บทที่ 44: ปิดฉาก
[ขณะนี้อยู่ระหว่างกิจกรรมสงครามเวิลด์บอส เนื่องจากปัญหาการเชื่อมต่อและความจุของเซิร์ฟเวอร์ผู้เล่นที่ล็อกเอ๊าท์ไม่สามารถล็อกอินเข้าเกมได้จนกว่าสงครามจะจบ ขออภัยในความไม่สะดวก]
ลัคนาลอยอยู่ในความมืด ข้อความนั้นลอยเด่นหราอยู่ตรงหน้า
ในหัวมีความทรงจำขาดๆ หายๆ ของดันทาเลียน เธอจำได้แค่ภาพเด็กหนุ่มคนหนึ่งกับภาพศพของเด็กผู้หญิงผมสีดำที่เหลือไหลออกจากหัวของเธอเหมือนน้ำไหลออกจากภาชนะรั่ว
[ต้องการชมถ่ายทอดสดหรือไม่?]
เด็กสาวตอบตกลง ภาพการถ่ายทอดสดสงครามเวิลด์บอสปรากฏขึ้นตรงหน้า มันเป็นภาพเดียวกับที่วศินกำลังดูอยู่
ผู้เล่นที่เหลืออยู่ไม่ถึงร้อยห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด พระจันทร์ที่อยู่บนฟ้าเป็นสีแดงสด
ลัคนาคิด ถ้าอิกดราซิลจะตายก็ช่าง ใครชนะก็ไม่สน เพราะเธอล้มเหลว เธอพาผู้เล่นทั้งหมดออกจากเกมไม่ได้เธอเห็นไอชาพยายามฆ่าทุกคน แต่ผู้เล่นที่อยู่รอดถึงท้ายๆ มักจะเวลร้อยขึ้นทั้งนั้นไอชาคนเดียวไม่สามารถรับมือได้ ไม่นานค่าชีวิตเธอลดเหลือไม่กี่ขีดจนต้องถอยร่นไปฟื้นพลัง
เธอเห็นผู้เล่นกลุ่มที่เหลือกระตุกแล้วนิ่งไปเสียดื้อๆ คลื่นไฟฟ้าถูกส่งเข้าไปแล้วพวกเขาหยุดสู้แล้วขยับเข้าหากันเหมือนฝูงผีดิบ ไอชาอาศัยจังหวะนั้นโจมตี แต่มีโล่กันผู้เล่นเหล่านั้นไว้
ท้องฟ้าฝั่งตะวันออกมีเมฆตั้งเค้าราวกับพายุเข้า ทว่าสายฟ้าที่ฟาดจากหลืบเมฆสีทะมึนกลับเป็นสีส้มและเขียวมีร่างคนขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นจากหมู่เมฆพร้อมแสงสว่างจ้าราวกับเป็นเทพลงมาจากสรวงสวรรค์
ร่างสูงค้ำฟ้านั้นเป็นหญิงสาวสวยงาม มีหกปีก รอบศีรษะมีหมอกเหมือนเนบิวลาลอยอยู่ดาวระยิบระยับนับล้านลอยอยู่ในหมอกนั้น ในมือของเธอถือดาบที่ลุกเป็นไฟสีแดงฉาน เสื้อผ้าสีขาวสะอาดมีลวดลายของกาแล็กซีเทพหกปีกหลับตา สีหน้าไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
รอบศีรษะมีแถบเลือดยี่สิบแถบ และเหนือก้อนเมฆสีสวยที่เป็นฉากหลังก็มีชื่อเขียนไว้
<Universal Boss: StardustGuardian Nova>
โนวา ผู้พิทักษ์ดวงดารา... ลาสบอสที่ยังไม่มีใครในเกมเคยเห็น
ลัคนาอ่านค่าพลังของดาบเพลิง มันเป็นอาวุธชื่อเครูบ ค่าโจมตีที่เขียนไว้คือไร้ขีดจำกัด
การเอาชนะบอสตัวนี้ เป็นไปไม่ได้
ดาบเพลิงแตะผู้เล่นที่กระจุกรวมกันจนตายเรียบ
ลัคนาไม่คิดว่าสิ่งที่เธอพยายามทำจนเลือดตาแทบกระเซ็นจะสำเร็จง่ายดายขนาดนี้
“ยะโฮ! คิดถึงนารีรึเปล่า?” เสียงใสๆ ของเด็กสาวจากอีกโลกดังขึ้นลัคนาขยับตัวพยายามหาที่มาของเสียง “ขอโทษที่ช้าไปหน่อยน้า แต่นารีอะ สุมหัวกับวศินกับเพื่อนของวศินนิดหน่อยแล้วก็เรียกเจ้าบอสยักษ์นั่นออกมาเก่งใช่ไหมล่า~”
“นารี...? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมอยู่ดีๆ...?”
