ท้องฟ้าสีแดงเข้มของดินแดนปีศาจทอดยาวไปสุดสายตา เมฆดำลอยต่ำบดบังแสงจันทร์ สายลมที่พัดผ่านเต็มไปด้วยเสียงกระพือปีกของสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจระบุได้ ขบวนทัพของเผ่าปีศาจเคลื่อนที่ผ่านแนวเทือกเขาทมิฬ ขณะเดียวกันเสียงกลองศึกดังเป็จังหวะหนักหน่วง ทุกย่างก้าวของพวกมันทำให้พื้นแผ่นดินสั่นะเื
ณ จุดหน้าสุดของขบวน วอลธาซาร์ และ โกราทัส นำทัพเคลื่อนพลไปข้างหน้า พวกมันขี่สัตว์อสูรทรงพลัง หรูหราสมฐานะ แต่สีหน้าของทั้งคู่ดูไม่พึงพอใจนัก
“เฮ้อออ~ เ้าได้ข่าวหรือไม่โกราทัส” วอลธาซาร์หาวพลางเอนตัวไปข้างหลังอย่างเกียจคร้าน “ข้ารู้สึกว่าการเดินทัพครั้งนี้มันเสียเวลาเหลือเกิน”
โกราทัสซึ่งกำลังง่วนอยู่กับขนมเคลือบน้ำผึ้งที่อยู่ในมือ พยักหน้าช้าๆ พลางพูดเสียงเนือย “ฮืม…เห็นด้วย ข้าไม่เข้าใจเลยว่าไยเราต้องมากับพวกทหารเดินดินเหล่านี้…”
“ข้าก็ว่าเช่นนั้น” วอลธาซาร์ถอนหายใจแรง พลางปรายตามองไปข้างขบวน “พวกมนุษย์ชอบเอ่ยถึงเกียรติของนักรบ แต่ข้าคิดว่ามันเป็เื่ไร้สาระ เรามีชีวิตเพื่อหาความสุขไม่ใช่หรือ?”
“พูดได้ดีน้องข้า…เกียรติอะไรนั่นใช้กินไม่ได้” โกราทัสยักไหล่ ก่อนจะตักเนื้ออบคำโตเข้าปาก “แต่ข้าว่ามันจะดียิ่งขึ้นถ้าเรามีไวน์ดีๆ สักขวดกับอาหารที่ดีเลิศสักหน่อย”
“ใช่! และแน่นอน หญิงงาม…” วอลธาซาร์ยิ้มกว้างพลางลูบคางตัวเอง
ทันใดนั้น เสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก็ดังขึ้นจากด้านหลังของพวกมัน
“เ้าสองตัวนี่…ไร้ประโยชน์จริงๆ”
เสียงนั้นมาจาก ออร์ฟาเอล ปีศาจาุโผู้เป็มันสมองของเผ่าปีศาจ ดวงตาสีฟ้าเ็าของเขามองทะลุพวกปีศาจเสเพลทั้งสองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระอา
“คิดแต่เื่ไร้สาระ แม้แต่เด็กปีศาจยังขยันขันแข็งมากกว่าพวกเ้าสองตัวรวมกัน”
วอลธาซาร์และโกราทัสเงียบไปทันที สีหน้าที่เคยมีรอยยิ้มเย้ยหยันหายไปในพริบตา
“ฟังนะ” ออร์ฟาเอลเอ่ยเสียงเข้ม “เราไม่ได้มาเพื่อเล่นสนุก การเคลื่อนทัพครั้งนี้มีเหตุผล เ้าน่าจะใช้สมองคิดบ้างว่าสถานการณ์ของเผ่าปีศาจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน”
“ก็แค่าธรรมดาอีกครั้ง” วอลธาซาร์พึมพำ แต่พอเห็นสายตาของออร์ฟาเอล เขาก็กลืนคำพูดของตัวเองลงไปทันที
จวนบัญชาการเคลื่อนที่ และเงาแห่งความลับ
ข้างๆ ขบวนของวอลธาซาร์และโกราทัส มีโครงสร้างขนาดใหญ่เคลื่อนที่ไปด้วยกัน มันคือ จวนบัญชาการเคลื่อนที่ ที่ห่อหุ้มด้วยม่านพลังสีดำสนิท ประดับด้วยสัญลักษณ์เวทมนตร์โบราณ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าข้างในเป็เช่นไร
ภายในจวนที่เงียบสงัด มีเงาหนึ่งกำลังหลับสนิท ร่างสูงของเขาเอนกายอยู่บนโซฟาหนานุ่ม เสียงลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกถึงความสบายที่หาได้ยากในกองทัพ
เขาคือ แซคคาเรียส
แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่
วอลธาซาร์หันไปทางโกราทัสก่อนจะเบ้ปาก “ข้ารู้ว่าใครอยู่ในนั้น…แต่ก็นะ เ้านั่นไม่เคยทำอะไรเลย นอนกินบ้านกินเมือง”
โกราทัสหัวเราะเบาๆ “จริง…แถมี้เีอย่างน่าหงุดหงิด”
“แต่ข้าได้ยินมาว่า…” วอลธาซาร์กระซิบเสียงเบา “…เ้านั่นเคยจัดการปีศาจระดับสูงได้ด้วยตัวคนเดียว”
โกราทัสชะงักเล็กน้อยก่อนจะเบือนหน้าหนี “เฮอะ ข่าวลือก็เท่านั้นล่ะ ข้าไม่เห็นเขาทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันเลย”
ทั้งสองหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขยับสายตามองไปข้างหน้า ขณะที่ขบวนปีศาจเดินทางต่อไป
หน้าทางเข้าหมู่บ้าน – เมืองหมอกสีเงิน
ท้องฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงดำเป็สีเทาหม่น สายหมอกหนาปกคลุมพื้นที่ข้างหน้า หมู่บ้านที่พวกมันกำลังจะไปถึงถูกขนานนามว่า “เมืองหมอกสีเงิน”
มันเป็หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนของดินแดนปีศาจกับดินแดนมนุษย์ พื้นที่นี้เป็ที่รู้จักกันดีว่าเป็ดินแดนต้องสาป ที่ไม่มีใครกล้าเข้ามา
แต่ปีศาจเหล่านี้กลับเคลื่อนทัพตรงเข้าไปโดยไม่มีความลังเล
เสียงฝีเท้าของอสูรและปีศาจกระทบพื้นดินดังกึกก้อง เมฆหมอกหนาขึ้นทุกขณะ
“ที่นี่ทำให้ข้ารู้สึกไม่สบายใจเลย” วอลธาซาร์พึมพำ
“เมืองนี้…เหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างไว้” ออร์ฟาเอลเอ่ยขึ้น
โกราทัสขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว “บางที…อาจมีอะไรสนุกๆ รอเราอยู่ก็ได้”
ขณะที่ขบวนเคลื่อนเข้าใกล้เมืองหมอกสีเงิน ความเงียบที่ผิดปกติทำให้ทุกคนเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล
บางสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ในม่านหมอก