บทที่ 179 รองประธานสภาฯ
“เสร็จแล้วค่ะ” ซูหยวนยกมือขึ้นหลังจากที่ใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงในการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงที่จะหมดเวลาทดสอบ แต่เพื่อให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบสามารถอาศัยความได้เปรียบจากการทำโจทย์ต่างๆเสร็จเร็วกว่ากำหนดในการเตรียมทดสอบรอบต่อไป ดังนั้นจึงให้ผู้เข้าร่วมการทดสอบส่งการทดสอบได้ก่อนหมดเวลา
คณะกรรมการ 4 คนเดินเข้ามาตรงตำแหน่งของซูหยวน ในขณะเดียวกันก็มีคณะกรรมการคนอื่นๆตรวจสอบการทำงานของผู้เข้าร่วมการทดสอบทั้งสองคนแทน เพื่อไม่ให้มีคนคิดใช้โอกาสนี้ในการโกงการทดสอบนั่นเอง
“เด็กคนนั้นเสร็จแล้วหรอ?”
“คนนั้นใช่ไหม? ที่มีปัญหากับคุณหนูเซิ่น”
“อ่า เห็นว่าเป็นคุณหนูจางส่งมาด้วยนะ เป็นตัวแทนในการแข่งขันกับคุณหนูเซิ่น ถ้าใครผ่านการทดสอบกลายเป็นเกษตรกรขั้นเริ่มต้นก็จะได้รับคำขอโทษจากอีกฝ่ายล่ะ”
“เฮ้อ ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าใครจะต้องขอโทษ เด็กคนนั้นใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อคัดแยกเมล็ดพันธุ์พวกนี้ ถ้าเธอทำได้ในเวลาไม่นานจริงๆ เช่นนั้นก็ปล่อยให้เธอกลายเป็นเกษตรกรระดับสูงไปเลยเถอะ ไม่ต้องมาเป็นเกษตรกรขั้นเริ่มต้นหรอก”
“เหอ เหอ เหอ ขนาดคุณหนูเซิ่นก็ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้าส่งคำตอบให้คณะกรรมการดูน่ะ! นี่ไม่ได้เรียกว่าเป็นการก่อกวนหรอกหรือ? ก่อกวนการใช้สมาธิของผู้เข้าทดสอบคนอื่นๆน่ะ”
“อ๋า...เข้าใจแล้ว หน้าที่ของเธอที่คุณหนูจางส่งมาก็คือทำแบบนี้สินะ”
หลายคนต่างก็มีความคิดไปในแนวทางเดียวกัน พวกเขารู้ว่าโจทย์นี้ยากขนาดไหน ไม่ควรจะมีคนสอบผ่านไปได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น...ยิ่งไม่ควรจะมีคนส่งคำตอบเร็วขนาดนี้ แม้แต่คณะกรรมการก็ยังไม่คิดว่าการทดสอบของอันซูหยวนจะผ่านเลย หากไม่ใช่หน้าที่ที่ต้องมาตรวจคำตอบให้ทุกคน พวกเขาก็แทบจะโบกมือแล้วไล่เธอออกไปจากการทดสอบนี้แล้ว...
ทว่า ในตอนที่ทุกคนไม่คาดคิด จู่ๆกรรมการคนหนึ่งที่เป็นตัวแทนในการตรวจสอบเบื้องต้นก็อุทานออกมาเสียงดัง
“เป็นไปไม่ได้!”
เพียงแค่ประโยคเดียวนี้ ก็ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้ชมทั้งหมดเงียบไป พวกเขาชะโงกมองด้านล่างตรงกองคำตอบของอันซูหยวนด้วยความสนใจ
“อะไรคือเป็นไปไม่ได้?”
“เป็นไปไม่ได้? เป็นไปได้อยู่แล้วว่าจะสอบไม่ผ่าน แต่ถ้าเป็นไปไม่ได้นี่คือ...จะบอกว่าเธอสอบผ่านงั้นหรอ?” ทุกคนลอบมองหน้ากันเอง หากผลออกมาว่าหญิงสาวคนนี้สอบผ่านจริงๆ เช่นนั้นใบหน้าของพวกเขาไม่บวมแดงจากการถูกตบซ้ำไปซ้ำมาหรอกหรือ?
