เกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล)

    บทที่ 77 ปะทะกับสุนัขตำรวจ!

    นี่แหละคือแผนการง่ายๆที่สวี่มั่ววางไว้ เขาจะเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปปลดอาวุธพวกค้ายาให้หมดก่อนจากนั้นก็ปล่อยให้ฝูงหมาจรจัดจัดการต่อ

            สุนัขพวกนั้นหากตัวต่อตัวอาจสู้ไม่ชนะผู้ใหญ่คนหนึ่งแต่ถ้ารุมพร้อมกันหลายตัวก็ไม่มีปัญหาแล้วอย่างน้อยแค่แรงกดดันก็เพียงพอจะทำให้คนขวัญเสียไปครึ่งหนึ่ง

            ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมสวี่มั่วจึงไล่ตามหาพวกค้ายาที่หนีรอดสายตาตำรวจอยู่ในป่ามืดทุกครั้งที่เขาได้เปรียบ เขาก็เล่นงานจนอีกฝ่ายไม่มีทางสู้เพียงการลงมือครั้งเดียวก็จัดการได้สำเร็จ แล้วปล่อยให้หมาสี่ห้าตัวคุมเป้าหมายไว้ส่วนเขาก็ออกล่าเป้าหมายรายต่อไป

            คำสั่งที่ให้ฝูงหมาคือ... อย่ากัดจนตายหรือพิการเพียงแค่คุมไม่ให้หนีไปได้ก็พอ

            แรกเริ่ม เหล่าหมาจรยังออกอาการหวาดกลัวอยู่บ้างแต่พอเห็นความกล้าหาญของสวี่มั่วเข้า พวกมันก็ฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ

            พอจับพวกค้ายาได้สำเร็จหลายคน พวกมันยิ่งตื่นเต้น ไม่กลัวอีกต่อไปแถมยังแย่งกันลงมือ หวังทำดีเพื่อจะได้รางวัลมากขึ้น

            ทุกครั้งที่จับคนได้ก็จะเหลือหมาสี่ห้าตัวคุมไว้ทำให้จำนวนหมาที่ตามสวี่มั่วอยู่ลดน้อยลงเรื่อยๆจนเหลือเพียงเจ้าทิเบตันมาสทิฟที่ยังตามติด กลายเป็นเหมือนมือขวาคนสำคัญ

            ปังๆๆ!!

            ขณะสวี่มั่วจัดการพ่อค้ายาไปแล้วหกคน กำลังเร่งตรงไปข้างหน้า จู่ๆก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฟากของเนินเล็กๆ

            เขารีบหยุดฝีเท้าแล้วนำหมาที่เหลืออยู่สิบกว่าตัวหลบเข้าพงหญ้าข้างทางทันที

            เขาตั้งใจฟังจนได้ยินเสียงฝีเท้าคนสองคน และเสียงสุนัขสามตัว!

            สวี่มั่วชะงัก คิดในใจว่า

            สุนัขตำรวจ?

            ขณะนั้นเอง มีร่างสองร่างโผล่มาจากด้านซ้ายของเนิน วิ่งลนลานไปทางขวา

            เจ้าทิเบตันมาสทิฟเห็นเข้าก็ตื่นเต้นทันที “มาแล้วๆ! ลูกพี่!ลุยกันเลย!”

            สวี่มั่วเหลือบมองมัน “จะตื่นเต้นอะไรนักหนา! เงียบไว้!”

            เขาไม่เคยประมาท ศัตรูมีปืนอยู่ในมือ แค่ผิดพลาดเพียงนิดเดียวชีวิตก็หาไม่แล้ว ต้องระวังให้มาก

            เขาจับจ้องสองคนนั้น รอจนพวกมันเข้ามาใกล้ที่สุดแล้วจึงพุ่งออกไปตั้งใจใช้การลอบโจมตีเหมือนเดิม

            แต่คราวนี้เขาพลาด เพราะจังหวะที่พุ่งออกไปหนึ่งในนั้นหันหน้ามาเห็นพอดี คนคนนั้นตกใจแล้วยกปืนยิงทันที!!

            สวี่มั่วเบิกตากว้าง เอี้ยวตัวหลบพร้อมดีดตัวเปลี่ยนทิศอย่างฉับไว

            ปัง!

            กระสุนเฉียดร่างไปตกกระแทกพื้น

            เพื่อความปลอดภัย เขารีบพุ่งไปหลบหลังหินก้อนใหญ่ แต่กระสุนไม่ตามมาเพราะพวกค้ายารีบหนีต่อไป

            เจ้าทิเบตันมาสทิฟในในพงหญ้าร้องถามอย่างร้อนใจ “ลูกพี่!ไม่เป็นไรนะ!!”

            “ไม่เป็นไร” สวี่มั่วเดินออกจากหลังหินกำลังจะไล่ตามต่อ แต่พอเหลือบไปอีกทาง แววตาก็ลุกวาว

            “โฮ่งๆ! (มันวิ่งไปทางนั้น!)”

            “โฮ่งๆๆ! (เร็วเข้า! อย่าให้มันหนีไปได้!)”

            “โฮ่งๆ! (ระวัง! อย่าโดนยิงล่ะ!)”

            เสียงเห่าดังขึ้นพร้อมกันแล้วสุนัขที่สวมเสื้อเกราะกันกระสุนสามตัวก็พุ่งตรงมา

            พวกมันเองก็เห็นสวี่มั่วเช่นกัน

            สุนัขตำรวจทั้งสามเป็นพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด!

            “เฮ้?! แกเป็นใคร!!”

            “ไม่รู้จัก! คงเป็นพวกเดียวกับค้ายาแน่!”

