re zombie world โลกซอมบี้อีกครั้ง

    ตอนที่ 138 ความสุขที่น้อยครั้งจะมีได้

    ตอนที่138 ความสุขที่น้อยครั้งจะมีได้

    “ท่านไนเรลผมขอถามเรื่องของปืนที่กองกำลังพยัคฆ์และกองกำลังเวหาใช้ตอนที่ฝ่าออกมาจากเขตอุตสาหกรรมช่วงที่ฝูงสัตว์ระบาด”เฒ่าไมเคิลพูดพร้อมกับลูปหนวดสีขาว

    ขณะเดียวกันคูเปอร์ก็ทำไอ แค่ก! ๆ เป็นการเตือนว่าควรคุยเรื่องอื่นกันดีกว่าเพราะตอนนี้ปืนกว่าครึ่งอยู่กับเขาและดูเหมือนคูเปอร์ก็ไม่คิดจะส่งคืนไนเรลแต่อย่างไร

    เนื่องจากคูเปอร์รู้สึกชอบพวกมันมากแต่ก็ไม่แปลกเพราะอย่างไรคูเปอร์ก็เคยเป็นทหารมาก่อน เคยจับปืนมาหลานรุ่นหลายชนิดถึงเขาจะออกจากทหารมาก่อนที่ปืนใหญ่พลังงานจะเข้ามาประจำการแต่คูเปอร์รู้ว่าปืนเรียวกันนั้นถือว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงไม่แพ้พวกปืนใหญ่พลังงาน

    ดังนั้นด้วยความหลงใหลปืนเขาจึงคิดว่าปืนเรียวกันควรที่จะอยู่ที่กองกำลังพยัคฆ์ของเขามากกว่าดังนั้นจึงคิดจะส่งเสียงเตือนเฒ่าไมเคิลเพราะรู้ว่าการที่เฒ่าไมเคิลยกเรื่องนี้มาพูดก็คงจะเป็นการแบ่งปืนพวกนี้

    “ปืน...หมายถึงปืนเรียวกันถ้าปืนพวกนั้นตอนนี้ต้องรอให้เมสันผลิตมันให้ได้มากกว่านี้ก่อนถึงจะเอามาแจกจ่ายดังนั้นตอนนี้จึงมีแค่ 10 กระบอกที่ถูดนำมาใช้ทดสอบไปก่อน”

    ไนเรลพูดออกไปตามตรงอันที่จริงแล้วปืนเรียวกันนัน้ถึงจะบอกว่าผลิตยากแต่มันก็ได้ถึงกับใช้เวลานานมากจริง ๆ เพียงแต่ปัญหามันอยู่ที่หนึ่งในวัดสุสำคัญคือ โลหะพิภพแต่ตอนนี้ทางสมาพันธุ์นักล่ามีโลหะพิภพแค่เท่าที่ไนเรลนำกลับมาจากโลกใต้พิภพซึ่งก็มาจากอาวุธของยักษ์เถื่อน

    ตอนนี้ทางสมาพันธ์นักล่ายังไม่สามารถหามามาทดแทนได้เพราะพวกเขายังไม่ได้เข้าไปสำรวจใต้พิภพและแน่นอนว่าการจะเข้าไปเอาคงไม่ง่ายจะต้องทำสงครามกับยักษ์เถื่อนอย่างแน่นอน

    ไนเรลที่คิดดังนั้นจึงพูดเสริมไปว่า“และถ้าของที่ได้แล้วอาจจะมีจำนวนจำกัดดังนั้นจะแจกจ่ายให้กองกำลังไหนก่อนก็คงต้องดูอีกที”

    “ถ้างั้นเรื่องปืน 10 กระบอก....”