“ฉันขอตรวจสอบด้วย” กรรมการคนอื่นๆที่รับผิดชอบตรงเข้ามาตรวจสอบบ้าง พวกเขามองรอบเดียวก็รู้สึกอึ้งกับผลการทดสอบนี้ แน่นอนว่าคณะกรรมการเหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่อยู่ระดับผู้เชี่ยวชาญขึ้นไปเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาย่อมรู้ดีว่าคำตอบนี้ถูกหรือผิดเพียงมองครั้งเดียว
ความแตกต่างของเมล็ดพันธุ์ทั้ง 5 มองเผินๆแล้วเหมือนจะไม่มี แต่ความจริงกลับมีให้เห็น ขอเพียงเป็นคนช่างสังเกต หรือมีประสาทการรับรู้ที่ดีก็จะแยกพวกมันออกจากกันได้ทั้งหมดแล้ว เพียงแต่....เด็กคนนี้ ไม่ใช่ว่ามาสอบเป็นเกษตรกรขั้นเริ่มต้นหรอกหรือ? แถมยังเป็น “นักล่า” อีกด้วย เช่นนั้นจะสามารถทำการทดสอบนี้ได้ร้อยเต็มได้อย่างไร!
“ผู้เข้าร่วมการทดสอบอันซูหยวน สามารถทำโจทย์แรก “ผ่าน” แล้ว ขอให้กลับไปพักในห้องรับรองด้วย” เพื่อไม่ให้มีการโกงเกิดขึ้น กรรมการไม่สามารถปล่อยให้ซูหยวนอยู่ในพื้นที่ทำการทดสอบได้อีก นี่เป็นเพราะกลัวว่าเธอจะบอกเทคนิคในการคัดแยกเมล็ดพันธุ์ให้กับคนอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม เซิ่นหนิงที่ได้ยินกลับเป็นคนแรกที่เคลื่อนไหว เดิมทีเธอตั้งใจจะชี้ความผิดไปให้อันซูหยวนว่าเข้ามาร่วมการทดสอบนี้เพื่อก่อกวนสมาธิของเธอ และเธอก็ต้องการให้สอบสวนเจ้าหน้าที่ขององค์กรเสียใหม่ จึงจะยอมเข้าร่วมการทดสอบนี้ต่อไป ดังนั้นเธอจึงไม่ได้แสดงท่าทีกังวลใจในช่วงก่อนหน้านี้ เพราะมั่นใจในทางออกของตนเอง
ทว่า...เธอจะคาดคิดได้อย่างไรว่าผลของการทดสอบก็คือ “ผ่าน” คำประกาศนี้...เธอยอมรับไม่ได้เด็ดขาด!!
หญิงสาวก้าวออกมา ขวางไม่ให้อันซูหยวนจากไป แล้วมองคณะกรรมการทั้ง 4 คนอย่างเอาเรื่อง เห็นเช่นนี้แล้วคิ้วของคณะกรรมการทั้งหมดในองค์กรก็ขมวดมุ่น พวกเขารู้ฐานะของคุณหนูเซิ่นเป็นอย่างดี เธอเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการเพาะปลูกมารุ่นต่อรุ่น แต่...ตระกูลของพวกเขาไม่ใช่หรือ?
ในที่แห่งนี้ มีใครที่มาจากตระกูลระดับต่ำบ้าง? จะมาเป็นสมาชิกขององค์กรเกษตรกรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร? หากไม่ใช่คนจากตระกูลใหญ่ ก็มีน้อยนักที่จะได้รับการสนับสนุนความรู้จนสามารถกลายเป็นเกษตรกรระดับสูงได้ ดังนั้นพวกเขากลัวเซิ่นหนิงหรือ? แน่นอนว่าไม่!
“ผู้เข้าทดสอบเซิ่นหนิงกำลังทำอะไร” กรรมการคนหนึ่งพูดขึ้นมา น้ำเสียงของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านี้ได้ยินแล้วว่าเธอสร้างปัญหาให้กับกรรมการสองคนที่ควบคุมการทดสอบภาคทฤษฎีอย่างไร ตอนนี้ก็กำลังจะสร้างปัญหาในการทดสอบภาคปฏิบัติอีกหรือ? ช่างอวดดีเสียจริง!
“ฉันไม่ยอมรับการทดสอบของอันซูหยวนค่ะ ฉันคิดว่าเธอจะต้องโกงการทดสอบแน่นอน!”
