นี่แหละคือแผนการง่ายๆที่สวี่มั่ววางไว้ เขาจะเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปปลดอาวุธพวกค้ายาให้หมดก่อนจากนั้นก็ปล่อยให้ฝูงหมาจรจัดจัดการต่อ
สุนัขพวกนั้นหากตัวต่อตัวอาจสู้ไม่ชนะผู้ใหญ่คนหนึ่งแต่ถ้ารุมพร้อมกันหลายตัวก็ไม่มีปัญหาแล้วอย่างน้อยแค่แรงกดดันก็เพียงพอจะทำให้คนขวัญเสียไปครึ่งหนึ่ง
ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมสวี่มั่วจึงไล่ตามหาพวกค้ายาที่หนีรอดสายตาตำรวจอยู่ในป่ามืดทุกครั้งที่เขาได้เปรียบ เขาก็เล่นงานจนอีกฝ่ายไม่มีทางสู้เพียงการลงมือครั้งเดียวก็จัดการได้สำเร็จ แล้วปล่อยให้หมาสี่ห้าตัวคุมเป้าหมายไว้ส่วนเขาก็ออกล่าเป้าหมายรายต่อไป
คำสั่งที่ให้ฝูงหมาคือ... อย่ากัดจนตายหรือพิการเพียงแค่คุมไม่ให้หนีไปได้ก็พอ
แรกเริ่ม เหล่าหมาจรยังออกอาการหวาดกลัวอยู่บ้างแต่พอเห็นความกล้าหาญของสวี่มั่วเข้า พวกมันก็ฮึกเหิมขึ้นเรื่อยๆ
พอจับพวกค้ายาได้สำเร็จหลายคน พวกมันยิ่งตื่นเต้น ไม่กลัวอีกต่อไปแถมยังแย่งกันลงมือ หวังทำดีเพื่อจะได้รางวัลมากขึ้น
ทุกครั้งที่จับคนได้ก็จะเหลือหมาสี่ห้าตัวคุมไว้ทำให้จำนวนหมาที่ตามสวี่มั่วอยู่ลดน้อยลงเรื่อยๆจนเหลือเพียงเจ้าทิเบตันมาสทิฟที่ยังตามติด กลายเป็นเหมือนมือขวาคนสำคัญ
ปังๆๆ!!
ขณะสวี่มั่วจัดการพ่อค้ายาไปแล้วหกคน กำลังเร่งตรงไปข้างหน้า จู่ๆก็มีเสียงปืนดังขึ้นจากอีกฟากของเนินเล็กๆ
เขารีบหยุดฝีเท้าแล้วนำหมาที่เหลืออยู่สิบกว่าตัวหลบเข้าพงหญ้าข้างทางทันที
เขาตั้งใจฟังจนได้ยินเสียงฝีเท้าคนสองคน และเสียงสุนัขสามตัว!
สวี่มั่วชะงัก คิดในใจว่า
สุนัขตำรวจ?
ขณะนั้นเอง มีร่างสองร่างโผล่มาจากด้านซ้ายของเนิน วิ่งลนลานไปทางขวา
เจ้าทิเบตันมาสทิฟเห็นเข้าก็ตื่นเต้นทันที “มาแล้วๆ! ลูกพี่!ลุยกันเลย!”
สวี่มั่วเหลือบมองมัน “จะตื่นเต้นอะไรนักหนา! เงียบไว้!”
เขาไม่เคยประมาท ศัตรูมีปืนอยู่ในมือ แค่ผิดพลาดเพียงนิดเดียวชีวิตก็หาไม่แล้ว ต้องระวังให้มาก
เขาจับจ้องสองคนนั้น รอจนพวกมันเข้ามาใกล้ที่สุดแล้วจึงพุ่งออกไปตั้งใจใช้การลอบโจมตีเหมือนเดิม
แต่คราวนี้เขาพลาด เพราะจังหวะที่พุ่งออกไปหนึ่งในนั้นหันหน้ามาเห็นพอดี คนคนนั้นตกใจแล้วยกปืนยิงทันที!!
สวี่มั่วเบิกตากว้าง เอี้ยวตัวหลบพร้อมดีดตัวเปลี่ยนทิศอย่างฉับไว
ปัง!
กระสุนเฉียดร่างไปตกกระแทกพื้น
เพื่อความปลอดภัย เขารีบพุ่งไปหลบหลังหินก้อนใหญ่ แต่กระสุนไม่ตามมาเพราะพวกค้ายารีบหนีต่อไป
เจ้าทิเบตันมาสทิฟในในพงหญ้าร้องถามอย่างร้อนใจ “ลูกพี่!ไม่เป็นไรนะ!!”
“ไม่เป็นไร” สวี่มั่วเดินออกจากหลังหินกำลังจะไล่ตามต่อ แต่พอเหลือบไปอีกทาง แววตาก็ลุกวาว
“โฮ่งๆ! (มันวิ่งไปทางนั้น!)”
“โฮ่งๆๆ! (เร็วเข้า! อย่าให้มันหนีไปได้!)”
“โฮ่งๆ! (ระวัง! อย่าโดนยิงล่ะ!)”
เสียงเห่าดังขึ้นพร้อมกันแล้วสุนัขที่สวมเสื้อเกราะกันกระสุนสามตัวก็พุ่งตรงมา
พวกมันเองก็เห็นสวี่มั่วเช่นกัน
สุนัขตำรวจทั้งสามเป็นพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด!
“เฮ้?! แกเป็นใคร!!”
“ไม่รู้จัก! คงเป็นพวกเดียวกับค้ายาแน่!”
“อย่าขวางทาง! ถอยไปซะ!!”
