“ผมชื่อริงค์ แลงคาสเตอร์”
เขาสังเกตเห็นอยู่ว่าเธอมองเขาด้วยสายตาแปลกๆเป็ครู่จึงนึกขึ้นได้ว่าที่เป็เช่นนั้นก็เพราะเขายังไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยท่าทางเธอบอกให้รู้ว่ากำลังต่อสู้กับความอยากรู้อยากเห็นอย่างสุดความสามารถกระนั้นสายตาก็คอยแต่จะเหลือบแลมายังแผงอก หน้าท้องและตรงส่วนที่ซิปกางเกงยีนยังรูดขึ้นไม่เรียบร้อยปกติแล้วทั้งสายตาและท่าทางแบบนี้จะยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับเขามากยิ่งขึ้นเพราะพอจะรู้ว่าขั้นตอนต่อไปออกจะง่ายมากเขาจะต้องถือว่าสายตาแบบนี้เท่ากับเป็การประกาศว่าเ้าหล่อนเต็มใจและพร้อมแล้วสำหรับเขา แต่แววไร้เดียงสาในดวงตาเธอทำให้เขาบังเกิดความอายอย่างน่ารำคาญใจขึ้นมาและยิ่งสายตาของเธอคอยแต่จะชำเลืองแลมาที่เป้ากางเกงมากเท่าไรริงค์ก็ยิ่งบังเกิดความรู้สึกว่าอะไรบางอย่างในร่างกายมันเกิดอาการตื่นตัวขึ้นมาอย่างน่าโมโห
เขาพยายามรักษามรรยาทไว้อย่างเต็มที่สืบเท้าเข้าไปหาพร้อมกับยื่นมือไปให้ เธอนิ่วหน้าเล็กน้อยแต่ในที่สุดก็วางมือลงในมือเขาอย่างเหนียมอาย
“ฉันชื่อแคโรไลน์ ดอว์สันค่ะ...”เธอบอกพร้อมกับช้อนสายตาขึ้นมองหน้าเขาอยู่
ต่างฝ่ายต่างประสานสายตากันอยู่อย่างนั้น...!
เวลาล่วงผ่านไปช้าๆ แมลงส่งเสียงหวู่หวี่อยู่รอบๆศีรษะ เสียงเครื่องบินกระหึ่มอยู่บนท้องฟ้า เสียงระลอกคลื่นน้อยๆที่วิ่งไล่กันเข้ากระทบฝั่งที่มีหินก้อนใหญ่ตะไคร่จับเขียวกล่นเกลื่อนอยู่เป็ครู่ทีเดียวกว่าที่จะต่างปล่อยมือพร้อมกับถอยออกห่างจากกัน
“คุณบอกว่า...นามสกุลดอว์สันหรือครับ...?”ริงค์เอ่ยถามออกไปในที่สุดขณะเดียวกันก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมสุ้มเสียงของตัวเองมันถึงได้แก่เกินอายุได้ขนาดนั้น“คุณเป็ลูกสาวของพีท ดอว์สันหรือครับ?”
เธอหลบตาลงมองพื้นดินและเขาก็ยังสังเกตเห็นไหล่ที่ตกลงราวสิ้นหวัง...ห่ะเอ๊ย...ทำไมเขาถึงต้องถามด้วยเสียงห้วนๆ แบบนั้นด้วย...? ใครๆ ก็รู้จักพีทดอว์สันกันทั้งนั้น วันๆ ไม่ทำอะไรเลยเอาแต่เล่นโดมิโนพร้อมที่จะขอเงินจากใครก็ได้ที่ตาบอดพอจะเข้าไปทักทายปราศรัยเขาจะต้องขอให้มากพอที่จะซื้อเหล้าถูกๆ สักขวดเพื่อให้สามารถผ่านแต่ละวันไปได้
“ใช่ค่ะ...” เธอตอบเสียงเบาและแล้วเธอก็สะบัดศีรษะน้อยๆ เชิดหน้าขึ้นอย่างรักศักดิ์ศรีเป็ท่าทางที่ทำให้ริงค์รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมาก ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ฉันเห็นจะต้องไปเสียที ไม่อย่างนั้นคงเข้าทำงานไม่ทันแน่”
“ยินดีที่ได้รู้จักคุณนะ”
“เช่นเดียวกันค่ะ
“เวลาเดินผ่านป่าระวังตัวหน่อยนะครับ”เมื่อเห็นเธอหัวเราะ เขาก็รีบถามต่อว่า “ขำอะไรหรือครับ?”
“ก็คุณมาบอกให้ฉันระวังตัวทั้งที่คุณเองก็เพิ่งลงไปว่ายน้ำในนั้นมา”เธอชี้ไปที่แม่น้ำสายแคบๆ “ในนั้นอาจจะมีงูแล้วก็สัตว์ร้ายอะไรต่อมิอะไรอีกตั้งเยอะแยะที่มีแต่พระเ้าเท่านั้นที่จะรู้ทำไมคุณไม่เข้าไปว่ายน้ำที่สระในเมืองล่ะคะ?”
