Ep 051 :: จงเป็นฮ่องเต้ที่ดี
“พี่ใหญ่!!!”
เสียงสามเสียงของบุรุษสามคนดังก้องขึ้นมาในเวลาไล่เลี่ยกัน เฟยเจี้ยนฉินหันหน้าไปยังที่มาของเสียงก่อนจะระบายยิ้มแผ่วจาง รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่แสดงความอ่อนล้า แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงถึงความสบายใจ
“น้อง ๆ ทั้งหลายเร่งรีบอะไรกันหรือ?”
“ไม่จริงใช่หรือไม่ที่ว่าเสด็จพ่อทรงปลดท่านให้เป็นสามัญชน!?”
“พี่ใหญ่จะต้องไปชายแดนจริง ๆ รึ!?”
เฟยต้าซานและเฟยสวี่ฉีพร้อมใจกันโถมกายเข้ากอดผู้เป็นพี่ นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความโศกเศร้า เฟยเจี้ยนฉินตบหลังน้องชายทั้งสองเบา ๆ พร้อมกล่าวปลอบโยนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“มันเป็นเรื่องจริง เสด็จแม่และสกุลตู้มีความผิดโทษฐานกบฏ ข้ามิอาจอยู่เมืองหลวงได้อีกต่อไป แต่ข้าก็ยังมีชีวิตอยู่ตรงนี้นะ อย่าทำเสมือนข้าจะไปตายสิ”
“...พี่ใหญ่ ข้ามิเคยคิดแย่งชิงบัลลังก์กับท่าน”
เฟยหรงซิ่นกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือหนากำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เขาพร่ำโทษตัวเองอยู่ในใจ หากเขาแสดงจุดยืนของตัวเองให้ไวกว่านี้ บางทีเสด็จแม่ฮองเฮาอาจจะไม่คิดก่อกบฏจนทำให้พี่ชายที่เคารพรักยิ่งคนหนึ่งต้องเสียที่อยู่ไป
“ข้ารู้เจ้ารอง ที่ตรงนั้นพี่เองก็หาได้อยากได้มันไม่”
น่าขัน บัลลังก์มังกรที่เหล่าองค์ชายแคว้นอื่นต่างปรารถนา องค์ชายทั้งสี่แห่งราชวงศ์เฟยกลับไม่มีผู้ใดอยากได้มันมาครองแม้แต่คนเดียว มันเป็นเช่นนั้นมาตลอด และเป็นเช่นนั้นไม่เคยเปลี่ยน...
“พี่ใหญ่ ท่านไม่ไปไม่ได้หรือ?”
เฟยสวี่ฉีกลั้นก้อนสะอื้นรัดร่างของพี่ชายแน่นจนแทบหายใจไม่ออก เฟยเจี้ยนฉินระบายยิ้มอ่อนโยน ยกมือขึ้นตบหลังหัวน้องชายอย่างเอ็นดู
“ข้าหาได้คิดว่านี่คือบทลงโทษ แท้ที่จริงนี่คือรางวัลที่เสด็จพ่อประทานให้ข้าต่างหาก”
พี่ชายคนโตกวักมือเรียกน้องชายคนรองให้เข้ามาร่วมวงกอดลาอันอบอุ่นเป็นครั้งสุดท้าย เฟยหรงซิ่นขยับกายเข้าใกล้ก่อนจะวางศีรษะลงบนลาดไหล่กว้าง ไหล่ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดตรงปกป้องเขาจากอารมณ์โกรธของผู้เป็นบิดา ไหล่ของพี่ชายที่คอยแบกรับทุกเรื่องเผื่อแผ่มายังน้อง ๆ เสมอ
เฟยเจี้ยนฉินโอบกอดน้องชายที่น่ารักทั้งสามคน แม้แต่ละคนจะโตเป็นยักษ์ปักหลั่นกันแล้ว แต่ในสายตาของผู้เป็นพี่คนโต น้องชายทั้งสามคนของเขายังคงเป็นเด็กน้อยไม่ต่างกับในวันวาน
ดวงตาคมหลุบตามองน้องชายแต่ละคนก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองผืนฟ้ากว้างไกลที่เป็นสีฟ้าสว่างไสว เฉกเช่นเดียวกับในความทรงจำ
“เจ้าจำวันที่เสด็จพ่อพาเราทุกคนออกนอกวังได้หรือไม่?”
