บทที่ 33 ผีเฝ้าโรงเรียน
ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด บนถนนที่ไร้ซึ่งผู้คน
สาวน้อยสวมชุดนอน เดินเท้าเปล่าไปข้างหน้าทีละก้าว ราวกับวิญญาณเร่ร่อนไร้จุดหมาย
เศษหินบนถนนบาดเท้าของเธอจนเลือดซิบ แต่กลับไม่รู้สึกเจ็บปวด รู้เพียงว่าต้องเดินต่อไป เดินต่อไปเรื่อย ๆ
หลังจากเดินมาเป็นเวลานานกว่าชั่วโมง เธอก็มาถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง นั่นคือโรงเรียนมัธยมปลายนานาชาติอลิซ
ครั้งหนึ่ง ที่นี่เคยเป็นโรงเรียนมัธยมเอกชนที่มีชื่อเสียงมากในปักกิ่ง
ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เกิดเหตุการณ์นักเรียนกระโดดตึกฆ่าตัวตายถึง 7 รายภายในเวลาเพียงครึ่งปี ทำให้โรงเรียนแห่งนี้เสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างหนัก จนถูกสั่งให้ปิดตัวลง
มีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้โรงเรียนต้องปิดตัวลง เป็นเพราะมีผีนักเรียนสิงอยู่
บางคนเล่าว่าได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวนในยามค่ำคืน ขณะที่บางคนอ้างว่า เห็นเงาสีขาวลอยผ่านบนดาดฟ้าของหอพักนักเรียนไป
ทว่า เรื่องราวทั้งหมด ล้วนไม่เคยได้รับการยืนยัน
ด้วยความเจริญก้าวหน้าของสิ่งที่เรียกว่า ‘การไลฟ์สด’ สองปีมานี้ ก็มีสตรีมเมอร์สายผจญภัยในสถานที่ลึกลับมาไลฟ์ที่นี่เช่นกัน แต่นอกจากบรรยากาศในโรงเรียนจะดูเย็นเยียบแล้ว ก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ เลย
บางทีอาจจะเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติอลิซบ้างแล้ว ตอนที่เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน ใบหน้าของเธอจึงเผยความหวาดกลัวออกมาเล็กน้อย เด็กสาวยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน ลังเลอยู่นาน ก่อนจะเดินเข้าไป
ซางเฟยหว่านหันไปมองเธอ “ลูกสาวของคุณเข้าไปแล้ว คุณไม่เข้าไปเหรอ”
เธอถาม “คุณหมอดู ฉันได้ยินมาว่า ที่นี่มีผีดุ จริงหรือเปล่า คุณ... ไล่ผีเป็นหรือเปล่าคะ”
ซางเฟยหว่านตอบ “ไล่เป็น”
เธอจึงถามต่อ “คุณหมอดู คุณช่วยพาลูกสาวฉันออกมา และทำให้เธอกลับมาเป็นปกติได้ไหมคะ ไม่ต้องห่วง เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา บ้านเรามีเงิน คุณต้องการเท่าไหร่ก็บอกมาเลย”
ซางเฟยหว่านตอบ “เรื่องเงินไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือถ้าคุณไม่เข้าไป ลูกสาวของคุณต้องตายแน่”
เธอขบฟันแน่น ในที่สุดก็ตัดสินใจกัดฟันเดินตามซางเฟยหว่านเข้าไปในโรงเรียนนานาชาติอลิซชนิดที่ก้าวขาตามแทบไม่ทัน
คืนนี้แสงจันทร์สาดส่อง อาคารเรียนและหอพักของโรงเรียนต่างอาบแสงสีนวลอ่อน ๆ ของแสงจันทร์ และเงามืดก็จางลง
มันรกร้างมานานหลายปี พื้นที่ว่างเปล่านอกรั้วโรงเรียนถูกปกคลุมไปด้วยหญ้ารกเรื้อ นาน ๆ ทีก็จะมีเสียงแมวร้องโหยหวนน่าขนลุก เหมือนผีเด็กร้องไห้ในยามค่ำคืน
ใบเมเปิลสีแดงเดินพลางมองไปรอบ ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของลูกสาว
เธอเริ่มร้อนใจ “หมอดูคะ โรงเรียนกว้างขนาดนี้ เราจะไปหาที่ไหนกันดี”
ซางเฟยหว่านยกนิ้วชี้ขึ้นไปทิศหนึ่ง “ลูกสาวคุณอยู่ตรงนั้น!”
