ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่712 ออกจาก แดนลับหยวนเทียน

      ในระหว่างที่เรือรบขนาดใหญ่เดินทางผ่านมิติเวลาตัวหนอนกว้างใหญ่ บนลำเรือเองก็เต็มไปด้วยความเงียบสงัด ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใด แม้แต่เข็มตกหล่นลงสักเล่ม คงจะได้ยินออกมาดังก้องไปทั่ว
 


      อี้เฉินเองก็ไม่ชอบบรรยากาศที่เงียบเชียบเช่นนี้ ครั้นหลับตาส่งจิตใต้สำนึก เข้าไปภายในทะเลความรู้ ตรวจสอบต้นโพธิ์ อายุเก่าแก่หลายพันปี ราวกับมันข้ามผ่านยุคสมัยเบิกฟ้า จนมาถึงปัจจุบัน เห็นเมล็ดพันธุ์ ระดับ ตำนานร่วม10เมล็ด มันก็ทำให้อี้เฉินคลี่ยิ้มขึ้นมาได้ แถมเมล็ดพันธุ์ระดับ สูงกับระดับ กลาง ก็มีอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

 


      ฉับพลันที่อี้เฉินเปิดเปลือกตา เมล็ดพันธุ์ร่วม10เมล็ด ก็มาลอยอยู่เหนือฝ่ามือของอี้เฉิน ขนาดผลของมันไม่ใหญ่มากนัก ขนาดเท่าหัวเด็ก มีลักษณะคล้ายผลลูกพลับ มีสีที่แตกต่างกันออกไป ทว่ามีเพียงสามผล ที่เด่นสะดุดตา กว่าผลอื่นๆ มองปาดเดี๋ยวก็รับรู้ ถึงความวิเศษของมัน ภาพนั้นต่างก็พาให้หมู่ชน จ้องมองเมล็ดพันธุ์ ด้วยดวงตาเป็นประกาย

 


     ก่อนอี้เฉินจะโบกฝ่ามือ ส่งเมล็ดพันธุ์ทั้งหมดออกไปให้ ราชาอมตะชราผู้เป็นหัวหน้ากลุ่ม “เมล็ดพันธุ์ ระดับ ตำนานมีเพียง10ผลเท่านั้น ตามที่ตกลงกันไว้ ข้าจะมอบเมล็ดพันธุ์ ระดับตำนานให้พวกท่าน3เมล็ด ส่วนที่เหลือจะเป็นเมล็ดพันธุ์ ระดับ สูง”

 


      ราชาอมตะดวงตาเขาเบิกออกกว้างด้วยความยินดี ก่อนจะรีบโบกฝ่ามือ เก็บเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น เข้าไปภายในแหวนมิติ อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ยังได้ ของล้ำค่าติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง ทว่าน้ำเสียง ศิษย์อนุชน พวกเขาต่างก็ไม่มีความจำยอม เอ่ยเสียงแข็งกร้าวออกมาดังก้อง พวกเขามองว่า อี้เฉินให้ของตอบแทน พวกเขาน้อยเกินไป

 


       “แล้วเราจะรู้ได้อย่างไร ว่าที่เจ้าพูดมาไม่โกหก เหตุใดเจ้าไม่เอามันออกมา ให้พวกเราตรวจดูหน่อยเล่า ..หากเอาเมล็ดพันธุ์ตำนานนี้ ไปให้ศิษย์พี่เซี่ยงอวี่ เขาจะต้องไร้เทียมทานอย่างแน่นอน” ปิงหยวน นางที่เป็นตัวตั้งตัวตี กล่าวขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ ทำให้อนุชนคนอื่นๆ ต่างก็เห็นด้วยกันกับนาง เอ่ยเสียงดังออกมาจอแจ แม้ว่าราชาอมตะ จะกล่าวห้ามปรามพวกเขาแล้วก็ตาม

 


       อี้เฉินส่ายหัว ก่อนเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งออกมา “จริงๆ ข้าไม่จำเป็นต้องมอบเมล็ดพันธุ์ ให้กับพวกเจ้า คนดินแดนจักรพรรดิก็ได้ เจ้าจะเชื่อสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่ แล้วแต่พวกเจ้าจะคิดแล้วกัน”

 


      ก่อนอี้เฉินจะแค่นเสียงออกมาในช่วงเวลาติดๆ กัน “แต่ที่ข้าแปลกใจ เจ้าใช่ลูกศิษย์ ของเยว่ชิงเซียน จริงๆ หรือ เหตุใดเจ้าทำเพื่อศิษย์พี่เซียงอวี่ ผู้นั้นของเจ้านักหนา แทนที่จะเป็นอาจารย์ของเจ้า”

 


       ปิงหยวน นางหน้ามืดครึ้ม กล่าวตอบอี้เฉินออกไปด้วย ความกระแทกแดกดัน “ก็ศิษย์พี่เซียงอวี่ กำลังจะแต่งงานกับอาจารย์ของข้า นางต้องการให้สามีนางเป็นคนที่เก่งกาจที่สุด ภายในงานประลอง จอมยุทธ์รุ่นใหม่อยู่แล้ว ท่านยังหวังว่าท่านอาจารย์ข้า ยังเหมือนเดิมอีกหรือ?”