“วันไหนเล่าพี่ใหญ่ สมัยเด็ก ๆ เสด็จพ่อพาเราออกนอกวังบ่อยจะตาย” เฟยต้าซานพูดพลางหัวเราะน้อย ๆ ยามนึกย้อนกลับไป
...
‘พวกเจ้าเห็นสามัญชนเหล่านั้นหรือไม่?’
‘เห็นขอรับ’
‘เจ้าใหญ่ เจ้าคิดว่าการจะเป็นฮ่องเต้ต้องมีสิ่งใด?’
‘อำนาจและขุนนางขอรับ’
‘เจ้าจะมีอำนาจเพื่อสิ่งใด ขุนนางของเจ้ามีไว้เพื่อใคร’
‘ย่อมมีไว้เพื่อสร้างฐานอำนาจให้แก่ฮ่องเต้มิใช่หรือเสด็จพ่อ?’
‘ผิดแล้ว จดจำไว้ว่าประชาชนบนผืนแผ่นดินนี้ทุกคนล้วนแล้วแต่คือครอบครัวของเจ้า พวกเขาเป็นประชาชนของเจ้า อำนาจที่เจ้ามีจงใช้มันเพื่อทำให้แผ่นดินนี้เจริญรุ่งเรืองและทำให้พวกเขาเหล่านั้นมีความสุข ขุนนางของเจ้าต้องมีไว้เพื่อรับใช้พวกเขาหาใช่ตัวเจ้า’
‘เช่นนั้นประชาชนใช่ว่ามีอำนาจยิ่งกว่าฮ่องเต้อีกกระมัง?’
‘ฮ่า ๆ จะว่าเยี่ยงนั้นก็ได้ เพราะมีประชาชนถึงได้มีแว่นแคว้น หากไร้ซึ่งประชาชนเจ้าก็มิอาจกระทำสิ่งใดได้หรอก พลังประชาชนนับล้านนั้นเรืองอำนาจกว่าทหารเรือนแสน’
...
‘...เสด็จพ่อ ทำไมพวกเขาเหล่านั้นต้องทำงานอาบแดดด้วย?’
‘นั่นเป็นอาชีพของเขาอย่างไรล่ะ ข้าวที่พวกเจ้ากินทุกมื้อก็มาจากประชาชนรู้หรือไม่?’
‘เพียงแค่ดูข้ายังรู้สึกเหนื่อยแทนเลย แล้วทำไมพวกเขาจึงยิ้มได้เล่า ขนาดเสด็จพ่อที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ยังมิยิ้มบ่อยเท่านั้นเลยกระมัง’
‘เจ้าเด็กนี่ช่างเปรียบเทียบนัก’
‘...?’
‘หากให้พ่อตอบ พ่อก็คงตอบว่าเพราะพวกเขามีความสุขกับชีวิตที่เรียบง่าย มากกว่าพ่อที่ต้องอยู่แต่กับวังวนอำนาจที่น่าเบื่อหน่ายน่ะสิ แต่บางคนพวกเขาก็ไม่ได้มีความสุขกับสิ่งที่ทำเพราะผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับชีวิตพวกเขา ดังนั้นหน้าที่ของพ่อ คือการทำให้ทุกผู้คนบนแผ่นดินนี้ได้มีชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะทำอาชีพใดหรือมีพื้นเพแบบไหน พ่อก็ต้องทำให้พวกเขามีความสุขกับชีวิตของเขา’
‘ข้าไม่เข้าใจ?’
‘รอเจ้าโตกว่านี้อีกสักนิดเจ้าก็จะเข้าใจ ไว้พ่อจะลองพาเจ้ามาลงกล้าปลูกข้าวทำไร่ทำสวนดีหรือไม่?’
...
‘สนุกหรือไม่?’
‘เหนื่อยกว่านั่งท่องตำรา แต่ข้าว่ามันก็สนุกแปลก ๆ ดี’
‘ฮ่า ๆ งั้นก็พรวนดินเข้า พอสิ่งที่เจ้าปลูกออกดอกออกผลเจ้าจะภูมิใจยิ่งรู้หรือไม่’
‘เสด็จพ่อก็อย่าขยับแต่ปาก ขยับมือท่านด้วยสิ!’