    แต่ก่อนที่ทุกคนจะขอแบ่งปืนกับคูเปอร์และอลิสซ่าก็มีข้อความส่งเข้ามาหาไนเรลก่อน ซึ่งหลังจากที่อ่านชายหนุ่มก็ขอตัวออกไปก่อนทันที

    ไนเรลแจ้งกับดามินว่าจะกลับไปที่เมืองย่อย 101สักพัก

    หลังจากนั้นเขาก็บินด้วยความรวดเร็วเต็มที่ตรงไปที่เมืองย่อย101 เนื่องจากข้อความที่ส่งมา มันคือข้อความของนิเรียตอนนี้เธอเดินทางกลับมาจากเมืองหลวงใหม่แล้ว อีกทั้งยังคงมาพร้อมพาแม่กับพ่อมาด้วย

    เขาดูจะตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะไม่ได้เจอหน้าทั้งพ่อและแม่มานาน ถ้านับตามชีวิตนี้ก็อาจจะเกือบ ๆ 1 ปีแต่ถ้านับตามความรู้สึกแล้วมันก็หลายปีจนถึงสิบปีเลยทีเดียวเพราะในโลกนั้นทั้งสองตายไปหลังจากนี้

    ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเมืองย่อย 101ทางประตูตะวันออก หลังจากยืนยันตัวตนเข้าไปในเมืองแล้วเขาก็ไปที่ตึกสมาพันธ์นักล่าและไปที่ห้องรับรองของสมาพันธ์เด็กสาวที่มีใบหน้าคุ้นเคยก็ปรากฏตรงหน้าเขา

    ไนเรลยื่นมือไปลูปหัวของนิเรียด้วยความเคยชินหลังจากไม่เจอกันไม่กี่เดือนนิเรียก็ดูจะโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมานิดหน่อยผิวค้ำมากขึ้นน่าจะมาจากการที่เธอต้องคอยออกไปสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ตามที่ต่าง ๆอยู่บ่อยครั้ง

    ตั้งแต่นิเรียเลือกจะลาออกจากหน่วยโล่มันก็สักพักแล้วแต่เธอได้รับการสนับสนุนแก่นพลังงานจากสมาพันธ์นักล่าอย่างเต็มที่อีกทั้งความสามารถของเธอก็เป็นระดับSสิ่งเหล่านี้ทำให้พลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและอีกไม่นานก็จะผ่านระดับสีเขียวขึ้นไปเป็นสีน้ำเงินได้แล้ว

    ขณะที่ไนเรลสังเกตุรอบ ๆ ก็พบกับพ่อและแม่พ่อของเขาชื่อว่า ไคโร อาโรเดียและแม่ของเขาชื่อ คาร่า อาโรเดีย

    ทั้งพ่อและแม่ของเขานั้นมีความสามารถระดับ S เช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ในครอบครัว แต่คงยกเว้นตัวของเขาคนเดียวจนไนเรลเริ่มสงสัยแล้วว่าตกลงเขาเป็นลูกเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า เพราะทั้ง ปูเนโคนิเรีย พ่อและแม่ก็มีความสามารถระดับ S กันหมดกลับมีแค่เขาที่มีความสามารถลึกลับอย่าง[เร่งการเจริญเติบโตของพืช] ที่เมื่อก่อนเป็นแค่ระดับ F เท่านั้น

    แต่ถึงทั้งสองจะมีความสามารถระดับ S พวกเขาก็ไม่ได้ทรงพลังมากเท่าที่ควรจะเป็นอาจจะเป็นเพราะด้วยทั้งสองไม่ค่อยได้สนใจเพิ่มระดับพลังกันอย่างจริงจังบวกกับที่ตอนเกิดเรื่องพวกเขาได้รับการคุ้มกันและไปที่ปลอดอย่างเมืองหลวงใหม่ของไทกีล่าโดยตรง

    แต่ถึงแบบนั้นความสามารถระดับ S ก็ยังคงเป็นความสามารถระดับ S อยู่ดีไม่สามารถดูถูกได้

    ทั้งพ่อและแม่ของเขานั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามมีเอวาที่นั่งอยู่เงียบๆ ไนเรลรับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่ผิดปกติภายในห้องแต่เพราะสายตาของทั้งสองคนที่มองเอวาอย่างเอ็นดูทำให้เขาไม่ได้คิดอะไรมาก

    ไนเรลเดินไปนั่งข้างเอวาด้วยความเคยชินแต่เมื่อเห็นสายตาของแม่ไนเรลก็รู้ตัวว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมจึงเขยิบก้นถอยห่างมากเล็กน้อย

