทรมานเหลือเกิน... " คำพูดนี้กลับกล่าวออกมาจากปากของเด็กอายุหกขวบช่างเป็คำพูดที่เสียดแทงหัวใจของคนที่ได้ยินยิ่ง
หมอมาตรแม้นมีจิตใจเมตตาการุณย์คิดลงมือปลิดชีพให้เด็กคนนี้หลับอย่างสงบ แต่กลับมิอาจลงมือสาเหตุมิใช่เพราะเขากลัวว่าตนเองจะตายหากแต่เป็เพราะครอบครัวของเขา เพราะหากเขาลงมือเถ้าแก่นี้มิเพียงจะสั่งคนสังหารเขาเท่านั้นแม้แต่ครอบครัวของเขาก็ไม่มีทางรอดชีวิต ดังนั้นเขาได้แต่ส่ายหน้าขณะหลั่งน้ำตาหดหู่ใจชะตาของเด็กน้อยคนนี้มิเพียงอาภัพอย่างเดียว...สุดท้ายเจี้ยนเว่ยขอยาพิษสามชนิดอย่างลับๆ จากเขามา
มันในตอนนั้นมีอายุหกขวบต้องฝืนทนทุกข์ทรมานความเ็ปจากการถูกทรมานทุกวันคืนมากว่าสองปี จิตใจจึงเ็าและคับแค้นความรู้สึกคล้ายไม่มีแล้ว มันเรียนรู้ถึงวิถีการใช้ชีวิตแบบอย่างหนึ่งคือหากคิดกระทำการใหญ่อันใดต้องคิดให้รอบคอบและเงียบขรึมมิใช่เคียดขึ้ง สิ่งที่สำคัญคือประเด็นความลับต้องถูกปกปิดเอาไว้อย่างแเีมันเรียนรู้ได้ว่าในโลกที่โหดร้ายนี้ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจเชื่อถือหรือบอกเล่าความในใจออกไป
มันพอครุ่นคิดได้เช่นนั้นความคิดหลายประการจึงบังเกิดขึ้นในสมองคนผู้หนึ่งพอเติบโตอาศัยในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น มาตรแม้นไม่มีสติปัญญาหากมักมีสิ่งหนึ่งคือสัญชาตญาณของมนุษย์ มันรู้ซึ้งได้ว่าทำตัวอ่อนแอให้ผู้คนมักมองจึงประเสริฐกว่าการวางตัวเข้มแข็ง เพราะท่านหากอ่อนแอจะมีผู้ใดสนใจไยดีต่อคนอ่อนแอผู้หนึ่งแม้แต่ระแวงหรือคิดยังคล้ายคิดไม่ถึง
เช่นนั้นมันพอทำตัวอ่อนแอจึงมีความคิดที่ประเสริฐกว่าขึ้นมาคือไม่เพียงอ่อนแอต้องทำให้คล้ายคนปัญญาอ่อนชนิดหนึ่ง คนปัญญาอ่อนคนหนึ่งประการนี้หากเป็คนปกติผู้อื่นชาวเมืองมักไม่ใคร่เชื่อถือ มาตรแม้นพวกเขามิได้ฉลาดเฉลียวแต่ก็ยังเป็มนุษย์ที่มีมันสมองมิใช่หลอกลวงกันอย่างง่ายดาย แต่ตรงข้อนี้เจี้ยนเว่ยสามารถกระทำได้ทั้งยังเป็ต้องดีได้เปรียบประการหนึ่งคือ
มันเป็เด็กกำพร้าั้แ่ยังอายุน้อยๆ เป็ขอทานที่ร่างกายผอมซูบอ่อนแอผู้หนึ่งไม่มีเงินทองใช้ซื้อข้าวกินดังนั้นมันยิ่งไม่มีทางเคยร่ำเรียนหนังสือหนังหาแน่นอน คนพอไม่เคยร่ำเรียนขวนขวายหาความรู้ใช่เป็คนโง่งมคนหนึ่งไม่? ดังนั้นคนยิ่งไม่คิดใคร่สงสัยมันอย่างแน่นอนบวกกับมันที่ไม่ค่อยมีอาหารกินสมองก็ไม่ได้รับการบำรุงมันย่อมต้องเป็คนโง่งมยิ่งกว่าสุกรในสายตาชาวเมือง
ดังนั้นมันจึงกระทำวางตัวได้อย่างง่ายดายทั้งนี้ยังบวกกับมันที่มักถูกเถ้าแก่นั้นรังแกใช้งานอย่างหนักหน่วง ได้กินอาหารที่ไร้ประโยชน์มักถูกตบตีฟาดหัวหลายครั้งมักถูกทรมาทรกรรมจนทั่วร่างเต็มไปด้วยาแ ดังนั้นคนที่มีสภาพเช่นนี้น่าสงสารเกินไปสัญชาตญาณของมนุษย์มักระวังป้องกันแก่คนที่มีมาดร้ายกาจเข้มแข็งคนประเภทที่ไม่คล้ายคนยิ้มคล้ายไร้ซึ่งไมตรี
ดังนั้นพอเป็คนที่ยิ้มแย้มจึงมักให้ความรู้สึกดีและปลอดภัยแก่ผู้คน คนประเภทนั้นมักไม่ถูกระวังป้องกันหรือคิดใคร่ระแวงป้องกันคำเคยกล่าวเอาไว้ว่าอาวุธสังหารที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดมิใช่คมดาบและมิใช่ประกายกระบี่หากแต่เป็รอยยิ้มของคน รอยยิ้มหนึ่งที่ซุกซ่อนอาวุธสังหารเอาไว้คนเมื่อยิ้มแย้มมักเป็อัธยาศัยแก่คน พอพบเห็นจึงไม่ระวังป้องกันแม้แต่แยแสยังไม่คิดใคร่มองไหนเลยสนใจสงสัยกับคนที่ปัญญาอ่อนที่ยิ้มแย้ม?