            “อย่าขวางทาง! ถอยไปซะ!!”

            สุนัขตำรวจทั้งสามต่างตื่นตัว

            พอเห็นสุนัขแปลกหน้าโผล่มาขวางตรงหน้าขณะกำลังไล่ตามศัตรูมันก็ส่งเสียงคำรามดุดันใส่ทันที หนึ่งในนั้นไม่ชะงักแม้แต่น้อยพุ่งเข้าหาสวี่มั่วอย่างดุดัน!

            “เดี๋ยว! ฉันไม่ใช่ศัตรู!” สวี่มั่วขมวดคิ้ว เอ่ยออกไป

            แต่สุนัขตำรวจตัวนั้นกลับไม่สนใจ หรือไม่ก็ไม่เชื่อคำพูดเขาแทบไร้ความหมาย ในพริบตาเดียวมันก็พุ่งถึงตัวกระโจนขึ้นหมายจะใช้กรงเล็บฟาดใส่ใบหน้าเขา!

            “ตูบอกว่า...เดี๋ยวก่อนไง!!” แววตาสวี่มั่ววาววับเขาเอียงตัวหลบฉับไว จากนั้นยกอุ้งเท้าขวาตบใส่ใบหน้าคู่ต่อสู้ทันที

            “เอ๋ง!!”

            ตุบ!

            เสียงร้องโหยหวนดังลั่น สุนัขตำรวจร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงมันรู้สึกเวียนหัวมึนงง พยายามจะลุกขึ้นแต่กลับพบว่ามีกำลังมหาศาลกดทับหัวเอาไว้จนขยับไม่ได้!

            “แก...ทำอะไรน่ะ!!”

            “ปล่อยเขานะ!!”

            สุนัขตำรวจอีกสองตัวตกใจทันทีส่งเสียงเห่าก้องใส่สวี่มั่วอย่างเกรี้ยวกราด เต็มไปด้วยความเป็นศัตรู

            “ทำไม! จะสู้กันรึไง!!”

            เสียงคำรามอีกเสียงดังมาจากอีกทางเจ้าทิเบตันมาสทิฟวิ่งตะบึงออกมาอย่างเกรี้ยวกราด พุ่งมายืนข้างสวี่มั่วแยกเขี้ยวจ้องใส่สุนัขตำรวจสองตัวนั้นไม่ละสายตา

            ด้านหลังมันยังมีฝูงหมาจรจำนวนมากตามมาสมทบ

            “อะ...อะไรกัน!”

            สุนัขตำรวจทั้งสามถึงกับชะงักปนตะลึงมองฝูงสุนัขตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจ

            สวี่มั่วกดมองสุนัขตำรวจที่อยู่ใต้เท้าเห็นมันยังจ้องกลับมาด้วยสายตาโกรธแค้นไม่ยอมแพ้

            เขาขมวดคิ้ว แววตาแข็งกร้าวพลันวาบขึ้น ก่อนจะพูดเสียงเย็นยะเยือกว่า “อยู่เฉยๆ ซะ! บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ศัตรู!!”

            เพียงชั่วพริบตาเดียว กลิ่นอายกดดันมหาศาลก็แผ่ออกจากตัวสวี่มั่วทำให้สุนัขตำรวจทั้งสามตัวถึงกับตะลึงพรึงเพริดมองเขาด้วยแววตาตกใจอย่างไม่อยากเชื่อ

            ทางด้านหลัง ฝูงหมาจรและเจ้าทิเบตันมาสทิฟต่างก็ก้มศีรษะลงแววตาเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง

            พลังข่มขวัญของราชาสุนัข!

            สุนัขตำรวจที่ถูกกดอยู่ใต้เท้าเบิกตากว้าง ร้องด้วยเสียงสั่นเครือ“แก...แก...”

            สวี่มั่วคลายเท้าออก ก่อนเอ่ยเสียงเย็น“ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยพวกแกจับคนร้ายต่างหาก!”

            เจ้าสุนัขตำรวจรีบพลิกตัวลุกขึ้น แต่ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีก้าวร้าวอีกวิ่งหางตกกลับไปยืนข้างเพื่อนสองตัว

            มันทั้งสามต่างมองสวี่มั่วด้วยแววตาสับสนระคนหวาดกลัว

            สุนัขตำรวจตัวหนึ่งถามขึ้น “พวกแก...มาจากที่ไหนกันแน่”

            “ไม่ต้องรู้หรอก แค่รู้ว่าเรามาช่วยก็พอ”สวี่มั่วตอบพลางหันไปมองทิศทางที่ตนเดินมา “ทางนั้นเราจับพวกค้ายาไว้ได้หลายคนแล้ว ไปบอกตำรวจให้รีบไปจับกุมซะ”

            เขากล่าวพลางหันมองสุนัขตำรวจอีกตัว

            มันคำรามต่ำๆ “แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน! ฉัน...”

            สวี่มั่วจ้องกลับไป เอ่ยย้ำชัดถ้อยคำ “ฉันบอกให้ไปแจ้งเดี๋ยวนี้!!”

            สุนัขตำรวจตัวนั้นสั่นสะท้านไปทั้งร่างแม้ในดวงตามีแววต่อต้านอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็อ่อนแรงลง “ฉัน...เข้าใจแล้ว...”

            ว่าจบ มันก็วิ่งหายลับเข้าไปในป่า

            ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งในตอนนี้ต่อให้เป็นสุนัขตำรวจที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีก็ไม่อาจต้านทาน 'พลังข่มขวัญของราชาสุนัข' ได้เลย


     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งที ดันเป็นฮัสกี้หน้าโง่เนี่ยนะ? (นิยายแปล) ที่คุณอ่าน