สายตาเธอมองตามปลายนิ้วไปยังดาดฟ้าของอาคารหอพักสูงห้าชั้น ที่นั่นมีเงาร่างของคนคน หนึ่งยืนอยู่ ซึ่งก็คือเสี่ยวหยา ลูกสาวของเธอเอง
ท่ามกลางแสงจันทร์ สาวน้อยกำลังร่ายรำอยู่บนดาดฟ้า เธอหมุนตัวและกระโดดอย่างงดงาม
แต่ด้วยตำแหน่งที่ยืนอยู่ซึ่งเป็นสุดขอบของดาดฟ้า ทำให้ดูราวกับว่า เธอพร้อมจะกระโดดลงมาได้ทุกเมื่อ ทุกท่วงท่าของเธอนั้นช่างน่าหวาดเสียว
ใบเมเปิลสีแดงถึงกับร้องออกมาด้วยความตกใจ
เสียงของเธอทำให้เด็กสาวที่กำลังเต้นรำอยู่บนดาดฟ้าสะดุ้งโหยง แล้วหยุดชะงัก เธอมองลงมาด้วยสายตาตัดพ้อที่ทะลุผ่านความมืดในยามราตรีมายังผู้คนที่อยู่ด้านล่าง
ซางเฟยหว่านพูดว่า “ไปกันเถอะ เธอรออยู่”
ใบเมเปิลสีแดงรู้สึกเหมือนขากำลังสั่น เธออยากจะหนีไปจากสถานที่อันน่าขนลุกแห่งนี้โดยเร็วที่สุด
แต่ลูกสาวคนเดียวของเธอยังตกอยู่ในอันตราย เธอไม่อาจทิ้งไปได้จริง ๆ
“คุณซางเฟยหว่าน “ ใบเมเปิลสีแดงร้องขอซางเฟยหว่านอย่างเว้าวอน “คุณต้องช่วยพวกเราแม่ลูกนะ! ถ้าคุณช่วยให้พวกเราแม่ลูกปลอดภัย ฉันยอมจ่ายเงินให้คุณหนึ่งแสน... ไม่สิ หนึ่งล้าน!”
เงินสูงถึงหนึ่งล้านมากพอที่จะทำให้ใครหลายคนไขว้เขว
แต่ซางเฟยหว่านเพียงแค่กวาดตามองเธออย่างเฉยเมย “ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่ ขึ้นไปข้างบนก่อนเถอะ ถ้าช้ากว่านี้ เธอคงรอไม่ไหว ชีวิตลูกสาวเธอคงไม่รอดแน่”
ส่วน “เธอ” ที่ว่าคือใคร ซางเฟยหว่านกลับไม่ได้เอ่ยออกมา
หอพักแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานกว่า 20 ปี แต่ทันทีที่พวกเธอก้าวเข้ามา ข้างในก็มีแสงไฟสว่างขึ้น
แสงไฟนั้นสว่างไสวไปทั่วทุกซอกทุกมุม เสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังมาจากทางบันไดและทางเดิน
ใบเมเปิลสีแดงกำลังจะเอ่ยปากถาม ก็เห็นนักศึกษาหญิงหลายคนเดินชนเธออย่างรีบร้อน พวกเธอกำลังรีบขึ้นไปชั้นบน
“นี่มัน...”
ความคิดของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ ลืมไปแล้วว่า วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหน ลืมไปแล้วว่า โรงเรียนแห่งนี้ถูกทิ้งร้างไป
ในชั่วขณะหนึ่ง เธอรู้สึกราวกับว่า เธอก็เป็นนักเรียนคนหนึ่ง เพิ่งเลิกเรียนตอนเย็น ต้องรีบไปอาบน้ำให้เสร็จ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันเวลาปิดไฟตอนสี่ทุ่ม และจะถูกครูประจำหอพักตำหนิเอาได้
เธอก็เร่งฝีเท้าขึ้นเช่นกัน และตรงไปยังชั้น 4 แล้วผลักประตูห้องพัก 402
ซ่า!
น้ำเย็นทั้งกะละมังราดรดลงมาจนตัวเธอเปียกโชก
เธอยังไม่ทันได้สติ ก็ได้ยินเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากข้างหู
“ฮ่า ๆ ๆ พวกเธอดูสิ เหมือนลูกไก่ตกน้ำเลย!”
“เห็นชุดชั้นในทะลุเลย สีแดงซะด้วย เหมือนไก่สุด ๆ ฮ่า ๆ ๆ!”
“ใส่ชุดชั้นในสีแจ๊ดแบบนี้ อยากจะอ่อยพี่มู่หรือไงยะ นังแรด!”