“หืม? ผู้เข้าทดสอบเซิ่นหนิง การกล่าวหาผู้อื่นถือเป็นความผิดทางกฎหมาย หากไม่มีหลักฐานมั่นใจ ก็ไม่ควรจะพูดออกมา ไม่อย่างนั้นพวกเราก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอถามกลับค่ะ พวกคุณคณะกรรมการ...คิดจริงๆหรอคะว่าจะมีผู้เข้าทดสอบใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อคัดแยกเมล็ดพันธุ์พวกนี้ออกจากกันได้” เซิ่นหนิงเล่นลิ้น เธอโยนคำถามพวกนี้ให้คณะกรรมการแทน
“โลกใบนี้มีคนมากมาย บางคนเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม บางครั้งพวกเราทำไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าคนอื่นทำไม่ได้”
“ท่านคณะกรรมการคะ ถ้าไม่ใช่เพราะอันซูหยวนรู้จักกับพนักงานขององค์กรที่ชื่อ “จางเสี่ยวเสียน” ฉันก็อาจจะไม่คิดแบบนี้ก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้ว...จางเสี่ยวเสียนที่อยู่ในองค์กรของพวกคุณนั้นได้ช่วยอันซูหยวนเพื่อผ่านการทดสอบนี้ค่ะ เธอคงจะนำโจทย์ปัญหานี้ไปบอกให้อันซูหยวนรู้ก่อนล่วงหน้า จึงเตรียมวิธีการคัดแยกเมล็ดพันธุ์มาก่อนแล้ว”
“ตอนนี้ผู้เข้าทดสอบเซิ่นหนิงกำลังพูดจาใส่ความคนสองคนอยู่ ถ้าหากยังไม่ถอนคำพูดนี้...พวกเราก็จะแจ้งต่อทางการแล้ว”
“ฉันไม่ถอนคำพูดค่ะ ถ้าพวกคุณมั่นใจว่าการทดสอบนี้ถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นก็หาหลักฐานมาให้สิคะ ฉันมีสิทธิตั้งข้อสงสัยตามสามัญสำนึกที่คนทั่วไปจะคิดและเข้าใจได้ค่ะ” เซิ่นหนิงไม่กลัว และก็ไม่ยอมรับด้วย เธอมั่นใจเหลือเกินว่าหลังการตรวจสอบ ทั้งสองคนจะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก...ไม่ใช่เธอ!
“เหอะ! ใครกันที่กำลังสร้างปัญหาให้กับพนักงานขององค์กร”
ในขณะที่เซิ่นหนิงกำลังมั่นใจอยู่นั้น เสียงของชายชราที่เต็มไปด้วยอำนาจก็ดังขึ้น ทันทีที่เขาปรากฏตัว...ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ต่างอ้าปากค้าง
“ทะ ท่านรองประธานสภาฯ”
ตัวตนของชายชราคนนี้ก็คือรองประธานสภาเกษตรกร บุคคลในตำนานที่คิดค้นวิธีการเพาะปลูกพืชผักหลายชนิดที่ยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน เขาได้รับการยกย่องอย่างมาก มีศิษย์ที่เป็นเกษตรกรระดับสูงสุดถึงสามคน ดังนั้น...ย่อมไม่มีใครอยากจะมีปัญหากับเขา
ไม่ต้องพูดถึงตำแหน่งรองประธานสภาฯของเขาเลย ปกติแล้วจะไม่ค่อยปรากฏตัวในสถานที่วุ่นวายเช่นนี้ เวลาของเขาล้ำค่ามาก หลายคนเคยเห็นแค่ในข่าวสารรายงานความสำเร็จในการเพาะปลูกของเขาก็เท่านั้น
ทางซูหยวน เมื่อเห็นชายชราคนนี้ปรากฏตัวก็ชะงักไปเล็กน้อย ปรากฏว่าชายชราคนนี้เป็นที่เคารพมากๆสำหรับสถาบันเกษตรกร และองค์กรเกษตรกร ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ตอนไปยังสถาบันนักล่าอันดับหนึ่ง เขาไม่ได้วางตัวเย่อหยิ่งถือตัวเลยแม้แต่น้อย และก็ใช่! เขาก็คือคนที่ไปตรวจสอบแปลงเพาะปลูกที่สถาบันนักล่าอันดับหนึ่งก่อนหน้านี้
ด้วยตำแหน่งสมาชิกของสภาการศึกษา และมีปัญหาในวิชาเกษตร เขาจึงได้รับเชิญให้เข้าร่วมการตรวจสอบครั้งนั้นด้วย ซูหยวนไม่คิดเลยว่าเธอจะได้เจอกับเขารวดเร็วเช่นนี้...
