องค์รัชทายาท และองค์ชายทุกพระองค์ถูกเชิญมาที่ห้องทรงพระอักษร ในความเป็จริงฮ่องเต้ทรงรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นมาก่อน เพราะองครักษ์เงาของพระองค์เข้ามารายงานให้ฟังโดยละเอียดแล้ว
พระองค์ทรงคิดจะใช้เหตุการณ์นี้เป็การเตือนอัครมหาเสนาบดีสวีเหล่าซานและพระสนมเอกเื่การใช้อำนาจเกินตัว ที่ผ่านมา พระองค์ทรงทำเหมือนว่าทรงให้ความสำคัญกับพระสนมเอกมากกว่าสตรีคนอื่นทุกตำหนัก เพียงเพราะ้ายื้อเวลาที่เหมาะสมให้องค์รัชทายาทมีความมั่นคงในราชสำนักเสียก่อน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าการกระทำของตนนั้น จะทำให้สตรีผู้อ่อนโยนคนหนึ่งต้องเสียใจมากจนจากไป พระองค์ทรงกล่าวโทษตนเอง และรู้สึกผิดต่อองค์ชายห้าเป็อย่างมาก
หลังจากฟังกงกงประจำตำหนักไทเฮาเล่าเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบ ทุกคนหันไปมองที่ฮ่องเต้เป็จุดเดียว พระองค์ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ออกมา พระสนมเอกเห็นอย่างนั้นกลับคิดไปเองว่าพระองค์ทรงไม่พอใจองค์ชายห้าและชายาเป็อย่างมาก
“มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ ไปร่ำเรียนสมุนไพรกับบุรุษอยู่เป็เวลานานอย่างนั้น หากเกิดข้อครหาขึ้นมา...” พระสนมเอกแสร้งพูดแล้วหยุดไป
“เป็อาจารย์หนึ่งวัน เปรียบเป็พ่อลูกกันตลอดชีวิต แม้ท่านอาจารย์จะไม่ใช่บิดาผู้ให้กำเนิดหม่อมฉัน แต่ท่านก็เป็ผู้สอนวิชาและสอนให้หม่อมฉันดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง การที่พระสนมกล่าวเช่นนี้ทรงหมายความถึงข้อครหาใดหรือเ้าคะ” หลิวจางิ่ถามทั้งที่ยังคุกเข่าต่อหน้าฮ่องเต้
“เสด็จพ่อคงไม่ทรงทราบ ตลอดเวลาห้าปีที่ลูกได้ไปใช้ชีวิตที่หมู่บ้านเล็กๆ บนเกาะแห่งนั้น ชาวบ้านต่างมีความเป็อยู่ที่ลำบากยากจนอาศัยหาของทะเลและของป่าเล็กๆ น้อยๆ แลกเปลี่ยนเป็เงินเพื่อประทังชีวิต หากแม้นเจ็บป่วยก็ได้แต่เพียงนอนพักรักษาตัวเองให้ผ่านพ้นคืนวันเ่าั้ไป การที่ชายาของกระหม่อมได้รับการถ่ายทอดความรู้เื่การใช้สมุนไพรจากอาจารย์ ก็เป็เพียงการรักษาโรคทั่วไปเท่านั้น นางได้ช่วยเหลือผู้คนไว้มากมายโดยไม่หวังผลใดตอบแทนเลยขอรับ” ฉู่อันคุกเข่าพูดเช่นกัน
“พระสนมคิดว่าจะเกิดข้อครหาใดขึ้นอย่างนั้นหรือ” ฮ่องเต้กล่าวถาม
“การใกล้ชิดของชายหญิงถือว่าเป็เื่ไม่เหมาะสมอยู่แล้วเพคะ ยิ่งเป็ชายหญิงที่ไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางครอบครัวด้วยแล้วยิ่งเป็สิ่งที่ไม่ควรอย่างยิ่ง” พระสนมตอบอย่างมั่นใจ
“เื่ของชายาองค์ชายห้า เราไม่คิดว่าจะเป็เื่ร้ายแรงถึงเพียงนั้น เรายังต้องขอบใจนางที่ไม่นิ่งดูดายกับความทุกข์ยากของชาวบ้าน กลับยังเสนอตัวเข้าช่วยเหลือชาวบ้านทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความรู้ความชำนาญในการศึกษาเื่โรคหรือการรักษา ถึงแม้จะเป็เพียงโรคทั่วไป แต่ก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่นตั้งใจ พระสนมเอกคิดว่าเื่เหล่านี้ไม่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากหรอกหรือ”