“ผู้เล่นพวกนั้นถึงจะโดนคลื่นไฟฟ้าไปแค่ไม่กี่นาที แต่ความเสียหายต่อสมองน่าจะใช้เวลารักษาเป็นเดือนๆไม่รู้แน่ด้วยว่าจะหายรึเปล่า” เสียงของวศินตามมา “ขอโทษที่ทำให้เธอไปไม่สวยแบบนั้นแต่เธอมีโอกาสทำพันธะปีศาจเลเมเกทันสำเร็จมากที่สุด ถ้าดันทาเลียนไม่เปิดช่องว่างในระบบเกมให้พวกเราแฮ็กเข้าไปเราก็ไม่มีทางทำให้ผู้เล่นพวกนั้นออกจากเกมได้แน่ เรื่องของเรื่องคือแม้แต่ทางโน้นก็ยังเจาะระบบทำพันธะของดันทาเลียนไม่ได้ที่ทำให้ปีศาจนั่นยอมรับเธอเป็นนายได้...ทำได้ดีมาก”
“แสดงว่าความสามารถของดันทาเลียนก็...?”
“ถ้าดันทาเลียนไม่เชื่อมตัวเกมกับฐานข้อมูลของห้องแล็บเพื่อดึงความทรงจำของเธอฉันก็ไม่คิดหรอกว่ามันจะสำเร็จ ไอ้บอสลับขยะนั่นก็ใช้เวลาโค้ดนานเกินจนปล่อยให้ผู้เล่นโดนจนได้”เสียงคนที่คุยกับวศินก่อนเธอจะโดนส่งไปหาดันทาเลียนพูด “จำฉันไม่ได้สินะ”
“คุณคือ...?”
“โทษที ตอนนี้ไม่มีเวลาคุย แค่นี้ล่ะ คงได้เจอกันใหม่” เขาพูด “จริงสิ
อุลริก ลอร์น่า กับซิลเวสเตอร์บอกสวัสดี ถึงเธอจะจำเจ้าพวกนั้นไม่ได้ก็เถอะ”
เสียงของเขาหายไป
“...เราช่วยคนไว้กี่คน...?” ลัคนาถาม
“ทุกคนนอกจากไอ้ไม่กี่สิบคนที่โง่อยู่ต่ออะนะ” นารีพูดปนหัวเราะ “ผลลัพธ์สงครามครั้งนี้บอกว่าเสมอกันระหว่างเกาะเหนือเกาะลอยฟ้าเนบิวลา ทวีปหลัก และทวีปใต้ดิน มันจะเสมออะไรได้ขนาดนั้นน้า~”
“ถ้าสงครามจบแล้วทำไมฉันยังติดอยู่ในเกมอีกเหรอ?” ลัคนาถาม
“ทีมงานมีอะไรให้แก้ สงสัยยังไม่พร้อมให้ผู้เล่นกลับเข้าเกม”
“ช่วยให้ฉัน...ออกจากเกมนี้ได้ไหมคะ?” ลัคนาถาม
“...ขอโทษนะ คนที่พอจะทำได้มีแค่ยูริ คนที่เหมือนจะรู้จักเธอก่อนหน้านี้แต่ตอนนี้เขาช่วยอะไรไม่ได้เพราะเขาโดนหมายหัวอยู่เหมือนกัน” วศินพูดเสียงเบา “พวกฉันไม่รู้ว่าเธอเข้าไปติดอยู่ในเกมได้ยังไงส่วนเขาเหมือนจะรู้แต่ไม่ยอมบอก พวกเราช่วยอะไรไม่ได้หรอก”
ลัคนาพยักหน้าเจ็บใจ ลืมไปว่าพวกเขามองไม่เห็น
...
“คุณคงลืมไปแล้วสินะครับว่าตัวเองมีอะไรเป็นเดิมพัน” ริมฝีปากของดอกเตอร์หนุ่มฉีกยิ้มเหี้ยมเกรียม“ชีวิตของคุณ ชีวิตของเพื่อนคุณ และชีวิตของครอบครัวแสนสำคัญ... อิลยา เปโตรวิช เวเซลอฟสกี้และ นาเดีย ดมีเทรียฟน่า เวเซลอฟสคายา...”