สุนัขตำรวจทั้งสามต่างตื่นตัว
พอเห็นสุนัขแปลกหน้าโผล่มาขวางตรงหน้าขณะกำลังไล่ตามศัตรูมันก็ส่งเสียงคำรามดุดันใส่ทันที หนึ่งในนั้นไม่ชะงักแม้แต่น้อยพุ่งเข้าหาสวี่มั่วอย่างดุดัน!
“เดี๋ยว! ฉันไม่ใช่ศัตรู!” สวี่มั่วขมวดคิ้ว เอ่ยออกไป
แต่สุนัขตำรวจตัวนั้นกลับไม่สนใจ หรือไม่ก็ไม่เชื่อคำพูดเขาแทบไร้ความหมาย ในพริบตาเดียวมันก็พุ่งถึงตัวกระโจนขึ้นหมายจะใช้กรงเล็บฟาดใส่ใบหน้าเขา!
“ตูบอกว่า...เดี๋ยวก่อนไง!!” แววตาสวี่มั่ววาววับเขาเอียงตัวหลบฉับไว จากนั้นยกอุ้งเท้าขวาตบใส่ใบหน้าคู่ต่อสู้ทันที
“เอ๋ง!!”
ตุบ!
เสียงร้องโหยหวนดังลั่น สุนัขตำรวจร่วงกระแทกพื้นอย่างแรงมันรู้สึกเวียนหัวมึนงง พยายามจะลุกขึ้นแต่กลับพบว่ามีกำลังมหาศาลกดทับหัวเอาไว้จนขยับไม่ได้!
“แก...ทำอะไรน่ะ!!”
“ปล่อยเขานะ!!”
สุนัขตำรวจอีกสองตัวตกใจทันทีส่งเสียงเห่าก้องใส่สวี่มั่วอย่างเกรี้ยวกราด เต็มไปด้วยความเป็นศัตรู
“ทำไม! จะสู้กันรึไง!!”
เสียงคำรามอีกเสียงดังมาจากอีกทางเจ้าทิเบตันมาสทิฟวิ่งตะบึงออกมาอย่างเกรี้ยวกราด พุ่งมายืนข้างสวี่มั่วแยกเขี้ยวจ้องใส่สุนัขตำรวจสองตัวนั้นไม่ละสายตา
ด้านหลังมันยังมีฝูงหมาจรจำนวนมากตามมาสมทบ
“อะ...อะไรกัน!”
สุนัขตำรวจทั้งสามถึงกับชะงักปนตะลึงมองฝูงสุนัขตรงหน้าด้วยดวงตาเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจ
สวี่มั่วกดมองสุนัขตำรวจที่อยู่ใต้เท้าเห็นมันยังจ้องกลับมาด้วยสายตาโกรธแค้นไม่ยอมแพ้
เขาขมวดคิ้ว แววตาแข็งกร้าวพลันวาบขึ้น ก่อนจะพูดเสียงเย็นยะเยือกว่า “อยู่เฉยๆ ซะ! บอกแล้วไงว่าฉันไม่ใช่ศัตรู!!”
เพียงชั่วพริบตาเดียว กลิ่นอายกดดันมหาศาลก็แผ่ออกจากตัวสวี่มั่วทำให้สุนัขตำรวจทั้งสามตัวถึงกับตะลึงพรึงเพริดมองเขาด้วยแววตาตกใจอย่างไม่อยากเชื่อ
ทางด้านหลัง ฝูงหมาจรและเจ้าทิเบตันมาสทิฟต่างก็ก้มศีรษะลงแววตาเต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
พลังข่มขวัญของราชาสุนัข!
สุนัขตำรวจที่ถูกกดอยู่ใต้เท้าเบิกตากว้าง ร้องด้วยเสียงสั่นเครือ“แก...แก...”
สวี่มั่วคลายเท้าออก ก่อนเอ่ยเสียงเย็น“ฉันมาที่นี่เพื่อช่วยพวกแกจับคนร้ายต่างหาก!”
เจ้าสุนัขตำรวจรีบพลิกตัวลุกขึ้น แต่ก็ไม่กล้าแสดงท่าทีก้าวร้าวอีกวิ่งหางตกกลับไปยืนข้างเพื่อนสองตัว
มันทั้งสามต่างมองสวี่มั่วด้วยแววตาสับสนระคนหวาดกลัว
สุนัขตำรวจตัวหนึ่งถามขึ้น “พวกแก...มาจากที่ไหนกันแน่”
“ไม่ต้องรู้หรอก แค่รู้ว่าเรามาช่วยก็พอ”สวี่มั่วตอบพลางหันไปมองทิศทางที่ตนเดินมา “ทางนั้นเราจับพวกค้ายาไว้ได้หลายคนแล้ว ไปบอกตำรวจให้รีบไปจับกุมซะ”
เขากล่าวพลางหันมองสุนัขตำรวจอีกตัว
มันคำรามต่ำๆ “แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน! ฉัน...”
สวี่มั่วจ้องกลับไป เอ่ยย้ำชัดถ้อยคำ “ฉันบอกให้ไปแจ้งเดี๋ยวนี้!!”
สุนัขตำรวจตัวนั้นสั่นสะท้านไปทั้งร่างแม้ในดวงตามีแววต่อต้านอยู่ชั่วครู่ แต่สุดท้ายก็อ่อนแรงลง “ฉัน...เข้าใจแล้ว...”
ว่าจบ มันก็วิ่งหายลับเข้าไปในป่า
ด้วยพลังจิตอันแข็งแกร่งในตอนนี้ต่อให้เป็นสุนัขตำรวจที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีก็ไม่อาจต้านทาน 'พลังข่มขวัญของราชาสุนัข' ได้เลย