“หม่อมฉัน...” พระสนมเอกกำลังจะพูดต่อแต่กลับถูกฮ่องเต้ยกมือห้าม
“สวีเยว่เล่อ เื่นี้เกิดขึ้นเพราะเ้าเกิดความสงสัยในตัวของชายาองค์ชายห้า เพราะหวังดีกลัวว่าชื่อเสียงของชายาองค์ชายห้าจะเสียหาย หรือเป็เพราะเหตุผลอื่น” ฮ่องเต้หันไปถามสวีเยว่เล่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ขอฝ่าาทรงอภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่หวังดีเท่านั้นเพคะ” สวีเยว่เล่อคุกเข่าลงตอบ
“ชายาองค์ชายห้า เ้าจะบอกเราได้หรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เ้าบอกกับไทเฮาเื่หญิงสาวที่ยังไม่ออกเรือน แต่คอยส่งสาวใช้ส่วนตัวนำสิ่งของมามอบให้สามีผู้อื่นถึงจวนนั้น เื่เป็มาอย่างไร” ฮ่องเต้หันไปถามหลิวจางิ่
“ทูลฝ่าา เื่นี้....” หลิวจางิ่ทำเสียงอ้ำอึ้ง
“เื่นี้ลูกขอตอบแทนขอรับเสด็จพ่อ ั้แ่ลูกกลับมาถึงเมืองหลวง เสด็จพ่อก็มีราชโองการแต่งตั้งหลิวจางิ่เป็ชายาเอกของลูกทุกคนล้วนทราบดี อีกทั้งลูกยังเคยกราบทูลขอเสด็จพ่อว่าชาตินี้ลูกจะไม่ขอมีชายารองหรืออนุ ลูกจะมีนางเป็ชายาเพียงคนเดียว” ฉู่อันกำลังจะพูดต่อกลับถูกหลิวจางิ่หยุดไว้
“ขอฝ่าาโปรดลงโทษหม่อมฉันด้วยเพคะ เื่ที่องค์ชายห้าเล่ามานั้นเป็ความจริง เราสองคนให้คำมั่นสัญญาต่อกันว่าจะครองคู่กันสองคนไปจนแก่เฒ่าและจะไม่มีใครมาแทรกกลางหรือพรากเราทั้งคู่จากกันได้ หม่อมฉันเห็นแก่ตัว ไม่อาจให้องค์ชายห้ามีหญิงอื่นได้ หม่อมฉันยอมรับโทษเพคะ” หลิวจางิ่ตอบเสียงดัง
“นำตัวหลงเป่าและหลงปิงเข้ามา” ฮ่องเต้รับสั่งเสียงดัง
ไฉ่กงกงขานรับด้วยความใ และรีบออกไปตามองครักษ์ทั้งสองคนเข้าเฝ้า
ไม่นานไฉ่กงกงก็นำตัวหลงเป่าและหลงปิงมาเข้าเฝ้า องครักษ์ทั้งสองคนเล่าเหตุการณ์ที่จวนองค์ชายห้าั้แ่กลับมาเมืองหลวงว่า ได้มีสาวใช้ประจำตัวของสวีเยว่เล่อคอยนำอาหารและสิ่งของมามอบให้กับองค์ชายห้าทุกวัน บางครั้งสวีเยว่เล่อก็เป็ผู้นำสิ่งของมามอบด้วยตนเอง เมื่อพบพระชายาก็ทำท่าทีเมินเฉย ไม่แสดงความเคารพ
หลงเป่าและหลงปิง สลับกันพูดอยู่เป็เวลานาน สีหน้าทุกคนที่ได้ฟังยังไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงพระสนมเอกและสวีเยว่เล่อเท่านั้นที่มีสีหน้าซีดขาวสลับดำคล้ำ
“เราไม่เคยคิดมาก่อนว่าการอบรมสั่งสอนของจวนอัครมหาเสนาบดีจะดีเยี่ยมอย่างนี้ สวีเยว่เล่อเราสั่งห้ามเ้าออกนอกจวนเป็เวลาสามเดือน และห้ามเข้าวังหลวงหรือร่วมงานรื่นเริงเป็เวลาสองปี” ฮ่องเต้รับสั่งด้วยความไม่พอใจ
“ฝ่าาทำอย่างนี้ไม่ได้นะเพคะ” พระสนมเอกแย้ง
“เ้าก็ต้องถูกกักบริเวณที่ตำหนักสามเดือนเช่นกัน โทษฐานที่ไม่สั่งสอนบุตรหลานให้ดี” ฮ่องเต้ตรัสแล้วเดินจากไป