“อย่ายุ่งกับพวกเขา!” ยูริพูดลอดไรฟัน “อีกอย่าง ไอ้ขยะอย่างแกไม่เคยจริงจังกับการหายารักษาโรคเลยสักครั้งสิ่งเดียวที่แกสนใจคือการเอาคนมาวิจัยสมอง ฉันพูดถูกใช่ไหม?”
ชายหนุ่มจ้องดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นอย่างไม่เกรงกลัว แม้ตัวเขาตอนนี้จะโดนมัดมือไพล่หลังและโดนผลักให้นั่งบนพื้นก็ตามเสื้อแล็บสีขาวที่เหมือนกับคนอื่นๆ เปื้อนเลือดที่ไหลจากหางคิ้ว
รองเท้าส้นหนาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกดลงมาบนแผ่นหลังจนใบหน้าของเขาฟาดพื้นห้องแล็บเย็นยะเยือก
“...เปล่าประโยชน์ครับ เพราะเรายังสามารถดึงข้อมูลจากผู้เล่นที่ติดไวรัสไปแล้วได้อยู่สุดท้ายการทรยศหักหลังของคุณก็เสียแรงเปล่า” ชายชุดขาวนั่งยองๆ ประจันหน้ากับยูริที่มีสภาพเหมือนสัตว์ป่าโดนนายพรานล่ามโซ่
“Blyat…ฉันเกลียดตัวเองจริงๆ ทำไมตอนนั้นถึงตกลงเข้าร่วมโปรเจกต์ขยะกับไอ้ขยะหน้าปลวกอย่างแกนะ?” ยูริแค่นหัวเราะ
“ที่ผมปล่อยคุณจากสถานะ MT แล้วคืนความทรงจำให้คุณเพื่อจะได้ร่วมงานกันตามที่สัญญายังเมตตาไม่พออีกเหรอครับ? ผมมองข้ามความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าของคุณเพื่อจะโดนแทงข้างหลัง? อย่าทดสอบความอดทนของผมนัก”
สองหนุ่มต่างวัยจ้องตากันแบบไม่มีใครยอมใคร
“...คำถาม มีรถไฟกำลังแล่นด้วยความเร็วสูง แต่บนรางมีคนงานหกคนกำลังซ่อมรางอยู่หากสับรางรถไฟจะชนคนงานแค่คนเดียว คุณมีทางเลือกสองทาง จะปล่อยให้รถไฟชนคนงานหกคน หรือสับรางให้ชนแค่คนเดียว?”
ยูริไม่ตอบ
“ถ้ามีขนมปังเพียงแผ่นเดียวและคนที่หิวเจียนตายสิบคน จะแบ่งขนมปังเป็นชิ้นเล็กๆให้อดตายกันหมด หรือให้ขนมปังกับคนเดียวเพื่อให้เขารอด?”
“หุบปากน่า, Mne poxui” ยูริพยายามขยับตัว“ฉันเกลียดสวนอีเดนขยะของแก สวนอีเดนที่สร้างบนโครงกระดูกมันจะไปมีประโยชน์อะไร?”
ดอกเตอร์ยิ้มเหมือนพ่อพระ ในใจคิดว่าจะจัดการกับหนูทดลองเจ้าปัญหานี้ยังไงดีแต่ยูริก็ชิงพูดขึ้นก่อน
“ในมหาสงครามกอบกู้มาตุภูมิ สหภาพโซเวียตทิ้งระเบิดเมืองของตัวเองที่เสี่ยงถูกพวกนาซีเยอรมันยึดทำไมเหรอ? เพราะถึงนาซีเยอรมันยึดเมืองนั้นได้ ฝ่ายนาซีจะไม่ได้แม้แต่ขนมปังสักก้อน”ยูริแสยะยิ้ม “ฉันทำลายชีวิตของตัวเองไปเป็นครั้งที่สองก็จริง แต่กลับกันแกก็ไม่ได้อะไรไปเลยลองดูหน้าจอพวกนั้นดีๆ สิ...เผลอๆ แกเสียหายหนักกว่าฉันด้วยซ้ำ”
ดอกเตอร์คิ้วกระตุก ตวัดดวงตาใต้แว่นไร้กรอบมองหน้าจอที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ทุกจอฉายภาพเดียวกันหมด