...
“ข้าตั้งใจจะทำไร่ทำนาตามที่เสด็จพ่อเคยสอน มีภรรยาสักคนที่รักข้าที่เป็นข้าจริง ๆ เคียงข้างข้าจนแก่เฒ่า มีลูกน้อยสักสองคนวิ่งเล่นในบ้านหลังเล็ก ไม่ต้องกังวลว่าผู้ใดจะลอบฆ่าข้า ไม่ต้องโหยหาอำนาจที่ไม่จีรัง ข้ามั่นใจว่าข้าจะเป็นคนที่มีความสุขแบบเรียบง่าย และจะสุขยิ่งกว่าพวกเจ้าสามคนเสียอีก”
“...”
น้องชายทั้งสามลอบสบตากันเอง พยักหน้าน้อย ๆ ก่อนที่มือหนาสามมือจะพร้อมใจกันบิดเนื้อที่เอวผู้เป็นพี่อย่างแรงจนเฟยเจี้ยนฉินกระเด้งตัวออกมาแทบไม่ทัน
“โอ๊ย ๆ ๆ!”
น้องน้อยทั้งสามแลบลิ้นปลิ้นตา ยกมือขึ้นตีมือกันเองแบบสะใจ เห็นแบบนั้นผู้เป็นพี่ใหญ่ก็ยิ้มอ่อนโยนอีกครั้ง เฟยเจี้ยนฉินเดินตรงไปยังร่างของน้องชายคนรอง จับมือของเฟยหรงซิ่นขึ้นมาก่อนจะวางหยกเนื้อดีสีขาวบริสุทธิ์ชิ้นหนึ่งลงกลางฝ่ามือหนา
“เจ้ารอง พี่มิอาจคอยช่วยเหลือสิ่งใดเสด็จพ่อและเจ้าได้อีก หลังจากนี้เจ้าต้องรับช่วงต่อบัลลังก์นั้นจากเสด็จพ่อ ที่ตรงนั้นอยู่สูงและหนาวเหน็บจนกว่าใครจะเข้าใจ แต่จงจำไว้เถอะว่าพวกเราพี่น้องจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นพลังและกำลังใจให้เจ้า”
“...พี่ใหญ่”
“จดจำไว้ให้ดีว่าก่อนที่เราจะมาอยู่ตรงนี้ เจ้าเป็นใคร”
‘ก่อนที่พ่อจะมาเป็นฮ่องเต้ พ่อเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง และตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ฐานะเงินทองก็เป็นเพียงสิ่งของนอกกาย ท้ายที่สุดแล้วเจ้าก็ยังคงเป็นเจ้าหาใช่โพธิสัตว์จากไหนไม่’
องค์ชายรองเฟยหรงซิ่นรับฟังเงียบ ๆ ดวงตาของสองพี่น้องมองสบโดยมิต้องกล่าวให้มากความไปมากกว่านั้น ความนัยในทุกคำพูดพวกเขาทุกคนล้วนแล้วแต่เข้าใจดี
“สิ่งที่เจ้ามีจงอย่าได้หลงระเริง อำนาจแม้จะหอมหวานแต่ถ้าใช้มันอย่างผิด ๆ มันก็เป็นแค่ยาพิษที่จะทำลายตัวเจ้าเอง”
‘ถ้าไม่มีคนที่คอยเคียงข้าง ไม่มีคนให้เจ้าปกป้อง ไม่มีคนที่รักให้คอยดูแล ไม่มีประชาชนให้เจ้าปกครอง เจ้าจะมีอำนาจนั้นไปเพื่อสิ่งใด’
มือหนาจับไหล่น้องชายก่อนจะบีบแรงขึ้น คล้ายกับกำลังส่งต่อเจตนารมณ์ที่ถูกปลูกฝังไว้ให้น้องชายรับช่วงต่อไป
“จำไว้ว่ามิใช่แค่เจ้าที่มีความรู้สึก ประชาชนของเจ้า ขุนนางของเจ้าล้วนแล้วแต่เป็นมนุษย์ พวกเขามีรักโลภโกรธหลงด้วยกันทั้งสิ้น จงคุมคนให้เป็น เลือกใช้คนให้เป็น แล้วอย่าได้ใช้อารมณ์ตัดสินทุกอย่าง”
“...”