ทางชายชราเมื่อเห็นซูหยวนกลับไม่ได้ประหลาดใจเลย อันที่จริง...ต้องบอกว่าเขาตั้งใจมาเพื่อพบซูหยวนต่างหาก หลังจากที่เขาได้อ่านคำตอบทั้ง 9 ข้อของซูหยวนตามที่คนขององค์กรส่งไปให้ เขาก็ชื่นชมเด็กสาวมากจนต้องตรวจสอบว่าอันซูหยวนคือใคร สุดท้ายได้พบว่าเธอก็คือนักเรียนที่ปลูกบรอกโคลีนอกฤดูกาลได้ ดังนั้นจึงตั้งใจจะมาดูการทดสอบรอบสุดท้ายของเธอ ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นความวุ่นวายในการทดสอบที่ทรงเกียรตินี้!
“ฉันถามว่าใครกันที่กำลังสร้างปัญหา” เมื่อถูกถามอีกครั้ง ตัวแทนของกรรมการก็รายงานทันที
“ท่านรองประธานสภาฯ มีคนคัดค้านผลการทดสอบของผู้เข้าร่วมอันซูหยวนรอบที่สามครับ”
“คัดค้านหรือ? เหตุผลที่คัดค้านล่ะ”
“เอ่อ .... ท่านรองประธานสภาฯคะ เหตุผลที่คัดค้าน...นี่เป็นข้อสงสัยของฉันเองค่ะ เพราะโจทย์ข้อนี้ก็คือการให้คัดแยกเมล็ดพันธุ์ที่เหมือนกันทั้ง 5 ออกจากกัน ปกติแล้วการที่จะระบุเจาะลึกเรื่องเมล็ดพันธุ์ทั้ง 5 ก็เป็นโจทย์ที่ยากอยู่แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบอันซูหยวนจะสามารถใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเพื่อผ่านการทดสอบ ดังนั้นฉันจึงตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเธอค่ะ”
“โดยไม่มีหลักฐานใดๆ?”
“คือว่า....หลักฐานก็คือความผิดปกติในความสามารถของเธอค่ะ” เซิ่นหนิงอึกอักที่จะตอบ ทางรองประธานสภาฯได้ยินเช่นนั้นก็แค่นหัวเราะออกมา เขามองไปยังเซิ่นหนิงแล้วพูด
“จะคัดค้านก็ได้ ตามกฎขององค์กร...มีระบุเกี่ยวกับการคัดค้านผลการทดสอบของผู้อื่นอยู่ แต่...นั่นหมายความว่าจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขขององค์กรด้วย บอกกฎในการคัดค้านผลการทดสอบให้เด็กคนนี้ฟัง” เมื่อได้รับสัญญาณ เจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาข้างหลังก็ก้าวออกมาอธิบาย
“กฎของการคัดค้าน หากคัดค้านสำเร็จแล้วพบว่าการทดสอบของผู้เข้าร่วมการทดสอบคนอื่นมีปัญหา จะตัดสิทธิในการเข้าร่วมการทดสอบของคนๆนั้นไปตลอดชีวิต แต่ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีปัญหา คนที่ขอคัดค้านจะไม่มีสิทธิในการทดสอบใดๆที่เกี่ยวกับการทำเกษตรไปอีก 10 ปี และจะถูกตัดสิทธิไม่ให้เข้าแปลงเพาะปลูกใดๆอีก”
“ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมการทดสอบเป็นนักเรียนของสถาบันชั้นปีที่ 2 ก็จะต้องรออีก 10 ปีจึงจะสามารถเข้าร่วมวิชาเกษตรได้อีกครั้ง ไม่มีข้อยกเว้นใดๆที่จะให้เข้าแปลงเพาะปลูกได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเซิ่นหนิงก็ไหววูบ ซูหยวนเองก็เช่นเดียวกัน เธอไม่คิดว่าองค์กรเกษตรกรก็จะเข้มงวดขนาดนี้ด้วย สมแล้วที่พวกเขาถือเป็นอีกองค์กรใหญ่สำหรับมนุษย์ชาติ
เธอเหลือบมองเซิ่นหนิง เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายคงต้องการถอนตัว หากมองดูอนาคตที่จะไม่ผ่านการทดสอบชั้นปีที่ 2 ไม่เท่ากับว่าเธอหมดสิทธิในการจบจากสถาบันใดๆหรอกหรือ? กับอีก 10 ปีข้างหน้า ในขณะที่คนรุ่นเดียวกันได้อยู่ในระดับไหนแล้ว เธอก็ยังอยู่ในระดับเดิม คิดว่าด้วยพรสวรรค์ที่มี...จะสามารถไล่ตามคนอื่นทันหรือ?