 


        อี้เฉินครั้นได้ยินเช่นนั้นดวงตา เขาเหม่อลอยเงยหน้าขึ้นไปมอง มิติที่ว่างเปล่าอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “หากเป็นเรื่องจริงก็คงดีไม่น้อย” แม้แต่ผู้คนภายในลูกบาศก์มิติ ยังรับรู้ถึงคลื่นอารมณ์ ที่แปรปรวนอย่างหนัก ภายในทะเลความรู้ของอี้เฉิน

 


       ภาพนั้นที่หญิงสาวหวังไว้ ว่าจะได้เห็นอี้เฉินดิ้นทุรนทุราย ดันผิดคาดนางไปเสียหมด ปิงหยวน นางแค่นเสียง ออกมาด้วยความโมโห “เจ้าไม่เสียใจเลยหรืออย่างไร แต่ว่านะจักรพรรดิอี้เฉิน เจ้าไม่มีทางได้พบเจอหน้าอาจารย์ ของข้าอีกต่อไป เจ้าจงตายอยู่ภายในดินแดนเทพนี้ ต่อไปเถอะ”

 


      ฉับพลันเสียง เพี๊ยะ!! ตบใบหน้าหญิงสาวก็ดังออกมาก้อง จากฝ่ามือของซีเผิง “นางโอหังเจ้าไม่รู้อะไร หุบปากเงียบไปเสีย” รอบด้านต่างก็เงียบงัน ขึ้นมาอีกครั้งในทันที ที่ได้ยินน้ำเสียงของ ซีเผิงดังออกมาก้อง

 


ปิงหยวน นางเองสืบฝีเท้า จากไปเช่นกัน สตรีนางนี้มีความโอหังเป็นอย่างมาก อี้เฉินที่มองนางจากไป ได้แต่ส่ายหัวออกมา

 


        ก่อนอี้เฉินจะไต่ถามราชาอมตะชราผู้เป็นผู้นำ ถึงเรื่องเมล็ดพันธุ์ ครั้นเห็นว่าพวกเขาใกล้ จะเดินทางออกจากห้วงมิติเวลาตัวหนอน อีกไม่ถึงร้อยลมหายใจ พวกเขาก็จะลาขาดกันแล้ว “ไม่ใช่ว่าต้องผสานเมล็ดพันธุ์ ก่อนถึงจะจุดไฟเทพได้ ไม่ใช่หรอกหรือ แล้วเหตุใดเมล็ดพันธุ์ระดับตำนาน ถึงกลายเป็นสิ่งของให้ศิษย์เอกอัจฉริยะ แทนที่จะเป็นศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ เหล่านั้นเล่าที่ได้มันไป”

 


       ราชาอมตะหญิง กล่าวพูดพลางอธิบายให้อี้เฉินรับฟัง “เรามีกรรมวิธีบางอย่างที่จะสามารถ เปลี่ยนถ่ายเมล็ดพันธุ์ ทว่ามันเสี่ยงอันตรายอยู่ไม่น้อย แต่มันก็คุ้มค่า หากทำให้พวกเขา กลายเป็นตัวตนที่สมบูรณ์แบบ”

 


        “เจ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้ เหมือนเจ้าจะพูดมากไปแล้ว” ชายแก่กล่าวห้ามปราม สตรีวัยกลางคนในทันใด ครั้นเห็นสีหน้าอี้เฉินครุ่นคิด ขึ้นมาไม่ตก ราวกับว่า ชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า เขาจะจับจุดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 


       ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดพึมพำออกมา “ใช้ไฟเทพที่จุด เผาผลาญเมล็ดพันธุ์ ภายในกายทิ้งเช่นนั้นหรือ” แม้น้ำเสียงเอ่ยพูดพึมพำอี้เฉิน จะดังออกมาไม่มากนัก ทว่ามันทำให้พวกเขาเหล่าราชาอมตะ ตกตะลึงกันไม่น้อย ไม่รู้อี้เฉินรู้ได้อย่างไร หรือว่าเขาเองก็เคยทำมาก่อน

 


        อี้เฉินที่เห็นสายตาแปลกๆ ของเหล่าราชาอมตะ เขาคลี่ยิ้มออกมากว้าง ที่เขารู้ก็เนื่องมาจาก การเผาผลาญไฟเทพในยามอดีต ที่ทำให้เขาเกือบต้องตายตก  แม้อี้เฉินจะมีเมล็ดพันธุ์ ระดับ ตำนาน อยู่ในครอบครอง ทว่าเขากลับมองแตกต่างออกไป ไม่คิดผสานเมล็ดพันธุ์ภายในกายใหม่ให้เสียของ