คนพอคลายการป้องกันตัวออกจึงสามารถจู่โจมสังหารลงมือได้ง่ายดายมากยิ่งกว่าเดิม ดังนั้นคำพูดจึงกล่าวว่าไม่ใช่อาวุธที่สังหารผู้คนร้ายกาจหากแต่เป็รอยยิ้มต่างหากที่ร้ายกาจกว่า ดังนั้นหากคนยิ้มแย้มยังเป็อาวุธร้ายกาจเช่นนี่อารมณ์ของมนุษย์จึงเป็อุปกรณ์เลิศล้ำชนิดหนึ่ง มันพอทำตัวยิ่งน่าสงสารอารมณ์ของมนุษย์ก็ยิ่งเอ็นดูสงสารมันดังนั้นนี้มิใช่อาวุธที่เลิศล้ำจบแดนยิ่งกว่าหรือ
ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันแม้นไม่เคยเรียนหนังสือแต่สัญชาตญาณและประสบการณ์จึงสำคัญยิ่งกว่าดั่งคนที่ฝึกฝีมือจนสูงสุดยอดเยี่ยมต่อสู้หากแต่ไม่คิดวางแผนไร้ซึ่งประสบการณ์กับคนที่มีฝีมืออ่อนแอกว่าแต่มีประสบการณ์และความคิดความอ่านลึกซึ้งกว่าคนที่ตายไฉนมักเป็คนที่มีฝีมือสูงเยี่ยมกว่านั้นเป็เพราะความคิดความอ่านในการวางแผนต่อสู้สังหารสมควรลงมือจู่โจมเวลาใดและด้วยวิธีการใดดังนั้นเล่ห์เหลี่ยมจึงมีโอกาสสังหารได้มากกว่าใช้กำลังจู่โจม
ดังนั้นคำว่าจินตนาการมักสำคัญกว่าความรู้ประสบการณ์มักสำคัญมากกว่าหนังสือที่ร่ำเรียนมามันพอวางตัวเป็ทั้งคนปัญญาอ่อนอ่อนแอและน่าสงสารผู้หนึ่งจึงไม่ถูกสงสัยทั้งยังบันดาลให้ผู้พบเห็นหดหู่สงสารมันจับใจแต่ความสงสารนี้เพียงใช้ได้กับมนุษย์มนุษย์ที่มีความคิดและอารมณ์ที่ครบถ้วนมิอาจใช้กับมารไร้ความรู้สึกเช่นเถ้าแก่ร้านนั้นมันยังโชคดีที่มีคนที่ไว้ใจได้คนเดียวคือหมอประจำบ้านนั้นดังนั้นมันจึงสามารถจัดหายาพิษมาได้
เจี้ยนเว่ยตอนนั้นทำการงานแทบทุกสิ่งอย่างในร้านและบ้านแต่ที่เถ้าแก่ให้ความสำคัญกับมันมิใช่คนใช้ที่ปัญญาอ่อน หากแค่เป็ตุ๊กตาที่ปัญญาอ่อนแต่ตายยากตัวหนึ่งต่างหาก ดังนั้นมันจึงรอคอยโอกาสลงมืออย่างใจเย็นตอนนั้นมีแม้นมีอายุเพียงแปดขวบแต่ความคิดและความเคียดแค้นมันล้ำหน้าเกินแปดขวบไปแล้ว ที่น่าตะลึงคือมันสามารถเก็บงำประกายจิตสังหารเอาไว้อย่างมิดชิด
คนประเภทมันจึงเป็คนที่น่ากลัวที่สุดในยุทธจักร เพราะท่านมิทราบเลยว่ามันคิดอ่านสิ่งใดอยู่เจี้ยนเว่ยที่รอคอยโอกาสมาตลอดสองปีถึงกับต้องทนทุกข์ทรมานอย่างสาหัส ในที่สุดก็พบเจอโอกาสนั้นก็คือเถ้าแก่เป็คนมักมากในกามและชอบร่ำสุราตอนร่ำสุราไม่เพียงแต่จะพาสตรีไปที่บ้านแม้แต่ตุ๊กตามนุษย์เช่นเจี้ยนเว่ยก็ถูกนำไปทรมานที่บ้านด้วย