คิดเทียบกันแล้ว ความเสี่ยงนี้ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ทว่า...ในเมื่อเธอกล้าที่จะหันดาบใส่ซูหยวนแล้ว คิดว่าซูหยวนจะปล่อยให้เธอรอดตัวไปได้ง่ายๆ?
“ยังต้องการคัดค้านอีกหรือเปล่า ถ้ามาต้องการคัดค้านแล้ว ฉันจะได้ไปเตรียมตัวสำหรับโจทย์ต่อไป ฉันอุตส่าห์รีบทำเวลาในโจทย์ข้อนี้ แต่คุณหนูเซิ่นหนิงคนนี้กลับมาขวางเอาไว้ ตัวเองรู้ว่าทำการทดสอบรอบนี้ไม่ผ่าน ก็เลยคิดจะทำให้ฉันทดสอบไม่ผ่านโจทย์รอบต่อไปด้วยหรือไง”
ซูหยวนกล่าวหาอีกฝ่ายกลับคืน ท่าทางมั่นอกมั่นใจเหมือนกับเซิ่นหนิงไม่มีผิด การแสดงออกที่เย่อหยิ่งนี้ทำให้เซิ่นหนิงต้องอับอาย ผู้คนที่ดูอยู่ก็คิดเหมือนกัน คำพูดของซูหยวนนั้นถูกต้องจริงๆ เดิมทีพวกเขาก็เชื่อคำพูดของเซิ่นหนิงอยู่หรอก แต่พอเอาเข้าจริง อีกฝ่ายกลับไม่กล้าคัดค้านเสียอย่างนั้น นี่ไม่เท่ากับเป็นการใส่ความกันลอยๆ หรือไม่ก็จงใจถ่วงเวลาให้อันซูหยวนเข้าร่วมการทดสอบต่อไปไม่ได้หรอกหรือ?
“ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า ตั้งแต่ต้น...ใครกันแน่ที่ต้องการจะขัดขวางการทดสอบของใคร บางที...เธออาจจะรู้ว่าฉันเป็นนักเรียนทุนของสกุลจาง รู้จักกับคุณหนูจางเสี่ยวเสียน แล้วเธออิจฉาคุณหนูจาง ก็เลยอยากจะมาลงที่ฉัน อยากใช้ฉันเพื่อเป็นเครื่องมือโจมตีไปถึงคุณหนูจาง....ฉันเข้าใจถูกไหม” ซูหยวนรับบทเหยื่อบ้าง คำพูดของเธอทำให้ผู้ชมต่างก็สูดลมหายใจจนเกิดเสียงดัง
“เธอ!! ฉันไม่ได้มีความคิดชั่วร้ายแบบนั้นนะ! คนที่จะคิดแบบนั้นได้ก็มีแค่พวกเธอเท่านั้นแหละ!” เซิ่นหนิงไม่อยากจะเชื่อว่าจู่ๆปัญหาก็มาอยู่ที่ตนเองเสียอย่างนั้น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเพราะความโกรธและอับอาย
“เหอะ” คราวนี้ซูหยวนไม่ตอบกลับอะไร เพียงปรายตามองอีกฝ่าย ท่าทางเหมือนต้องการจะบอกว่า...แค่แผนตื้นๆแบบนี้ เธอจะตามไม่ทันได้อย่างไร
เมื่อเห็นแบบนั้น เซิ่นหนิงก็ยิ่งโกรธมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก ราวกับเกียรติทั้งหมดของเธอกำลังถูกลากลงมาย่ำยีโดยคนไร้ค่าคนนี้!
“ดี! อวดดีนักใช่ไหม ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็ขอคัดค้าน! ฉันขอคัดค้านผลการทดสอบของผู้หญิงคนนี้!”
………………………………….