 


..ฉับพลันที่พวกเขา ออกมาจากห้วงมิติตัวหนอน ร่างกายของหลายๆ คน เกิดการเปลี่ยนแปลงในทันใด จากเวลาที่พวกเขา เข้าไปภายใน

 


        แดนลับหยวนเทียนไม่ถึงครึ่งเดือน เวลาภายนอกก็ผ่านไป5ปีแล้ว ทำให้ร่างกายของ หลายๆ คนขยับขยาย กลายเป็นหนุ่มเป็นสาวเต็มตัวอย่างรวดเร็ว บางคนถึงกับส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลังออกมาเนืองๆ มีแม้ผู้อาวุโสวัยกลางคน บางคนยังมีเส้นผมสีขาว แซมบนหลังศีรษะ

 


        อี้เฉินที่หันปรายตาไปมองซีเผิง มีสัญญาณการเลื่อนขั้นพลัง เขาคลี่ยิ้มออกมากว้างด้วยความดีใจ ‘นี่เองสินะถึงทำให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ไม่กล้าย่างกายเข้าไป หากทำให้ห้วงมิติเวลาเกิดการปั่นป่วน เกรงว่าพวกเขา กลับออกมา อาจจะหลงเหลือ แต่ซากกระดูกกลับออกมาก็เป็นได้’

 


       ทว่าสายตาทุกคู่ บัดนี้กลับจ้องมองมาที่อี้เฉินด้วยสายตาคมกล้า ราวกับพวกเขา พบเจอสิ่งแปลกประหลาด ก็มิปาน ครั้นเห็นอี้เฉินยังคงดูเหมือนเด็กอายุ18ปี คงที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ประหนึ่งว่ากาลเวลาไม่อาจทำอะไรเขาได้

 


       ครั้นอี้เฉินสำรวจกายาตนเอง เขาเองก็รู้สึกแปลกใจตนเองเช่นกัน เหมือนกับว่าเขาอยู่เหนือ กฎเกณฑ์ของฟ้าดิน ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นได้ ก่อนอี้เฉินจะกล่าวลา เหล่าราชาอมตะทั้งสาม ปล่อยให้พวกเขาตกตะลึงอยู่เช่นนั้น

 


       ชายแก่เอ่ยพูดพึมพำออกมา “ข้าละอยากเห็นเจ้า ขึ้นไปร่วมงานประลองยุทธ์ ของเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ภายในดินแดนจักรพรรดิเสียจริงๆ อยากจะรู้เจ้าจะเดินไปได้ไกล สักแค่ไหนกันเชียว จักรพรรดิผู้ปกครองดินแดนเทพ” ครั้นสิ้นเสียงชายแก่ สะพานสายรุ้งที่ฉายทอดยาวมาจากดินแดนจักรพรรดิ พร้อมกับดวงดาวพร่างพราวนับแสน ก็นำพาเรือรบลำใหญ่ บินหายวับจากไปอย่างรวดเร็ว

 


       ด้านอี้เฉิน ที่นำเหล่าศิษย์ออกมาจากลูกบาศก์มิติ บัดนี้หลายๆ คน ต่างโตเป็นหนุ่ม เป็นสาวเต็มตัวกันหมดแล้ว แถมมีศิษย์อนุชนหลายคนส่งสัญญาณ การเลื่อนขั้นพลัง ออกมาจนพวกเขาต้องระงับการเลื่อนขั้นพลังเอาไว้ พร้อมเสียงหัวเราะของความยินดี ออกมาดังก้อง

 


       ด้านอี้เฉินเขาได้แต่ส่ายหัว ก่อนจะส่งต้นโพธิ์ ออกไปให้ซีเผิงเป็นคนจัดการ เขาเชื่อมั่นว่า ซีเผิงจะต้องดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดี แม้ภายในกายสายตาของเขา จะมีความอาลัยที่ต้องจาก บุตรชายมาก็ตาม แต่ซีเผิงไม่กล้าที่จะขอให้ลูกอยู่กับเขา ครั้นรับรู้ความยากลำบาก ที่พวกเขาต้องประสบพบเจอ ภายในดินแดนเทพ

 


      อี้เฉินเอ่ยพูดพึมพำออกมาน้อยๆ ครั้นเงยหน้าขึ้นมองไปด้านบน สายตาของเขาก็แฝงไว้ด้วย ความเศร้าในทันใด “ท้องฟ้าดินแดนเทพ แตกร้าวขึ้นมามาก กว่ายามก่อนอีกแล้ว”

 


ก่อนอี้เฉินจะเอ่ยพูด ออกมาอีกครา “พวกเราเดินทาง กลับบ้านกันเถอะ” คำพูดนั้นต่างก็พาให้เหล่าศิษย์หัวเราะ คลี่ยิ้มกันออกมาเริงร่า