    ไคโรที่เห็นท่าทีของลูกชายก็คิดว่าคงจะเป็นจริงอย่างที่เขาลือกันว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันจึงแอบยกนิ้วให้ลูกชายตนเองเป็นการบอกว่าดีมากที่สามารถคว้าหญิงสาวสวยขนาดนี้มาได้ ทั้งทีหน้าตาเองก็ไม่ได้หล่ออะไร

    แต่แน่นอนว่าคาร่าที่เห็นว่าสามีของตนทำท่าแบบนั้นก็หยิกเอวไปหนึ่งทีพร้อมกับหันไปยิ้มให้กับเอวา

    แต่แล้วผู้เป็นแม่กลับถามคำถามที่ทำให้ไนเรลและเอวาถึงกับอ้ำอึ้งไปเล็กน้อย“ตกลง ลูกคบหนูเอวาเป็นแฟนแล้วใช่ไหม”

    เอวาที่ได้ยินก็หน้าแดงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงรักษาท่าที่ไว้ของรองประธานสมาพันธ์นักล่าไว้ได้เธอหันมามองหน้าไนเรลด้วยความอยากรู้ว่าชายหนุ่มจะตอบอย่างไรเพราะที่ผ่านมาถึงไนเรลจะไม่เคยพูดออกมา แต่ทุกคนก็ยังดูออกว่าพวกเขาชอบกัน

    ไนเรลเงียบไปไม่ได้เลือกที่จะตอบออกมาในทันทีบางที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองมันก็ไม่สามารถพูดออกมาได้เมปากได้แต่เว้นไว้ในฐานที่เข้าใจกันเท่านั้น

    ส่วนเหตุผลที่เขายังคงไม่พูดความรู้สึกไปก็คงเพราะไนเรลรู้ว่าคนที่เขารอคอยตลอดจะต้องพบเจออย่างแน่นอนในชีวิตนี้และตอนนี้ก็ยังมีเรื่องของโอลีเวีย ราชินีนิมฟ์ที่เพิ่มเข้ามาอีก

    จนบางที่ไนเรลก็กลัวความรู้สึกของตัวเองความเห็นแก่ตัวของตนเองจะทำให้เอวาต้องผิดหวัง

    “เรื่องนั้น...จริงสิ พ่อกลับแม่เป็นไงบ้างได้ติดต่อกลับปู่บ้างหรือเปล่า”ไนเรลเลือกที่จะเปลี่ยนหัวข้อคุยเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม

    เอวาที่มองดูอยู่ก็กำมือเล็กน้อยโดยที่ไม่มีใครสังเกตุเห็นถึงเธอจะเข้าใจไนเรล แต่บางครั้งในส่วนลึก ๆ ของเธอก็ยังอยากที่จะได้ยินคำตอบ“ใช่” ออกมาจากปากของไนเรลอยู่

    เมื่อทั้งไคโรและคาร่าได้ยินแบบนั้นก็ไม่ได้ถามกดดันไปแต่คาร่าแม่ของไนเรลมองดูสายตาทั้งสองก็ได้คำตอบแล้วแต่ลูกชายของเธอกลับไม่ยอมพูดออกมา

    “เรื่องของปู่...”ไคโรพูดพร้อมกับหันไปมองที่เอวาเป็นการส่งสัญญาณเอวาที่ฉลาดก็รู้ว่าการสนทนาต่อจากนี้เธอที่ยังไม่ใช่คนของตระกูลอาโรเดียไม่ควรที่จะฟังจึงหันไปยิ้มกับไนเรลและขอตัวลุกเดินออกมา

    นิเรียที่เห็นดังนั้นก็ลุกตามออกมาเป็นเพื่อนเอวาด้วย

    ตอนนี้ภายในห้องเหลือแค่ไนเรล ไคโรคาร่าสามคนเท่านั้น และก่อนที่จะได้ทำอะไรอยู่ ๆหัวของไนเรลก็โดนไม่บรรทัดจากผู้เป็นแม่ไปหนึ่งทีฐานไม่ยอมตอบคำถาม