ภาพโปรโตไทป์ที่เขามุ่งมั่นพัฒนามานานแสนนาน
โปรโตไทป์ที่จะบรรจุวิญญาณเข้าไปในโลกไซเบอร์
วิญญาณของรินคำ
ลูกสาวแท้ๆ ของเขา
“นี่คุณ...ทำอะไรลงไป? รู้ได้ยังไงว่า—”
“โปรเจกต์ MT เกมสตาร์ดัสต์ เรล์มออนไลน์ งานวิจัยไวรัส สงครามเวิลด์บอส ทุกอย่างเป็นแค่ฉากบังหน้าที่ปิดบังเป้าหมายที่แท้จริงของแก...สิ่งนั้นคือ ‘รินคำโปรโตไทป์’ ที่แกพัฒนาโดยที่องค์กรไม่รู้เห็นโดยใช้เงินส่วนที่เหลือจากการวิจัยไวรัสคิดดูสิว่าถ้าเบื้องบนรู้เรื่องเข้าจะเป็นยังไง” ยูริยิ้มแบบผู้ชนะ นี่สินะคือหัวเราะทีหลังดังกว่า“เอะใจตั้งนานว่าทำไมคนที่เป็น MT ส่วนใหญ่ถึงอายุน้อยกว่าสามสิบเพราะอย่างนี้เอง เขาว่าทางชีวภาพ สมองของวัยรุ่นจะต่างจากสมองของผู้ใหญ่แกถึงเลือกแต่วัยรุ่นเข้าร่วมวิจัย”
“แต่ก่อนหน้านั้นผมสามารถ—” ก่อนดอกเตอร์จะทันพูดจบประโยค ยูริก็พลิกตัวเตะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ข้างศีรษะจนได้ยินเสียงตึกเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างในเครื่องแบบก็ร่วงไปกองกับพื้น
ยูริสอดนิ้วเข้าในแขนเสื้อแล้วดึงอาวุธออกมา เขาล็อกคอดอกเตอร์แล้วเอาปลายมีดจิ้มที่เส้นเลือดในลำคอ
“...อย่างนี้เอง มีดเซรามิก... ถึงได้รอดจากเครื่องตรวจได้ทุกวันสินะครับ”ดอกเตอร์หัวเราะหึๆ ในลำคอ ไม่ทุกข์ร้อนกับสถานการณ์แม้แต่น้อย
“โปรเจกต์ MT ไม่ได้สร้างไว้เพื่อศึกษาการทำงานของสมองที่ติดไวรัสในสถานการณ์ต่างๆหรอก การวางเรื่องราวและเงื่อนไขที่อลังการขนาดนั้นมันยุ่งยากเกินไป แถมข้อมูลที่ได้ก็ใช่ว่าจะถูกต้องมันสร้างเพื่อทดสอบและค้นคว้าข้อมูลให้โปรโตไทป์บ้าๆ ของแกต่างหาก ให้สถานการณ์แล้วเฝ้ามองการตอบสนองของคนจากนั้นก็ใส่ไปในเอไอเพื่อให้ระบบความคิดเหมือนมนุษย์มากที่สุด ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่ได้ความทรงจำคืนแล้ว...ความหมายที่แท้จริงของ ‘อัลฟ่า’ ที่สักบนไหล่ของรินคำน่ะ”
คอมพิวเตอร์ส่งเสียง ไฟล์งานวิจัยของดอกเตอร์ถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว
“หึๆ เยี่ยมยอด เยี่ยมจริงๆ ที่มองเบื้องลึกเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ออกคุณคงไม่ได้ทำคนเดียวสินะ หนอนบ่อนไส้เยอะเสียจริง” ดอกเตอร์หัวเราะ “แต่คุณยังขาดข้อมูลสำคัญไปหลายจุดคุณเวเซลอฟสกี้ ทำไมผมถึงต้องทำขนาดนี้เพื่อมนุษย์เทียมล่ะ? แล้วโปรโตไทป์ของผมมีไว้เพื่ออะไร?”