“สุดท้าย...จงปกป้องแผ่นดินนี้ และเป็นฮ่องเต้ที่ดีเฉกเช่นเสด็จพ่อให้ได้”
‘เห็นมั้ยฉินเอ๋อร์ พวกเขาไม่เคยพบพ่อ แต่พวกเขารักและเคารพพ่อ หาใช่หวาดกลัวไม่ นั่นเพราะพวกเขารู้ว่าพ่อเก่งและทำให้พวกเขามีวันนี้อย่างไรล่ะ ฮ่า ๆ!’
‘...เสด็จพ่อ ...หลงตัวเอง ตอนแรกท่านก็พูดเสียน่าฟังหรอก แต่ไหงสุดท้ายเป็นเยี่ยงนี้ไปได้เล่า’
‘เจ้านี่ช่าง... ช่างเถิด ไว้อนาคตเจ้าย่อมเข้าใจทุกอย่างที่ข้ากระทำ’
‘…?’
‘...ทั้งในฐานะบิดา...และฮ่องเต้’
ประวัติศาสตร์ได้จารึกชื่อของทรราชที่ปล้นชิงแผ่นดิน ทับถมแผ่นดินนี้ด้วยซากศพ ย้อมผืนแผ่นดินฉินด้วยเลือดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นมหาราชที่นำพาแผ่นดินฉินให้เจริญงอกงาม ประชาชนทั่วหล้าล้วนแต่มีความสุข ทรงได้ชื่อว่าปกครองประชาชนด้วยความเป็นธรรมและเป็นฮ่องเต้ที่รักประชาชนที่สุด
...นั่นคือเสด็จพ่อของเรา
“เจ้ารอง ข้ามั่นใจว่าเจ้าจะเป็นฮ่องเต้ที่ดีได้เฉกเช่นเสด็จพ่อในสักวัน ข้าจะคอยดูเจ้าจากชายแดน”
เฟยเจี้ยนฉินยืดหมัดมาด้านหน้า ก่อนที่ผู้เป็นน้องชายจะสูดลมหายใจลึก กำหมัดยื่นมาด้านหน้าเช่นกัน สองหมัดชนกันเบา ๆ แต่น้ำเสียงนิ่งดังลึกไปจนถึงหัวใจ
“...ข้าให้สัญญาต่อท่าน...พี่ใหญ่”
“ดี! เจ้าห้า เจ้าเก้า จากนี้จงเป็นคนที่ช่วยประคับประคองพี่รองของเจ้า ทำให้บัลลังก์ที่พี่เจ้านั่งมั่นคงด้วยพลังของพวกเจ้าเสียล่ะ”
“ข้าสัญญา พี่ใหญ่”
“ข้าก็เช่นกัน พี่ใหญ่ ...แล้วข้าจะไปเยี่ยมท่านที่ชายแดนนะ”
เฟยต้าซานและเฟยสวี่ฉีพร้อมใจกันชนหมัดกับพี่ใหญ่และพี่รองเบา ๆ เป็นครั้งสุดท้าย คำสัญญาที่พวกเขามีให้แก่กันไม่ว่าอย่างไรเสียก็ย่อมเป็นไปตามสัญญา เลือดอย่างไรเสียก็ข้นจนมิอาจแยกจากได้ แต่ภาระหน้าที่ที่ต้องแบกรับก็มิอาจละทิ้งได้
‘...ท่านแม่’
‘เจ้า! ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นบุตรชายของข้า!! ทั้ง ๆ ที่เจ้าเป็นบุตรข้า!! เหตุใดจึงทำเยี่ยงนี้!!?’
‘ข้าเป็นบุตรของท่าน แต่ข้าก็เป็นบุตรของเสด็จพ่อ’
‘พ่อหรือ คนพรรค์นั้นน่ะหรือบิดาเจ้า!! คนพรรค์นั้นมิเคยห่วงหาใส่ใจพวกเราจริง ๆ แม้แต่น้อย เดิมทีมันก็เป็นเพียงสามัญชนต่ำต้อย ไม่เหมาะสมกับบัลลังก์นั่นแม้เพียงนิด!!’