    ไนเรลร้องเสียงดัง โอ๊ย! ด้วยความเคยชินพร้อมกับรีบยกไม้ยกมือขอโทษป้งกันไม้บรรทัดไปมา “แม่...ใจเย็นก่อน...พอแล้ว ๆผมขอโทษ”

    ถึงจะร้องแบบนั้นแต่ไนเรลก็ยังยิ้มออกมาที่จริงแล้วความเร็วของไม้มันทัดในสายตาของมนุษย์ชั้นสูงระดับสีน้ำเงินอย่างไนเรลแล้วนั้นมันถือว่าช้ามากแต่เหตุผลที่เขาหลบไม่ได้ ไม่สิต้องบอกว่าจำใจไม่หลบมากกว่า เพราะแม่ก็คือแม่

    “ยังจะมีหน้ามาพูดอีก แค่ตอบว่าใช่จะตายหรือไงยังไงแม่ก็ชอบหนูเอวา ไม่ได้การแล้ว แม่ตัดสินใจแล้วต้องมั่นหมายกันไว้ก่อนไม่อย่างนั้นสาวสวยและเก่งอย่างหนูเอวาจะโดนใครไม่รู้ว่าแย่งไปได้ยิ่งหน้าตาไม่ได้หล่อแบบพ่อของลูกอยู่ด้วยหาผู้หญิงดี ๆ สักคนต้องยากแน่ ๆ” คาร่าผู้เป็นแม่พูดไปก็หยักหน้าไปพร้อมกับตีไนเรลด้วยไม้บรรทัดไป

    ส่วนไคโรได้ยินก็ถึงกับสำลักน้ำลายคิดในใจว่าถึงจะไม่หล่อแต่ก็ทำให้เธอตกหลุมรักได้ก็แล้วกัน

    ถ้านิเรียมาเห็นภาพนี้จะต้องหัวเราะผู้เป็นพี่ชายอย่างแน่นอนเพราะในสมัยก่อนตอนที่พี่ชายสอบได้คะแนน 49 จนตกเกือบทุกวิชาก็โดนแบบนี้ตลอด

    หลังจากที่ตีไนเรลจนพอใจโดยมีไคโรผู้เป็นพ่อนั่งเงียบ ๆ มองไนเรลโดนตีอยู่อย่างพอใจก็พากันกลับมาพูดเรื่องของปู่เนโค

    ไคโรพูดออกมาด้วยสีหน้าเข้มขึง“รู้เรื่องของปู่แล้วใช่ไหม”

    “อืมผมกลับไปที่คฤหาสน์ของตระกูลมาแล้วยังรู้อะไรมามากมาย ตอนแยกกลับปู่ปู่เดินทางไปที่จีนาสเพื่อจัดการกับพาราซัสและคนพวกนั้น”

    “เฮ้อ...นั้นและปู่”ไคโรถอนหายใจออกมาอย่างเงียบ ๆ

    คาร่าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดนี้แต่ก็เข้าใจดีพลางกล่าว “ปู่ทำเพราะไม่อยากให้พวกเราตกเป็นเป้าหมายแม่ก็หวังว่าปู่จะไม่เป็นอะไร”

    “เรื่องปู่คงไม่ต้องเป็นห่วงมากเพราะห่วงไปก็เท่านั้น ในเมื่อโลกเป็นแบบนี้แล้วไม่มีใครตามจับปู่ได้อย่างแน่นอนอีกอย่างปู่คือปู่”

    ทั้งสองพยักหน้ากับความคิดของไนเรล

    “จริงสิเรื่องที่จะให้พ่อและแม่ยายมาพักที่สมาพันธ์นักล่า...นิเรียเล่าให้ฟังหรือยัง”

    “เล่าแล้วพ่อกับแม่ก็พอรู้เรื่องของสมาพันธ์นักล่ามาบ้างถ้าย้ายมาที่นี่คงจะพอช่วยงานได้บ้าง ไม่มากก็น้อย”