“อย่ามาเล่นลิ้นน่า ความผิดของแกก็เห็นๆ อยู่ คิดว่าถ้าเบื้องบนลองเทียบความผิดของพวกเราแล้วใครจะโดนลงโทษหนักกว่า?” ยูริกระชับมีดสั้นในมือ“แล้วนายล่ะจะเอายังไง? คริสโตเฟอร์ เกล”
ชายหนุ่มผมทองเล็งปืนพกไปที่ยูริ นิ้วโป้งยังค้างอยู่ที่เซฟตี้
“คุณไม่มีหลักฐานพอจะกล่าวหาดอกเตอร์ ยูริ อิลิช รู้ได้ยังไงว่าที่ผ่านมาเราไม่ได้วิจัยหายารักษาเลย?” เขากล่าวเสียงต่ำ
“หมอดูแล MT อย่างนายจะรู้อะไร? เก็บผู้ป่วยไว้ดูเล่นขณะที่ตัวเองมัวแต่สร้างเอไอเด็กผู้หญิง อีกไม่นานเบื้องบนจะได้ไฟล์วิจัยต้องดำเนินการอะไรกับไอ้ขยะมูลฝอยนี่แน่ๆ แต่สำหรับฉัน...”ยูริกดมีดจนเลือดไหลซิบจากคอชายชุดขาว “ขอแค่ไอ้นี่ตายโทษฐานหลอกใช้พวกเราก็พอแล้ว”
เสียงฝีเท้านับสิบวิ่งตรงมา ยูริกัดฟัน เหงื่อเม็ดโตไหลตามขมับ แผนที่เขาและสมาชิกทีมวิจัยอีกห้าหกคนร่างขึ้นมาจะสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับวินาทีนี้
...
ลัคนาหลับตา แต่รอบตัวของเธอมืดจนไม่ว่าจะหลับหรือลืมตา ภาพที่เห็นก็เหมือนกันสีดำไร้ที่สิ้นสุด ไร้เสียง ไร้แสง ไร้ความรู้สึกทั้งมวล เธอไม่รู้ว่าอยู่อย่างนี้มานานเท่าไหร่อาจจะแค่สิบนาที หรืออาจจะนานเป็นชั่วโมง
เสียงของคนจากอีกโลกเงียบไปนานแล้ว
โลกที่เธอเอื้อมไม่ถึง
โลกที่ไม่ใช่แค่เกม
ต้องติดอยู่ในนี้อีกนานแค่ไหนนะ?
ความทรงจำที่ได้คืนจากดันทาเลียนทำให้เธอรู้สึกว่า โลกของเธอไม่ใช่โลกนี้มันคืออีกโลกหนึ่งซึ่งทุกคนอยู่ โลกที่เธอมองด้วยตาและหูของตัวเอง โลกที่เธอเติบโตขึ้นมาโลกที่บรรจุความทรงจำทั้งหมดของเธอเอาไว้
หน้าต่างระบบไม่ยอมทำงาน ถ้าเธอเปิดหน้าต่างนี้ไม่ได้ก็ล็อกเอ๊าท์ไม่ได้แต่ถึงจะเปิดได้ก็เปล่าประโยชน์เพราะในเมนูไม่มีปุ่มให้ออกจากเกม
ลัคนาไม่อยากติดอยู่ที่นี่ชั่วนิรันดร เธออยากจะหาความจริงว่าเด็กหนุ่มในความทรงจำคือใครศพเด็กสาวผมดำเกี่ยวอะไรกับเธอ และยังมีเรื่องที่ยูริ...ชายที่ช่วยเหลือผู้เล่นคนนั้นเป็นใครกันแน่?
เสียงแหลมสูงดังขึ้นในโสตประสาท ตามมาด้วยเสียงพูดที่เบาทว่าชัดเจน
“ได้ยินไหม?”
“...ไอชา...?”
ลัคนาคิดว่าตัวเองเปิดตาแล้ว แต่ทุกอย่างยังเป็นสีดำสนิทเหมือนเดิม
“มีข้อความจากดอกเตอร์ บอกว่ายกเลิกโปรเจกต์แล้วไล่ฉันออก”
เด็กสาวตาสว่างทันที
“หมายความว่ายังไงกัน?!” เธอตะโกนใส่ความมืด
“...อีกไม่นาน เบื้องบนจะปล่อยตัวเธอ” ไอชาพูดเสียงเรียบ “เป็นอิสระ”
ลัคนาตะโกนเรียกชื่อไอชาซ้ำๆ แต่ไร้เสียงตอบรับ เธอหายไปแล้ว
เมื่อครู่เป็นไอชาจริงๆ หรือแค่จินตนาการกันแน่? ลัคนากอดเข่าแล้วซุกหน้าลง ทุกคนจากเธอไปและปล่อยให้เธออยู่ในความมืดอย่างเดียวดายรู้สึกเหมือนเคยเกิดเรื่องแบบนี้มาก่อน การที่เธอลอยเคว้งคว้างในความรู้สึกด้านลบของตัวเองอาจจะแค่ครั้งเดียว อาจจะทุกคืน เธอจำไม่ได้เลย