“ก็ผมเกิดร้อนขึ้นมาตอนนี้นี่”เขายักไหล่ก่อนตอบ
เขาเกิดร้อนขึ้นมา...พระเ้า...เขาร้อนรุ่มจริงๆ... เวลาที่เธอหัวเราะ เธอจะหงายศีรษะขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็น่
ลำคอขาวผ่องงามระหง ช่างเชิญชวนเสียนี่กระไร...พวงผมของเธอเรืองแสงอยู่เหนือต้นคอและแผงไหล่กลิ่นยาซักผ้ากับแป้งมันที่ลงไว้กับตัวเสื้อหอมกรุ่นดูจะดีกว่าน้ำหอมราคาแพงที่จมูกของเขาเคยได้ััมาแล้วด้วยซ้ำกลิ่นกรุ่นนั้นประสมประสานอยู่กับกลิ่นเนียนเนื้อที่สดสะอาดเสียงหัวเราะของเธอเป็เสียงหัวเราะอย่างจริงใจราวสิ่งที่สามารถจับต้องได้ที่กำลังเอื้อมออกมาโลมไล้เขาดูเหมือนมันจะโลมไล้ได้ถูกจุดทั้งยังเป็จุดที่กำลังสร้างความเ็ปให้กับเขาอย่างที่สุดอยู่ขณะนี้...!
ใช่... เขากำลังร้อน...และกำลังถูกผลาญเผาด้วยความร้อนนั้น
“คุณเลิกงานกี่โมงครับ?” เขาเองก็แปลกใจกับคำถามนั้นไม่ต่างไปกว่าเธอ
“สามทุ่มค่ะ” เธอเริ่มถอยห่างจากเขากึ่งระแวง
“หา...มืดค่ำขนาดนั้นเชียวหรือครับ...นี่คุณเดินกลับบ้านทั้งมืดๆยังงั้นน่ะหรือ?”
“ใช่ค่ะแต่ฉันไม่ได้เดินผ่านป่าหรอกนะคะ จะเดินก็แต่เฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น”
เขาใช้ความคิดอยู่กับคำตอบของเธอเด็กสาวคนนี้ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่เขาเคยรู้จักไม่ว่าในวินสตันวิลล์แห่งนี้หรือจะเป็ที่โอล มิสก็ตาม
“เดี๋ยวฉันเข้างานสายกันพอดี”เธอกล่าวซ้ำก่อนจะเดินห่างออกไปแต่เขาก็ยังััถึงความไม่เต็มใจจะลาจากได้อยู่ดี
“นั่นสินะ...อย่าไปทำงานสายน่ะดีที่สุด...แล้วพบกันนะครับ แคโรไลน์”
“ลาล่ะค่ะ ริงค์”
มันมีอะไรบางอย่างที่แฝงอยู่ในคำอาลามากกว่าที่จะเอ่ยออกมาเป็คำพูดเขาเชื่อมั่นว่าจะต้องได้พบกันอีกแน่นอนแต่เธอกลับไม่คิดเช่นนั้น
...เขากลับขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยของรถยนต์เปิดประทุนโดยไม่จำเป็ต้องเปิดประตูขับกลับไปยังเดอะรีทรีทเมื่อถึงบ้านก็เดินแกมวิ่งขึ้นบันไดทีละสองขั้นตรงไปยังห้องส่วนตัวทันที...
และขณะนี้...ขณะที่ความคิดวนเวียนอยู่แต่เื่ของแคโรไลน์เขาสามารถมองเห็นภาพตัวเองที่เดินกลับเข้ามาในห้องนี้ในตอนบ่ายของฤดูร้อนเมื่อ 12 ปีก่อนเขาจำได้ดีว่าพอมาถึงก็ถอดเสื้อโยนลงกับพื้นห้องก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวเดียวกับที่กำลังนั่งอยู่ขณะนี้ไม่เพียงแต่นั่งในท่าเดียวกันเท่านั้นแต่ยังหมกมุ่นครุ่นคิดถึงแต่ผู้หญิงคนเดียวกันกับครั้งกระนั้นอีกด้วยทุกวันนี้เธอก็ยังดูลึกลับ ยังคงเข้าใจยากทั้งยังตามหลอกหลอนทั้งยังครอบงำจิตใจเขาอยู่เหมือนเดิม
และตอนนี้... มันก็เช่นเดียวกับตอนนั้นที่เขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะทำอย่างไรก็ตามมันก็ยังคงมีความหวังน้อยมากที่จะให้ตัวเองบรรเทาอาการปวดร้าวที่เกิดขึ้นจากความปรารถนาล้ำลึกในหัวใจ...