    “พ่อพูดอะไรแบบนั้นทั้งพ่อและแม่คือผู้บริหารมือทอง สามารถพาครอบครัวเราผ่านวิกฤตมาได้ตั้งมากมายผมสิดีใจซะอีกที่ได้พ่อกับแม่มาช่วย ตอนนี้สมาพันธ์นักล่าขยายตัวออกไปเร็วมากต้องการคนที่มีประสบการณ์มาดูแลถ้าพ่อไม่ว่าอะไรมาเป็นประธานสมาพันธ์นักล่าเอาไหม” ไนเรลถามอย่างรอคอยอันที่จริงแล้วตั้งแต่ที่เขาเป็นประธานสมาพันธ์นักล่ามาก็แทบจะไม่ได้ทำงานมากนัก

    นอกกำหนดทิศทางของสมาพันธ์นักล่าในบางครั้งก็เท่านั้น

    “ฮ่า ๆ ๆคงไม่ดีมั้งอย่างน้อยพ่อก็รู้ว่าที่สมาพันธ์นักล่าสถานะของลูกมากกว่าประธานของสมาพันธ์เอาเป็นว่าพวกเราจะเข้าไปช่วยดูแลตรงที่แม่หนูนั้นทำไม่ไหวก็แล้วกัน”แน่นอนว่าแม่หนูที่ไคโรหมายถึงก็คือ เอวา

    คาร่าเองก็เห็นด้วยเพราะเธอรู้สึกถูกชะตากับเอวามาก

    “เออ...งั้นก็เอาตามนั้นก็ได้ครับ”ไนเรลตอบไปด้วยน้ำเสียงเชิงยอมรับ

    “เลิกพูดเรื่องน่าเบื่อกันดีกว่าพวกเราไปหาอะไรกินกันเถอะ อย่างน้อยมาที่นี้ก็ไปหาเดินเที่ยวกัน”

    “อืมไปเดินเล่นกัน ถึงจะเป็นวันสิ้นโลก แต่ยังไงพวกเราก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับมันจนกว่าจะตายกันไปข้าง”

    ไคโรสนับสนุนความคิดของภรรยาอย่างเต็มที่หลังจากนั้นพวกเขาก็พากันไปเดินสำรวจภายในเมืองโดยที่ก่อนไปคาร่ายังสั่งกำชับให้ไนเรลพาเอวามาด้วยให้ได้

    แต่เพราะสายฝนที่ตลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้การเดินเล่นนั้นไม่เหมือนกับปกติมากนัก

    พ่อกับแม่ของไนเรลถือล่มคันใหญ่เดินคู่กันไปโดยมีนิเรียที่ตอนนี้ทิ้งพี่ชายไปออดอ้อนแม่

    ไนเรลจึงเดินคู่กับเอวาตามอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ

    “เหนื่อยไหม”

    “อืม” เอวาพยักหน้าตอบรับเงียบ ๆ

    ไนเรลมองหน้าเอวาที่ดูจะซูบผอมลงไปเล็กน้อยเห็นดังนั้นเขาก็รู้สึกผิดที่ทิ้งงานของสมาพันธ์นักล่าไว้ให้เธอ เขาไม่ได้พูดขอโทษเพราะมันไม่มีความหมายอะไรไนเรลทำแต่เพียงยืนมือไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเธอเพราะฝนที่ตกลงมาอย่างเงียบ ๆ

    หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปหาอะไรกินหลังจากนั้นไนเรลก็เลือกที่จะอยู่กับครอบครัวอีก 4 วันเพราะในชีวิตนี้เขารู้ถึงความสำคัญของการใช้เวลากับครอบครัวว่ามันมีค่าแค่ไหน

    แต่แน่นอนว่าความสงบสุขที่น้อยครั้งที่ไนเรลจะมีได้ในโลกของซอมบี้ก็ต้องสิ้นสุดลงเพราะเมื่อเวสลี่ได้ติดต่อมาแล้วว่าเธอเลือนพลังเป็นระดับสีน้ำตาลแล้วอีกทั้งชารอนก็สกัดยายกระดับชุดแรกเสร็จแล้วด้วย

    นั้นทำให้ไรเรลต้องเดินทางไปที่เมืองซานติเกียและเริ่มภารกิจแล้ว