‘เสด็จพ่อเป็นผู้เหมาะสมกับบัลลังก์นั่นมากกว่าผู้ใด เสด็จพ่อเชิดชูท่านเป็นมารดาของแผ่นดิน ท่านคิดจริง ๆ หรือว่าเสด็จพ่อมิเคยไยดีท่าน เสด็จพ่ออาจทำหน้าที่สามีได้ไม่ดีเท่าที่ท่านแม่ต้องการ แต่สำหรับข้าเสด็จพ่อเป็นบิดาที่ดีที่สุด และเป็นฮ่องเต้ที่ดีที่สุดเช่นกัน’
‘เจ้า---!!!’
‘เลือดครึ่งหนึ่งในตัวข้ามาจากเสด็จพ่อ และข้าเลือกแผ่นดินนี้ เลือกประชาชนทุกคนบนแผ่นดิน เลือกเสด็จพ่อที่คิดปกป้องทุกอย่างจนยอมสละได้แม้แต่ตัวเอง มากกว่าท่านและสกุลตู้ที่ถูกความโลภเข้าครอบงำจนขาดสติคิดทำให้แคว้นฉินลุกเป็นไฟ’
‘ข้าจะฆ่าเจ้า-!!!’
‘...ลูกอกตัญญูแล้ว หากชาติหน้ามีจริงข้าจะขอเกิดมาเป็นลูกท่านอีกครั้ง และหวังว่าวันนั้นท่านจะคิดได้’
บทสนทนาครั้งสุดท้ายของตนกับมารดาในคุกหลวงถือเป็นจุดสิ้นสุดของทุกอย่างของตัวเขาในฐานะองค์ชาย...
ผลงานครั้งสุดท้ายขององค์ชายใหญ่คือปราบปรามกบฏในบ้านให้บิดาไม่ต้องกังวลกับศึกในมากท่าศึกนอกอีก ทุกอย่างที่เขาสืบหามาได้ล้วนถูกส่งมอบจนถึงมือของบิดา เพื่อให้อนาคตของแคว้นฉินเจริญรุ่งเรืองสืบไป
...แม้จะมิใช่องค์ชาย แต่ตัวเขาก็ยังเป็นคนของแคว้นฉิน
องค์ชายใหญ่เฟยเจี้ยนฉิน เขาไม่เคยแสวงหาชื่อเสียงและอำนาจ หากแต่ตั้งใจทำงานเพื่อแบ่งเบาภาระของบิดา แม้จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้ แต่ความตั้งใจของเขานั้นเหมือนเดิมเสมอไม่เคยเปลี่ยน
จากนี้จะเป็นเพียงเจี้ยนฉินคนธรรมดาคนหนึ่ง คล้ายกับภาระทุกอย่างที่อยู่บนไหล่หนาถูกปลดลงสิ้นแล้ว ความเคร่งเครียดที่เก็บกดมานานล้วนถูกปล่อยวาง ชายหนุ่มหันหน้าไปยังที่ประทับของผู้เป็นบิดา ประทับภาพตึกหลังใหญ่ที่ผู้เป็นพ่อนั่งทำงานอยู่บนโต๊ะทำงานตัวกว้างอย่างโดดเดี่ยวตั้งแต่เช้าจรดเย็นไว้ในใจ
เข่าทั้งสองข้างของเฟยเจี้ยนฉินจรดพื้น มือหนายกขึ้นจรดหน้าผาก ก่อนที่หน้าผากกว้างจะจรดลงสู่พื้นเนื่องด้วยทำความเคารพเป็นครั้งสุดท้าย
...ขอให้ท่านอายุยืนยาว เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้แก่น้องชายและเหล่าประชาชนรวมถึงตัวข้าไปอีกนานแสนนาน
...รักษาสุขภาพด้วย
...ท่านพ่อ
...
“...แค่ก!!”
ดวงตาคู่งามกะพริบช้า ๆ มองไปยังทิวทัศน์รอบกายก่อนที่สีข้างจะเจ็บแปล๊บ นางจึงได้พึมพำด้วยน้ำเสียงแหบแห้งมิน่าพิสมัย
“...นี่...ข้า...ยังไม่ตาย?”
------
บทของครอบครัวเต้ จริงๆ ก็แค่เอาไว้คั่นบทคู่พระนางให้ค้างนานๆ เท่านั้นแหละ แค่ก!!