เสียงหัวเราะกลายเป็นคำด่าทออย่างหยาบคาย ทั้ง ‘อีตัว’ ‘อีขี้ขลาด’ สารพัดคำพูดแย่ ๆ แทบไม่น่าเชื่อว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากปากของเด็กสาวมัธยมปลายกลุ่มหนึ่ง
ส่วนใบเมเปิลสีแดงก็ได้แต่ยืนนิ่ง ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
เธอเองก็อยากจะตอบโต้ แต่ความกลัวมันฝังรากลึกในใจจนร่างกายไม่ยอมทำตาม แม้แต่จะขยับหนี เธอก็ยังไม่มีเรี่ยวแรง
“ดูสิ ทำท่าทางแบบนี้อีกแล้ว! ทำเป็นน่าสงสารตลอดเลย!”
“พี่มู่ก็โดนท่าทางน่าสงสารแบบนี้ของแกหลอกเข้าแล้วสินะ”
“ภายนอกดูน่าสงสาร แต่นี่มันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ! แกมันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำ วันนี้พวกฉันจะสั่งสอนแกเอง!”
พูดจบ ผู้หญิงหลายคนก็กระชากผมสีแดงของเธอเข้าไปในห้องพัก
“หลี่เสี่ยวหว่าน ไม่ใช่ว่าแกชอบอ่อยรหอกเหรอ? ฉันถอดเสื้อผ้าแกออก แล้วให้แกอ่อยให้พอ!”
“ฮ่า ๆ ๆ ปลดเสื้อผ้าเสร็จแล้วฉันจะถ่ายรูปเอง! เอาล่ะ หันหน้าของหลี่เสี่ยวหว่านออกมาสิ ไม่อย่างนั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นใคร”
“คุกเข่าลง! โพสต์ท่ายั่วยวนหน่อยสิ คุณี้มันไม่ใช่หลี่เสี่ยวหว่านเลย!”
“ฉันให้แกโพสต์ท่า ได้ยินไหม? ทำไมไม่ทำ? ตบมันเลย!”
“มองแบบนั้นหมายความว่าไง? กำลังคิดเหรอว่า ทำไมพวกเราต้องแกล้งแก? ก็ใครใช้ให้บ้านแกจนล่ะ! ฮึ! โรงเรียนรับพวกคนจนเข้ามา ก็แค่ต้องการเพิ่มคะแนน คิดว่าตัวเองจะเหมือนพวกเราจริง ๆ หรือไง”
“ถ้าแกอยู่อย่างสงบเสงี่ยมก็แล้วไป แต่นี่แกดันไปรับจดหมายรักของพี่มู่! แกมีสิทธิ์อะไรไปชอบผู้ชายที่ฉันชอบ”
“รู้ไหมทำไมพี่เขาถึงไม่สนใจแก? ฮ่า ๆ ๆ เพราะตอนนี้ ทั้งโรงเรียนรู้กันหมดแล้ว ว่าแกมันเป็นแค่ผู้หญิงขายตัว!”
“หรือไม่ใช่ล่ะ? แกคิดว่าใครจะเชื่อแก แค่พวกเราบอกว่าแกเป็น แกก็เป็นตามนั้นแหละ! เชอะ! ยัยสินค้าเน่าเสีย!”
“ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ก็เอาไปทำใบปลิวโฆษณาขายบริการ แล้วก็ใส่เบอร์โทรศัพท์ของหลี่เสี่ยวหว่านลงไปด้วย!”
“หลี่เสี่ยวหว่าน ในเมื่อเธอมันร่านนัก ก็ไปขายตัวซะสิ!”
“โอ๊ย! อย่าทำแบบนี้กันเลย ปล่อยให้เธอเปลือยแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา ถ้าเป็นหวัดขึ้นมา จะไปรับแขกไม่ได้นะ”
กลุ่มเด็กสาวหลายคนส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ดึงใบเมเปิลสีแดงที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาเหมือนของเล่น จากนั้นก็โยนกลับไปที่เตียง
“เอาผ้าห่มมาคลุมเธออีกหลาย ๆ ผืน ป้องกันไม่ให้เป็นหวัด ดูสิ พวกเราน่ะ ดีกับเธอมากแค่ไหน”
“คลุมขนาดนี้ จะเป็นลมแดดตายไหมเนี่ย ตอนนี้มันหน้าร้อนนะ!”
“ฮ่า ๆ ยัยนี่มันไม่ใช่คนปกติอยู่แล้วนี่นา จะให้เหมือนพวกเราได้ยังไงล่ะ”
“ห้ามขยับ! ถ้าแกกล้าเปิดผ้าห่ม พวกเราจะถอดเสื้อผ้าแกออกแล้วโยนทิ้งกลางถนน ให้ทุกคนดูความน่ารังเกียจของแก!”