ตอนที่เธอตื่นขึ้นนั้นยังเช้าตรู่อยู่มากที่จริงเธออยากจะนอนหลับให้นานกว่านี้เพื่อไม่ต้องตื่นขึ้นมาเผชิญกับสภาพวิกฤตในอาการป่วยของรอสโคและกับการที่ริงค์เดินทางกลับมายังวินสตันวิลล์
เธอแว่วเสียงประตูบ้านด้านหน้าที่ถูกเปิดออกและปิดกลับลงอย่างแ่เบาดังมาจากชั้นล่าง จึงสลัดผ้าห่มออกจากร่างเปิดประตูห้องนอนเดินออกไปยังห้องโถงภายนอกและเลยไปถึงระเบียงชั้นสองของตัวบ้านขณะนั้นพระอาทิตย์ยังขึ้นไม่ถึงยอดไม้แม้แสงสีแดงอมส้มจะฉาบขอบฟ้าเบื้องทิศตะวันออกแล้วพระจันทร์เสี้ยวกับดาวดวงหนึ่งยังสว่างสดใสอยู่บนพื้นฟ้าสีเข้ม กลุ่มหมอกลอยตัวขึ้นจากพรมหญ้าฉ่ำน้ำค้างเห็นเป็สายแสดงให้เห็นว่าจะเป็วันที่มีอากาศร้อนอบอ้าวอีกวันหนึ่ง
เบื้องล่างนั้นริงค์ก้าวลงมาหยุดอยู่ตรงบันไดขั้นล่างสุดเขากำลังกวาดสายตามองทัศนียภาพโดยรอบที่แคโรไลน์รู้ดีว่าเขารักมากแผ่นดินแห่งนี้มีความสำคัญสำหรับเขาเทียบเท่ากับลมหายใจทีเดียวเธอรู้สึกเห็นใจที่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขากลับเนรเทศตัวเองให้พ้นไปเสียจากบ้านที่แสนรักหลังนี้
เขาเดินเอื่อยๆ ไปรถคันที่จอดอยู่หน้าบ้านเช้าวันนี้เขาอยู่ในกางเกงยีนกับเสื้อสปอร์ตแม้จะดูคล้ายโคบาลอยู่บ้างแต่ก็ดูเหมาะกับเขามาก กางเกงยีนนั้นสีซีดเข้ากับแฟชั่นแต่รีดเรียบกลีบโง้งแคโรไลน์เฝ้าจับตามองขณะที่เขาล้วงกระเป๋ากางเกงเอากุญแจรถออกมา
เขาเปิดประตูรถซึ่งตอนนั้นเองที่สายตาเขาให้บังเอิญมองเห็นภาพขณะที่เธอจับตามองลงมาจากระเบียงชั้นบนเขาพาดท่อนแขนอยู่กับหลังคารถและมองตอบเธออยู่
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่ได้พูดไม่ได้ทักทายยามเช้าต่อเขา จะมีก็แต่สายตาเท่านั้นที่จดจ้องมองเขาอยู่ต่างฝ่ายต่างนิ่งอยู่ในท่านั้นในท่ามกลางแสงสีชมพูแกมทองแสงสว่างในยามเช้าที่โอบล้อมเขาและเธออยู่ในยามนี้ราวไม่ใช่ของจริงเป็อะไรบางอย่างที่อยู่เหนือกาลเวลาในนาทีแห่งความสงัดเงียบนั้นต่างปล่อยใจให้เป็ไปตามครรลองของมันไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะยับยั้งทั้งเขาและเธอไว้ได้
และในที่สุด โดยไม่พูดจาเขาก็เลื่อนตัวเข้านั่งในลินคอล์นและขับออกจากที่นั่นแคโรไลน์มีความรู้สึกเหมือนตัวเองถูกปฏิเสธ เธอเดินกลับเข้าไปในห้องและลงมือแต่งตัวขณะมองภาพสะท้อนของตัวเองจากกระจกเงาเธอก็ถามตัวเองออกมาว่า
“สิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง...”
ผู้ชายคนเดียวที่เธอเคยคิดจะรักหรืออย่างน้อยก็เข้าใกล้คำว่ารักอย่างมาก ก็คือริงค์ แลงคาสเตอร์ ใน่เวลาสั้นๆที่คบหากันอยู่นั้น ทั้งเขาและเธอได้แบ่งปันสิ่งที่เป็ความพิเศษสุดในชีวิตแก่กันหรืออย่างน้อยก็พิเศษสุดในชีวิตของเธอ เธอยอมอนุญาตให้ตัวเองสร้างความฝันขึ้นมาว่าสิ่งที่ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิงนั้น สักวันหนึ่งมันจะต้องเป็ความจริงขึ้นมาได้เธอเชื่อทุกถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอไว้เมื่อฤดูร้อนปีนั้น แต่ในที่สุดคำพูดของเขาก็ไร้ความหมายโดยสิ้นเชิงเธอไม่ได้เป็อะไรสำหรับเขามากไปกว่าความแปลกใหม่เท่านั้น
และบัดนี้ ด้วยความพลิกผันของโชคชะตาทำให้เธอแต่งงานกับพ่อของเขา...พ่อของเขา...!เมื่อรอสโคเอ่ยปากขอแต่งงานกับเธอนั้นมันเหมือนกับจะเป็คำตอบสำหรับความฝันทุกประการของเธออย่างแท้จริงเธอจะได้รับการยอมรับนับถือ มีฐานะการเงินที่มั่นคง ผู้คนที่มองเธอด้วยสายตาดูถูกจะต้องเปลี่ยนสายตาเสียใหม่